ข้ามไปเนื้อหา

อุทัย พิมพ์ใจชน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อุทัย พิมพ์ใจชน
อุทัย ในปี พ.ศ. 2547
ประธานรัฐสภาไทย และ
ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ดำรงตำแหน่ง
19 เมษายน พ.ศ. 2519  6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
(5 เดือน 17 วัน)
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีเสนีย์ ปราโมช
ก่อนหน้าประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์
ถัดไปกมล เดชะตุงคะ
(ประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน)
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544  5 มกราคม พ.ศ. 2548
(3 ปี 10 เดือน 30 วัน)
นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
ก่อนหน้าพิชัย รัตตกุล
ถัดไปโภคิน พลกุล
รองประธานรัฐสภาไทย และ
ประธานสภาผู้แทนราษฎร[1]
ดำรงตำแหน่ง
27 เมษายน พ.ศ. 2526  1 พฤษภาคม พ.ศ. 2529
(3 ปี 4 วัน)
นายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์
ก่อนหน้าบุญเท่ง ทองสวัสดิ์
ถัดไปชวน หลีกภัย
ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ดำรงตำแหน่ง
7 มกราคม พ.ศ. 2540  10 ตุลาคม พ.ศ. 2540
(9 เดือน 3 วัน)
นายกรัฐมนตรีชวลิต ยงใจยุทธ
ก่อนหน้าทวี บุณยเกตุ
ถัดไปนรนิติ เศรษฐบุตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ดำรงตำแหน่ง
14 ธันวาคม พ.ศ. 2533  23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534
(2 เดือน 9 วัน)
นายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ
ก่อนหน้าจำรัส มังคลารัตน์
ถัดไปประภาศน์ อวยชัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดำรงตำแหน่ง
23 กันยายน พ.ศ. 2535  12 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
(2 ปี 9 เดือน 19 วัน)
นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย
ก่อนหน้าอมเรศ ศิลาอ่อน
ถัดไปชูชีพ หาญสวัสดิ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ดำรงตำแหน่ง
15 กุมภาพันธ์  13 มีนาคม พ.ศ. 2518
(26 วัน)
นายกรัฐมนตรีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
หัวหน้าพรรคเอกภาพ
ดำรงตำแหน่ง
20 กรกฎาคม พ.ศ. 2535  21 สิงหาคม พ.ศ. 2538
(3 ปี 1 เดือน 1 วัน)
ก่อนหน้าบุญชู โรจนเสถียร
ถัดไปไชยยศ สะสมทรัพย์
หัวหน้าพรรคก้าวหน้า
ดำรงตำแหน่ง
22 มีนาคม พ.ศ. 2526  14 เมษายน พ.ศ. 2532
(6 ปี 23 วัน)
ก่อนหน้าก่อตั้งพรรค
ถัดไปยุบรวมกับพรรคเอกภาพ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด14 สิงหาคม พ.ศ. 2481 (87 ปี)
จังหวัดชลบุรี ประเทศสยาม
พรรคการเมืองประชาธิปัตย์ (2511–2526)
ก้าวหน้า (2526–2532)
เอกภาพ (2532–2539)
ไทยรักไทย (2543–2548)
รวมใจไทยชาติพัฒนา (2550–2561)
คู่สมรสนวลศรี พิมพ์ใจชน
บุพการี
  • ไพโรจน์ พิมพ์ใจชน (บิดา)
  • สมบุญ พิมพ์ใจชน (มารดา)
ญาติธวัช พิมพ์ใจชน (น้องชาย)
รัฐบาลคณะรัฐมนตรีเสนีย์ 2 (2518)
คณะรัฐมนตรีชาติชาย 2 (2533-2534)
คณะรัฐมนตรีชวน 1 (2535-2538)
ลายมือชื่อ

อุทัย พิมพ์ใจชน (เกิด 14 สิงหาคม พ.ศ. 2481) อดีตประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี 8 สมัย อดีตหัวหน้าพรรคเอกภาพ และอดีตหัวหน้าพรรคก้าวหน้า นับเป็นประธานรัฐสภาที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อมีอายุ 38 ปี

ประวัติ

[แก้]

อุทัย เกิดวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2481 ที่ตำบลหนองขยาด อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนายไพโรจน์ กับนางสมบุญ พิมพ์ใจชน[2] มีน้องชายคือธวัช พิมพ์ใจชน รองหัวหน้าพรรคไทยชนะ[3]

เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ สำเร็จการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิต สำนักการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

ปัจจุบัน อุทัยได้ยุติบทบาททางการเมืองโดยสิ้นเชิงแล้ว โดยไปทำสวนเกษตรกรรมที่จังหวัดชลบุรี บ้านเกิด[4] รวมถึงรับเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับการเมืองเป็นครั้งคราว[5]

การเมือง

[แก้]

อุทัยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีสมัยแรก เมื่อ พ.ศ. 2512 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ จากการชักชวนของนายธรรมนูญ เทียนเงิน สมาชิกพรรค จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 จอมพล ถนอม กิตติขจร และจอมพล ประภาส จารุเสถียร ยึดอำนาจตัวเอง อุทัย พร้อมด้วย สส. อีก 2 คน คือ อนันต์ ภักดิ์ประไพ และ บุญเกิด หิรัญคำ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาให้ดำเนินคดีต่อคณะปฏิวัติในข้อหากบฏ ถือเป็นท้าทายอำนาจของผู้มีอำนาจอย่างตรงไปตรงมา

อุทัย พิมพ์ใจชน ในปี พ.ศ. 2515

ต่อมา จอมพล ถนอม กิตติขจร ได้ออกคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ 36/2515 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515[6] ทำให้ทั้งสามคนตกเป็นจำเลยและถูกจำคุก โดยนายอุทัยถูกจำคุกเป็นเวลา 10 ปี[7] ซึ่งต่อมาในสมัยที่ สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดก็ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2517[8] ต่อมาในรัฐบาล หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ในปี พ.ศ. 2519 อุทัย พิมพ์ใจชนได้รับเลือกให้เป็นประธานรัฐสภา และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2522 อุทัยตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อเป็นการประท้วงการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 ซึ่งไม่มีความเป็นประชาธิปไตย และในปีเดียวกัน เมื่อ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พ้นวาระและประกาศวางมือการเมือง นายอุทัยได้ลงแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป กับ ชวน หลีกภัย เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์รุ่นเดียวกัน และ พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ท่ามกลางการจับตามองของหลายฝ่าย โดยอุทัยได้รับการสนับสนุนจาก ธรรมนูญ เทียนเงิน อดีตเลขาธิการพรรค ด้วยความเป็นคนชลบุรีเหมือนกัน ปรากฏว่าที่ประชุมพรรคได้เลือก ถนัด คอมันตร์ เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป หลังจากนั้นไม่นาน อุทัยก็ได้ลาออกไปตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง ทั้งพรรคก้าวหน้า และพรรคเอกภาพ[9]

ขณะที่สังกัดพรรคเอกภาพ อุทัยได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 2 ครั้ง ครั้งแรกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในคณะรัฐมนตรีชาติชาย 2 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีชวน 1

อุทัยได้ตกเป็นข่าวฮือฮาในปี พ.ศ. 2537 ขณะดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อถูก ธนิต สุวรรณเมนะ ติวเตอร์ปาถุงอุจจาระใส่ขณะแถลงข่าว โดยได้ให้เหตุผลว่า ทนไม่ได้ที่เห็นคนดีถูกรังแก สืบเนื่องจากอุทัยได้สั่งพักราชการ พชร อิศรเสนา ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยอ้างเหตุผลว่าถูกบริษัทฮาร์ท ออนส์ สยามอิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต ยื่นฟ้องข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อมาคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติให้อุทัยยกเลิกคำสั่งพักราชการแต่อุทัยไม่ปฏิบัติตาม พชรจึงยื่นฟ้องศาลในข้อหาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2537 แต่ในวันที่ 7 กันยายน อุทัยได้ยกเลิกคำสั่งพักราชการเขา หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น อุทัยไม่ได้ดำเนินคดี หรือตอบโต้ใด ๆ กับผู้ก่อเหตุ ซึ่งส่งผลดีกับภาพลักษณ์ของเขา ในฐานะเป็นผู้มีอาวุโสที่ไม่ใช้อำนาจกับผู้ด้อยอำนาจกว่า[10]

ใน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 อุทัยไม่ได้รับเลือกตั้งในพื้นที่เดิมของตน จึงได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค[11] โดยให้ ไชยยศ สะสมทรัพย์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน ส่วนตนเองไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพรรค และก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 อุทัยได้ลาออกจากพรรคเอกภาพ เพราะรับไม่ได้กับการที่ ไชยยศ สะสมทรัพย์ รับ เนวิน ชิดชอบ เข้าพรรค สืบเนื่องจากกรณี ยี่ห้อย ร้อยยี่สิบ

ภายหลังการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 อุทัยได้ย้ายมาสังกัด พรรคไทยรักไทย ซึ่งมีพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และได้ลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 และได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสภาดำรงครบวาระ อุทัยจึงได้ลาออกจากพรรคไทยรักไทย และในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548–2549 อุทัยได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีขับไล่พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ท้องสนามหลวงด้วย

ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2549 อุทัยได้ลงรับสมัครในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยได้รับเลือกมาเป็นลำดับที่ 12 ได้คะแนน 25,407 คะแนน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ก่อนการออกเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อุทัยเป็นบุคคลหนึ่งที่แสดงความเห็นอย่างชัดแจ้ง ไม่เห็นด้วยกับการรับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550[12]

ในเวลาต่อมา อุทัยได้เข้าร่วมกับ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา โดยดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค[13][14]

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556 อุทัยเดินทางไปยื่นหนังสือเปิดผนึกผ่าน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ไปถึงสมาชิกรัฐสภา, คณะรัฐมนตรี, ผู้พิพากษา และตุลาการ เพื่อขอให้ถอนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเห็นว่าการออกร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม จะไม่ก่อให้เกิดความปรองดองอย่างแท้จริง พร้อมมองว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องออกกฎหมายดังกล่าว แต่การออกกฎหมายดังกล่าวกลับจะทำให้ความแตกแยกของคนในชาติขยายวงความรุนแรง โดยจะเห็นได้จากเพียงแค่เริ่มต้นก็เกิดกระแสต่อต้านจากประชาชนแล้ว พร้อมกันนี้ได้ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกคุมขังอย่างเร่งด่วน[15] ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่รัฐสภาจะไม่ถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในวันที่ 7 สิงหาคม โดยเห็นว่าเป็นเรื่องแย่มาก และควรให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ[16]

ต่อมาได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมเป็นกรรมการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อหาทางออกของประเทศ จากวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557[17] จนกระทั่งวันที่ 1 พฤศจิกายน ในปีเดียวกัน อุทัยได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อหาทางออกของประเทศ เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมคณะกรรมการปฏิรูปฯ บางคน และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่มีความจริงใจที่จะพิจารณาตามที่แถลงก่อตั้งคณะนี้ขึ้นมา[18]

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

[แก้]
  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2512 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคประชาธิปัตย์
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2518 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคประชาธิปัตย์
  3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2519 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคประชาธิปัตย์
  4. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคก้าวหน้า
  5. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2529 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคก้าวหน้า
  6. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคก้าวหน้าพรรคเอกภาพ
  7. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป มีนาคม พ.ศ. 2535 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคเอกภาพ
  8. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป กันยายน พ.ศ. 2535 จังหวัดชลบุรี สังกัด พรรคเอกภาพ
  9. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัด พรรคไทยรักไทย

สภาร่างรัฐธรรมนูญ

[แก้]

อุทัย พิมพ์ใจชน ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กลุ่มผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ จากการเลือกตั้งทางอ้อมของทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2540 อุทัยได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และในตลอดช่วงเวลานี้ อุทัยได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ให้เป็นที่สนใจในภาคประชาชน พร้อมๆ กับสมาชิกคนอื่นๆ[19]

ประวัติทางการเมือง

[แก้]


เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521
  2. บุคคลในข่าว 05/09/53
  3. "พรรคไทยชนะปรับทัพ ! "ธวัช พิมพ์ใจชน" ขึ้นรองหัวหน้า ดูแลภาคตะวันออกรับศึกเลือกตั้ง ด้าน"จักรพงศ์"มั่นใจ ช่วยเพิ่มศักยภาพเข้าถึง ปชช". mgronline.com. 2025-08-07. สืบค้นเมื่อ 2025-08-07.
  4. ที่นี่ ทีวีไทย, รายการ: พฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ทางทีวีไทย
  5. อนาคตใหม่ จัดสัมมนาว่าที่ ส.ส. "อุทัย" เตือน อย่าทำตัวเป็น "ช็อกการี" | 31 มี.ค.62 | คัดข่าวเช้า
  6. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๓ [มีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติ โดยให้คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติที่ลงโทษผู้กระทำผิดทางอาญาเป็นคำสั่งในทางตุลาการ]
  7. ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, ชีวลิขิต พรรคประชาธิปัตย์ (กรุงเทพ, พ.ศ. 2548) ISBN 9749353501
  8. พระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ ๓๖/๒๕๑๕ ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗
  9. เริงศักดิ์ กำธร, กินอยู่เรียบง่าย สบายแบบชาวบ้าน ชวน หลีกภัย ลูกแม่ค้าขายพุงปลา (กรุงเทพ, พ.ศ. 2545) ISBN 974-85645-2-5
  10. กองบรรณาธิการมติชน, 289 ข่าวดัง 3 ทศวรรษหนังสือพิมพ์มติชน, พ.ศ. 2549, สำนักพิมพ์มติชน ISBN 974-323-889-1
  11. "รัฐสภาสาร ปีที่ 43 ฉบับที่ 7 (ก.ค.2538)". dl.parliament.go.th.
  12. อุทัย ลั่นไม่รับรธน.50ชี้ทำการเมืองอ่อนแอเปิดช่องทหารปฏิวัติ จากพันทิปดอตคอม
  13. "กลุ่มมัฌชิมา-รวมใจไทยเผย"อุทัย พิมพ์ใจชน"ตอบรับนั่งปธ.ที่ปรึกษา". ryt9.com. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
  14. ""รวมใจไทยฯ" เมินควบรวม "มัชฌิมาฯ-ประชาราช"". mgronline.com. 2007-10-21. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
  15. ""อุทัย"ยื่นจม.เปิดผนึกแนะถอนร่างพรบ.นิรโทษกรรม". ryt9.com. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
  16. ""อุทัย" ถาม "ปู" จริงใจปฏิรูปหรือไม่ จวกรัฐแย่มากไม่ถ่ายสดชงนิรโทษฯ ย้ำต้องถอน กม.พ้นสภา". mgronline.com. 2013-08-06. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
  17. ""อุทัย"แถลงหนุนปฏิรูปการเมือง-แต่ต้องถอนร่างนิรโทษฯ". mgronline.com. 2013-08-05. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
  18. ""อุทัย พิมพืใจชน"ยื่นจม.ลาออกจากกรรมการปฏิรูปประเทศ". ryt9.com. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
  19. เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ รายงานประชาชน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทั่วไปทราบ ณ ท้องสนามหลวง
  20. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๓๐ ราย)
  21. คอลัมน์ส่วนร่วมสังคมไทย โดน นรนิติ เศรษฐบุตร หน้า 8 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับที่ 22,506 ประจำวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
  22. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๕ ราย)
  23. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2019-11-08 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๒ ตอนที่ ๑๗ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๒, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗
  24. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2015-06-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๐ ตอนที่ ๒๐๗ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๓, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๖
  25. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๔ ตอนที่ ๒๙ ข หน้า ๒, ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๐

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
ก่อนหน้า อุทัย พิมพ์ใจชน ถัดไป
ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์
ประธานรัฐสภา
(ประธานสภาผู้แทนราษฏร)

(19 เมษายน พ.ศ. 2519 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519)
กมล เดชะตุงคะ
พิชัย รัตตกุล ประธานรัฐสภา
(ประธานสภาผู้แทนราษฏร)

(6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 5 มกราคม พ.ศ. 2548)
โภคิน พลกุล
อมเรศ ศิลาอ่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
(23 กันยายน 2535 – 12 กรกฎาคม 2538)
ชูชีพ หาญสวัสดิ์