นิพนธ์ บุญญามณี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นิพนธ์ บุญญามณี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ก่อนหน้า สุธี มากบุญ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 (61 ปี)
จังหวัดสงขลา
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส นางกัลยา บุญญามณี
ศาสนา พุทธ

นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รองหัวหน้าตามภารกิจ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์, อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา 5 สมัย เกิดวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 ที่จังหวัดสงขลา[1] ก่อนเข้าสู่วงการเมืองประกอบอาชีพเป็นทนายความ

ด้านครอบครัว สมรสกับนางกัลยา บุญญามณี(ปลัดเทศบาลนครสงขลา) มีบุตรธิดา 3 คน ได้แก่ นางสาวนิธิยา บุญญามณี นายสรรเพชญ บุญญามณี และนายนิธิกร บุญญามณี

ประวัติการศึกษา[แก้]

นายนิพนธ์ บุญญามณี เข้ารับการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดนาทับ โรงเรียนถนนวิเชียรชม จังหวัดสงขลา ระดับเตรียมอุดมศึกษา จากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จบเนติบัณฑิตไทย (สำนักอบรมกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา) ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต (มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

ประวัติการทำงาน[แก้]

นิพนธ์ บุญญามณี เป็นสมาชิกสภาจังหวัด 2 สมัย (พ.ศ. 2528, พ.ศ. 2533) เป็นประธานสภาจังหวัดสงขลา ต่อมาได้เข้าสู่งานการเมืองระดับชาติโดยการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา และได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป มีนาคม พ.ศ. 2535 หรือ 35/1 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเรื่อยมารวม 5 สมัย คือ 2535/1, 2535/2, 2538, 2539, 2544 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ/สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ 3 สมัย (2548, 2550, 2554)[2] รวมทั้งสิ้นเป็น ส.ส. 8 สมัย

นิพนธ์ บุญญามณี ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในปี พ.ศ. 2537 เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ในปี พ.ศ. 2541 และเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 2 ครั้งในปี พ.ศ. 2542 ประจำตัวพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และ พ.ศ. 2543 ประจำตัวนายบัญญัติ บรรทัดฐาน

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการปรับโครงสร้างผู้บริหารพรรคใหม่ หลังการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2548 แล้ว นายนิพนธ์มีชื่อว่าอาจจะได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ แต่นายนิพนธ์ก็ได้ขอถอนตัวออกไป ตำแหน่งจึงตกอยู่ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายนิพนธ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการพรรค

ในการประชุมวิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ที่ประชุมได้มีมติเลือก นายนิพนธ์ เป็นรองเลขาธิการพรรค พร้อมกับ ดร.ศุภชัย ศรีหล้า และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง[3][4]

ในการทำงานฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลเงาขึ้น ซึ่งนายนิพนธ์ ได้ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเงา

เขาลาออกจากการเป็น ส.ส. เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556 เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) จนกระทั่งเดือนมิถุนายน 2562 เขาได้ลาออกจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา[5] เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคประชาธิปัตย์)
  3. "นิพนธ์-ศุภชัย-นราพัฒน์"นั่งรองเลขาฯ ปชป. หลัง 3 คู่แข่งถอนตัว
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (จำนวน ๑๙ คน), เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๑๕๑ง หน้า ๕๓ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔
  5. ได้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน! “นิพนธ์” ลาออก นายก อบจ. สงขลา
  6. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๕) เล่ม 119 ตอนที่ 21ข วันที่ 4 ธันวาคม 2545
  7. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ จำนวน ๔,๘๙๖ ราย) เล่ม 116 ตอนที่ 20ข วันที่ 2 ธันวาคม 2542

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]