สิทธิชัย โควสุรัตน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สิทธิชัย โควสุรัตน์
ม.ป.ช., ม.ว.ม.
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 – 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
ก่อนหน้า บัญญัติ จันทน์เสนะ
ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ
ถัดไป ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
ประสงค์ โฆษิตานนท์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 (60 ปี)
จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย
ศาสนา พุทธ

สิทธิชัย โควสุรัตน์ (27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 -) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี หลายสมัย ปัจจุบัน (หลังยุติบทบาททางการเมือง) ได้อุทิศตนเพื่อทำประโยชน์ต่อสังคมในทุกรูปแบบ

ประวัติ[แก้]

นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเขมราฐ (บ้านใต้) เรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นจึงได้เข้าศึกษาและสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ และปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่างๆ ในระดับประเทศอีกหลายหลักสูตร

ประวัติทางการเมือง[แก้]

นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ เริ่มเข้าสู่งานการเมืองโดยการเป็นสมาชิกสภาจังหวัดอุบลราชธานี (ส.จ.) ในปี พ.ศ. 2533 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2538 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ได้ลงสมัคร ส.ส. ในสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตัดสิทธิ์เนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมากกว่าหนึ่งพรรค คือ พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังประชาชน แต่นายสิทธิชัย ตอบโต้ว่าไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนแต่อย่างใด[1] ซึ่งต่อมาศาลฎีกา ได้มีคำพิพากษาให้คืนสิทธิ์แก่นายสิทธิชัย ด้วยเหตุว่าลายมือชื่อในใบสมัครสมาชิกพรรคพลังประชาชน ไม่ตรงกับลายมือชื่อของนายสิทธิชัย[2] ทำให้นายสิทธิชัย ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนกลุ่ม 4 พรรคเพื่อแผ่นดิน

นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และลาออกจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน[3]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]