ข้ามไปเนื้อหา

คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 58

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะรัฐมนตรีสมชาย
คณะรัฐมนตรีคณะที่ 58 แห่งราชอาณาจักรไทย
กันยายน - ธันวาคม พ.ศ. 2551
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
(นายกรัฐมนตรี)
ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
(ปฏิบัติหน้าที่แทน)
วันแต่งตั้ง24 กันยายน พ.ศ. 2551
วันสิ้นสุด19 ธันวาคม พ.ศ. 2551
(2 เดือน 25 วัน)
บุคคลและองค์กร
พระมหากษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (พปช.)
ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ปฏิบัติหน้าที่แทน
รองนายกรัฐมนตรี
จำนวนรัฐมนตรีทั้งหมด35
พรรคร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชาชน
พรรคชาติไทย
พรรคเพื่อแผ่นดิน
พรรคมัชฌิมาธิปไตย
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
พรรคประชาราช
พรรคเพื่อไทย
สถานะในสภานิติบัญญัติรัฐบาลผสม
298 / 466
พรรคฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์
ผู้นำฝ่ายค้านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ประวัติ
การเลือกตั้ง
การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี17 กันยายน พ.ศ. 2551
สภานิติบัญญัติสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 23
วาระสภานิติบัญญัติ4 ปี
ก่อนหน้าคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 57
ถัดไปคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 59

คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 58 (24 กันยายน – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คณะรัฐมนตรีสมชาย เป็นคณะรัฐมนตรีไทยที่จัดตั้งขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยถอดถอนสมัคร สุนทรเวช จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 57 สิ้นสุดลงทั้งคณะ จึงต้องมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนสมัคร และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมด

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ โดยมี ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยมี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

คณะรัฐมนตรีคณะนี้เป็นคณะแรกที่ไม่สามารถทำงานภายในทำเนียบรัฐบาลไทยได้ เนื่องจากทำเนียบรัฐบาลไทยในขณะนั้นถูกยึดโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยได้ใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นที่ทำการชั่วคราวจนสิ้นสุดวาระ

ประวัติ

การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

เดิมการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะจัดในวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551 โดยพรรคพลังประชาชนมีมติเสนอชื่อ สมัคร สุนทรเวช ให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงแข่งอีกครั้ง ทว่า สส. มาไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ไม่มีการลงมติในวันดังกล่าว ทำให้ ชัย ชิดชอบ ประธานสภา ต้องเลื่อนการลงมติไปเป็นวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

และในวันดังกล่าว พรรคพลังประชาชนมีมติเสนอชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังเสนอชื่ออภิสิทธิ์ตามเดิม ซึ่งผลของการลงมตินั้น สมชายชนะไปด้วยคะแนน 298 ต่อ 163 เสียง

การสิ้นสุดของคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีคณะนี้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เนื่องจากคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551 โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน, พรรคชาติไทย, และพรรคมัชฌิมาธิปไตย และตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่ง พร้อมกับรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคด้วย แต่คณะรัฐมนตรียังคงมีอำนาจเต็มและปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามเดิมเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารประเทศ โดยให้ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีไปก่อน จนกว่าจะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นอกจากนี้ได้มีการแต่งตั้งให้รัฐมนตรีคนอื่นทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งที่ว่างลง อาทิ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เข้ารักษาการตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, โอฬาร ไชยประวัติ เข้ารักษาการตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, และ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เข้ารักษาการตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

รายชื่อรัฐมนตรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดำรงตำแหน่งเมื่อตั้งคณะรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งจนสิ้นสุดคณะรัฐมนตรี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแต่งตั้งเพิ่มเปลี่ยนแปลง/โยกย้ายไปตำแหน่งอื่น
รัฐมนตรีลอยย้ายมาจากตำแหน่งอื่นออกจากตำแหน่ง
คณะรัฐมนตรีคณะที่ 58 ของไทย
ตำแหน่งลำดับรายนามเริ่มวาระสิ้นสุดวาระหมายเหตุพรรคการเมือง
นายกรัฐมนตรี*สมชาย วงศ์สวัสดิ์18 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
ชวรัตน์ ชาญวีรกูล2 ธันวาคม พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีพลังประชาชน
รองนายกรัฐมนตรี1ชวรัตน์ ชาญวีรกูล24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ24 กันยายน พ.ศ. 25517 ตุลาคม พ.ศ. 2551ลาออกจากตำแหน่งพลังประชาชน
สมพงษ์ อมรวิวัฒน์24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
2โอฬาร ไชยประวัติ24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
3พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551ชาติไทย
สำนักนายกรัฐมนตรีสุขุมพงศ์ โง่นคำ24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
4สุพล ฟองงาม24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
กลาโหม*สมชาย วงศ์สวัสดิ์24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
(ให้ปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทน)
พลังประชาชน
การคลัง5สุชาติ ธาดาธำรงเวช24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551เพื่อไทย[a]
6ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รวมใจไทยชาติพัฒนา
7ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551เพื่อแผ่นดิน
การต่างประเทศ*สมพงษ์ อมรวิวัฒน์24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
การท่องเที่ยวและกีฬาวีระศักดิ์ โควสุรัตน์24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีชาติไทย
*พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์2 ธันวาคม พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รักษาการแทนรัฐมนตรีฯชาติไทย
การพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์
8อุดมเดช รัตนเสถียร24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
เกษตรและสหกรณ์สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีชาติไทย
*พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์2 ธันวาคม พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รักษาการแทนรัฐมนตรีฯชาติไทย
ธีระชัย แสนแก้ว24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
สมพัฒน์ แก้วพิจิตร24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีชาติไทย
คมนาคม9สันติ พร้อมพัฒน์24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
10โสภณ ซารัมย์24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
วราวุธ ศิลปอาชา24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีชาติไทย
ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม
อนงค์วรรณ เทพสุทิน24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีมัชฌิมาธิปไตย
พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก2 ธันวาคม พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รักษาการแทนรัฐมนตรีฯเพื่อแผ่นดิน
เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร
11มั่น พัธโนทัย24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551เพื่อแผ่นดิน
พลังงาน12วรรณรัตน์ ชาญนุกูล24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รวมใจไทยชาติพัฒนา
พาณิชย์ไชยา สะสมทรัพย์24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
สงคราม กิจเลิศไพโรจน์24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
พันตำรวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีมัชฌิมาธิปไตย
13โอฬาร ไชยประวัติ2 ธันวาคม พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รักษาการแทนรัฐมนตรีฯพลังประชาชน
มหาดไทย14พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
15ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
16ประสงค์ โฆษิตานนท์24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551อิสระ[b]
ยุติธรรม17สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
แรงงาน18อุไรวรรณ เทียนทอง24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551ประชาราช
วัฒนธรรม19วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
20วุฒิพงศ์ ฉายแสง24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
ศึกษาธิการศรีเมือง เจริญศิริ24 กันยายน พ.ศ. 25512 ธันวาคม พ.ศ. 2551ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีพลังประชาชน
21วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล2 ธันวาคม พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551รักษาการแทนรัฐมนตรีฯพลังประชาชน
สาธารณสุข22ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
23วิชาญ มีนชัยนันท์24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551พลังประชาชน
อุตสาหกรรม24พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก24 กันยายน พ.ศ. 255119 ธันวาคม พ.ศ. 2551เพื่อแผ่นดิน
  1. เดิมสังกัดพรรคพลังประชาชน ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551
  2. ถูกทาบทามเข้ามาในสัดส่วนบุคคลภายนอกของพรรคเพื่อแผ่นดิน

การเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี

นโยบายและผลงาน

  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

ความมั่นคง

  • แก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • ส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาและสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีในภูมิภาค
  • จัดตั้งสภาเกษตรกรและสร้างระบบประกันความเสี่ยง

เศรษฐกิจ

  • แก้ไขปัญหาวิกฤติสถาบันการเงินในประเทศ
  • เร่งรัดการลงทุนที่สำคัญของประเทศ
  • สร้างกลไกในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากวิกฤติการเงินของโลกที่ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  • เดินหน้าโครงการ 6 มาตรการ 6 เดือน ช่วยคนจน

สิทธิมนุษยชน

  • เร่งรัดปราบปรามการค้ายาเสพติด ปราบปรามผู้มีอิทธิพล อบายมุขและสิ่งยั่วยุเยาวชน

อื่นๆ

คำชื่นชม

คำวิจารณ์

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้แก๊สน้ำตาในการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม คณาจารย์ส่วนหนึ่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ตั้งสมญานามแก่รัฐบาลชุดนี้ว่า รัฐบาลมือเปื้อนเลือด[1]

วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมทั้ง ตั้งฉายารัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ว่าเป็น "รัฐบาลชายกระโปรง"[2]

การสิ้นสุดของคณะรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย อันเนื่องมาจากกรณีทุจริตการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ภายหลังนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย แถลงด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว โดยไม่รอพรรคพลังประชาชนไม่ได้ส่งตัวเข้าแถลงปิดคดีแต่อย่างใด

ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยในส่วนของพรรคพลังประชาชน ด้วยมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรคพลังประชาชน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค (รวม 37 คน) เป็นระยะเวลา 5 ปี ทำให้สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปริยาย และทำให้คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 58 สิ้นสุดลงทั้งคณะในทันที อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีที่ไม่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งยังปฏิบัติหน้าที่คณะรัฐมนตรีต่อไปตามเดิม โดยแต่งตั้งให้ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งมีการลงมติเลือกนายกคนใหม่ และจนกระทั่งได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่

จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยในส่วนของพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยมีมติให้ยุบพรรคมัฌชิมาฯ และตัดสิทธิทางการเมืองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค 5 ปี (รวม 43 คน)

ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ให้ยุบพรรคชาติไทยตามไปอีกพรรค โดยศาลฯได้วินิจฉัยว่ามีความผิดตามมาตรา 237 วรรค 2 และมาตรา 68 ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ และกฎหมายได้เอาไว้เป็นเด็ดขาด แม้จะมีการโต้แย้งว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคคนอื่น (รวม 29 คน) ฟังไม่ขึ้น[3]

อ้างอิง