พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 16 มกราคม พ.ศ. 2504 (54 ปี)
จังหวัดพังงา, ประเทศไทย[1]
พรรคการเมือง พลังประชาชน
เพื่อไทย
คู่สมรส พรพรรณ เชาวฤทธิ์ (หย่า)

ดร.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ (ชื่อเดิม: นพพร ชื่อเล่น: ตั้ม)[2] อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคเพื่อไทย อดีตโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อดีตโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และอดีตนักแสดง ปัจจุบันต้องโทษจำคุก

ประวัติและการศึกษา[แก้]

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2504 ที่ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นบุตรชายของนวบ (บิดา) พร้อมพงศ์สำเร็จปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการเมือง) รุ่นที่ 2 ของมหาวิทยาลัยเกริก และปริญญาเอก คณะปรัชญา สาขาการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี[3] เขายังมีน้องชายอีกหนึ่งคน ชื่อเอกราช[4]

การแสดง[แก้]

หลังจากจบชั้น มศ.5 พร้อมพงศ์เดินทางเข้าศึกษาต่อในกรุงเทพมหานคร เมื่ออายุย่าง 20 ปี พร้อมทั้งรับจ้างทำงานทุกประเภท จนกระทั่งเพื่อนชวนไปเป็นนายแบบ ต่อมาจึงเข้าเป็นนักแสดง ในสังกัดสรพงศ์ ชาตรี โดยเริ่มต้นจากเป็นตัวประกอบอยู่ 3 ปี จากนั้นจึงมีโอกาสแสดงเป็นพระเอก ในภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง โดยที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคือ การเป็นพระนางคู่กับจารุณี สุขสวัสดิ์ เกือบ 20 เรื่อง เช่น เขยบ้านนอก ในปี พ.ศ. 2528, แม่ดอกรักเร่ ในปี พ.ศ. 2529 เป็นต้น

บทบาทการแสดงซึ่งเป็นที่รู้จักดีที่สุดคือ ละครโทรทัศน์ประเภทจักร ๆ วงศ์ ๆ จนกระทั่งได้รับรางวัลเมขลา ผู้แสดงนำชายละครสนับสนุนนิยายพื้นบ้านดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2534 จากเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือ สี่ยอดกุมาร อันเป็นที่มาของฉายา ที่เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกว่า "เสด็จพี่" ซึ่งพร้อมพงศ์ตอบโต้ว่า จะเรียกเสด็จพี่ก็ได้ แต่อย่าเรียกเสด็จพ่อ[5]

การเมือง[แก้]

พร้อมพงศ์ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี พ.ศ. 2550 ที่จังหวัดพังงา เขต 1 ในนามพรรคพลังประชาชน แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โฆษกกระทรวงวัฒนธรรม ที่ปรึกษากรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประธานคณะทำงานประชาสัมพันธ์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ตามลำดับ ปัจจุบัน นายพร้อมพงศ์ดำรงตำแหน่ง โฆษกพรรคเพื่อไทย

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 38[6]

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 ศาลฎีกาพิพากษาให้เขาต้องโทษจำคุก 1 ปี จากกรณีหมิ่นประมาทวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ในสถานะประธานศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่รอลงอาญา

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

  • โคตรเพชฌฆาต (2548)
  • 2 ผู้ยุ่งเหยิง (2547)
  • ดอกไม้ร่วงที่สันทราย (2535)
  • ตัณหาเถื่อน (2531)
  • นางกลางไฟ (2531)
  • ราชสีห์หน้าเซ่อ (2531)
  • เพชรเหนือเพชร (2531)
  • รักสำรอง (2531)
  • แม่ดอกรักเร่ (2529)
  • ราชินีดอกหญ้า (2529)
  • เจ้าสาวมะลิซ้อน (2529)
  • เครื่องแบบสีขาว (2529)
  • แด่คุณครูด้วยหัวใจ (2529)
  • ลูกสาวเถ้าแก่เฮง (2529)
  • หยุดโลกเพื่อเธอ (2528)
  • วัยรักเพี้ยนรัก (2528)
  • เขยบ้านนอก (2528)
  • ตำรวจบ้าน (2528)
  • หลานสาวเจ้าสัว (2528)
  • เลดี้ฝรั่งดอง (2527)

ผลงานละครโทรทัศน์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ "สิ่งที่ทำไม่ได้สร้างภาพ"
  2. พระเอกละคร หึงเมียทุบรถ สำเนาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, 12 เมษายน 2550
  3. สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยปทุมธานี
  4. http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9580000072730
  5. รายการบอกข่าวเล่าเรื่อง ทางช่อง 9 : 23 มกราคม พ.ศ. 2553
  6. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2551
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๘๓
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]