บุญเลิศ เลิศปรีชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บุญเลิศ เลิศปรีชา
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
17 มีนาคม พ.ศ. 2518 – 20 เมษายน พ.ศ. 2519
นายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 มกราคม พ.ศ. 2462
เสียชีวิต 12 มิถุนายน พ.ศ. 2536
คู่สมรส ชำนาญ เลิศปรีชา
บุตร ร.ศ.สุภัททา ปิณฑะแพทย์

พันตำรวจโท บุญเลิศ เลิศปรีชา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก 5 สมัย และอดีตเลขาธิการพรรคธรรมสังคม[1]

ประวัติ[แก้]

พันตำรวจโท บุญเลิศ เลิศปรีชา เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2462[2] สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ,โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย,โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

การทำงาน[แก้]

พันตำรวจโท บุญเลิศ เคยรับราชการตำรวจ เป็นหัวหน้าตำรวจสันติบาลจังหวัดสงขลา[3] ซึ่งมีเหตุการณ์ที่ทำให้เป็นที่รู้จักคือ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2497 หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ พร้อมคณะ ออกเดินทางมาพบ พ.ต.ท. บุญเลิศ ที่หน่วยสันติบาลสงขลาแล้วหายสาบสูญไป[4]

พันตำรวจโท บุญเลิศ เริ่มเข้าสู่การทำงานการเมือง โดยสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2512 ในพื้นที่จังหวัดนครนายก สังกัดพรรคสหประชาไทย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยแรก ต่อมาได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2518 ในสังกัดพรรคธรรมสังคม

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2519 และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 ในสังกัดพรรคกิจสังคม

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

ในรัฐบาลของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย[5]

โรคร้อยเอ็ด[แก้]

หลังจากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2522 มีการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดร้อยเอ็ด เขตหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2524 ครั้งนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดระหว่างพันตำรวจโท บุญเลิศ จากพรรคกิจสังคม กับพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติประชาธิปไตย จึงต้องใช้การซื้อเสียงเชิงรุก เพื่อให้ได้ ส.ส. จึงใช้การแจกจ่ายเงินสดแทนข้าวของ ทำกันอย่างเอิกเกริกแต่ก็ไม่มีการลงโทษตามกฎหมาย จึงเป็นต้นกำเนิดของการซื้อเสียงอย่างแพร่หลายในภาคอีสานในเวลาต่อมา[6][7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดตั้งพรรคการเมืองราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอนที่ 193 วันที่ 18 กันยายน 2517
  2. ทำเนียบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2532. สำนักงานเลขารัฐสภา. 2532
  3. ย้อนรอยการเมือง Di Selatan (7)
  4. ตำรวจพัวพันการหายตัวของนายหะยี สุหลง, หน้า 60. กาลานุกรมสยามประเทศไทย 2485-2554 โดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (มีนาคม, 2555) ISBN 978-974-228-070-3
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๒๖ ราย)
  6. http://thaipoliticsgovernment.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%94
  7. http://www.bangkokpost.com/news/election/243003/roi-et-disease-cure-costs-locals
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เล่ม ๙๒ ตอน ๒๖๓ง วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๘