สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 – 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา
ก่อนหน้า ธารินทร์ นิมมานเหมินท์
ถัดไป บดี จุณณานนท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2548
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
ก่อนหน้า สุรินทร์ พิศสุวรรณ
ถัดไป กันตธีร์ ศุภมงคล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 7 มิถุนายน พ.ศ. 2501 (60 ปี)
กรุงเทพมหานคร
พรรคการเมือง ไทยรักไทย
คู่สมรส ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย
ศาสนา พุทธ
ลายมือชื่อ

ศาสตราจารย์พิเศษ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ[1] สมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสมัยรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เคยถูกเสนอชื่อเพื่อเป็น เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ในนามของ 10 ประเทศอาเซียนโดยการสนับสนุนของรัฐบาลทักษิณ[2] รวมถึงได้รับการสนับสนุนจาก คปค.เช่นกัน แต่ก็ได้ถอนตัวในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ภายหลังทราบผลการหยั่งเสียง[3] หลังมีการรัฐประหารในประเทศไทย

ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (Asian Peace and Reconciliation Council) (APRC) ศาสตราภิชานแห่งกองทุนเพื่อการบริหารวิชาการและการศึกษาคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (๒๕๕๒-ปัจจุบัน) ประธานบริษัท เป๊บซี่โคล่าไทยเทรดดิ้ง จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท สำนักกฎหมายสากล สยามพรีเมียร์ จำกัด ซึ่งมีบริษัทลูกในประเทศลาวและเมียนมาร์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน[4] ประธานกรรมการ[5] มูลนิธิสุรเกียรติ์ - ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย[6] ประธานกรรมการ มูลนิธิสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์[7]

ประวัติ[แก้]

เกิดวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2501 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนเดียวของ ศาสตราจารย์พิเศษ[8] ดร.สุนทร เสถียรไทย อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง กับ ศาสตราจารย์กิตติคุณ คุณหญิงเกื้อกูล เสถียรไทย (สกุลเดิม สวัสดิ์-ชูโต)

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย สมรสกับ ดร.ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย ธิดาของท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์ กับหม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ อดีตราชเลขาธิการ และอดีตองคมนตรี มีบุตร 1 คน คือ ดร.สันติธาร เสถียรไทย

การศึกษา[แก้]

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมเหรียญทอง) ปริญญาโทสาขาการเมืองและการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จาก โรงเรียนกฎหมายและการทูตเฟลตเชอร์ (The Fletcher School) , มหาวิทยาลัยทัฟส์ และเป็นคนไทยคนแรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก นิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา

เขาได้รับปริญญาสาขาวิชาสังคมศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย และได้รับรางวัลนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น 2 ครั้ง (พ.ศ. ๒๕๓๙ และ พ.ศ. ๒๕๔๖)

การทำงาน[แก้]

งานวิชาการ[แก้]

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เคยร่วมสอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กับ ศาสตราจารย์เฟรดเดอริก สโนเดอร์ ในระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ริเริ่มหลักสูตรกฎหมายเศรษฐกิจระหว่ช และการวิจัยสหสาขาระหว่างนิติศาสตร์และสาขาอื่นๆที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเคยดำรงตำแหน่งคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นศาสตราภิชาน กองทุนเพื่อการบริหารวิชาการและการศึกษา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 [9] และ Harvard Law School สหรัฐอเมริกา ตามลำดับ และ Member of the Advisory Council, Global Law and Policy Institute, Harvard Law School, U.S.A. และ Member of Asian Advisory Group of the Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University สหรัฐอเมริกา

นอกจากนั้น ยังเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย

งานการเมือง[แก้]

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา (ครม.51) และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ริเริ่มกรอบความร่วมมือต่างๆในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและในภูมิภาคเอเชีย

งานองค์การระหว่างประเทศ[แก้]

ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้รับเลือกจากประเทศในเอเชียให้เป็น President of Asia Society of International Law (ASIL) ระหว่างปี (๒๕๕๗-๒๕๕๘) และได้รับเลือกจากสมาชิก 24 ท่านของคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) ให้เป็นประธานคณะมนตรีฯ ในวาระ 5 ปี (พ.ศ. 2555-2560) ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยลดความขัดแย้งและส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคเอเชีย

งานสังคม[แก้]

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นประธานมูลนิธิส่งเสริมนักกฎหมายธุรกิจ, ประธานมูลนิธิสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งให้ความรู้แก่ประชาชนในด้านความคิด วิสัยทัศน์ และทำความเข้าใจทางด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การต่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจด้านการต่างประเทศที่มีมากขึ้นในประเทศไทย และการเป็นประธานร่วมกับอดีตประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ของสหรัฐอเมริกา ในคณะสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศเนปาล (พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2556) เป็นต้น

เป็นเลขาธิการมูลนิธิพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า เป็นรองประธานมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งอนุรักษ์พัฒนาวัฒนธรรมการแสดงโขนและวัฒนธรรมของไทย, ประธานคณะกรรมการการจัดหาทุนโครงการผ่าตัดหัวใจให้คนยากจนเทิดพระเกียรติในหลวงทั่วหล้า 84 พรรษามหาราชา (พ.ศ. 2554), ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดหาทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (พ.ศ. 2555 ถึงปัจจุบัน)

งานธุรกิจ[แก้]

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นผู้ก่อตั้งสำนักกฎหมายสากลสยามพรีเมียร์ เมื่อปีพ.ศ. 2533 นอกจากนี้เป็นผู้มีบทบาทหลักในการเจรจาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติ ระหว่างการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยกับกลุ่มผู้ผลิตก๊าซในพม่า ซึ่งผลการเจรจาเป็นผลให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยไม่ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นคดีความ นอกจากนี้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ในปีพ.ศ. 2540 ในฐานะประธานกรรมการ ได้นำบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) ไป Roadshow ในต่างประเทศ จนประสบความสำเร็จในการออกหุ้นเพิ่มทุนแม้อยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 และยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจากับเจ้าหนี้ต่างประเทศเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูกิจการให้บริษัท ไทยออยล์ จำกัด จนประสบความสำเร็จเป็นบริษัทแรกของไทยหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 จึงเป็นผลดีต่อบริษัทที่รัฐบาลมีหุ้นใหญ่ให้เจริญก้าวหน้าได้มั่นคง และปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาให้บริษัทเอกชนต่างๆหลายแห่ง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ไทย[แก้]

ต่างประเทศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี
  2. การชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ จาก สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  3. “สุรเกียรติ์” ถอนตัวชิงเลขาฯยูเอ็น หลังรู้ผลหยั่งเสียงพ่ายยับ
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย)
  5. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/D/109/153.PDF
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/D/057/41.PDF
  7. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2547/D/105/078.PDF
  8. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2525/D/143/6.PDF
  9. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2554/E/016/33.PDF
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกีรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔)
  11. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย) เล่ม ๑๑๓ ตอน ๒๒ ข ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑
  12. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า [ในวโรกาสพระราชพิธีวันฉัตรมงคล จำนวน ๘๒ ราย] เล่ม ๑๒๑ ตอน ๙ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ หน้า 2
  13. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ. เล่ม ๑๒๐ ตอน ๔ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ หน้า ๕
  14. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ. เล่ม ๑๒๑ ตอน ๖ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ หน้า ๒
  15. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ. เล่ม ๑๑๙ ตอน ๑๙ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ หน้า ๒๘
  16. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ. เล่ม ๑๑๙ ตอน ๑๓ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ หน้า ๕
  17. ในราชกิจจานุเบกษาทับศัพท์ตามภาษาอังกฤษว่า "เดอะ รอยัล ออร์เดอร์ ออฟ สหไมตรี ชั้น แกรนด์ ออฟฟิซเซอร์" ดูที่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ. เล่ม ๑๑๘ ตอน ๒๑ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔ หน้า ๑

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถัดไป
ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ
พินิจ จารุสมบัติ
สมศักดิ์ เทพสุทิน
2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
รองนายกรัฐมนตรี (ครม. 55)
(11 มีนาคม พ.ศ. 2548 - 19 กันยายน พ.ศ. 2549)
2rightarrow.png หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล
โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ 2leftarrow.png Seal of the Ministry of Finance (Thailand).png
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ครม.51)
(18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 - 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2539)
2rightarrow.png บดี จุณณานนท์