ข้ามไปเนื้อหา

สมบัติ บุญงามอนงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมบัติ บุญงามอนงค์
200px
สมบัติ ในปี พ.ศ. 2566
เกิด24 มกราคม พ.ศ. 2511 (58 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
การศึกษามัธยมศึกษา
ศิษย์เก่าโรงเรียนปทุมคงคา
อาชีพ
  • นักเคลื่อนไหวทางการเมือง
  • อาจารย์
ปีปฏิบัติงานพ.ศ. 2532 – ปัจจุบัน​
มีชื่อเสียงจากผู้ร่วมก่อตั้งแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
คู่สมรสเกศสุดา บุญงามอนงค์
บุตรธาราทร บุญงามอนงค์
บุพการี
  • ประสงค์ บุญงามอนงค์ (บิดา)
  • กาญจนา บุญงามอนงค์ (มารดา)

สมบัติ บุญงามอนงค์ (เกิด 24 มกราคม พ.ศ. 2511) ชื่อเล่น หนูหริ่ง หรือนามแฝงบนอินเทอร์เน็ตว่า บ.ก.ลายจุด อดีตแกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง เว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์เพื่อสังคมหลายแห่ง และอดีตประธานกรรมการมูลนิธิกระจกเงา[1] ที่มาของนามแฝง บ.ก.ลายจุดมาจากภาพยนตร์เรื่อง 101 ดัมเมเชี่ยน[2]

ประวัติ

[แก้]

สมบัติ เกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2511 ที่จังหวัดพระนคร เป็นบุตรนายประสงค์ กับนางกาญจนา บุญงามอนงค์ ด้านครอบครัวสมรสกับนางเกศสุดา บุญงามอนงค์ มีบุตรี คือ ธาราทร บุญงามอนงค์ สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 1-4 จากโรงเรียนโรจน์ปัญญา ระดับประถมศึกษาปีที่ 5-6 จากโรงเรียนสายน้ำทิพย์ และระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนปทุมคงคา

ด้านการเมือง

[แก้]
สมบัติ (ถือโทรโข่ง) ขณะร่วมประท้วงต่อต้านการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย หน้าศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า 9 มิถุนายน พ.ศ. 2550

สมบัติ เป็นแกนนำกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ ต่อต้านรัฐประหารและรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คมช. โดยก่อนหน้านั้นเป็นหนึ่งในแกนนำเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร และต่อมาได้ร่วมกับกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ โดยมีชื่อกลุ่มที่ตั้งใหม่ว่า แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ซึ่งต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ โดยสมบัติเป็นแกนนำ นปก.รุ่น 2 ภายหลังแกนนำ นปก.รุ่นแรก ถูกคุมขัง อีกทั้งยังเป็นผู้เสนอการรณรงค์ "แดงไม่รับ" เป็นสีตรงข้ามกับสีเขียวรับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ในสมัยรัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ทำให้ผู้ที่ต่อต้านรัฐประหาร โดยเฉพาะคณะรัฐประหารของพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นิยมใส่เสื้อสีแดงมาร่วมชุมนุมหรือกิจกรรมการเมืองจนถึงปัจจุบัน

หลังจากการเลือกตั้งและทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับเมืองไทย และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาประท้วง ในช่วงเวลานั้น สมบัติร่วมจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังการรัฐประหารแห่งชาติ เพื่อต่อต้านพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นอกจากนี้ สมบัติยังเป็นผู้จัดทำสติกเกอร์ข้อความ "เบื่อม็อบ พันธมิตร"

สมบัติ เคยถูกจับที่สถานีขนส่งเชียงราย ขณะที่เขารณรงค์ปราศรัยไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คมช. ก่อนที่จะมีการลงประชามติ เนื่องจากจังหวัดเชียงรายมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก เขาและเพื่อนอีก 1 คนถูกควบคุมตัวในค่ายทหารบกเชียงรายเป็นเวลา 1 วันก่อนถูกปล่อยตัวออกมาเนื่องจากมีแรงกดดันจากสาธารณะและมวลชน นปก ที่หน้ากองทัพภาคที่ 1

นอกจากนั้นยังเคยถูกพลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร และพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ฟ้องหมิ่นประมาทกรณีซุ้มปาเป้าที่สนามหลวง เขาเข้ามอบตัวและไม่ขอประกันตัวในช่วงแรก ๆ และอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 11 วัน ก่อนขอประกันตัวต่อศาลโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์

ภายหลังเหตุการณ์ 10 เมษายน พ.ศ. 2553 และ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เขาได้เดินทางไปผูกผ้าสีแดงบริเวณป้ายแยกราชประสงค์ โดยเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กระชับพื้นที่ ที่นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากออกมาแสดงความรับผิดชอบ ทำให้เขาถูกคุมตัวตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยถูกคุมตัวที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เมื่อสถานการณ์เริ่มกลับสู่ปกติแล้วศาลจึงอนุญาตปล่อยตัว ขณะที่ถูกควบคุมตัวอยู่นั้นเขาได้กล่าววาทกรรมหนึ่ง ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหน้าปกมติชนรายสัปดาห์ในสัปดาห์นั้นว่า

ห้ามฉันพูด ฉันก็จะพิมพ์ ห้ามฉันพิมพ์ ฉันก็จะเขียน ห้ามฉันเขียน ฉันก็จะคิด ห้ามฉันคิด ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน[3]

สมบัติ บุญงามอนงค์

ภายหลังได้รับการปล่อยตัวสมบัติได้เดินทางมาที่แยกราชประสงค์ และได้นำผ้าสีแดงไปผูกที่ป้ายแยกราชประสงค์อีกครั้ง นอกจากนี้ได้ทำกิจกรรม “ที่นี่มีคนตาย” แสดงการเสียชีวิตของประชาชน ที่ราชประสงค์ประกอบด้วย โดยสมบัติระบุว่าจะทำกิจกรรมทำนองนี้ทุกวันอาทิตย์แต่จะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ[4]

ต่อมาเป็นพิธีกรรายการ ประชาชน 3.0 ออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่เอเชียอัปเดต ต่อมาย้ายการออกอากาศไปยังสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี (ยูดีดีทีวี) โดยออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงเย็น (ปัจจุบันหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ยูดีดีทีวีเปลี่ยนขื่อเป็นพีซทีวี รายการได้ลดวันและเปลี่ยนเวลาออกอากาศเป็นทุกวันอาทิตย์ เวลา 13:00 น.) ต่อมาในปลายปี พ.ศ. 2558 สมบัติร่วมกับอุสมาน ลูกหยี ดำเนินรายการมีคำถาม ออกอากาศทางช่องเดียวกัน ออกอากาศในช่วงดึกวันจันทร์-อังคาร (ต่อมาย้ายการออกอากาศไปไว้ช่วงบ่ายและช่วงเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ตามลำดับ)

เหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทยปี พ.ศ. 2557

[แก้]

21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หลังจากเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 พฤษภาคม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฏอัยการศึกทั่วประเทศ พร้อมนำกองกำลังทหารและอาวุธเข้าควบคุมในจุดสำคัญทั่วกรุงเทพและสถานีโทรทัศน์ พร้อมปิดสถานีโทรทัศน์หลายช่อง ในช่วงเย็นวันเดียวกันที่บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพ ได้มีกลุ่มประชาชนซึ่งส่วนมากแต่งชุดดำรวมตัวถือป้าย จุดเทียน ประท้วงและเรียกร้องให้เร่งยกเลิกการประกาศใช้กฏอัยการศึก โดยระบุว่านอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหา ยังเป็นการซ้ำเติมปัญหาความขัดแย้ง ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน[5]

22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16.30 นาฬิกา เป็นต้นไป

23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2557 ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มอีก 114 คน ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 10.00 น. โดยบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่เคยร่วมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งแกนนำการชุมนุมทั้งฝ่าย นปช. และ กปปส.ซึ่งรวมไปถึง บก.ลายจุดอีกด้วย[6]

"รายงานตัว ?"

หลังจากแถลงการณ์ของคณะรัฐประหารได้ประกาศรายชื่อบุคคลให้ไปรายงานตัว และได้ปรากฏชื่อผมด้วยนั้น ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ชีวิตเคยไปรายงานตัวตอนสอบเข้าเรียนเท่านั้น นอกจากนั้นไม่เคยไปรายงานตัวเลย อีกอย่างผมไม่ยอมรับอำนาจคณะรัฐประหาร การออกประกาศเหล่านี้จึงไม่สามารถบังคับจิตใจผมได้

และที่เมื่อเช้าไปตามหาผมทีคอนโด แล้วไปทำลูกบิดบ้านผมพัง อันนี้ผมเคือง

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการกวนตีนของผมจะไม่มีทางหยุดยั้ง จนกว่าคุณจะจับตัวผมได้

ลองดูมั๊ย ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ ?[7]

สมบัติ บุญงามอนงค์

23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ประมาณ 17.00 น.ที่บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน ประชาชนหลายร้อยคนเดินทางมาชุมนุมคัดค้านการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในระหว่างนั้น เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อมีรถบรรทุกทหารเดินทางเข้ามาเพื่อพยายามควบคุมพื้นที่หอศิลป์กรุงเทพ แต่ถูกประชาชนขับไล่จนต้องต้องถอยร่นไปบริเวณสะพานหัวช้าง มีรายงานจากผู้สื่อข่าวว่า ประมาณ 19.30 น.มีประชาชนที่มาร่วมการประท้วงถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมตัวไปอย่างน้อย 5 คน ทราบชื่อ 3 คนประกอบด้วย อภิชาติ พงษ์สวัสดิ์, ธนาพล อิ๋วสกุล บก.บห.นิตยสารฟ้าเดียวกัน, บุณยรักษ์ วัฒนะรัตน์ อายุ 20 ปี ส่วนอีก 2 คนไม่ทราบชื่อ ถูกคุมตัวขึ้นรถทหารไป[8]

24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 17.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประชาชนประมาณ 1,000 คน รวมตัวประท้วงการทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์โดยรอบ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ประท้วง 2 ราย ทราบชื่อคือนพพร นามเชียงใต้ หรือ เต้ มดแดง ซึ่งถูกควบคุมตัว ก่อนผู้ชุมนุมเข้าแย่งตัวกลับ ขณะที่อีกรายคือทนงศักดิ์ พัฒนพงษ์ไพบูลย์ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารรวบตัว หลังชูป้ายกระดาษ A4 ข้อความว่า “ประชาชนอยู่ไหน” บริเวณหน้าประตูทางเข้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2.รอ.) สนามเป้า ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้กดดันและเจรจากับเจ้าหน้าที่ทหารให้ปล่อยตัวทนงศักดิ์ออกมา จนกระทั่งเวลา 18.40 น. หรือ 10 นาทีหลังถูกจับทหารจึงปล่อยตัวออกมา โดยทนงศักดิ์ได้เขามาโพสต์แจ้งในเฟซบุ๊กแฟนเพจประชาไทด้วยว่า “ผมยืนถือป้าย ประชาชนอยู่ไหน อยู่หน้ากรมทหารสนามเป้า ผมไม่ได้ตะโกน ผมอยู่อย่างสงบ ทหารพุ่งเข้าชาร์คตัวผม ชกผม แล้วกดผมลงให้หน้าแนบพื้น เอามือไขว้หลัง แล้วลากผมเข้าในบวิเวณที่กั้นม่านไว้ แล้วก็รุมกระทืบผม เสร็จแล้วก็อุ้มผมคว่ำหน้าขึ้นท้ายกระบะหน้าผมแนบพื้น มีทหารนั่งอยู่ขอบกระบะบังอยู่เกือบ 10 คน”[9]

27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หลังจ่าประสิทธิ์ และสมบัติ ไม่เข้ารายงานตัว คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงออกคำสั่ง 26/2557 ระงับทำธุรกรรม พร้อมเรียกสถาบันการเงิน-นิติบุคคลส่งข้อมูลการทำธุรกรรมของทั้งสองที่เกิดขึ้นระหว่าง 1 มีนาคม - 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 มาให้หัวหน้า คสช. ภายใน 3 วัน ฝ่าฝืนคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่น และเวลาประมาณ 17.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกลุ่มประชาชนหลานร้อยคนรวมตัวเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วและคัดค้านการทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กลุ่มดังกล่าวสลายการชุมนุมไปอย่างสงบในเวลา 18.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งบริเวณสกายวอล์คและด้านลางมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจควบคุมรอบพื้นที่ รวมทั้งมีผู้เดินทางมาให้กำลังใจและมอบอาหาร ดอกไม้ให้กับเจ้าทหาร พร้อมสนับสนุนการทำรัฐประหารด้วย[10]

6 มิถุนายน พ.ศ. 2557 สังคมออนไลน์เฟสบุ๊คมีการเผยแพร่ข้อความพร้อม คลิปเสียงของสมบัติ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ให้สานต่อภารกิจฟื้นฟูประชาธิปไตย หลังจากมีการนำเสนอข่าวว่า เมื่อเวลา 21.30 สมบัติ ถูกควบคุมตัวที่พานทอง จังหวัดชลบุรี โดยการนำทีมของ ผบก.ปอท.ร่วมกับ ร.21 และการตรวจไอพีโดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พร้อมกับมีภาพขณะสมบัติ ถูกควบคุมตัวในบ้านหลังหนึ่ง พันเอก วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงการจับกุมสมบัติ ว่า ลำดับแรกใช้วิธีการควบคุมตัวในพื้นที่พิเศษ ไม่เกิน 7 วัน จากนั้นส่งต่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอน สำหรับการควบคุมตัวในพื้นที่พิเศษ เพื่อปรับทัศนคติ เป็นการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม สำหรับนายสมบัตินั้น เบื้องต้นกระทำผิดฐานขัดคำสั่ง คสช. ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบโดยเผยแพร่ข้อมูลผ่านสังคมออนไลน์[11]

9 มิถุนายน พ.ศ. 2557 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายงานว่าพลตำรวจตรี อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการศึกษา ช่วยราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีสมบัติ ที่ถูกทหารควบคุมตัว ว่า จะต้องถูกดำเนินการฐานที่ไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. และกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงให้คนมาชุมนุม ส่วนคดีอื่นๆ ที่ทหารไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่มารายงานตัวนั้น จะมีการตั้งทีมมาตรวจสอบคดีนี้ โดยมอบหมายให้ สถานีตำรวจนครบาลสามเสน รวบรวมคดีที่มีการแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆ ซึ่งมีประมาณ 3-4 ราย โดยจะแยกกับส่วนที่มีการแจ้งความไว้ที่กองปราบปราม ทั้งนี้ จะมีการสืบสวนทุกคดีไปพร้อมกัน หากแล้วเสร็จจะขออนุมัติศาลออกหมายจับในคราวเดียวกัน สำหรับผู้ขัดคำสั่งไม่มารายงานตัวนั้น จะต้องพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นอีกครั้ง ว่าสมเหตุผลหรือไม่ ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน คสช. เมื่อวานนี้ (8 มิถุนายน) ตำรวจสามารถบันทึกภาพผู้แสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วต่อต้านได้ทั้งหมด 7 คน และชัดเจนพอที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับ ส่วนที่เริ่มพบการแสดงออกด้วยการนัดกินแซนวิช ประกอบการอ่านแถลงการณ์ คงต้องมีการพิจารณาอีกครั้งว่า มีเนื้อหาหรือมีลักษณะต่อต้าน คสช. เหมือนกันหรือไม่ สำหรับการโพสต์ข้อความเชิญชวนให้ต่อต้าน คสช. ถือว่ามีความผิดแน่นอน เพราะ เป็นการชวนคนให้มาชุมนุม หรือการแสดงความชื่นชอบด้วยการกดไลค์ถือว่ามีความผิดเช่นกัน เพราะเป็นการกระจายข่าวโดยคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้เขียนขึ้นเองตาม[12]

10 มิถุนายน พ.ศ. 2557 เกศสุดา บุญงามอนงค์ ภรรยาสมบัติ ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ได้ประสานงานกับคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อประสานงานกับ คสช. ขอเข้าเยี่ยมสมบัติ ผู้ถูก คสช.เรียกรายงานตัว โดยได้รับการแจ้งว่า ให้ไปที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ แต่เมื่อไปถึง กลับได้รับคำตอบว่านายสมบัติไม่เคยมาที่นี่ เกศสุดา กล่าวต่อว่า เนื่องจากเคยข่าวในสื่อต่างๆ ว่ามีการนำตัวสมบัติไปไว้ที่ ค่ายทหาร ร.21 รอ. ชลบุรี จึงเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ทหารที่ทำหน้าที่ดูแลคนที่รายงานตัวแจ้งว่า สมบัติไม่เคยอยู่ที่นี่ ทำให้วันนี้ เธอไม่ได้พบกับสามี จึงอยากเรียกร้องถึง คสช. ขอให้คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของสามี โดยควรแจ้งให้ญาติได้รู้ว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร[13]

11 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ศาลทหารอนุมัติหมายจับสมบัติ แล้วใน 2 ข้อหา คือ ยุยงปลุกปั่น ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยได้รับการประสานจากทางทหารว่า จะคุมตัวสมบัติให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อให้ดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปอท.ดำเนินคดี และแจ้งข้อกล่าวหากับสมบัติแล้ว กองปราบปรามจะอายัดตัว เพื่อนำไปดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมกับควบคุมตัวไว้สอบสวนตามกำหนด ก่อนที่จะนำไปฝากขังที่ศาลทหารต่อไป และเกศสุดา ภรรยาของสมบัติ นำจดหมายเปิดผนึกที่ลูกสาวเขียนถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มามอบให้สื่อมวลชน ขณะเดินทางมารอพบและประกันตัวสามีที่ศาลทหาร[14]

30 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 25/2557 และ 29/2557 ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 3000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี

ในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561 ตำรวจได้ออกหมายเรียกและแจ้งข้อกล่าวหาเขาในความผิดขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2558 และอีกหลายข้อหา เนื่องจากชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561[15]

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2561 สมบัติ บุญงามอนงค์ เดินทางเข้าจดแจ้งชื่อพรรคเกรียน กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเป็นพรรคการเมืองที่ยื่นจดแจ้งลำดับที่ 68 และมีสโลแกนว่า ‘เป็นผู้นำความบันเทิงสู่การเมืองไทย’ เพราะคิดว่าการเมืองไทยนั้นเครียดเกินไป[16]

ข้าวสารบรรจุถุง "ลายจุด"

[แก้]

ช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 สมบัติได้มีสินค้าของตนเองออกจำหน่าย เป็นข้าวสารบรรจุถุง ยี่ห้อ "ลายจุด" โดยสมบัติโฆษณาว่าข้าวยี่ห้อดังกล่าวรับซื้อจากชาวนาในราคาเกวียนละ 15,000 บาท เช่นเดียวกับนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยจำหน่ายผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ และให้ผู้ขับแท็กซี่ เป็นผู้จัดส่งสินค้า[17] ซึ่งต่อมาพลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาตำหนิการจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงยี่ห้อดังกล่าวโดยระบุว่าเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง[18]

งานด้านสังคม

[แก้]
  • พ.ศ. 2531 อาสาสมัครโครงการละครเพื่อการพัฒนาเยาวชนกลุ่มละครมะขามป้อม
  • พ.ศ. 2532-2534 เจ้าหน้าที่กลุ่มสื่อชาวบ้าน (กลุ่มละครมะขามป้อม)
  • พ.ศ. 2534 ก่อตั้งและเป็นผู้อำนวยการกลุ่มกระจกเงา
  • พ.ศ. 2535 อาจารย์พิเศษวิชาละครใบ้ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • พ.ศ. 2540 อาจารย์พิเศษวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนรุ่งอรุณ
  • พ.ศ. 2543 เว็บมาสเตอร์ บ้านนอก.คอม[19]
  • พ.ศ. 2544
  • พ.ศ. 2545 อนุกรรมาธิการเด็กไร้สัญชาติ วุฒิสภาอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาหามาตรการในการแก้ไขปัญหา "ภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อเด็กและเยาวชน" วุฒิสภา
  • พ.ศ. 2546 ก่อตั้งศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ www.backtohome.org
    • หัวหน้าโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องานสาธารณสุขและสังคม www.thaiict.org
    • ที่ปรึกษาโครงการ TV4KIDS www.tv4kids.org
  • พ.ศ. 2547 ประธานกรรมการมูลนิธิกระจกเงา
    • ก่อตั้งและพัฒนา ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร www.tsunamivolunteer.net
  • พ.ศ. 2548 หัวหน้าโครงการตนอาสามูลนิธิกระจกเงา ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. www.siamvolunteer.com
  • พ.ศ. 2549 ก่อตั้งเว็บไซต์ 19sep.org (เว็บปิดตัวแล้ว)
    • กรรมการพัฒนาอาสาสมัครศูนย์นเรนทร
  • พ.ศ. 2550 ก่อตั้งเว็บไซต์ nocoup.org

รางวัลทางสังคม

[แก้]
  • พ.ศ. 2543 ได้รับรางวัลอโชก้าเฟลโล จากองค์การอโชก้า[20]
  • พ.ศ. 2544
    • รับรางวัลเยาวชนนักพัฒนาดีเด่น จากสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน (สอ.ดย.)
    • ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่น จากธนาคารโลกจากการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ชุมชน บ้านนอกทีวี

อ้างอิง

[แก้]
  1. "นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิกระจกเงา". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2010-07-23.
  2. เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วผมทำเวบและเขียนบทความ เลยมองว่าต้องมีนามแฝง ตอนนั้นมีหนัง 101 เลยตั้ง บก.ลายจุด
  3. ""หากห้ามฉันคิด...ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน"". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-05. สืบค้นเมื่อ 2010-08-12.
  4. อารยะขัดขืนไม่หวั่นอำนาจเถื่อนทรราช ผูกผ้าแดงราชประสงค์ กระตุกสำนึก’มีคนตายที่นี่’[ลิงก์เสีย]
  5. จุดเทียนประท้วงกฏอัยการศึก ชี้เป็นรัฐประหารครึ่งใบ
  6. คสช.เรียก 114 แกนนำเพื่อไทย-ม็อบรายงานตัว
  7. "Catch me if you can! บ.ก.ลายจุด ฝากกระซิบบอก คณะรัฐประหาร คสช."
  8. ประมวลภาพประชาชนต้านรัฐประหารและการจับกุม
  9. ประมวลภาพ ปชช.นับพันต้านรัฐประหาร ขอเลือกตั้ง อนุสาวรีย์ฯ และเผชิญหน้าที่สนามเป้า
  10. คำสั่ง คสช.26/2557 ระงับทำธุรกรรม 'จ่าประสิทธิ์-บก.ลายจุด' เหตุไม่มารายงานตัว
  11. "คสช.แจงจับ บก.ลายจุด เพื่อปรับทัศนคติ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-08-05. สืบค้นเมื่อ 2014-06-16.
  12. นครบาล สั่งรวมคดีของบุคคลที่ไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง[ลิงก์เสีย]
  13. ภรรยา ขอเยี่ยม บก.ลายจุด ทั้งที่ 'เทเวศร์-ค่ายชลบุรี' ทหารปัด ไม่อยู่ทั้งสองที่
  14. ลูกสาว บก.ลายจุด เขียนจม.น้อยถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขอคืนความสุขให้ครอบครัว"
  15. 'กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง' รอบล่าสุด โดนมาแล้วกี่คดี ใครโดนแล้วโดนอีก โดนอีกและโดนอีก
  16. มุทิตา เชื้อชั่ง. "คุยจริงจัง (แต่ยังแอบขำ) กับ 'พรรคเกรียน' ประหลาด กลับหัวกลับหาง สร้างความหมายใหม่". themomentum.co March 21, 2018.
  17. โชว์ขายข้าวถุง ยี่ห้อ "ลายจุด" รับซื้อชาวนา เกวียนหมื่น5
  18. เตือน "บก.ลายจุด" ขายข้าวเชิงสัญลักษณ์อย่าล้ำเส้น
  19. "ประธานมูลนิธิ บ้านนอก.คอม". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-07-03. สืบค้นเมื่อ 2008-09-21.
  20. "Sombat Boonngamanong - Ashoka Fellows". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-12-22. สืบค้นเมื่อ 2009-02-18.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]