สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์
สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ | |
|---|---|
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | |
ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทน | |
| ดำรงตำแหน่ง 24 พฤษภาคม – 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 (3 เดือน 6 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ประยุทธ์ จันทร์โอชา (หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในฐานะผู้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี) |
| ก่อนหน้า | ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (รัฐมนตรีว่าการ) นิพัทธ์ ทองเล็ก (รักษาราชการแทน) |
| ถัดไป | ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รัฐมนตรีว่าการ) |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม | |
| ดำรงตำแหน่ง 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558 – 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 (3 ปี 8 เดือน 19 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ประยุทธ์ จันทร์โอชา |
| ก่อนหน้า | ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ |
| ถัดไป | วราวุธ ศิลปอาชา |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน | |
| ดำรงตำแหน่ง 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 – 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558 (11 เดือน 20 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ประยุทธ์ จันทร์โอชา |
| ก่อนหน้า | เฉลิม อยู่บำรุง |
| ถัดไป | ศิริชัย ดิษฐกุล |
รักษาราชการแทน | |
| ดำรงตำแหน่ง 1 พฤศจิกายน – 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 (22 วัน) | |
| นายกรัฐมนตรี | ประยุทธ์ จันทร์โอชา |
| ก่อนหน้า | ศิริชัย ดิษฐกุล (รัฐมนตรีว่าการ) |
| ถัดไป | อดุลย์ แสงสิงแก้ว (รัฐมนตรีว่าการ) |
| ปลัดกระทรวงกลาโหม | |
| ดำรงตำแหน่ง 24 พฤษภาคม – 30 กันยายน พ.ศ. 2557 (4 เดือน 6 วัน) | |
| รัฐมนตรีว่าการ | ประวิตร วงษ์สุวรรณ |
| ก่อนหน้า | นิพัทธ์ ทองเล็ก |
| ถัดไป | ศิริชัย ดิษฐกุล |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 7 กันยายน พ.ศ. 2497 |
| คู่สมรส | แสงอรุณ กาญจนรัตน์ |
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
| รับใช้ | |
| สังกัด | |
| ประจำการ | พ.ศ. 2520–2558 |
| ยศ | |
พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ (เกิด 7 กันยายน พ.ศ. 2497) ชื่อเล่น เต่า เป็นนักการเมืองและทหารบกชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาไทย ชุดที่ 12 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และรองโฆษกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประวัติ
[แก้]สุรศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2497 จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จากโรงเรียนนครสวรรค์ โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) มีชื่อเล่นว่า "เต่า" หรือที่บรรดาสื่อมวลชนเรียกว่า "บิ๊กเต่า"
การทำงาน
[แก้]เข้ารับราชการครั้งแรกในตำแหน่งผู้บังคับ หมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบ ศูนย์การทหารราบ หรือกองพันทหารราบที่ 3 กรมผสมที่ 31 ในขณะนั้น โดยเมื่อไปรายงานตัวที่หน่วยได้ 2 สัปดาห์ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปปฏิบัติราชการสนามชายแดนที่ กิ่งอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ได้เข้าทำการรบ เพื่อปราบปรามขบวนการโจรก่อการร้าย และขบวนการโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา ในพื้นที่ป่าภูเขาที่มีสภาพอากาศเลวร้ายตลอดระยะเวลา ๒ ปี โดยมีการปะทะในระยะประชิดหลายครั้ง ได้สังหารและเข้ายึดฐานที่มั่นของขบวนการฯ ในหลายพื้นที่ แต่ก็ได้ถูกซุ่มโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ 1 ครั้ง ในพื้นที่เขาน้ำค้าง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
พ.ศ. 2530 ย้ายกลับไปรับราชการที่ศูนย์การทหารราบอีกครั้งหนึ่ง ในตำแหน่งผู้บังคับกองพัน นักเรียนการจู่โจมและส่งทางอากาศ โดยทำหน้าที่เป็นครูฝึกการรบแบบจู่โจม และหลักสูตรทหารร่มให้แก่กองทัพบกจำนวนหลายรุ่น รวมทั้งเป็นหัวหน้าชุดครูฝึกเคลื่อนที่เพื่อทำการฝึกพิเศษ ให้แก่หน่วยกำลังรบของกองทัพภาคที่ 3 ที่ขึ้นปฏิบัติการ ณ บ้านร่มเกล้า
พ.ศ. 2533 ย้ายเข้ามารับราชการในกรมกิจการพลเรือนทหารบก ในตำแหน่งอาจารย์ โรงเรียนกิจการพลเรือน สอนวิชาปฏิบัติการ กิจการพลเรือน การปฏิบัติการจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์ทั้งในหลักสูตรของกองทัพบก และสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายเสนาธิการของฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติ การกองทัพบก
ต่อมาใน พ.ศ. 2550 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น “เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก” และได้รับราชการเติบโตขึ้นมาเป็นลำดับในตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน รองเสนาธิการทหารบก ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก รองปลัดกระทรวงกลาโหม[1]
สุรศักดิ์ซึ่งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมได้รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ถูกโยกไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมตามคำสั่งของ คสช. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมตามคำสั่งของ คสช. อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557
บทบาททางการเมือง
[แก้]ครอบครัว
[แก้]สุรศักดิ์สมรสกับนางแสงอรุณ กาญจนรัตน์ มีบุตรธิดา 2 คน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2556 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[4] - พ.ศ. 2553 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[5] - พ.ศ. 2521 –
เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภทที่ 2 (ส.ช.)[6] - พ.ศ. 2534 –
เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)[7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2016-05-11. สืบค้นเมื่อ 2021-07-01.
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 32 ราย)
- ↑ พระบรมราชโองการ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖ เก็บถาวร 2022-04-06 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๓๐ ข หน้า ๓, ๖ ธันวาคม ๒๕๕๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓ เก็บถาวร 2022-11-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๑๒, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน เก็บถาวร 2022-11-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๙๕ ตอนที่ ๑๒๓ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๙, ๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เก็บถาวร 2022-09-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๗๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๔, ๑๐ มิถุนายน ๒๕๓๕
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2497
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- นักการเมืองจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- ทหารบกชาวไทย
- ปลัดกระทรวงกลาโหมไทย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไทย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไทย
- บุคคลจากโรงเรียนเตรียมทหาร
- บุคคลจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ป.ช.
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ว.ม.
- ผู้ได้รับเหรียญจักรมาลา