ข้ามไปเนื้อหา

ชาดา ไทยเศรษฐ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชาดา ไทยเศรษฐ์
ชาดา ใน พ.ศ. 2566
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
1 กันยายน พ.ศ. 2566  3 กันยายน พ.ศ. 2567
(1 ปี 2 วัน)
นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน
รัฐมนตรีว่าการอนุทิน ชาญวีรกูล
ก่อนหน้านริศ ขำนุรักษ์
ถัดไปซาบีดา ไทยเศรษฐ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี
ดำรงตำแหน่ง
23 ธันวาคม พ.ศ. 2550  12 ธันวาคม พ.ศ. 2568
(17 ปี 11 เดือน 19 วัน)
ก่อนหน้าธีรพันธ์ ธีรยุทธวัฒนะ
รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ดำรงตำแหน่ง
2 ตุลาคม พ.ศ. 2561  24 มีนาคม พ.ศ. 2567
(5 ปี 5 เดือน 22 วัน)
ประธานวิปรัฐบาล
ดำรงตำแหน่ง
30 กันยายน พ.ศ. 2568  12 ธันวาคม พ.ศ. 2568
(2 เดือน 12 วัน)
ก่อนหน้าวิสุทธิ์ ไชยณรุณ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด7 มิถุนายน พ.ศ. 2504 (64 ปี)
อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ประเทศไทย
ศาสนาอิสลาม
พรรคการเมืองชาติไทย (2531–2551)
ชาติไทยพัฒนา (2551–2561)
ภูมิใจไทย (2561–ปัจจุบัน)
คู่สมรสเตือนจิตรา แสงไกร (หย่า)
อัจฉรา ทองเทพ (หย่า)
บุตร
  • ปานัดฌา
  • ฟารุต
  • ซาบีดา
  • อัลฑริกา
  • ชนิดาภา
  • ซาดีดา
  • ปรินดา
บุพการี
  • เดชา ไทยเศรษฐ์ (บิดา)
  • ปาลี้ ไทยเศรษฐ์ (มารดา)
ญาติมนัญญา ไทยเศรษฐ์ (น้องสาว)
ทรัพย์สินสุทธิ141 ล้านบาท
(พ.ศ. 2568)[1]
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้ ไทย
สังกัด กองอาสารักษาดินแดน
ประจำการพ.ศ. 2566 – พ.ศ. 2567
ยศ นายกองเอก
บังคับบัญชากองอาสารักษาดินแดน

ชาดา ไทยเศรษฐ์ ม.ป.ช. ม.ว.ม. (เกิด 7 มิถุนายน พ.ศ. 2504) ชื่อเล่น ดา เป็นนักการเมืองชาวไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี และอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอุทัยธานี

ประวัติ

[แก้]

ชาดา ไทยเศรษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2504 ในครอบครัวมุสลิมเชื้อสายปาทาน เป็นบุตรของเดชา และปาลี้ ไทยเศรษฐ์[2] มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ได้แก่ พี่ชายชื่อ ชัยยศ ไทยเศรษฐ์ และน้องสาวคือ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์[2] ครอบครัวของเขาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง บิดาถูกลอบสังหารใน พ.ศ. 2511 เมื่อเขามีอายุเพียง 7 ปี ต่อมาใน พ.ศ. 2518 มารดาถูกลอบสังหาร และในเวลาอีกประมาณแปดเดือน พี่ชายก็ถูกลอบสังหารเช่นเดียวกัน[3]

ชาดาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี จากนั้นสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และปริญญาโทจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ในช่วงวัยรุ่น เขาเคยประสบอุบัติเหตุซึ่งส่งผลให้กระดูกต้นคอได้รับบาดเจ็บ ทำให้มีอาการปวดเรื้อรังและต้องเข้ารับการรักษาเป็นระยะ โดยเฉพาะการฉีดยาเพื่อระงับอาการกำเริบ[4][5]

ในด้านชีวิตครอบครัว ชาดาเคยสมรสกับเตือนจิตรา แสงไกร และอัจฉรา ทองเทพ ทั้งยังมีบุตรชายและบุตรสาวรวม 7 คน โดยเป็นบุตรในสมรส 4 คน และบุตรนอกสมรสที่ได้รับการรับรองแล้วอีก 3 คน[2]

การทำงาน

[แก้]

ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลของจังหวัดอุทัยธานี[5] เริ่มเข้าสู่การเมืองในปี พ.ศ. 2535 โดยลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอุทัยธานี และได้รับการเลือกตั้ง สามปีต่อมาเขาได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอุทัยธานี[6] และในปี พ.ศ. 2543 เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคถิ่นไทย[7] และในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี สังกัดพรรคชาติไทย และได้รับเลือกตั้งอีกสมัยในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา

ในระหว่างดำรงตำแหน่งสภาผู้แทนราษฎร ชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์สภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการงบประมาณ

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจการปกครองในปี พ.ศ. 2557 เขาถูกจับตามองจาก คสช.[8] และเคยถูกเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช. ตรวจค้นบ้านของเขาในปี พ.ศ. 2560[9]

ในปี พ.ศ. 2561 เขาย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานีในการเลือกตั้งปีถัดมา

จากนั้นในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566 เขาได้รับการเลือกตั้งเป็น สส. อีกสมัย และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน[10] ต่อมาเขาได้รับมอบหมายจากอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้คัดกรองบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในส่วนท้องถิ่นและปราบปรามผู้มีอิทธิพล[11]

โดยเขาได้กำหนดนโยบายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ บูรณาการการปฎิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลไปในทิศทางเดียวกัน[12]

ผลงานที่โดดเด่นของเขาคือการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการกวาดล้างแหล่งผลิต โรงงานยาเสพติด(ยาบ้า)ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี การปราบปรามคลังเก็บยาเสพติดในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย การสกัดกั้นกลุ่มเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนทางภาคเหนือ และภาคตะวันตก การกวาดล้างกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดต่างๆในหลายพื้นที่ ผลงานของเขาเป็นที่ประจักษ์และนับว่าเป็นการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอันเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากที่สุดยุคหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย

ในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 เขาได้เปิดปฎิบัติการกวาดล้างนอมินีนายทุนต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเขาสั่งการให้ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย และชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและรักษาความสงบ กรมการปกครอง “DOPA Force” เข้าตรวจค้น-จับกุมโรงเเรม 22 เเห่ง ย่านป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งนับเป็นการเปิดปฎิบัติกวาดล้างนอมินีต่างชาติครั้งแรกของกระทรวงมหาดไทย

ผลงานสุดท้ายของเขาในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือเขาได้ดำเนินนโยบายกดดันจนทำให้ทุนยักษ์ใหญ่จีน ที่ลงทุนสูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในฝั่งส่วยโก๊กโก่ รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา บริเวณตรงข้ามบ้านวังแก้ว ต.แม่ปะ และบ้านวังผา ตำบลแม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของทหารกะเหรี่ยงบีจีเอฟ. ( กองกำลังพิทักษ์ชายแดน) ได้ประกาศยกเลิกธุรกิจส่วยโก๊กโก่อย่างถาวร โดยเขาได้สั่งการในคำสั่งให้ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพล กรมการปกครอง กรมโยธาธิการและผังเมือง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บูรณาการร่วมกับ กสทช. ในการเปิดปฎิบัติการเชิงรุกบังคับใช้กฎหมาย แก้ไขปัญหาแก็งคอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์โดยได้ดำเนินการรื้อถอนเสาสัญญาณ ตัดการจ่ายไฟฟ้า และตัดสัญญาณสื่อสารผิดกฎหมาย มากกว่า 30 จุด ในพื้นที่อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด และอีกหลายพื้นที่ จังหวัดตาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2567 ชาดาได้ประกาศถอนตัวออกจากรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โดยส่งบุตรสาว ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เข้าไปดำรงตำแหน่งเดิมแทนตน[13]

คดีความ

[แก้]

ชาดา เคยถูกจับกุมเมื่อปี พ.ศ. 2546 ในข้อหาจ้างวานฆ่าสมเกียรติ จันทร์หิรัญ เลขานุการของประแสง มงคลศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย สุดท้ายศาลพิพากษายกฟ้องในปี พ.ศ. 2548[14] และเคยถูกจับกุมในปี 2545 คดีจ้างวานฆ่านิตยา เททายบรรลือ ผู้จัดการบัญชีของบริษัทรับเหมา ต่อมาศาลชั้นต้นยกฟ้องในปี 2548[15][16]

รางวัลและเกียรติยศ

[แก้]
  • 3 มกราคม พ.ศ. 2567 ชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับพระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนเป็น นายกองเอก[17]
  • 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน อันเนื่องมาจากผลงานด้านนโยบายในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]

    อ้างอิง

    [แก้]
    1. ไทยรัฐ, ส่องบัญชีทรัพย์สิน "ซาบีดา" รวย 234 ล้าน "ชาดา" รวม 141 ล้าน รมต.อื่นรวยอู้ฟู่ระดับร้อยล้าน, สืบค้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568
    2. 1 2 3 "บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายชาดา ไทยเศรษฐ" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-09-07. สืบค้นเมื่อ 2012-05-29.
    3. "ประวัติ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.ภูมิใจไทย ชีวิตสุดผาดโผน จากพ่อค้าเนื้อสู่เจ้าพ่อสะแกกรัง". www.sanook.com/news. 2023-07-13.
    4. ""หนุ่ม กรรชัย" ตัวแทนหมู่บ้านถาม "ชาดา" ให้แล้ว คอท่านเป็นอะไร คนถามว่าดีดหรือเปล่า". www.sanook.com/news. 2023-09-14.
    5. 1 2 "หนุ่ม กรรชัย ถามชาดาตรง ๆ ใครคือมาเฟียที่อุทัยธานี ฟังคำตอบชัด ๆ ทำลั่นเลย !". kapook.com. 2023-09-14.
    6. Ltd.Thailand, VOICE TV (2023-03-11). "Voice Politics : "ผมคือผู้มีอิทธิพล" - 'ชาดา ไทยเศรษฐ์' หมดสมัยปลายกระบอกปืน". VoiceTV.
    7. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค นโยบายพรรค ข้อบังคับพรรค และกรรมการบริหารพรรคถิ่นไทย
    8. Ltd.Thailand, VOICE TV (2023-03-11). "Voice Politics : "ผมคือผู้มีอิทธิพล" - 'ชาดา ไทยเศรษฐ์' หมดสมัยปลายกระบอกปืน". VoiceTV.
    9. "ค้นบ้าน "ชาดา ไทยเศรษฐ์ - ส.จ.เปี๊ยก" ทลายคลังอาวุธ จ.อุทัยธานี". พีพีทีวี. 2017-03-24.
    10. โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี "เศรษฐา" นายกฯ ควบ "รมว.คลัง"
    11. "เกลือจิ้มเกลือ 'อนุทิน' ยื่นดาบให้ 'ชาดา ไทยเศรษฐ์' ลุยปราบมาเฟีย". คมชัดลึกออนไลน์. 2023-09-08.
    12. ""ชาดา" ถอนชื่อออกจากโผ ครม. แพทองธาร 1 ส่ง "ซาบีดา" ลูกสาว นั่ง มท.3 แทน". คมชัดลึก. 3 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 3 กันยายน 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
    13. "เปิดประวัติ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" เจ้าพ่อแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง". พีพีทีวี. 13 July 2023. สืบค้นเมื่อ 13 July 2023.
    14. "ศาลจำคุกตลอดชีวิต "จ่าแม็ก" ดิ้นขออภัยโทษ". mgronline.com. 2007-10-17.
    15. เคนนี่, คิง (2019-06-17). ""ใครก็หาว่าผมเป็นเจ้าพ่อ"". COP'S Magazine.
    16. โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นกรณีพิเศษแก่ “อนุทิน-เกรียง-ชาดา”
    17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๖, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔
    18. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๒๔ ข หน้า ๑๓, ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔
    19. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๙ ข หน้า ๒, ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘