อนุพงษ์ เผ่าจินดา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
30 สิงหาคม พ.ศ. 2557
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ก่อนหน้า จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
21 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ผู้บัญชาการทหารบก
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 – 30 กันยายน พ.ศ. 2553
ก่อนหน้า สนธิ บุญยรัตกลิน
ถัดไป ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม่ทัพภาคที่ 1
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 – 30 กันยายน พ.ศ. 2549
ก่อนหน้า ไพศาล กตัญญู
ถัดไป ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 10 ตุลาคม พ.ศ. 2492 (69 ปี)
คู่สมรส กุลยา เผ่าจินดา
ศาสนา พุทธ
การเข้าเป็นทหาร
ชื่อเล่น ป็อก
สังกัด กองทัพบกไทย
กองอาสารักษาดินแดน
ปีปฏิบัติงาน พ.ศ. 2515 - พ.ศ. 2553 (กองทัพบกไทย)
พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน (กองอาสารักษาดินแดน)
ยศ RTA OF-9 (General).svg พลเอก
นายกองใหญ่.jpg นายกองใหญ่
บังคับบัญชา กองทัพบกไทย
กองอาสารักษาดินแดน

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ชื่อเล่น: ป็อก, เกิด 10 ตุลาคม 2492) สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ [1] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน และรองประธานคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กรรมการในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้[2] ประธานกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย[3] ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน สภานายกพิเศษแห่งสภาวิศวกร[4] รองประธานกรรมการคนที่สองในคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ [5]และอดีตผู้บัญชาการทหารบก

ประวัติ[แก้]

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2492 เป็นบุตรชายของ พ.อ.ประเชาวน์-นางศรีบุญ เผ่าจินดา มีชื่อเล่นว่า ป็อก ต่อมาได้สมรสกับนางกุลยา เผ่าจินดา มีบุตร-ธิดา 2 คน ชื่อ นายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา และนางสาววิมลิน เผ่าจินดา วงดนตรีที่ชอบคือ เดอะบีทเทิลส์ ส่วนเครื่องดนตรีที่ชอบคือกลอง

พลเอก อนุพงษ์ มีน้องสาว 3 คน และน้องชายหนึ่งคน ได้แก่ นางสาว ชววรรณ เผ่าจินดา พลโท นายกองเอก ธนดล เผ่าจินดา พ.อ.หญิง อรุณวรรณ เผ่าจินดา และ พ.ท.หญิง ศิริวรรณ เผ่าจินดา

ประวัติการศึกษา[แก้]

  • พ.ศ. 2508 : โรงเรียนพันธะศึกษา แผนกมัธยม
  • พ.ศ. 2509 : โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร
  • พ.ศ. 2510 : โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10
  • พ.ศ. 2515 : โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21
โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
  • พ.ศ. 2517 หลักสูตรชั้นนายร้อย โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ
  • พ.ศ. 2520 หลักสูตรชั้นนายพัน โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ
  • พ.ศ. 2525 หลักสูตรเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 61
วุฒิการศึกษา
  • พ.ศ. 2536 ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • พ.ศ. 2544 รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสำหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • พ.ศ. 2547 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ปี 2546
  • พ.ศ. 2556 ปริญญาโทมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ วิชาคอมมิวนิสต์ จาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติรัสเซีย

ประวัติทางราชการและทางการเมือง[แก้]

เขาเป็นหนึ่งในทหารผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 โดยขณะนั้น พล.อ.อนุพงษ์ อยู่ในยศ พลโท (พล.ท.) และเป็นแม่ทัพกองทัพภาคที่ 1 ถูกมองว่าแม้จะเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (ตท.10) เหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวก แต่กลับไม่เข้าร่วมหรือเห็นดีเห็นชอบด้วยกับการกระทำของกลุ่ม จึงถูกมองว่าเป็นฝ่ายต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย จนถูกเรียกว่าเป็น ตท.10/1

ในคืนเกิดเหตุรัฐประหาร พล.ท.อนุพงษ์ เป็นผู้ดำเนินการ เพราะกองทัพภาคที่ 1 มีขอบเขตหน้าที่ดูแลกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลางอยู่แล้ว โดยใช้แผน "ปฐพี 149" โดยวางกำลังเป็นจุด วางเป้าหมาย รวมถึงจัดกำลังจากหน่วยทหารต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย และมีกองกำลังจากกองทัพภาคที่ 3 ของ พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นฝ่ายประสาน โดยการดำเนินการครั้งนี้กระทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังอย่างที่สุด เพราะเป็นการเดิมพันด้วยชีวิต หากการไม่สำเร็จก็จะกลายเป็นกบฏในทันที โดยผู้ที่คิดวางแผนให้ใช้ริบบิ้นเหลืองผูกปลายปืนก็คือ พล.ท.อนุพงษ์ เอง เพื่อเป็นการป้องกันกองกำลังของฝ่ายที่ต่อต้าน

หลังจากเหตุการณ์ พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เลื่อนยศเป็น พล.อ. ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หรือที่เรียกว่า 5 เสือ ทบ. และดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข[6](คปค.)คู่กับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร และเป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ คมช.

พล.อ.อนุพงษ์ เป็นนายทหารที่อยู่ในสายงานคุมกำลังรบมาตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ เคยเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารเสือราชินี (ผบ.ร.21 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ก่อนจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1

พล.อ.อนุพงษ์ ยังได้ศึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจากหลักสูตรทางด้านการทหารและได้จบปริญญาตรีทางด้าน รัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบปริญญาโทจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 26

พล.อ.อนุพงษ์ได้รับเลือกให้เป็น ผู้บัญชาการทหารบก (คนที่ 36) เมื่อวันที่19 กันยายน พ.ศ. 2550 และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พล.อ.อนุพงษ์ได้รับตำแหน่งเป็น หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 2 กันยายน[7] พ.ศ. 2551 ถึง 14 กันยายน พ.ศ. 2551 และรับตำแหน่งผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 4 กันยายน[8] พ.ศ. 2551 ถึง 14 กันยายน พ.ศ. 2551

ในปี พ.ศ. 2552 เขาเป็นผู้ปฏิบัติงานในกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.)ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 98/2552 ในเหตุการณ์ ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย เมษายน พ.ศ. 2552[9]

เขาเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 16 เมษายน 2553 ถึง 30 กันยายน 2553[10] และเป็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการ คณะกรรมการในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เขาจึงเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่ดำรงตำแหน่งนี้นานที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีอาศัยอำนาจตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 แต่งตั้งขึ้น เขาดำรงตำแหน่งดังกล่าว 5 เดือน 23 วัน สื่อมวลชนเคยรายงานว่า ระหว่างที่เขาเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เอกสารหลายอย่างต้องรอเขาอนุมัติ แทนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีสามารถอนุมัติได้

หลัง รัฐประหาร พ.ศ. 2557[แก้]

วันที่ 30 สิงหาคม 2557 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา[11] วันที่ 14 ตุลาคม มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนเป็นกรณีพิเศษ[12] ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีฐานะเป็นผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดนโดยตำแหน่ง เขายังเป็น คณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน

ในวันที่ 14 ตุลาคม 2557 เขาออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 591/2557 แต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี พันเอก เปรมจิรัสย์ ธนไทยภักดี และในวันที่ 20 ตุลาคม 2557 เขาออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 604/2557 แต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย นายสายสุรีย์ บุนนาค[13]

ในวันที่ 28 ตุลาคม 2557 เขาออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 633/2557 แต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายสุธี มากบุญ) ประกอบด้วย นายอมร เลาหมนตรี นายวิชา นิลเพชร์พลอย นายธวัชชัย ฟักอังกูร ศาสตราจารย์ ดร. ชาติชาย ณ เชียงใหม่ นายวสันต์ วรรณวโรทร[13]

ในวันที่ 15 มกราคม 2558 เขาออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 32/2558 แต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย พลเอกไตรรัตน์ รังคะรัตนะ นายกองเอกประชา เตรัตน์ นายวิทยา ฉายสุวรรณ นายยงยุทธ โกเมศ พันตำรวจเอก หม่อมหลวง สันธิกร วรวรรณ พันตำรวจเอก วุฒิพงษ์ นาวิน[13]

ในวันที่ 3 มีนาคม 2558 เขาออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 163/2558 แต่งตั้งคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย นายกองเอก ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย[13]

ในวันที่ 29 เมษายน 2559 พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ลงนามในคำสั่งกองบัญชาการกองรักษาดินแดนที่ 57/2559 เรื่องจัดตั้งส่วนราชการในกองบัญชาการกองรักษาดินแดน จัดตั้ง กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 ในวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559[14] โดยเปลี่ยนชื่อจาก กองร้อยบังคับการและบริการส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อควบคุมความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยโดยมี นายกองตรี ปารเมศ เห้งสวัสดิ์ เป็น ผู้บังคับกองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 คนแรก

ในวันที่ 12 ธันวาคม 2559 เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนแรกที่ได้เป็น ประธานกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย[3] ตามกฎหมายพรบ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559

รางวัลและเกียรติยศ[แก้]

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้รับพระราชทานยศนายกองใหญ่ เป็น พลเอก นายกองใหญ่ อนุพงษ์ เผ่าจินดา เมื่อ พ.ศ. 2557 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน [15]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๕๙ เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอน ๓๑๐ ง พิเศษ หน้า ๔๒ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/099/6.PDF
  3. 3.0 3.1 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/A/104/1.PDF
  4. รายงานประจำปี 2557 สภาวิศวกร
  5. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/051/1.PDF
  6. http://www.thethailaw.com/law15/lawpdf/2/83/law25412550/20.PDF
  7. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/144/2.PDF
  8. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/148/3.PDF
  9. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2552/E/056/4.PDF
  10. http://library2.parliament.go.th/giventake/content_give/order93-12749p38.pdf
  11. พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 32 ราย)
  12. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ยศ อส
  13. 13.0 13.1 13.2 13.3 http://www.gad.moi.go.th/nsl-17-03-58-5468.pdf
  14. http://www.dopasakonnakhon.go.th/pdf/1464319968.pdf
  15. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/B/024/9.PDF

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า อนุพงษ์ เผ่าจินดา ถัดไป
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 2leftarrow.png กท.มหาดไทย.jpg
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ครม. 61)
(31 สิงหาคม พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน)
2rightarrow.png อยู่ในวาระ
พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน 2leftarrow.png Emblem of the Royal Thai Army.svg
ผู้บัญชาการทหารบก
(1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2553)
2rightarrow.png พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา