สุธา ชันแสง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุธา ชันแสง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 – 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
ก่อนหน้า ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
ถัดไป ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 มิถุนายน พ.ศ. 2503 (57 ปี)
เขตบางแค กรุงเทพ
พรรคการเมือง พลังประชาชน
คู่สมรส วีณา ชันแสง
ศาสนา พุทธ

นายสุธา ชันแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ประวัติ[แก้]

สุธา ชันแสง เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2503 ที่ย่านบางแค โดยเป็นบุตรชายของกำนันในท้องที่ จบการศึกษาระดับมัธยมต้นจากโรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม มัธยมปลายจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ระดับอุดมศึกษา ประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านลอจิสส์ติก และการขนส่ง สหราชอาณาจักร (สาขาในประเทศไทย) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และวิทยาลัยรีพับลิกัน ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2527

เริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) บางแค 2 สมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ เขตหนองแขม ในสังกัดพรรคพลังธรรม 3 สมัย ในระหว่างปี พ.ศ. 2535 - 2539 จากนั้นได้ย้ายไปเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และได้เป็น ส.ส. สังกัดพรรคไทยรักไทย 2 สมัย ในเขตบางแค 2 สมัย และพรรคพลังประชาชน เขตบางแค ภาษีเจริญ และหนองแขม 1 สมัย

หลังการเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 นายสุธาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต่อมาไม่นาน นายสุธาได้ถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องวุฒิการศึกษาว่าอาจจะไม่จบปริญญาตรีจริงตามประวัติที่ให้ไว้ เนื่องจากตรวจพบว่า นายสุธาทำหนังสือเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งขัดกับประวัติที่ว่าจบการศึกษาจากรีพับลิกัน คอลเลจ ประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 อีกทั้งสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ก็ถูกเปิดเผยด้วยว่า เป็นสถาบันที่ไม่ได้มาตรฐาน และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ก็ไม่ได้ให้การรับรอง อีกทั้งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ยังมีข้อต้องสงสัยอยู่อีกด้วย[1]

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับนางวีณา ชันแสง มีบุตรด้วยกัน 2 คน

ในต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 นายสุธายังถูกตรวจพบอีกว่า มีการซุกบัญชีทรัพย์สินให้กับบุตรนอกสมรสโดยไม่ได้แจ้งแก่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) วันที่ 8 พฤษภาคม นายสุธาได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย โดยอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ และต่อมาในเดือนกันยายน นายสุธา ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. ด้วย

ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551[2]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. สื่อปินส์ตีข่าววุฒิการศึกษา “สุธา” สุดงง! แม้แต่ ม.ห้องแถวก็ผลิต รมต.ไทยได้
  2. เปิดชื่อ 109 กก.บริหาร “พปช.-ชาติไทย-มัชฌิมาฯ” ถูกยุบ-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
  3. ราชกิจจานุเบกษา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/B/017-1/1.PDF ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย]
  4. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๖) เล่ม 120 ตอนที่ 19ข วันที่ 1 ธันวาคม 2546

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]