ข้ามไปเนื้อหา

สุธา ชันแสง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุธา ชันแสง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551  8 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช
ก่อนหน้าไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
ถัดไปชวรัตน์ ชาญวีรกูล
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร
ดำรงตำแหน่ง
6 มกราคม พ.ศ. 2544  18 กันยายน พ.ศ. 2551
(7 ปี 8 เดือน 12 วัน)
ก่อนหน้าโกวิทย์ ธารณา
ถัดไปอรอนงค์ คล้ายนก
ดำรงตำแหน่ง
22 มีนาคม  30 มิถุนายน พ.ศ. 2535
(3 เดือน 8 วัน)
ถัดไปเฉลิม อยู่บำรุง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด13 มิถุนายน พ.ศ. 2503 (66 ปี)
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
พรรคการเมืองพลังธรรม (2531–2542)
ไทยรักไทย (2542–2550)
พลังประชาชน (2550–2551)
ไทยสร้างไทย (2564–ปัจจุบัน)
คู่สมรสวีณา ชันแสง

สุธา ชันแสง (เกิด 13 มิถุนายน พ.ศ. 2503) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร

ประวัติ

[แก้]

สุธา ชันแสง เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2503 ที่เขตหนองแขม โดยเป็นบุตรชายของกำนันในท้องที่ จบการศึกษาระดับมัธยมต้นจากโรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม มัธยมปลายจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ระดับอุดมศึกษา ประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านลอจิสส์ติก และการขนส่ง สหราชอาณาจักร (สาขาในประเทศไทย) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และวิทยาลัยรีพับลิกัน ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2527

งานการเมือง

[แก้]

เริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ภาษีเจริญ 2 สมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตภาษีเจริญ เขตหนองแขม เขตบางกอกใหญ่ ในสังกัดพรรคพลังธรรม 1 สมัย ในปี พ.ศ. 2535 จากนั้นได้ย้ายไปเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และได้เป็น ส.ส. สังกัดพรรคไทยรักไทย 2 สมัย ในเขตบางแค 2 สมัย และพรรคพลังประชาชน เขตบางแค ภาษีเจริญ และหนองแขม 1 สมัย

หลังการเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 นายสุธาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต่อมาไม่นาน นายสุธาได้ถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องวุฒิการศึกษาว่าอาจจะไม่จบปริญญาตรีจริงตามประวัติที่ให้ไว้ เนื่องจากตรวจพบว่า นายสุธาทำหนังสือเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งขัดกับประวัติที่ว่าจบการศึกษาจากรีพับลิกัน คอลเลจ ประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 อีกทั้งสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ก็ถูกเปิดเผยด้วยว่า เป็นสถาบันที่ไม่ได้มาตรฐาน และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ก็ไม่ได้ให้การรับรอง อีกทั้งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ยังมีข้อต้องสงสัยอยู่อีกด้วย[1]

ในต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 นายสุธายังถูกตรวจพบอีกว่า มีการซุกบัญชีทรัพย์สินให้กับบุตรนอกสมรสโดยไม่ได้แจ้งแก่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) วันที่ 8 พฤษภาคม นายสุธาได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโดยอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ และต่อมาในเดือนกันยายน นายสุธา ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.[2] เขากล่าวว่าตนไม่ได้แจ้งการลาออกครั้งนี้ให้ผู้ใหญ่ในพรรครับทราบ เพราะเกรงว่าจะถูกทักท้วง โดยก่อนหน้านี้ตั้งใจไว้ว่า ภายใน 3-4 เดือน หากยังไม่หายอาการป่วยจะลาออกจาก ส.ส.และไม่กลับมาเล่นการเมืองอีก[3]

ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551[4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "สื่อปินส์ตีข่าววุฒิการศึกษา "สุธา" สุดงง! แม้แต่ ม.ห้องแถวก็ผลิต รมต.ไทยได้". mgronline.com. 2008-03-28. สืบค้นเมื่อ 2025-02-25.
  2. ""สุธา" ลาออกจากการเป็น ส.ส.พปช.แล้ว". mgronline.com. 2008-09-18. สืบค้นเมื่อ 2025-02-24.
  3. ""สุธา ชันแสง"ยื่นใบลาออกจาก ส.ส.ประกาศหันหลังให้การเมืองไปทำงานสังคม". ryt9.com. สืบค้นเมื่อ 2025-02-24.
  4. "เปิดชื่อ 109 กก.บริหาร "พปช.-ชาติไทย-มัชฌิมาฯ" ถูกยุบ-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี". mgronline.com. 2008-12-02. สืบค้นเมื่อ 2025-02-25.
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย เก็บถาวร 2009-01-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๗ ข หน้า ๑๑, ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๑
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย เก็บถาวร 2015-09-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๙ ข หน้า ๓๓, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]