มหาวิทยาลัยบูรพา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ม.บูรพา)
มหาวิทยาลัยบูรพา
Burapha University
Buu-logo11.png
ชื่อย่อ มบ. / BUU
คติพจน์ สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ
(ความได้ปัญญา ให้เกิดสุข)
สถาปนา 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 (วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน)
29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 (มหาวิทยาลัยบูรพา)
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดี รศ.ดร.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์
นายกสภาฯ รศ.อานนท์ เที่ยงตรง
ที่ตั้ง วิทยาเขตบางแสน
169 ถนนลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี
จังหวัดชลบุรี 20131
วิทยาเขตจันทบุรี
57 ถนนชลประทาน ตำบลโขมง
อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
วิทยาเขตสระแก้ว
ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
เว็บไซต์ www.buu.ac.th

มหาวิทยาลัยบูรพา (อังกฤษ: Burapha University) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตั้งอยู่ที่ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 โดยอดีตเป็นวิทยาเขตหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปัจจุบัน)ก่อตั้งโดย พลเอกมังกร พรหมโยธี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงครามตั้งอยู่ ณ เลขที่ 169 ถนนลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 647 ไร่ 35 ตารางวา[1] โดยมีชื่อว่า วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน หรือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้วันที่ 8 กรกฎาคม หรือที่เรียกว่า "แปดกรกฎ" ของทุกปีจึงนับเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ได้รับการยกวิทยฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยโดยเอกเทศด้วยผลการประกาศใช้ "พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2533" ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นมหาวิทยาลัยประจำภาคตะวันออกจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี โท เอก ในหลากหลายกลุ่มสาขาวิชา เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นต้น

เนื้อหา

ประวัติมหาวิทยาลัย[แก้]

จอมพลป.กับแนวคิดการขยายอุดมศึกษาสู่ต่างจังหวัด

ก่อนการปฏิวัติสยาม ชาวสยามไม่ได้การศึกษาถึงขั้นปริญญาแม้ว่าจะมีการก่อตั้งสถาบันอุดมศึกษาขั้นสูงขึ้นในระดับมหาวิทยาลัย แต่ส่วนใหญ่สถาบันดังกล่าวก็กระจุกตัวอยู่เฉพาะบริเวณจังหวัดพระนครเมืองศูนย์กลางของประเทศสยาม ต่อมาในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีแนวคิดขยายอุดมศึกษาโดยช่วงแรกขยายสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางเช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน), มหาวิทยาลัยศิลปากร, วิทยาลัยวิชาการศึกษา ต่อมามีแนวคิดที่จะขยายอุดมศึกษาออกนอกจังหวัดพระนคร โดย พลเอกมังกร พรหมโยธี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เลือกชุมชนบางแสนเป็นแห่งแรกในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาส่วนภูมิภาค ซึ่งอยู่ไม่ห่างไปจากจังหวัดพระนครมากนัก เป็นหาดทรายที่มีความลาดชันน้อย ยาวจากแหลมแท่นไปจรดเขตบางพระ มีความยาวประมาณ 5 กม. เมื่อ 50-60 ปี ที่ผ่านมามีบ้านเรือนอยู่ไม่ถึง 20 หลังคาเรือน ประกอบอาชีพด้านการประมงเล็กๆ โดย ดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนขึ้นในตำบลแสนสุข บนเนื้อที่ 75 ไร่ 2 งาน 131 ตารางวา ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับโรงเรียนประชาบาลตำบลแสนสุข 3 วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2496 มีอาคารเรียนชั้นมัธยมศึกษา อาคารเรียนชั้นประถมศึกษา โรงฝึกงานหัตถศึกษา บ้านพักครู คนงาน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,190,000 บาท และให้ชื่อว่า โรงเรียน "พิบูลบำเพ็ญ" โดยนายกรัฐมนตรี ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียนนี้ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2497

ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน[4] ขึ้นและโอนย้าย โรงเรียน “พิบูลบำเพ็ญ” มาสังกัดวิทยาลัยวิชาการศึกษา กรมการฝึกหัดครู และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2499

โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงถนนประสานมิตร[แก้]

ความเป็นมาก่อนที่จะก่อตั้งเป็น มหาวิทยาลัยบูรพานั้น ได้เริ่มในปี พ.ศ. 2492 โดยมีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงขึ้น ณ ซอยประสานมิตร อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น วิทยาลัยวิชาการศึกษาในปี พ.ศ. 2498 ได้ขยายวิทยาเขตออกไปอีก 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน และวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน

วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน[แก้]

อย่างไรก็ตามในที่สุดก็สามารถตราพระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการศึกษาได้สำเร็จ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2497[2] ในระหว่างนั้น อาจารย์บุญถิ่น อัตถากร อธิบดีกรมการฝึกหัดครู (พ.ศ. 2500 –2513) และเป็นคณะกรรมการร่วมของโครงการพัฒนาการศึกษาด้วย ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญกับงานฝึกหัดครูอย่างมาก จากแนวคิดในการดำเนินการขยายการฝึกหัดครูระดับปริญญาไปสู่ส่วนภูมิภาคนั้น จึงได้มีการขยายวิทยาลัยวิชาการศึกษา ซึ่งขณะนั้นยังสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และมีความคล้ายคลึงทั้งในที่มา จุดประสงค์และการดำเนินการเพื่อผลิตบุคลากรวิชาชีพครู เหมือนกับกรมการฝึกหัดครู โดยแนวคิดของอาจารย์บุญถิ่น อัตถากรนั้น คือ[3][4]

…ต้องการใช้การศึกษาพัฒนาชุมชนในชนบท โดยต้องรีบผลิตครูที่มีคุณภาพและจำนวนมากพอเพียงออกไปเป็นผู้นำ โดยการศึกษาฝึกหัดครูจะต้องเป็นขั้นๆโดยลำดับจนถึงขั้นปริญญา ขณะเดียวกันก็ค่อยลดการผลิตครูระดับประกาศนียบัตรลงจนเลิกไปในที่สุด และผลิตครูขั้นปริญญาเพิ่มขึ้นๆ และเมื่อถึงโอกาสอันสมควร, สถานศึกษาฝึกหัดครู , สถานศึกษาอาชีวศึกษาและสถาบันขั้นปริญญาต่างๆ ซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกันและจังหวัดใกล้เคียง ก็จะรวมกันเป็นมหาวิทยาลัยภูมิภาค…

อาจารย์บุญถิ่น อัตถากร อดีตอธิบดีกรมการฝึกหัดครู (พ.ศ. 2500 –2513)

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ได้ก่อตั้ง วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ขึ้นซึ่ง ชาววิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสนถือว่า วันที่ 8 กรกฎาคม หรือเรียกว่า "แปดกรกฎ" ของทุกปีเป็นวันคล้าย วันสถาปนามหาวิทยาลัย จัดเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศ ที่ตั้งอยู่ส่วนภูมิภาคกำหนดหลักสูตร 4 ปี ผู้เรียนสำเร็จตามหลักสูตรได้รับปริญญาการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) ต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2499 ได้รับโอนโรงเรียนพิบูลบำเพ็ญ ต.แสนสุข ชลบุรี เพื่อปรับปรุงให้เป็นโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย โดยใช้ชื่อโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนสาธิต"พิบูลบำเพ็ญ" วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน ในปี พ.ศ. 2501 บัณฑิตรุ่นแรก จำนวน 35 คน สำเร็จการศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 ได้เปิดรับนักศึกษาบุคคลภายนอก ผู้มีวุฒิ ป.ม. หรือ พ.ม. หรือ อ.กศ. ป.กศ.สูง หรือเทียบเท่าเข้าศึกษาภาคสมทบในหลักสูตร การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.)

ในปี พ.ศ. 2512 ได้มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มขึ้น และเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าชมเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2515 กรมสามัญศึกษาได้โอนอาคารเรียน ที่ดินและสิ่งก่อสร้างของวิทยาลัยบางแสนให้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับการเปลี่ยนฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดังนั้น วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน จึงมีฐานะเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสนและได้มีการปรับปรุงกิจการดำเนินการของมหาวิทยาลัย ขึ้นตามลำดับ

มหาวิทยาลัยบูรพา[แก้]

ในปี พ.ศ. 2531 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ยกฐานะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรีรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยบูรพา สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา ลงมติรับหลักการและส่งให้คณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการจนกระทั่ง ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 จึงได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยบูรพาโดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 106 ตอนที่ 131 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพาได้ฉลองวาระการสถาปนามหาวิทยาลัย ด้วยการเปิดการจัดการเรียนการสอนในสาขาต่างๆอันเป็นเครื่องมือพัฒนาภาคตะวันออก

ทำเนียบผู้บริหารมหาวิทยาลัย[แก้]

วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน
รายนามรองอธิการประจำวิทยาเขต วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ศาสตราจารย์ ดร.ธำรง บัวศรี พ.ศ. 2498 - พ.ศ. 2502
2. ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ พ.ศ. 2502 - พ.ศ. 2503
3. รองศาสตราจารย์ สวัสดิ์ ปุษปาคม พ.ศ. 2503 - พ.ศ. 2516
มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน
รายนามรองอธิการบดีประจำวิทยาเขต วาระการดำรงตำแหน่ง
4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมวงศ์ วัจนสุนทร พ.ศ. 2517 - พ.ศ. 2522
5. ศาสตราจารย์ ดร.ทวี หอมชง พ.ศ. 2522 - พ.ศ. 2524
6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญเอิญ มิลินทสูต พ.ศ. 2524 - พ.ศ. 2530
7. รองศาสตราจารย์ เชาวน์ มณีวงษ์ พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2534
มหาวิทยาลัยบูรพา
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
8. รองศาสตราจารย์ เชาวน์ มณีวงษ์ พ.ศ. 2534 - พ.ศ. 2536
9. ศาสตราจารย์ ดร.พจน์ สะเพียรชัย พ.ศ. 2536 - พ.ศ. 2537 (รักษาการ)
10. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผาสุข กุลละวณิชย์ พ.ศ. 2537 - พ.ศ. 2545
11. ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ อุปถัมภ์ พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2553
12. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมพล พงศ์ไทย พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2557 [5]
13. รองศาสตราจารย์ ดร.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ตรามหาวิทยาลัย ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยบูรพา มีสองแบบ ไม่จำกัดสีและขนาด ลักษณะและส่วนประกอบของตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยบูรพามีสองแบบดังนี้

แบบที่หนึ่ง เป็นวงกลมซ้อนกันสองวง วงกลมในมีรูปเลขไทย “9” อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยกนกเปลวเพลิงด้านบนมีรัศมีประกอบแปดแฉก ด้านล่างของเลข 9 เป็นเส้นโค้งสามเส้น วงกลมนอกเบื้องบนมีคำว่า “สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ” เบื้องล่างมีคำว่า “มหาวิทยาลัยบูรพา”

แบบที่สอง เป็นวงกลมซ้อนกันสองวง วงกลมในมีรูปเลขไทย “9” อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยกนกเปลวเพลิงด้านบนมีรัศมีประกอบแปดแฉก ด้านล่างของเลข 9 เป็นเส้นโค้งสามเส้น วงกลมนอกเบื้องบนมีคำว่า “มหาวิทยาลัยบูรพา” เบื้องล่างมีคำว่า “BURAPHA UNIVERSITY” ความหมายของ ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยบูรพา มีดังนี้

(1) ตราเป็นรูปทรงกลม ล้อมรอบด้วยชื่อมหาวิทยาลัย และพุทธศาสนสุภาษิตประจำมหาวิทยาลัยว่า “สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ” มีความหมายว่า ความได้ปัญญาทำให้เกิดสุข

(2) ตรงกลางเป็นรูปเลขไทย “9” หมายถึง รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

(3) มีกนกเปลวเพลิงล้อมรอบ หมายถึง ความรุ่งโรจน์และรุ่งเรือง

(4) รัศมีประกอบมี 8 แฉก หมายถึง จังหวัดในภาคตะวันออก 8 จังหวัด และฐานเดิมทั้ง 8 วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

(5) ด้านล่างเป็นเส้นโค้ง หมายถึง ความเคลื่อนไหวและการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุด

สีเทา ███ หมายถึง ความเจริญทางสติปัญญา

สีทอง ███ หมายถึง คุณธรรม

สีเทา-ทอง ███ ███ หมายถึง บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ประกอบด้วยสติปัญญา และมีคุณธรรม

อาคารและสถานที่[แก้]

สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

ประติมากรรมโลมาหน้าสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลบางแสน[แก้]

เป็นสถาบันวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล โดยมีสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มหรือสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลนั้นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป

หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก[แก้]

ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ[แก้]

นิยมเรียกกันว่า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยบูรพา สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย มี 3 อาคาร ประกอบด้วย อาคารคณะแพทยศาสตร์ อาคารศรีนครินทร์ และอาคารท่านผู้หญิงประภาศรี กำลังเอก ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2527 เดิมใช้ชื่อว่า “โครงการศูนย์บริการทางการแพทย์” โดยได้รับความอนุเคราะห์จากพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก บริจาคอาคาร 2 ชั้น

หอประชุมธำรง บัวศรี[แก้]

โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" มหาวิทยาลัยบูรพา[แก้]

พื้นที่มหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยบูรพา แบ่งพื้นที่การศึกษาออกเป็น 3 วิทยาเขต

มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน[แก้]

กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ

วิทยาเขตจันทบุรี เดิมคือ วิทยาเขตสารสนเทศจันทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 57 ม.1 ถนนชลประทาน ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี มีเนื้อที่ 1,406 ไร่ 1 งาน 81 ตารางวา เปิดสอนใน 3 คณะ คือ

มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว[แก้]

มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการ ให้มหาวิทยาลัยบูรพาขยายโอกาสอุดมศึกษาไปสู่จังหวัดสระแก้วได้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2540 มีพื้นที่ในการดำเนินการเป็นที่ดินสารธารณประโยชน์ แปลงโคกป่าเพ็ก บริเวณ หมู่ที่ 4 ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว พื้นที่ 1,369ไร่ ที่ดินดังกล่าว กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติในหลักการให้มหาวิทยาลัยบูรพาใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ โดยมีเงื่อนไขการดำเนินงานใน 2 ปี ต้องได้รับงบประมาณการก่อสร้างอาคาร ถ้าไม่ได้รับจะขอยกเลิกสิทธิ์การใช้ที่ดิน เปิดสอนใน 2 คณะ คือ

หน่วยงานในมหาวิทยาลัย[แก้]

สำนักงานสภามหาวิทยาลัย[แก้]

สำนักงานอธิการบดี[แก้]

สถาบันสมทบ[แก้]

  • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
  • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก
  • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดสุพรรณบุรี
  • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง
  • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก
  • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข และหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน
  • วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข และหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน
  • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชลบุรี หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
  • วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
  • ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี

องค์การนิสิต/สภานิสิต[แก้]

รุ่นที่/ปีที่เข้า/ชื่อรุ่น/สีประจำรุ่น/ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยบูรพา[แก้]

รุ่นที่ ปีที่เข้า ชื่อรุ่น สีประจำรุ่น
1 2498 ม้าสีหมอก ขาว-ดำ
2 2499 ศรอนงค์ เหลือง-ดำ
3 2500 อรชร ขาว-แดง
4 2501 ช้างผงาด น้ำเงิน-ขาว
5 2502 ฉลามขาว เขียว-ขาว
6 2503 มดทอง เหลือง-ดำ
7 2504 ผึ้งหลวง ขาว-แดง
8 2505 สิงห์ผยอง น้ำเงิน-ขาว
9 2506 อินทรีผงาด เขียว-ขาว
10 2507 พยัคฆราช เหลือง-ดำ
11 2508 จงอางขาว ขาว-แดง
12 2509 ยุงทอง น้ำเงิน-ขาว
13 2510 เอราวัณ เขียว-ขาว
14 2511 กระทิงดำ เหลือง-ดำ
15 2512 เห่าไฟ ขาว-แดง
16 2513 พิราบขาว น้ำเงิน-ขาว
17 2514 หงส์ขาว เขียว-ขาว
18 2515 เสือดาว เหลือง-ดำ
19 2516 จามรี ขาว-แดง
20 2517 นางนวล น้ำเงิน-ขาว
21 2518 กรกฏ เขียว-ขาว
22 2519 บัวขาว เหลือง-ดำ
23 2520 ฉัททันต์ ขาว-แดง
24 2521 เหมราช น้ำเงิน-ขาว
25 2522 ตฤณสีห์ เขียว-ขาว
26 2523 มฤคมาศ เหลือง-ดำ
27 2524 พณิณธร ขาว-แดง
28 2525 ภูมรินทร์ น้ำเงิน-ขาว
29 2526 ชฏายุ เขียว-ขาว
30 2527 ศฤคาล เหลือง-ดำ
31 2528 นเคศวร ขาว-แดง
32 2529 มธุกร น้ำเงิน-ขาว
33 2530 ทวิชากร เขียว-ขาว
34 2531 พิหเคนทร์ เหลือง-ดำ
35 2532 ณัลลกัณฑ์ ขาว-แดง
36 2533 อติทีน น้ำเงิน-ขาว
37 2534 เคนกรี เขียว-ขาว
38 2535 เก็จทรายแก้ว เหลือง-ดำ
39 2536 กฤติกา ขาว-แดง
40 2537 สัตประพัทธ์ น้ำเงิน-ขาว
41 2538 ธีรวรการ เขียว-ขาว
42 2539 เอกภัทร์ภุมรินทร์ เหลือง-ดำ
43 2540 เศวตชาดชลทิศ ขาว-แดง
44 2541 วิลินกร น้ำเงิน-ขาว
45 2542 นรินทราทิตย์ เขียว-ขาว
46 2543 สัตตนิลบุษย์ เหลือง-ดำ
47 2544 วริชชโลทร ขาว-แดง
48 2545 กาญจนกันทร น้ำเงิน-ขาว
49 2546 วนพิชญภากร เขียว-ขาว
50 2547 ทศวชิรชลธี เหลือง-ดำ
51 2548 รังสิมารุจี นทีคุณารักษ์ ขาว-แดง
52 2549 บูรไพริน หัสดินทร์นราธิป น้ำเงิน-ขาว
53 2550 นาคินบดินทร์ขจรกิจ เขียว-ขาว
54 2551 กิตติกวินประภัสศิลป์มธุกร เหลือง-ดำ
55 2552 กษิรชาด ขาว-แดง
56 2553 มุกรัตน์ธารา น้ำเงิน-ขาว
57 2554 พัชรนิลปัทม์ เขียว-ขาว
58 2555 บูรพธุวดารา เหลือง-ดำ
59 2556 สตอเบอร์รี่ซันเดย์ ขาว-แดง
60 2557 รัตนภูวดินทร์ น้ำเงิน-ขาว
61 2558 อินทร์อัศนีฤทธิ์จักรกฤษณ์มรกต เขียว-ขาว
62 2559 รัตติกาลสานตะวัน เหลือง-ดำ
63 2560 ทินกรซ้อนเมฆา ขาว-แดง

อันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

ดูเพิ่มที่ อันดับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย

QS Asian Universities Ranking[แก้]

การจัดอันดับโดย Qs มีเกณฑ์การจัดอันดับ ดังนี้ ชื่อเสียงทางวิชาการ (30 เปอร์เซนต์) เป้าหมายของตัวชี้วัดนี้เพื่อจะบอกว่ามหาวิทยาลัยใดมีชื่อเสียงในในระดับนานาชาติ การสำรวจผู้จ้างงาน (20 เปอร์เซนต์) อัตราส่วนของคณะต่อนักศึกษา (15 เปอร์เซนต์) วัดจากอัตราส่วนของบุคลากรทางการศึกษาต่อจำนวนนักศึกษา และการติดต่อและให้การสนับสนุนของบุคลากรที่มีต่อนักศึกษา การอ้างอิงในรายงาน (10 เปอร์เซนต์) และผลงานของคณะ (10 เปอร์เซนต์) เป็นการรวมทั้งงานที่อ้างอิงใน scopusและ การตีพิมพ์ผลงานโดยคณะนั้นๆเอง บุคลากรระดับดุษฎีบัณฑิต (5 เปอร์เซนต์) สัดส่วนคณะที่เป็นหลักสูตรนานาชาติ (2.5 เปอร์เซนต์) และนักศึกษาต่างชาติ (2.5 เปอร์เซนต์) สัดส่วนของรับนักศึกษาและเปลี่ยนที่เข้ามาศึกษา (2.5 เปอร์เซนต์) และการส่งนักศึกษาออกไปแลกเปลี่ยน (2.5 เปอร์เซนต์)[ จากการประกาศผลการจัดอันดับ QS Asian Universities Ranking 2012 ล่าสุดในปี 2555 ที่ผ่านมา การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย มหาวิทยาลัยบูรพาติดอันดับ 191-200 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย และเป็นอันดับที่ 8 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

Webometrics[แก้]

การจัดอันดับโดย Webometrics 2017 ล่าสุด (ครั้งที่ 1 เดือนมกราคม) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยบูรพา อยู่ในอันดับที่ 2141 ของโลก อันดับที่ 52 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 16 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[6]

Nature Index[แก้]

จัดโดยวารสารในเครือ Nature Publishing Group ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก โดยการนับจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ต่อปีในวารสารที่ในเครือ Nature Publishing Group โดยในปี 2559 มหาวิทยาลัยบูรพาติดอันดับที่ 11 ของประเทศไทย

ชีวิตในมหาวิทยาลัย[แก้]

กิจกรรมเทา-งามสัมพันธ์

กิจกรรมเทา-งามสัมพันธ์ เกิดขึ้นหลังจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒวิทยาเขตต่างๆ ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยนเรศวร แม้ว่าวิทยาเขตต่างๆ จะได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ แต่ด้วยความตระหนักถึงความผูกพันทั้ง 5 มหาวิทยาลัย จึงมีปณิธานที่จะร่วมมือกันในภารกิจอันควรแก่มหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกันจัดงานเทา-งามสัมพันธ์ ขึ้น โดยใช้สี “เทา” ซึ่งเป็นสีประจำโดยรวมของทุกวิทยาเขตเป็นพื้นฐาน และเพิ่มคำว่า “งาม” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายและมีคุณค่ายิ่ง มีความหมายรวมเป็น “เทา-งามสัมพันธ์” ในปี 2538 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา หรือมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็น เจ้าภาพโดยมีรูปแบบกิจกรรมที่เน้นด้านกีฬาและด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ทั้ง 5 มหาวิทยาลัย โดยอธิการบดีร่วมเล็งเห็นความสำคัญต่อภารกิจของมหาวิทยาลัยและประเทศชาติ จึงได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งามสัมพันธ์ เป็นต้นมา ซึ่งมีข้อตกลงชัดเจนใน 4 ด้านคือด้านการวิจัย ด้านการบริหารวิชาการแก่สังคม ด้านการสร้างความสามัคคีระหว่างมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม ตลอดจนถึงการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและการกีฬา และด้านการพัฒนาองค์กรบริหาร การจัดการและวิชาการ

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้ร่วมกันในภารกิจในด้านต่าง ๆ ตามข้อตกลงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านงานวิชาการและวิจัย
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และทำกิจกรรมร่วมกันทั้งกิจกรรมด้านวิชาการและด้านกิจการนิสิต
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ โดยเฉพาะนิสิตได้มีโอกาสทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมในการ ออกค่ายนิสิตเทา-งามสัมพันธ์
กิจกรรมจักรยานทางไกล 3 วิทยาเขต (บางแสน-จันทบุรี-สระแก้ว)

เครือข่ายบัณฑิต เทา-ทอง ร่วมกันจัด “กิจกรรมจักรยานทางไกล 3 วิทยาเขต มหาวิทยาลัยบูรพา ครั้งที่ 1” รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ได้รับความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยบูรพา เทศบาลเมืองแสนสุข หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมพล พงศ์ไทย ผู้รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยว่า กิจกรรมจักรยานทางไกล 3 วิทยาเขต (บางแสน-จันทบุรี-สระแก้ว) เป็นกิจกรรมแรกที่เปิดตัวประชาสัมพันธ์และร่วมเฉลิมฉลอง 60 ปี “ตรีสิกขสถานพัชรสมโภช” แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยบูรพา โดยศิษย์เก่าได้ร่วมกันจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสถานที่เคยศึกษา และชุมชนที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน มหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตจันทบุรี และมหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตสระแก้ว รวมทั้งการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองแสนสุข หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และยังเป็นการส่งเสริมการปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันให้มากขึ้นภายใต้แนวคิด “ขับขี่แบบง่ายๆ ออกกำลังกายได้ทุกวัน” ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ ของภาคตะวันออก อีกทั้งอนุรักษ์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติให้เป็นที่นิยมและรู้จักมากขึ้น

งานกีฬาอุดมศึกษา ภาคตะวันออก

เป็นงานกีฬาของมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกหรืออีกชื่อที่เรียกกันคือ งานกีฬา 5 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ ศูนย์ฝึกพาณิชยนาวี สมุทรปราการ ครั้งล่าสุดครั้งที่ 14 <พ.ศ. 2553> มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชาเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่องาน"พิรุณเกมส์"

งานไม้เรียวเกม (My Real Game)

กีฬาประเพณีคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ หรือ ไม้เรียวเกมจัดขึ้นครั้งแรกปีการศึกษา 2544 เป็นการแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ของ นิสิต-นักศึกษา ในสายวิชาชีพครู 5 สถาบัน ได้แก่ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา นอกจากการแข่งกีฬาแล้ว ยังมีการแสดง จาก นิสิต-นักศึกษา ของแต่ละมหาวิทยาลัย และ คอนเสิร์ต ในงานเลี้ยงกลางคืน อีกด้วย

งานโลจิสติกส์สัมพันธ์ (Logistics sumpun)

โลจิสติกส์สัมพันธ์ เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตนักศึกษาที่เรียนทางด้านโลจิสติกส์ ทั้งบริหารธุรกิจและวิศวกรรมศาสตร์ของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยการใช้กิจกรรมเป็นสื่อกลาง ได้แก่ การแข่งขันกีฬาสากล กีฬาฮาเฮ การประกวดลีดเดอร์และกองเชียร์ ประกวด Miss and Mr. Logistics และการแสดงจากนิสิตนักศึกษาแต่ละสถาบัน มีสถาบันเข้าร่วม ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา, มหาวิทลยาลัยราชภัฎวไลอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี

งานกีฬาสิงห์สัมพันธ์

กีฬาสิงห์สัมพันธ์ เป็นกิจกรรมร่วมกัน ระหว่าง พี่น้องสิงห์ทุกสถาบัน เพื่อกระชับสัมพันธไมตรี ไม่ต้องแบ่งสี แบ่งก๊ก แบ่งเหล่า (เริ่มจาก 5 มหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) และต่อมามี 6 สถาบัน สถาบันที่เพิ่มเข้ามาคือ มหาวิทยาลัยบูรพา(อดีตมศว บางแสน) โดยเข้ามาในปีที่ 5 ของการจัดงาน ในปี2554 จะเป็นการแข่งขันครั้งที่ 8 มหาวิทยาลัยที่เป็นเจ้าภาพคือมหาวิทยาลัยบูรพา และต่อมาในปี 2557 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เข้ามาในปีที่ 9 และงานประเพณีสิงห์สัมพันธ์ ครั้งที่ 11 เจ้าภาพโดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปี 2559

หอพักนิสิต[แก้]

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

แผนที่และการเดินทาง[แก้]

มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน[แก้]

Map BUU S.jpg

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. วิทยาเขต
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ old5
  3. กรมฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ (2535). แนวคิดและผลงานศาสตราจารย์บุญถิ่น อัตถากร. p. 139. 
  4. สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (2554). "รวบรวมครูเทพศิรินทร์ตั้งแต่อดีต". สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2559. 
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา [นายสมพล พงศ์ไทย]
  6. [http://www.webometrics.info/en/Asia/Thailand

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°17′09″N 100°55′29″E / 13.285895°N 100.924753°E / 13.285895; 100.924753

แม่แบบ:ศูนย์สะเต็มศึกษา