มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
Rajamangala University of Technology Tawan-ok
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย.png
ชื่อย่อ มทร.ตะวันออก / RMUTTO
คติพจน์ ราชมงคลสร้างคนสู่งานเชี่ยวชาญเทคโนโลยี
ราชมงคลทั้งเก้าแห่ง
สถาปนา 18 มกราคม พ.ศ. 2548
ประเภท มหาวิทยาลัยรัฐ
อธิการบดี ผศ.ดร.อารมย์ ตัตตะวะศาสตร์
นายกสภามหาวิทยาลัย ศ.สุนทร บุญญาธิการ
ที่ตั้ง วิทยาเขตบางพระ
43 หมู่ 6 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110
วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ
122 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
วิทยาเขตจันทบุรี
ถนนบำราศนราดูร ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี 22210
วิทยาเขตอุเทนถวาย
225 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เว็บไซต์ www.rmutto.ac.th

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (อังกฤษ: Rajamangala University of Technology Tawan-ok) เน้นการจัดการศึกษาเพื่อให้บัณฑิตมีคุณลักษณะที่มีทักษะด้านช่างอุตสาหกรรม การก่อสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรม การเกษตร การบริหารจัดการ และทักษะด้านธุรกิจ สามารถปฏิบัติงานได้จริง มีความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้สามารถประกอบอาชีพได้หลายอาชีพ

ประวัติ[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จัดตั้งขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยพระราชบัญญัติวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา พ.ศ. 2518 ใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา” และโอนวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยเกษตรกรรม และวิทยาลัยต่างๆ ในสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาสังกัด ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “ราชมงคล” เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531 (วันราชมงคล) พร้อมทั้งมีพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเป็นสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2532 ทำให้วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล"

ในระยะต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาต้องเป็นนิติบุคคล[1] ทำให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเริ่มมีแนวคิดในการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยนิติบุคคล กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548[2] ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นผลให้มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเกิดขึ้นใหม่ จำนวน 9 แห่ง เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี จัดการศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติ ผลิตครูวิชาชีพ และให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษามีโอกาสในการศึกษาต่อด้านวิชาชีพเฉพาะทางระดับปริญญาเป็นหลัก

คณะในมหาวิทยาลัย[แก้]

  1. คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ เว็บคณะ
  2. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เว็บคณะ
  3. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เว็บคณะ
  4. คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ เว็บคณะ
  5. คณะศิลปศาสตร์ เว็บคณะ
  6. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร เว็บคณะ
  7. คณะเทคโนโลยีสังคม เว็บคณะ
  8. คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ เว็บคณะ
  9. คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ เว็บคณะ
  10. สถาบันเทคโนโลยีการบิน เว็บคณะ

สาขาที่เปิดสอนในคณะต่างๆ[แก้]

  • คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ
    • สาขาพืชศาสตร์ - พืชไร่ - นา
    • สาขาพืชศาสตร์ - พืชสวน
    • สาขาสัตวศาสตร์
    • สาขาวิศวกรรมเกษตรและเทคโนโลยี (สาขาวิชาเกษตรกลวิธาน)
    • สาขาประมง
    • สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์
    • สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์
  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • สาขาการตลาด
    • สาขาการบัญชี
    • สาขาการจัดการทั่วไป
    • สาขาเทคโนโลยีโลจิสติกส์และการจัดการระบบขนส่ง
    • สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย
    • สาขาเศรษฐศาสตร์
    • สาขาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
    • สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์-คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
    • สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
    • สาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
  • คณะศิลปศาสตร์
    • สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล
    • สาขาการท่องเที่ยว
    • สาขาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (กำลังจะเปิดสอนในอนาคต)
    • สาขาพลศึกษาและนันทนาการ (กำลังจะเปิดสอนในอนาคต)
    • สาขาภาษาไทย (กำลังจะเปิดสอนในอนาคต)
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์
  • คณะสัตวแพทยศาสตร์
    • สาขาสัตวแพทยศาสตร์
  • คณะเทคโนโลยีสังคม
  • คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร
    • สาขาวิชาพืชศาสตร์ – พืชสวน
    • สาขาวิชาสัตวศาสตร์
    • สาขาวิชาประมง
    • สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
    • สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตรและเทคโนโลยี
    • สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์
    • สาขาวิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรมและกิจอาหาร
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า
  • สถาบันเทคโนโลยีการบิน
    • สาขาวิทยาศาสตร์การบิน
    • การจัดการการบิน

วิทยาเขต[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ได้รับการสถาปนาขึ้นในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 ประกอบด้วย 4 วิทยาเขต คือ

สถานที่ตั้ง วิทยาเขต[แก้]

รายนามอธิการบดี[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. รศ.ไพบูลย์ มากจันทร์ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2548 - 19 มกราคม พ.ศ. 2551[3]
2. นายทวีชัย เหลี่ยมศิริวัฒนา 19 มกราคม พ.ศ. 2551 - 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551(รักษาการ)
3. ผศ.วันชัย มั่นคง 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551 - 1 มีนาคม พ.ศ. 2553 (รักษาการ)
4. ศ.ดร.สิน พันธุ์พินิจ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 (รักษาการ)[4]
25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553[5] - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
16 ตุลาคม พ.ศ. 2558[6] - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ผศ.นเรศ ใจหาญ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559 - 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559 (รักษาการ)
ผศ.ดร.อารมย์ ตัตตะวะศาสตร์ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน (รักษาการ)

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ตราประจำมหาวิทยาลัย พระมหาพิชัยมงกุฎ ตราประจำมหาวิทยาลัยนั้นเป็นรูปดวงตราวงกลมภายในมีพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ล้อมรอบด้วยดอกบัว 8 กลีบ ซึ่งสื่อความหมายถึง ทางแห่งความสำเร็จ มรรค 8 และความสดชื่น เบิกบานอันก่อให้เกิดปัญญา ด้านบนดวงตรานั้นมีพระมหาพิชัยมงกุฎที่มีตัวเลข ๙ ซึ่งหมายถึง รัชกาลที่ 9 ครอบอยู่ ด้านล่างดวงตรานั้นเขียนชื่อสถาบัน ทั้งนี้ตราของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ล้วนได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้อัญเชิญมาเป็นตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง บรรดาคณาจารย์ ข้าราชการ นักศึกษา บัณฑิต ศิษย์เก่าราชมงคลทุกรุ่น ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
  • ดอกไม้ประจำสถาบัน คือ ดอกพะยอม เป็นดอกไม้ที่มีสีขาวนวลบ่งบอกถึงความสุภาพอ่อนโยน มีสัมมาคารวะ กลิ่นหอมไกลของดอกพะยอม สื่อถึงความรู้ความสามารถ คุณธรรมและจริยธรรมของบัณฑิตซึ่งเป็นที่ประจักษ์ทั่วไป
  • สีประจำมหาวิทยาลัย คือ น้ำเงินเทอร์ควอยส์ สีน้ำเงินเป็นสีประจำพระมหากษัติริย์

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

ศาสตราจารย์สวาสดิ์ ไชยคุณา อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ผู้บุกเบิกสถาบันฯ อย่างแท้จริง ได้กล่าวถึงการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกของสถาบันไว้ว่า

ล้นเกล้าฯ พระปิยมหาราช ปลดปล่อยทาสให้เป็นไทยฉันใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงปลดปล่อยนักเรียนอาชีวศึกษาจากที่ถูกสังคมมองว่าเป็นเป็นนักเรียนชั้นสองให้เป็นไทฉันนั้น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิตในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร

นับจากปีแรกที่ได้เริ่มสถาปนาวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ในปี พ.ศ. 2518 และได้ดำเนินการเรียนการสอนผ่านพ้นอุปสรรคปัญหามานานานับประการเรื่อยมา จนกระทั่งมาถึงวันแห่งความสำเร็จวันแห่งภาคภูมิใจที่รอคอยก็มาถึง อีกหกปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระมหากรุณาธิการอย่างสูงสุด เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษารุ่นแรก

การที่บัณฑิตที่มาจากนักเรียนอาชีวศึกษาชั้นสอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด มีโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระหัตถ์พระองค์เอง ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร นำความปลื้มปิติยินดีมาสู่เหล่าคณาจารย์ ข้าราชการ นักศึกษา ผู้ปกครองบัณฑิต เป็นล้นพ้น และอีกสามครั้งคือ ในปี พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2530 พ.ศ. 2531 เมื่อได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสถาบันให้ใหม่ว่า สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลแล้วได้เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เป็นครั้งแรกด้วยพระองค์เอง ในปี พ.ศ. 2533 รวมแล้วได้เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ด้วยพระองค์เองถึง 4 ครั้ง และตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา ก็ได้ทรงพระกรุณาฯ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรแด่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง เป็นประจำทุกปี ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ในวันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิตความตอนหนึ่งว่า พระราโชวาทพระราชทานแก่บัณฑิต วันที่ 15 ธันวาคม 2552

ขอให้ทุกคนได้ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง ในอันที่จะใช้สื่อเทคโนโลยีให้เหมาะสม และให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ เพื่อให้บังเกิดผลเป็นประโยชน์เป็นความเจริญแก่ตนเองและส่วนรวมพร้อมทุกส่วน

ภาวะการมีงานทำของบัณฑิต[แก้]

ศิษย์เก่าและบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสามารถประกอบอาชีพทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยสามารถหางานทำได้มากที่สุดใน 9 ราชมงคลด้วยกันในปี พ.ศ. 2548[ต้องการอ้างอิง] มีการสำรวจภาวะการมีงานทำของบัณฑิตเมื่อปี 2548 โดยสำรวจหลังจากจบแล้วเป็นเวลา 6 เดือน ปรากฏว่า บัณฑิตที่มีงานทำแล้วเรียงจากมากไปน้อยคือ

  1. ราชมงคลกรุงเทพ (82.86%)
  2. ราชมงคลรัตนโกสินทร์ (82.83%)
  3. ราชมงคลพระนคร (81.07%)
  4. ราชมงคลสุวรรณภูมิ (79.13%)
  5. ราชมงคลอีสาน (77.76%)
  6. ราชมงคลตะวันออก (77.67%)
  7. ราชมงคลธัญบุรี (77.44%)
  8. ราชมงคลล้านนา (77.10%)
  9. ราชมงคลศรีวิชัย (68.12%)

นับเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ (การสำรวจการมีงานทำในระยะเวลา6เดือนหลังจากจบ)

  1. ราชมงคลกรุงเทพ 89.12 %
  2. ราชมงคลตะวันออก 87.16%
  3. ราชมงคลรัตนโกสินทร์ 86.36%
  4. ราชมงคลอีสาน 80.51%
  5. ราชมงคลธัญบุรี 78%
  6. ราชมงคลศรีวิชัย 77.42%
  7. ราชมงคลล้านนา 71.87%
  8. ราชมงคลพระนคร 66.67%

บุคคลจากมหาวิทยาลัย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
คณะ

เกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สัตวแพทยศาสตร์บริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศศิลปศาสตร์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตรเทคโนโลยีสังคมวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีการบิน

ตรามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก.gif
วิทยาเขต

บางพระ (สำนักอธิการบดี)จักรพงษภูวนารถจันทบุรีอุเทนถวาย