มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
Yala Rajabhat University
ตราราชภัฎยะลา.jpg
สถาปนา พ.ศ. 2477
ประเภท รัฐ
อธิการบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์
นายกสภามหาวิทยาลัย กำลังดำเนินการสรรหา
ที่ตั้ง 133 ถนนเทศบาล 3 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000
เว็บไซต์ www.yru.ac.th
ดูบทความหลักที่: มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ประวัติมหาวิทยาลัย[แก้]

YRU-Thai-Banner.JPG
YRU-Eng-Banner.JPG
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (อังกฤษ: Yala Rajabhat University) โดยใช้ชื่อย่อมหาวิทยาลัยภาษาไทย คือ "มรย." และอังกฤษคือ "YRU" ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีประวัติและพัฒนาการขององค์กรมายาวนานกว่า 80 ปี (นับถึง พ.ศ. 2557 ครบรอบ 80 ปี) โดยแบ่งเป็นยุคของการพัฒนาองค์กร ซึ่งเริ่มจากการต่อตั้งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู ตั้งปี พ.ศ. 2477 จนถึงในปัจจุบันได้ยกฐานะเป็นนิติบุคคลเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา" ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 (ยกฐานะเป็นนิติบุคคลพร้อมกับสถาบันราชภัฏอีก 41 แห่ง ในขณะนั้น) สามารถแบ่งยุคของการพัฒนาองค์กรโดยละเอียดตามลำดับรวมทั้งหมด 4 ยุค (ระยะ) ดังนี้ [1] [2] ดังนี้

ยุคโรงเรียนฝึกหัดครู (พ.ศ.2477-2505)[แก้]

เสาอนุสรณ์ในยุคโรงเรียนฝึกหัดครู (ปัจจุบันนำมาจัดตั้งไว้ที่หน้าศูนย์ศิลปวัฒนธรรม)
  • 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 เริ่มก่อตั้งเป็นโรงเรียนอาชีพประจำจังหวัด ตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู ที่หมู่บ้านมลายูบางกอก ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาเป็นผู้ตั้ง ใช้เงินศึกษาพลี (เงินศึกษาพลี เป็นเงินที่รัฐเก็บจากชายไทยอายุ 18–60 ปี เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการจัดการศึกษา)เป็นค่าก่อสร้างสถานที่เป็นเงิน 2,000 บาท ดำรงโรงเรียนตามพระราชบัญญัติประถมศึกษาพุทธศักราช 2464 เปิดสอนในระดับสอนชั้นประถมปีที่ 4 และประโยคประถมบริบูรณ์ คือชั้นประถมปีที่ 6 ในสมัยนั้น
  • 17 พฤษภาคม 2478 ได้ย้ายโรงเรียนมาตั้งที่ข้างวัดพุทธภูมิ คือ ส่วนของบริเวณที่เป็นโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลาในปัจจุบันนี้ การย้ายโรงเรียนครั้งนี้ ด้วยสาเหตุ คือ ที่ตั้งโรงเรียนเดิม คือที่มลายูบางกอกเป็นเนินสูง ไม่เหมาะแก่การฝึกหัดภาคปฏิบัติ คือการทำสวนปลูกผักในสมัยนั้น ซึ่งมีพระภูมิพิชัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
  • พ.ศ. 2477 จัดตั้งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นต้นปีที่ 1-2
  • พ.ศ. 2478 จัดเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร 2 ชั้น คือ ชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2 นักเรียนสอบไล่ได้ ป.5 เป็นนักเรียนปีที่ 1 นักเรียนที่สอบไล่ได้ ป. 6 เป็นนักเรียนปีที่ 2 และมี ประถม เกษตรกรรมปีที่ 1,2 รวมอยู่ด้วย
  • 22 สิงหาคม 2480 ย้ายโรงเรียนไปตั้งที่โรงเรียนอนุบาลซึ่งได้ปลูกสร้างสถานที่ขึ้นใหม่ (โรงเรียนอนุบาลสมัยนั้นอยู่บริเวณที่ตั้งของวิทยาลัยเทคนิคยะลาในปัจจุบัน)
  • วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2481 โอนชั้นประถมเกษตรกรรมไปขึ้นกับเทศบาลเมืองยะลายังคงเหลือแต่ชั้นฝึกหัดครู ปีการศึกษา 2482 ไม่มีนักศึกษามาสมัครเรียนเลย โรงเรียนต้องปิดตลอดปีการศึกษา 2482 วันที่ 17 พฤษภาคม 2483 เริ่มเปิดทำการสอนใหม่เป็นมัธยมพิเศษ เริ่มสอนปีที่ 1 แล้วปีต่อมาคือปี พ.ศ. 2484 ขยายถึงชั้นปีที่ 3
  • พ.ศ. 2486 เปลี่ยนเรียกชื่อ ม.1-2-3 พิเศษ เป็นชั้นฝึกหัดครูประชาบาล (ป.ป.)ปีที่ 1-2-3 วันที่ 15 ธันวาคม 2486 ย้ายโรงเรียนไปตั้งที่สะเตง ที่ตั้งศาลากลางจังหวัดเดิม โดยกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงคมนาคม โอนเงินชดใช้ 10,000 บาท ให้แก่แผนกมหาดไทย ทางแผนกมหาดไทยโอนกรรมสิทธิ์อาคารต่าง ๆ ให้แก่โรงเรียนฝึกหัดครู [3]คือ
  1. ที่ทำการอำเภอเมืองยะลา 1 หลัง
  2. ศาลากลางจังหวัด 1 หลัง (หอธรรมศักดิ์มนตรี)
  3. ที่ทำการแผนกศึกษาธิการ 1 หลัง
  4. สโมสรเสือป่า 1 หลัง
  5. จวนข้าหลวงประจำจังหวัด 1 หลัง
  6. ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข 1 หลัง
  • พ.ศ. 2493 เปิดชั้นฝึกหัดครูมูล รับนักเรียนที่สอบไล่ได้ ม.6 เข้าเรียนตามหลักสูตร 1 ปี และยุบเลิกชั้น ป.ป. ปีที่ 1
  • พ.ศ. 2494 เปิดชั้นฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดปีที่ 1 ยุบเลิกชั้น ป.ป. ปีที่ 2
  • พ.ศ. 2498 ยุบเลิกชั้นประถมประโยคครูมูล เปิดชั้นฝึกหัดครูประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาปีที่ 1 ยุบเลิกชั้น ว. ปีที่ 1
  • พ.ศ. 2499 เปิดชั้นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาปีที่ 2 ยุบเลิกชั้นประโยคครูมูลและเปิดสอนชั้นประกาศนียบัตรวิชาการเรื่อยมา
  • พ.ศ. 2504 โรงเรียนฝึกหัดครูยะลา ได้ย้ายมาจากศาลากลางเก่าที่สะเตง มาอยู่ที่ปัจจุบันได้ก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง หอนอน 1 หลัง และโรงอาหารชั่วคราว 1 หลัง และยังใช้สถานที่เดิมอยู่ด้วยเพราะสถานที่สร้างใหม่ไม่เพียงพอ ที่สถานที่ปัจจุบันนี้ ฯ พณฯ ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดแผนผังของสถาบันราชภัฏไว้ไห้ ตั้งแต่เมื่อแรกที่ได้ที่ดินมาดำเนินการก่อสร้าง

ยุควิทยาลัยครู (พ.ศ.2505-2538)[แก้]

พระพิฆเนศ ตราสัญลักษณ์วิทยาลัยครูยะลา[4]
  • พ.ศ. 2505 กรมการฝึกหัดครู ประกาศยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูยะลาเป็นวิทยาลัยครูยะลาและในปีการศึกษา 2506 ได้เปิดชั้นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงเป็นรุ่นแรก และขยายการเปิดสอนชั้นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ปกศ.)ชั้นสูง วิชาเอกต่าง ๆ
  • พ.ศ. 2509 วิทยาลัยครูยะลาได้รับเงินงบประมาณดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานที่ต่าง ๆ ทำให้เป็นสถานศึกษาสมบูรณ์ มีอาคารสถานที่พร้อมทั้งอาคารเรียน หอนอนหญิง หอนอนชาย หอประชุม บ้านพักครู โรงครัว ตลอดจนการสาธารณูปโภคภายในวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2518 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 95 ตอน 48 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2518 ฉบับพิเศษ เรื่อง "พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ.2518" มีผลทำให้วิทยาลัยครูทั่วประเทศ สามารถเปิดสอนถึงระดับปริญญา วิทยาลัยครูภัฏยะลาได้เปิดสอนระดับปริญญาตรีรุ่นแรก สาขาวิชาบังคับเอกภาษาอังกฤษและวิชาโทภาษาไทย และได้ทำการเปิดสอนมาตามลำดับ ผลิตผู้สำเร็จการศึกษาเป็นจำนวนหลายวิชาเอกและวิชาโท เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2527 ในขณะนั้น
  • พ.ศ. 2528 ได้ขยายหลักสูตรเปิดสอนวิชาการในสาขาต่าง ๆ ตามความต้องการของท้องถิ่น เปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญาศิลปศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ วิชาเอกวารสารและการประชาสัมพันธ์ สาขาศิลปกรรมและศิลปประยุกต์ วิชาเอกออกแบบประยุกต์ศิลป หลักสูตรอนุปริญญาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ วิชาเอกการอาหาร
  • พ.ศ. 2529 ขยายหลักสูตรอนุปริญญาศิลปศาสตร์ เปิดสอนสาขาวิชาดนตรีและ ศิลปการแสดง วิชาเอกนาฎศิลป์และการศิลปการแสดง
  • พ.ศ. 2530 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิชาศิลปะศาสตร์ (ศศ.บ.) โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชน
  • พ.ศ. 2531 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิชาศิลปศาสตร์ (ศศ.บ.) โปรแกรมวิชา การจัดการทั่วไป
  • พ.ศ. 2532 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (วท.บ) โปรแกรมวิชา สุขศึกษา
  • พ.ศ. 2534 เปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (อ.วท.) โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์
  • พ.ศ. 2535 เปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญาสาขาวิทยาศาสตร์ (อ.วท.) โปรแกรมวิชาเคมีปฏิบัติ
  • พ.ศ. 2535 เปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญาสาขาศิลปศาสตร์ (อ.ศศ.) โปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ โปรแกรมวิชาธุรกิจการท่องเที่ยว

ยุคสถาบันราชภัฏยะลา (พ.ศ.2538-2547)[แก้]

ตราสัญลักษณ์สถาบันราชภัฏยะลา[5]
สนามฟุตบอลในยุคสถาบันราชภัฏยะลา
  • 14 กุมภาพันธ์ 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานนามสถาบันว่า "สถาบันราชภัฏ" แทนวิทยาลัยครู จึงถือเอา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น "วันราชภัฏ" สืบต่อมา โดยใน วันที่ 24 มกราคม 2538 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 ตอนที่ 4 ก. "พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ" พ.ศ. 2538 วิทยาลัยครูยะลา จึงมีนามใหม่ว่า "สถาบันราชภัฏยะลา" ซึ่งมีผลทำให้สถาบันสามารถเปิดสอนในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีได้
  • พ.ศ. 2538 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีสาขาศิลปศาสตร์ (ศศ.บ.) โปรแกรมวิชาการบริหารธุรกิจ
  • พ.ศ. 2539 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีสาขาศิลปศาสตร์ (ศศ.บ.) โปรแกรมวิชา ศิลปกรรม
  • พ.ศ. 2540 เปิดสอนหลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต)
  • พ.ศ. 2541 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี สาขาศิลปศาสตร์ (ศศ.บ.) โปรแกรมวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ โปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์
  • พ.ศ. 2542 เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี สาขาศิลปศาสตร์ (ศศ.บ.) โปรแกรมวิชาภาษาไทยและเปิดสอนโครงการการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ (กศ.บป.) ศูนย์แม่ลาน รุ่นที่ 3
  • พ.ศ. 2543 เปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา รุ่นที่ 1
  • พ.ศ. 2544 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษาโครงการ การศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น(กศ.พท.) รุนที่ 4 และนักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 16 เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2544
  • พ.ศ. 2545 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษา กศ.พท. รุ่นที่ 5 นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 17 และนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา รุ่นที่ 2
  • พ.ศ. 2546 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษา กศ.พท. รุ่นที่ 6 นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 18 เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2546
  • พ.ศ. 2547 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 19 รับนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา รุ่นที่ 3 และเปิดสอนหลักสูตรครุศาสตร มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่นที่ 1

ยุคปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (15 มิถุนายน 2547-ปัจจุบัน)[แก้]

ไฟล์:Yala rajabhat university.jpg
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
  • 15 มิถุนายน 2547 สถาบันราชภัฏยะลา (ตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2537) ยกฐานะเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 โดยกำหนดปรัชญาและวัตถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 41 แห่ง ตามพระราชบัญญัติใน "มาตรา 7 ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญาของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปวิทยา เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ใ ห้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน วิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผลิตครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู"
  • พ.ศ. 2547 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 19 รับนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา รุ่นที่ 3 และเปิดสอนหลักสูตรครุศาสตร มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่นที่ 1
  • พ.ศ. 2548 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 20 เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2548
  • พ.ศ. 2549 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 21 รับนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา รุ่นที่ 4 และนักศึกษาหลักสูตร ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่นที่ 2
  • พ.ศ. 2550 รับนักศึกษาภาคปกติ นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 22 เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2550
  • พ.ศ. 2551 รับนักศึกษาภาคปกติ เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2551 นักศึกษา กศ.บป. รุ่นที่ 23 เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2551
  • พ.ศ. 2552 รับนักศึกษาภาคปกติ เข้าศึกษาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2552 รับนักศึกษา นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา รุ่นที่ 3 และเปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
  • พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีหลักสูตรที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาภาคปกติและภาคพิเศษ ในระดับปริญญาตรี ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต และระดับปริญญาโท รวมทั้งสิ้น 39 หลักสูตร แบ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี 4 ปี 26 หลักสูตร ปริญญาตรี 5 ปี 6 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 2 หลักสูตร และปริญญาโท 5 หลักสูตร และมีจำนวนนักศึกษาทุกระดับทั้งภาคปกติและภาคพิเศษทั้งหมด 7,600 คน จำแนกเป็นนักศึกษาคณะครุศาสตร์ 2,590 คน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 1,424 คน คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร 2,187 คน และคณะวิทยาการ จัดการ 1,399 คน [6]
  • พ.ศ. 2554 ทุกหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรใหม่หรือปรับปรุงหลักสูตรเดิมที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีในทุกหลักสูตรให้เข้าตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2552 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับใช้จัดการศึกษาในปีการศึกษา 2555 ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  • พ.ศ. 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรใหม่เพื่อรับนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2555 ในระดับปริญญาตรี จำนวน 26 หลักสูตร จากทั้ง 4 คณะ คือคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยแยกเป็น
-หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ได้แก่ สาขาเกษตรศาสตร์ จุลชีววิทยา ชีววิทยา เคมี วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ
-หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) ได้แก่ สาขาภาษาจีน ภาษาไทย ภาษามลายู การพัฒนาชุมชน ภาษาอังกฤษ
-หลักสูตรศิลปบัณฑิต (ศ.บ.) ได้แก่ สาขาออกแบบนวัตกรรมทัศนศิลป์
-หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) ได้แก่ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ การจัดการทั่วไป การตลาด การบัญชี
-หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา การศึกษาปฐมวัย
สำหรับในปีการศึกษา 2555 นี้ เป็นปีที่ สมศ. (สำนักประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ) เข้าตรวจประเมินคุณภาพการจัดการศึกษามหาวิทยาลัยและหน่วยงานระดับคณะหรือเทียบเท่า รอบ 3 ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาและหน่วยงานระดับคณะมีความพร้อมในการรับการตรวจประเมินครั้งนี้ โดยมีคณะกรรมตรวจประเมินจาก สมศ. จำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ พล.ต.ต.ดร.เกียรติพงษ์ มีเพียร ประธานกรรมการ รองศาสตราจารย์ ดร.พนารัตน์ ปานมณี กรรมการ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อนุสรณ์ จิตมนัส กรรมการและเลขานุการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการเมินอย่างเป็นทางการ ภาพประกอบบรรยากาศขณะเข้าประเมินคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการ'เกษตร
  • พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จัดการเรียนการสอนเปิดสอนหลักสูตรปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรธรรมชาิตและสิ่งแวดล้อม เป็นหลักสูตรแรก โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิต เรืองแป้น เป็นประธานหลักสูตร (ในขณะดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์เทตโนโลยีและการเกษตร) จัดการเรียนการสอนภายใต้การกำกับของภาควิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร ซึ่งมีอาจารย์แพรวศรี เดิมราช ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาในขณะนั้น โดยในรุ่นแรกรับนักศึกษาภาคปกติ จำนวน 5 คน (นางสาวณัฏฐิยา ยอดเอียด, นายสมศักดิ์ พยากรณ์, พันตำรวจโทอนุชัย ณ วัชรเจริญ,นางสาวลักขณา อาคุณซาดา และ นายการะเวก สว่างรุ่งเรือง) และรับนักศึกษาภาคเสาร์-อาทิตย์ จำนวน 6 คน (นางภัทรพร พรหมเต็ม, นายวิพัฒน์ ถาวโรฤทธิ์, นางสาวนิมัศตูรา แว, นายประดับ นวลละออง, นายรูซือมัน อาแวเง๊าะ, นางเพลินพิศ พงศ์ปริญญากุล)
  • พ.ศ. 2557 มหาวิทยาลัยราภัฏยะลาปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารเป็นการบริหารเชิงรุก ภายใต้การสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรสู่ "มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ (The WISDOM Bank University)" ซึ่งนำทีมบริหารโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดี และทีมคณะผู้บริหารซึ่งมีวาระ 4 ปีในการบริหารงาน โดยอธิการได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2556 เป็นต้นมา มีเป้าหมายเพื่อเปิดมหาวิทยาลัยต้อนรับชุมชนและท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมให้เป็น "สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น" ตามปรัชญาการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริงต่อไป
โครงการและกิจกรรมสำคัญที่ได้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2557 (ปีการศึกษา 2556-2557) ได้แก่

การขยายการจัดการศึกษาโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ถึงระดับชั้นประถมศึกษา โดยพัฒนาหลักสูตรและเปิดรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และจัดการเรียนการสอนขึ้นเป็นปีแรกในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 32 คน โดยเน้นการพัฒนานักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนให้มีความรู้และทักษะพื้นฐานรองรับการนำประเทศสู่ประชาคมอาเซียน มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาในการสื่อสารมากกว่า 1 ภาษา ฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ จีน มลายูกลาง รวมทั้งภาษาไทย และเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ วางพื้นฐานด้านไอซีทีให้กับนักเรียน รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรมไทย

นอกจากนั้น ยังมีโครงการต่างๆ ที่ดำเนินงานและมีผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมหลายโครงการ ได้แก่ โครงการลานกีฬาเพื่อมวลชน โครงการลานไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ โครงการศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการจอดรถเดินเรียน เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน โครงการเปิดโอกาสทางการศึกษา โดยเพิ่มโอกาสให้กับนักเรียนในพื้นที่ เพิ่มจำนวนการรับนักศึกษาใหม่ จากปีละ 1,500 คน เป็นปีละ 2,000 คน โครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก จัดหาป้าย LED ปรับปรุงสารจันทน์กะพ้อ ป้ายบอกทาง และอื่นๆ โครงการสถาบันฝึกอบรมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โครงการธนาคารความดี โครงการพัฒนาห้องเรียนมาตรฐาน โครงการหอศิลป์ โครงการเร่งรัดปฏิรูปกฎระเบียบ โครงการจัดตั้งสถาบันภาษาและอาเซียนศึกษา โครงการศิษย์เก่าร่วมพัฒนา โครงการยะลาโพล โครงการศิลปวัฒนธรรมนำสันติสุข เป็นต้น (รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ผลงานผู้บริหาร...)
สำหรับในปี พ.ศ. 2557 เป็นปีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ครบรอบอายุการก่อตั้งมา 80 ปี จากพัฒนาการ 4 ยุค ได้แก่ ยุคโรงเรียนฝึกหัดครู ยุควิทยาลัยครูยะลา ยุคสถาบันราชภัฏยะลา และยุคปัจจุบัน ยุคมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล ยกฐานะมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 นับเป็นวาระครบรอบ 10 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยจึงจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่ โดยกำหนดชื่องานว่า "80 ปี จากโรงเรียนฝึกหัดครู ก้าวสู่คลังปัญญาชายแดนใต้" ซึ่งมีกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างหลากหลาย อาทิเช่น นิทรรศการวิชาการจาก 46 หลักสูตร นิทรรศการ 80 ปี จากฝึกหัดครู สู่คลังปัญญาชายแดนใต้ การเสวนาทางวิชาการนานาชาติ การแสดงกิจกรรมทำนุและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมจากทุกคณะภายในเครือข่ายมหาวิทยาลัยภายในและต่างประเทศ การแข่งขันกีฬาราชภัฏคัพครั้งที่ 1 การแข่งขันนกพื้นบ้าน การจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กิจกรรมแสดงสินค้า OTOP และอาหารจานเด็ด นิทรรศการสินค้ารถยนต์ เป็นต้น

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา
  • สีประจำมหาวิทยาลัย สีชมพู – เทา โดย
    • สีชมพู เป็นสีของความรัก หมายถึง การรู้รัก – สามัคคี
    • สีเทา เป็นสีของสมอง หมายถึง ความคิด การไตร่ตรอง ใช้เหตุผล

ดังนั้น สีชมพู – เทา จึงหมายถึง มีความคิด รู้จักไตร่ตรอง อยู่ร่วมกันด้วยความรักสามัคคี

ปรัชญา[แก้]

สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

คำอธิบายเพิ่มเติมปรัชญา
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นสถาบันอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาท้องถิ่น จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น ด้วยกระบวนการพัฒนาองค์ความรู้บนพื้นฐาน การบูรณาการศาสตร์สากล และภูมิปัญญาท้องถิ่น

วิสัยทัศน์[แก้]

มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ The WISDOM Bank University

คำอธิบายเพิ่มเติม

องค์กรที่มีเครือข่ายและพัฒนาสู่สากล (World Wide)
องค์กรแห่งสติปัญญาและความรู้ (Intellectual)
องค์กรแห่งความสง่างาม (Smart)
องค์กรแห่งวิถีประชาธิปไตย (Democracy)
องค์กรแห่งการจัดการตนเอง (Self-Organized)
องค์กรแห่งคุณธรรมจริยธรรม (Morality)

(กำลังปรับปรุงข้อมูล)

อัตลักษณ์ของบัณฑิต[แก้]

"เก่งไอที มีจิตอาสา สู้งาน สื่อสารภาษามลายูกลางได้"

เก่งไอที หมายถึง
มีจิตอาสา หมายถึง
สู้งาน หมายถึง
สื่อสารภาษามลายูกลางได้

(กำลังปรับปรุงข้อมูล)

เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย[แก้]

"สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้"

พันธกิจ[แก้]

1.ผลิตบัณฑิต

2.ให้บริการวิชาการแก่สังคม

3.วิจัย

4.ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

5.พัฒนาครูและบุคลกรทางการศึกษา

6.เสริมสร้างความสมานฉันท์ให้สังคมพหุวัฒนธรรม

7.พัฒนาองค์กรคุณภาพ

หน่วยงานภายใน[แก้]

ภาพบรรยากาศมหาวิทยาลัย[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ไกรสร ศรีไตรรัตน์. ระบบ กลไกและยุทธศาสตร์ สู่มหาวิทยาลัยคุณภาพและทันสมัยภายใต้อุดมการณ์ราชภัฏ. ยะลา: เอกสารนำเสนอการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับกลาง ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา,2554.
  2. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. คู่มือนักศึกษา 2548. ยะลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา,หน้า 5.
  3. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. คู่มือนักศึกษา 2548. ยะลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา,หน้า 5.
  4. ศฤงคาร กิติวินิต. รูปภาพของ YRU History Gallery. ยะลา : http://www.facebook.com/photo.php?fbid=540481612644468&set=o.127396757370450&type=1&relevant_count=1#!/photo.php?fbid=10150408109139556&set=o.127396757370450&type=1&theater.
  5. ศฤงคาร กิติวินิต. รูปภาพของ YRU History Gallery. ยะลา : http://www.facebook.com/photo.php?fbid=540481612644468&set=o.127396757370450&type=1&relevant_count=1#!/photo.php?fbid=10150408109139556&set=o.127396757370450&type=1&theater.
  6. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในปีการศึกษา 2553. ยะลา: สำนักงานประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา,2553.