ข้ามไปเนื้อหา

มหาวิทยาลัยมหิดล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์)
มหาวิทยาลัยมหิดล
Mahidol University
พระมหาพิชัยมงกุฎ กรมหลวงสงขลานครินทร์
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
ชื่อเดิมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
ชื่อย่อม.มหิดล / MU
คติพจน์บาลี: อตฺตานํ อุปมํ กเร
(พึงปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนดังปฏิบัติต่อตนเอง)
อังกฤษ: Wisdom of the Land
(ปัญญาของแผ่นดิน)
ประเภทสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
สถาปนา2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486; 83 ปีก่อน (2486-02-02)[1]
สถาบันหลักกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม[a]
สังกัดวิชาการ
งบประมาณ
  • 15,217,636,300 บาท
  • (ปีงบประมาณ 2569)[b]
นายกสภาฯศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร
อธิการบดีศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา
พระราชทานปริญญาบัตรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
อาจารย์4,300 คน (พ.ศ. 2569)
บุคลากรทั้งหมด39,338 คน (พ.ศ. 2569)
ผู้ศึกษา29,137 คน (ปีการศึกษา 2568)
ที่ตั้ง
วิทยาเขต
3 พื้นที่ และ 3 วิทยาเขต
ต้นไม้กันภัยมหิดล
สี  สีน้ำเงิน
เครือข่ายAUN, ASAIHL
เว็บไซต์เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย
แผนที่

มหาวิทยาลัยมหิดล (อังกฤษ: Mahidol University; อักษรย่อ: MU) เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่มีชื่อเสียงด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และการวิจัย ตั้งอยู่ในตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2486 ในนาม มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านการแพทย์แห่งแรกของประเทศไทย[1] ต่อมาใน พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่า มหาวิทยาลัยมหิดล ตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก[2] ด้วยประวัติอันยาวนาน บทบาททางวิชาการ และการวิจัยที่โดดเด่นทั้งในระดับชาติและนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยมหิดลย้อนกลับไปถึง พ.ศ. 2433 เมื่อมีการจัดตั้งโรงเรียนแพทยากร ณ บริเวณโรงพยาบาลศิริราช ปลุกปั้นบุคลากรทางการแพทย์ยุคใหม่ในประเทศสยาม ก่อนที่จะรวมเข้ากับโรงเรียนข้าราชการพลเรือนเพื่อสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเปลี่ยนสถานะเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[3] ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล[4] และในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 รัฐบาลได้แยกคณะวิชาแพทยศาสตร์จำนวนสี่คณะออกมา จัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โดยเฉพาะ[1] ซึ่งต่อมาได้วิวัฒน์เป็นมหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยมหิดลประกอบด้วย 17 คณะ 5 วิทยาลัย 10 สถาบัน และ 3 วิทยาเขต มีภารกิจหลักในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติของประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2552[5] และเป็นสมาชิกเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (ASEAN University Network; AUN) มหาวิทยาลัยมหิดลยังได้รับการจัดอันดับในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนานาชาติอย่างต่อเนื่องในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านแพทยศาสตร์ สาธารณสุข และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทผู้นำทางวิชาการและการวิจัยที่มหาวิทยาลัยสืบทอดมาอย่างยาวนาน

ประวัติ

[แก้]
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างโรงศิริราชพยาบาลขึ้นบริเวณพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือที่เรียกว่า วังหลัง[6] ต่อมาใน พ.ศ. 2433 จึงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง โรงเรียนแพทยากร[7] โดยจัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตร 3 ปี หลังจากนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกของโรงเรียนแพทย์ จึงได้พระราชทานนามใหม่ว่า โรงเรียนราชแพทยาลัย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้รวมโรงเรียนราชแพทยาลัยเข้าเป็นคณะหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อววันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2460[3] โดยใช้ชื่อว่า "คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล"[4] ซึ่งได้รับการพัฒนาวิชาการจากมูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์[8] จนสามารถจัดการศึกษาถึงขั้นประสาทปริญญาบัตรซึ่งอนุมัติโดยสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[9]

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ขึ้น โดยแยกคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล แผนกอิสระทันตแพทยศาสตร์ แผนกอิสระเภสัชศาสตร์ และแผนกอิสระสัตวแพทยศาสตร์ จัดตั้งเป็น มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์[1] สังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยได้จัดตั้งคณะต่าง ๆ หลายคณะ ต่อมาได้โอนคืนคณะที่ซ้ำซ้อนออกจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ โอนไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ โอนไปสังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ โอนไปสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยมหิดล อันเป็นพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก แทนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เดิม[2] ในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550 มหาวิทยาลัยมหิดลได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ[10] และใน พ.ศ. 2551 มีแผนแม่บทพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยสีเขียว โดยปรับนโยบายในการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อยกระดับความสำคัญและเอื้อต่อการทำกิจกรรม[11] นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน พ.ศ. 2558–2562 โดยมี 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การส่งเสริมความเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และการส่งเสริมให้เกิดพันธกิจสัมพันธ์กับชุมชน[12]

อัตลักษณ์

[แก้]
ตราประจำมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

ตราสัญลักษณ์

[แก้]

สมัยที่ยังเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ตราสัญลักษณ์เป็นตราวงกลม 2 ชั้น ภายในเป็นรูปงูพันคบเพลิง วงนอกด้านบนเขียนว่า "อตฺตานํ อุปมํ กเร" ด้านล่างเขียนว่า "มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์"

ต่อมาเมื่อมีการพระราชทานชื่อ "มหาวิทยาลัยมหิดล" ได้เปลี่ยนเป็นตราวงกลม 2 ชั้น วงกลมชั้นในมีพื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน ตรงกลางเป็นตราประจำราชสกุลมหิดลสีเหลืองทอง ส่วนวงกลมชั้นนอกนั้นมีพื้นหลังสีขาวตัวอักษรสีเหลืองทองด้านบนเขียนว่า "อตฺตานํ อุปมํ กเร" ด้านล่างเขียนว่า "มหาวิทยาลัยมหิดล" คั่นด้วยดอกประจำยามสีเหลืองทอง[13] ตรานี้ร่างและออกแบบโดยนายแพทย์นันทวัน พรหมผลิน และกอง สมิงชัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี สถาปนิกพิเศษประจำสำนักพระราชวัง ในการปรับแก้ไขตรีและพระมหามงกุฎของตราให้เป็นแบบไทยและพระราชทานตราให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2512[14]

กันภัยมหิดล (Afgekia mahidoliae) ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

สีประจำมหาวิทยาลัย

[แก้]

สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีน้ำเงิน โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานสีนี้ซึ่งเป็นสีแห่งความเป็นราชขัติยนุกูลแห่งบรมราชวงศ์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2512[15]

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

[แก้]

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ต้นกันภัยมหิดล ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี พระวินิจฉัยชี้ขาดให้เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542[16]

การบริหารและดำเนินงาน

[แก้]

อธิการบดีและคณะผู้บริหาร

[แก้]

อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าส่วนงานบริหารและมีอำนาจสั่งการเหนือบุคลากรทั้งหมดในมหาวิทยาลัย และรับผิดชอบการดำเนินงานและบริหารกิจการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามนโยบายของสภามหาวิทยาลัย อธิการบดีจะได้รับการแต่งตั้งโดยการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และเป็นไปตามคำแนะนำและการพิจารณาสรรหาของสภามหาวิทยาลัย[10]

เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อธิการบดีอาจมีรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีในการปฏิบัติงานตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

สำนักงานอธิการบดี

[แก้]

สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นส่วนงานที่มีหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในด้านบริหารจัดการ นโยบาย และยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลให้บรรลุพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการในระดับสากล

สำนักงานอธิการบดีมีฐานเดิมมาจากสำนักงานเลขานุการกรม ซึ่งแบ่งเป็น 3 แผนก คือ 1. แผนกสารบรรณ 2. แผนกคลัง 3. แผนกสถิติและทะเบียน ตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในกระทรวงการสาธารณสุข (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2490[17] ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 มีการจัดตั้ง 3 ส่วนราชการที่อยู่อยู่ในความรับผิดชอบของเลขาธิการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ดังนี้[18]

  1. กองกลาง แบ่งเป็น 3 แผนก คือ แผนกสารบรรณ แผนกสถิติและชีวประวัติ แผนกวิเทศสัมพันธ์
  2. กองคลัง แบ่งเป็น 3 แผนก คือ แผนกบัญชี แผนกเงิน แผนกพัสดุ
  3. กองบริการการศึกษา แบ่งเป็น 3 แผนก คือ แผนกประมวลการวิจัย แผนกหลักสูตร แผนกห้องสมุด

ในปี พ.ศ. 2512 ภายหลังการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการรวมกองกลาง กองคลัง และกองบริการการศึกษา เป็นสำนักงานอธิการบดี[19] ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 มีการยกระดับแผนกห้องสมุดเป็น กองห้องสมุด และมีการจัดตั้งกองเพิ่มเติมในสำนักงานอธิการบดี ดังนี้ กองการเจ้าหน้าที่ กองแผนงาน และกองกิจการนักศึกษา[20] ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 มีการแยกกองห้องสมุดออกจากสำนักงานอธิการบดีและก่อตั้งเป็นส่วนราชการระดับคณะชื่อว่าสำนักห้องสมุด[21]

ในปัจจุบันสำนักงานอธิการบดีประกอบไปด้วย 27 หน่วยงาน ดังนี้[22]

รายชื่อคณะผู้บริหาร

[แก้]
รายชื่อผู้บริหาร ตําแหน่ง
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดีคนที่ 1
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงชาครีย์กิติยากร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย
อาจารย์ ดร.ศรายุธ แสงจันทร์ รองอธิการบดีฝ่ายการคลัง
ศาสตราจารย์ นายแพทย์วรพงษ์ มนัสเกียรติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและบริการวิชาการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิศานต์ วายุภาพ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาระบบงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร
รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนกลยุทธ์ พัฒนาคุณภาพและพันธกิจเพื่อสังคม
รองศาสตราจารย์ ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสภามหาวิทยาลัยมหิดล
รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรเนติ สุขสมบูรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา
รองศาสตราจารย์ เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต รองอธิการบดีฝ่าย กิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์
นางสาวนรา เปาอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคลากรและพัฒนาองค์กร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อิทธิโชติ จักรไพวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน
รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตา รักธรรม รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตกาญจนบุรี
อาจารย์ แพทย์หญิงมนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้ง วิทยาเขตนครสวรรค์
นางศิริลักษณ์ เกี่ยวข้อง รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ

สภามหาวิทยาลัย

[แก้]

ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 สภามหาวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่หลักในการควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย โดยแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้[10]

  • กำหนดเป้าหมาย วางนโยบาย และแนวทางการพัฒนาของมหาวิทยาลัย
  • อนุมัติแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการ
  • วางนโยบายและหลักเกณฑ์การจัดหารายได้ การหาผลประโยชน์ และการลงทุน
  • ออกข้อบังคับและประกาศเพื่อการปฏิบัติงาน (สามารถมอบหมายให้ส่วนงานออกเองในบางเรื่องได้)
  • การบริหารงานบุคคล: ออกข้อบังคับที่เน้นความธรรม สร้างขวัญกำลังใจ และต้องรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน/ลูกจ้างประกอบด้วย
  • การเงินและทรัพย์สิน: ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานคลัง พัสดุ และทรัพย์สิน
  • โครงสร้างส่วนงาน: อนุมัติการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนงาน รวมถึงหน่วยงานภายใน
  • ความร่วมมือทางวิชาการ: อนุมัติการรับเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบ และการจัดการศึกษาร่วมกับสถาบันอื่น
  • หลักสูตร: อนุมัติการเปิดสอน ปรับปรุง ยุบรวม และยกเลิกหลักสูตรการศึกษา
  • การให้ปริญญา: อนุมัติการมอบปริญญา อนุปริญญา ประกาศนียบัตร และปริญญากิตติมศักดิ์
  • ตำแหน่งบริหาร: พิจารณาสรรหาเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง/ถอดถอน นายกสภาฯ, กรรมการสภาฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิการบดี รวมถึงแต่งตั้ง/ถอดถอน รองอธิการบดี คณบดี และผู้อำนวยการส่วนงาน
  • ดำเนินการเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง/ถอดถอน ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ
  • แต่งตั้ง/ถอดถอน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ, รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ (รวมประเภทพิเศษด้วย)
  • อนุมัติงบประมาณรายรับและรายจ่ายประจำปี
  • ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงาน
  • รับรองรายงานประจำปีเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี
  • แต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ และ คณะกรรมการตรวจสอบการบริหารงาน
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุว่าเป็นหน้าที่ของส่วนงานใดโดยเฉพาะ
รายนาม[23] ตำแหน่ง ประสบการณ์การทำงาน
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการสรรหา และประธานกรรมการพิจารณาผลตอบแทน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

กรรมการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ศ.คลินิกพิเศษ นพ.เสรี ตู้จินดา อุปนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข
อดีตประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
อดีตอธิบดีกรมการแพทย์
อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

จรีพร จารุกรสกุล กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

อุปนายกสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมหิดล

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานกรรมการบริษัท กรรมการอิสระ บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)

อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการอิสระ ประธานกรรมการเทคโนโลยี กรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล และกรรมการกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ
อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
อดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ศ.ดร.ปราณี ทินกร กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการอิสระ และประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานกรรมการ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ประธานกรรมการ และกรรมการอิสระ บริษัท เอส ซี จี แพคเกจจิ้ง จํากัด (มหาชน)
อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการอิสระ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ประธานกรรมการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน)
นายกสภามหาวิทยาลัยนเรศวร อดีตนายกแพทยสภา
อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาคุณภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช

มนูญ สรรค์คุณากร กรรมการสภามหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาทางด้านการบริหารงานบุคคล กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล

อดีตรองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มทรัพยากรมนุษย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ยุทธนา สาโยชนกร กรรมการสภามหาวิทยาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.)
คณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
คณะกรรมการองค์การจัดการน้ำเสีย

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จํากัด (มหาชน)

อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการ กรรมการบริหารความเสี่ยง กรรมการบรรษัทภิบาลและพัฒนาความยั่งยืน บริษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน)

กรรมการอิสระ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานกรรมการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

อดีตปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
อดีตรองคณบดี คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน มหาวิทยาลัยมหิดล

ศ.ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)

อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายการคลัง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบุคคลและกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.)

อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
อดีตผู้ทรงคุณวุฒิด้านควบคุมป้องกันโรค (นักวิชาการสาธารณสุข 11 ชช.) (ด้านวิจัย) สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานกรรมการ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาความยั่งยืน บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)

อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตสมาชิกวุฒิสภา

พื้นที่มหาวิทยาลัย

[แก้]

มหาวิทยาลัยมหิดลมีที่ตั้งในหลายพื้นที่ ได้แก่ ศาลายา พญาไท บางกอกน้อย สมุทรปราการ กาญจนบุรี นครสวรรค์ และอำนาจเจริญ[24]

พื้นที่ศาลายา

[แก้]
ภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ขวามือเป็นมหิดลสิทธาคาร

ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นที่ตั้งหลักของมหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วยคณะและวิทยาลัยส่วนใหญ่ และหน่วยงานอื่น ๆ ได้แก่

ผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา พ.ศ. 2551

[แก้]

ผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา พ.ศ. 2551 เป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านกายภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) ภายใต้แนวคิดหลักคือ "เมืองมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้และอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ" (A Promised Place to Live and Learn Together with Nature) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และสุขภาวะที่ดีของประชาคมมหิดล[11]

มหาวิทยาลัยใช้กลยุทธ์ 3 Greens เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ดังนี้

  • Greens 1: Safe and Healthy Campus มุ่งเน้นความหลากหลายทางชีวภาพ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบริเวณทางเดินและจุดทำกิจกรรม และลดมลพิษผ่านเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย (Gray Water) และการรีไซเคิล
  • Greens 2: Green Education & Technology สนับสนุนหลักสูตรและการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนรอบข้าง
  • Greens 3: Green Preservation Energy การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านอาคารประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน และการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะภายใน รวมถึงการใช้จักรยาน

การใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land Use): ผังแม่บทฉบับนี้จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นกลุ่มกิจกรรม (Zoning) เพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วนและเชื่อมโยงกัน โดยกำหนดให้มีพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมด แบ่งออกเป็น 9 โซนหลัก เช่น:

ระบบภูมิทัศน์และโครงข่ายสีเขียว: การออกแบบภูมิทัศน์มุ่งเน้นการสร้าง แนวแกนสีเขียว (Green Way) เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ทุกส่วนเข้าด้วยกัน

  • University Axis: แกนตะวันออก-ตะวันตก สำหรับทางเดินเท้าและจักรยาน และแกนเหนือ-ใต้ สำหรับระบบถนน
  • Tree Canopy Landscape Ecology: การจัดวางพรรณไม้ 3 ระดับ (ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน) เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์และร่มรื่น
  • พื้นที่นันทนาการ: จัดสรรสนามกีฬา สระน้ำสำหรับกิจกรรมทางน้ำ และเส้นทางออกกำลังกายที่เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะ

การจัดการระบบสัญจร (Circulation): ผังแม่บทกำหนดนโยบายให้ความสำคัญกับการเดินเท้าและจักรยานมากกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล:

  • Road System: ปรับลดผิวจราจรสายหลักเหลือ 3 เลน (ไม่มีเกาะกลาง) เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ทางเดินเท้าและทางจักรยาน
  • Parking Strategy: ก่อสร้างอาคารจอดรถ 4 แห่งบริเวณรอบนอก เพื่อลดปริมาณรถยนต์ในเขตพื้นที่การศึกษา
  • Shuttle Bus: ให้บริการรถขนส่งสาธารณะภายในเพื่อเชื่อมต่อจุดต่างๆ อย่างครอบคลุม

การควบคุมอาคาร (Building Control): เพื่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามและไม่แออัด จึงมีการกำหนดเกณฑ์ดังนี้:

  • ความสูงอาคาร: ควบคุมไม่ให้บดบังทัศนียภาพและเป็นไปตามกฎกระทรวง
  • ระยะถอยร่น: กำหนดระยะห่างระหว่างอาคารไม่น้อยกว่า 8 เมตร เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าถึงและระบายอากาศได้ดี
  • การออกแบบ: เน้นการเปิดชั้นล่างโล่ง (Pilotis) เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ว่างรอบอาคารเข้ากับตัวอาคาร

ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs): ผังแม่บทฉบับนี้ตอบสนองต่อเป้าหมาย SDGs ในหลายมิติ ได้แก่:

  • เป้าหมายที่ 3: สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี
  • เป้าหมายที่ 7 & 13: พลังงานสะอาดและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • เป้าหมายที่ 12 & 15: การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการอนุรักษ์ระบบนิเวศบนบก

มหิดลสิทธาคาร

[แก้]
มหิดลสิทธาคาร

มหิดลสิทธาคารเป็นโถงคอนเสิร์ตและหอประชุมใหญ่ ออกแบบโดย บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด โดยใช้แนวคิด "ธรรมชาติ มนุษย์ วัฒนธรรม สัญลักษณ์" ประกอบการออกแบบ โดยโครงสร้างภายนอกอาคารเมื่อมองจากด้านบนจะคล้ายกับซี่โครงของมนุษย์ จั่วด้านหน้ามีลักษณะแบบสถาปัตยกรรมไทย และคล้ายกับดอกกันภัยมหิดลที่เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย[25]

ศูนย์การเรียนรู้มหิดล

[แก้]
ศูนย์การเรียนรู้มหิดล

อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล (Mahidol Learning Center) ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และกิจกรรมด้านต่างๆ ของนักศึกษา บุคลากร และชุมชนข้างเคียง รวมทั่งเป็นศูนย์กลางของหน่วยงาน กิจกรรมนักศึกษา และหน่วยงานด้านบริการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อการส่งเสริมคุณภาพชีวิต นันทนาการ และการมีส่วนร่วมต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยและชุมชนอย่างยั่งยืน[26]

พื้นที่บางกอกน้อย

[แก้]

ตั้งอยู่ที่แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของคณะดังต่อไปนี้

นอกจากนี้ยังมีศูนย์กายภาพบำบัดของคณะกายภาพบำบัด ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าในแขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด

พื้นที่พญาไท

[แก้]

ตั้งอยู่ที่แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร มี 3 บริเวณย่อย ได้แก่

นอกจากนี้ยังมีวิทยาลัยการจัดการ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท

พื้นที่ต่างจังหวัด

[แก้]

หลักสูตรการศึกษา

[แก้]

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดล มีส่วนงานและกลุ่มภารกิจในสังกัด ประกอบด้วย 17 คณะ 10 สถาบัน 5 วิทยาลัย 3 วิทยาเขต และหน่วยงานต่าง ๆ[27] นอกจากนี้ยังมีสถาบันสมทบอีกหลายสถาบัน ซึ่งนักศึกษาของบางสถาบันเข้าร่วมการเรียนการสอนกับมหาวิทยาลัยมหิดล ในขณะที่บางสถาบันมีหลักสูตรเป็นเอกเทศ

คณะ

[แก้]

วิทยาลัย

[แก้]

สถาบัน

[แก้]

ศูนย์และกลุ่มภารกิจ

[แก้]

วิทยาเขต

[แก้]

สถาบันสมทบ

[แก้]

สถาบันสมทบและสถาบันร่วมผลิตในอดีต

[แก้]

ส่วนงานอื่น ๆ

[แก้]
  • สำนักงานสภามหาวิทยาลัย
  • สำนักงานอธิการบดี
  • หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

ส่วนงานและส่วนราชการในอดีต

[แก้]

คณะวิชา วิทยาลัย และศูนย์ ที่เคยสังกัดอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ที่ปัจจุบันถูกยุบเลิกหรือถูกย้ายสังกัด

สถานพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพ

[แก้]
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และอาคารพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน
สถานพยาบาล สังกัด ที่ตั้ง
โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เลขที่ 2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก[49] เลขที่ 888 หมู่ 6 ถนนบรมราชชนนี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
โรงพยาบาลรามาธิบดี[50] คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์
ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์
โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ 111 หมู่ 14 ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน[51] คณะเวชศาสตร์เขตร้อน 420/6 ถนนราชวิถี, แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี, กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลทันตกรรม[52] คณะทันตแพทย์ศาสตร์ เลขที่ 6 ถนนโยธี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร[53] เลขที่ 888 หมู่ 6 ถนนบรมราชชนนี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
โรงพยาบาลสัตว์ประศุอาทร คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า ปศุปาลัน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ถนนกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ตำบลลุ่มสุม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์[54] โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ 402/1 หมู่ 5 ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์
หน่วยบริการสุขภาพ สังกัด ที่ตั้ง การให้บริการ
ศูนย์สุขภาพองค์รวมและเวชศาสตร์ชันสูตร[55] คณะเทคนิคการแพทย์ 2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตรวจสุขภาพ, ตรวจสุขภาพแบบองค์รวม, สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค[56]
ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา คณะกายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม กายภาพบำบัด, กิจกรรมบำบัด, ตรวจประเมินสมรรถภาพ
ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า[57] 198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
คลินิกการกีฬา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม รักษาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือผู้ป่วยหลังการผ่าตัด รักษาด้วยการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย รักษาด้วยการออกกำลังกายในน้ำ ปรึกษาด้านจิตวิทยากีฬาและด้านโภชนาการ
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว[58] สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม คลินิกพัฒนาการเด็ก คลินิกวัยเรียน คลินิกวัยทีน คลินิกแพทย์แผนจีน คลินิกดนตรีและการเคลื่อนไหว กิจกรรมกลุ่ม[59]
ศูนย์สุขภาพและบริการวิชาการด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม[60] คณะสาธารณสุขศาสตร์ อาคารสาธารณสุขวิศิษฎ์ ชั้น 4 420/1 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ ตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหารและโภชนาการ ตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม คลินิกนวดแผนไทยประยุกต์[61]
คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์[62] คณะพยาบาลศาสตร์ เลขที่ 57 ถนนบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น คัดกรองปัญหาสุขภาพกายและใจ ให้คำปรึกษาสุขภาพสตรีทุกช่วงวัย ให้ความรู้และคำแนะนำด้านสุขภาพ บริการผู้ป่วยนอก เช่น ทำแผลทุกชนิด ตัดไหม ล้างตา ดูดเสมหะจากท่อหลอดลม เปลี่ยนสายให้อาหารกระเพาะ เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ ติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน[63]

สื่อ

[แก้]

มหาวิทยาลัยมหิดลมีสถานีโทรทัศน์ มหิดลแชนเนล ซึ่งนำเสนอเนื้อหาจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก[64][65] นอกจากนี้ ยังมีช่องบนยูทูบสองช่องหลัก ชื่อว่า มหิดลแชนเนล[66] และ วีมหิดล

โพรไฟล์วิชาการ

[แก้]

แอดมิชชัน

[แก้]

การรับเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการผ่านระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ Thai University Central Admission System (TCAS) โดยแบ่งออกเป็น 4 รอบหลัก ดังนี้[67]

  • รอบที่ 1: Portfolio เน้นผู้สมัครที่มีความสามารถพิเศษ ผลงานโดดเด่น หรือทักษะเฉพาะทางที่สอดคล้องกับคณะนั้น ๆ เช่น โครงการความสามารถพิเศษทางด้านวิชาการ กีฬา ศิลปวัฒนธรรม หรือโครงการรับนักเรียนผู้มีความห่วงใยสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากแฟ้มสะสมผลงานเป็นหลักโดยไม่มีการสอบข้อเขียน
  • รอบที่ 2: Quota เป็นการรับสมัครโควตาพื้นที่หรือโครงการพิเศษ เช่น โควตาโรงเรียนในเขตพื้นที่เป้าหมาย โครงการรับนักเรียนจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หรือโครงการผู้มีความสามารถพิเศษทางภาษาอังกฤษ โดยมักใช้คะแนนสอบส่วนกลาง (เช่น TGAT/TPAT หรือ A-Level) ประกอบกับเงื่อนไขด้านที่อยู่หรือโรงเรียน
  • รอบที่ 3: Admission รอบการรับสมัครที่ใหญ่ที่สุด พิจารณาจากคะแนนสอบส่วนกลาง 100% โดยใช้คะแนน TGAT, TPAT และ A-Level ตามค่าน้ำหนักที่แต่ละคณะ/หลักสูตรกำหนด ผู้สมัครสามารถเลือกอันดับสาขาวิชาได้ตามความสนใจผ่านระบบของ ทปอ.
  • รอบที่ 4: Direct Admission เป็นการรับตรงอิสระ ซึ่งจะจัดขึ้นในกรณีที่บางคณะหรือสาขาวิชายังได้จำนวนนักศึกษาไม่ครบตามแผนการรับสมัครในรอบก่อนหน้า โดยมหาวิทยาลัยจะกำหนดเกณฑ์การรับสมัครเอง

การศึกษา

[แก้]

มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดสอนในระบบหน่วยกิต ปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยทั้งสิ้น 629 สาขาวิชา[c][68] ครอบคลุมทั้งสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ทั้งในหลักสูตรไทยและหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาเอกได้มากที่สุดในประเทศ[69] ในปี พ.ศ. 2548 มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่มีปริมาณนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด[70] และใน พ.ศ. 2549 และได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณประเภทธุรกิจบริการดีเด่นกลุ่มการศึกษานานาชาติจากนายกรัฐมนตรี (Prime Minister's Export Award 2006) เพื่อประกาศเกียรติคุณมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างประเทศมากที่สุด (Most recognized service) ในพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล เมื่อวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล[71]

หอสมุดและพื้นที่ใช้งานร่วม (Co-Working Space)

[แก้]

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลมีห้องสมุดอยู่ทั้งสิ้น 36 ห้อง ได้แก่[72]

ส่วนตัวอย่าง Co-working space ในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ที่นักศึกษาสามารถใช้งานได้ เช่น[73]

  • Co-MU Space by SCB
  • Co-Working Space อาคารอทิตยาทร[74]
  • Ma SHARES Co-working space & Maker Space สถาบันวิทยาศาสตร์ชีวโมเลกุล[75]
  • ห้องอุ่นไอรัก (หอ 11)
  • Ma SHARES Co-working space (หอ 10)

หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

[แก้]
หอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล

หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล มีฐานเดิมจาก "ห้องอ่านหนังสือ" ของโรงเรียนราชแพทยาลัย[76] ต่อมาใน พ.ศ. 2468 ได้ก่อตั้งเป็น "ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์" และใน พ.ศ. 2499 ได้ยกฐานะห้องสมุดเป็น "แผนกห้องสมุด" สังกัดสำนักงานเลขานุการ กรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์[77] ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็นห้องสมุดของทั้งมหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาลด้วย

ในวันที่ 4 สิงหาคม 2520 ห้องสมุดได้ยกฐานะเป็น "กองห้องสมุด" สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล[20] ต่อมาในวันที่ 8 สิงหาคม 2529 ได้รับการสถาปนาเป็น "สำนักหอสมุด" โดยเป็นส่วนราชการมีฐานะเทียบเท่าคณะ[21] ต่อมาในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 สภามหาวิทยาลัยมหิดลได้เปลี่ยนชื่อสำนักหอสมุดเป็น "หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล" โดยเป็นส่วนงานหนึ่งในระดับคณะ[78]

ในปัจจุบัน หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งเน้นการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดสมัยใหม่ที่ผสมผสานระหว่างทรัพยากรสารสนเทศดั้งเดิมและนวัตกรรมดิจิทัล โดยมีการจัดสรรพื้นที่การเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย เช่น พื้นที่อ่านหนังสือแบบเงียบสงบ ห้องประชุมกลุ่มย่อย Co-learning Space บริการวีดิทัศน์คำบรรยายรายวิชาพื้นฐานแบบดิจิทัล และพื้นที่พักผ่อนเชิงสร้างสรรค์ นอกจากการให้บริการยืม-คืนทรัพยากรสารสนเทศ ทั้งในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดแล้ว ยังเป็นผู้ดูแลคลังสารสนเทศของมหาวิทยาลัย (Institutional Repository)[79] ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมผลงานทางวิชาการและวิทยานิพนธ์ฉบับเต็มเพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัยในระดับสากล

นอกจากนี้ หอสมุดฯ ยังมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ อาทิ ระบบสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ที่เชื่อมโยงทรัพยากรระหว่างห้องสมุดภายในมหาวิทยาลัย การให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเพื่อเข้าถึงทรัพยากรดิจิทัลได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการสืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูลให้แก่บุคลากรและนักศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการบริหารจัดการโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานห้องสมุดสีเขียว (Green Library) เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในการใช้บริการ[80]

Co-MU Space by SCB
[แก้]

Co-MU Space เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co-Learning space) ภายในหอสมุดและคลังความรู้ ชั้น 1 มีการรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เช่น ห้องประชุมขนาดใหญ่ พื้นที่นั่งอ่านเป็นกลุ่ม พื้นที่นั่งอ่านคนเดียว และ มุมพักผ่อน พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันที่ส่งเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ และ Class Cafe บริเวณที่ให้บริการขนมและเครื่องดื่ม[81]

MU E-lecture หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้น 1
บริการวีดิทัศน์คำบรรยายรายวิชาพื้นฐานแบบดิจิทัล (MU e-Lecture)
[แก้]

MU e-Lecture เป็นบริการบันทึกการเรียนการสอนในรูปแบบวิดีโอออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการทบทวนบทเรียนด้วยตนเองของนักศึกษา โดยระบบนี้มุ่งเน้นการให้บริการสำหรับรายวิชาของนักศึกษาชั้นปีที่ 1, 2 และ 3 ที่จัดการเรียนการสอน ณ อาคารบรรยายรวม 1 (L1), อาคารบรรยายรวม 2 (L2) และอาคารสำนักงานอธิการบดี (OP) วิทยาเขตศาลายา เป็นหลัก[82]

ระบบ MU e-Lecture ช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงเนื้อหาการบรรยายย้อนหลังได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยอาศัยการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเครือข่ายส่วนบุคคลของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ในการเรียนรู้ พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นคลังทรัพยากรทางการศึกษาที่เชื่อมโยงระหว่างการเรียนในชั้นเรียน (On-site) และการเรียนรู้แบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) ไว้อย่างเป็นรูปธรรม

ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์

[แก้]

ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ เป็นห้องสมุดภายใต้สังกัดหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการสารสนเทศทางดนตรี ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อมัลติมีเดียทางดนตรี ตลอดจนการให้บริการในรูปแบบออนไลน์ โดยรวบรวม ประมวลองค์ความรู้ และเผยแพร่ในรูปแบบที่สามารถเข้าใจ และเข้าถึงได้ง่าย[83]

พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ

[แก้]

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดลมีพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุที่เปิดให้บริการหลายแห่ง[84] ทั้งในพื้นที่ศาลายา พื้นที่บางกอกน้อย พื้นที่พญาไท และวิทยาเขตกาญจนบุรี

สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล

[แก้]

สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University Press) เป็นหน่วยงานในการกำกับดูแลของกองบริหารงานวิจัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีภารกิจเพื่อ จัดทำหนังสือ/ตำรา ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน สนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานหนังสือ/ตำราของบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล และเผยแพร่องค์ความรู้สู่สังคมในรูปแบบหนังสือ/ตำรา[85]

ตัวอย่างผลงานของสำนักพิมพ์ เช่น ตำราประสาทวิทยาศาสตร์ ศิลปะการใช้ภาษาไทยในการประพันธ์คำร้อง หลักวิทยาการระบาดพื้นฐาน เวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นพื้นฐาน ชีววิทยาโมเลกุลของมะเร็ง ฯลฯ[86]

งานวิจัย

[แก้]

ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับเลือกเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติโดยกระทรวงศึกษาธิการ[5] และต่อมาถูกจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก ตามโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม[87]

มหาวิทยาลัยมหิดลมีกลุ่มงานวิจัยใน 5 สาขาหลักด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์การแพทย์และคลินิก กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุข กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการ และศิลปศาสตร์ และกลุ่มภาษาและวัฒนธรรม[88] เมื่อพิจารณาจากจำนวนผลงานทางวิชาการระดับนานาชาตินั้น พบว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมีจำนวนผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติบนฐานข้อมูลของ ISI databases เป็นอันดับ 1 ติดต่อกันตั้งแต่ พ.ศ. 2542–2549[89] โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน พ.ศ. 2548 คณะวิทยาศาสตร์มีจำนวนผลงานวิจัยเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งอื่นในประเทศ[90] มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนมากที่สุดในประเทศ[91]

ตัวอย่างโครงการวิจัยที่มีผลกระทบสูง[92]

  • เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ (Black Tai Ethnic Network)[93]
  • กังหันลมชนิดใบพัดหมุนสวนทางกัน (ได้รับรางวัล) (Counter Rotating Wind Generator)
  • แอนติบอดีไข้เลือดออกครอบคลุมทุกสายพันธุ์ (ครั้งแรกของโลก) (Dengue Antibody for All Serotypes)
  • การรักษาโรคเบต้าธาลัสซีเมีย (ครั้งแรกของโลก) (Cure for Beta Thalassemia)
  • เนื้อเยื่อสังเคราะห์ทดแทน (Synthetic Tissue Substitute)
  • ข้าวทนแล้ง (Drought Resistant Rice)
  • สิ่งทอหมุนเวียนจากใบสับปะรด (Renewable Fabric from Pineapple Leaves)
  • ระบบกรองอากาศสำหรับโรงงาน (Factory Air Filter)
  • เทคนิคการแยกเซลล์ต้นกำเนิด (ได้รับรางวัล) (Stem Cell Separation Technique)
  • เกมเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Rehabilitation Games)
  • การค้นพบโรคทางโลหิตวิทยาชนิดใหม่ (Newly Discovered Hematologic Disease)[94]
  • ระบบแจ้งเตือนอาการง่วงนอนสำหรับผู้ขับขี่ (Drowsiness Alert for Drivers)
  • การผ่าตัดผ่านหุ่นยนต์แบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Robotic Surgery)
  • แนวทางปฏิบัติสำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ด้านสุขภาพ (Guidelines for Healthcare Big Data)
  • ระบบนำทางในอาคารสำหรับผู้พิการทางสายตา (Indoor Navigation System for the Visually Impaired)
  • สภาพแวดล้อมเสมือนจริงสำหรับการฝึกทักษะการผ่าตัด (Virtual Environments for Surgical Training)
  • เครื่องจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Nose Machine)
  • เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนา (Sufficiency Economy for Development)
  • คลังข้อมูลดิจิทัลภาษาฮากกา (จีนแคะ) (Hakka Language Digital Archive)[95]

การประเมินคุณภาพและการจัดอันดับ

[แก้]
อันดับมหาวิทยาลัย
(คัดเฉพาะอันดับนานาชาติไม่เกิน 500)
อันดับในประเทศ (อันดับนานาชาติ)
สถาบันที่จัดอันดับ
CWTS (2017)2 (458)
Nature Index (2016) 2 (-)
QS (Asia) (2018)2 (58)
QS (World) (2018)2 (334)
QS GER (2018)2 (301-500)
RUR (2017)2 (408)
RUR reputation (2017)2 (246)
RUR research (2016)3 (457)
RUR Academic (2017) 1(328)
THE (Asia-Pacific) (2017)1 (101-110)
THE (Asia) (2017)1 (97)
THE (BRICS) (2017)1 (76)
UI Green (Overall) (2017)1 (86)
URAP (2017-2018)1 (443)

ใน พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดอันดับให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทย ทั้งในด้านการเรียนการสอน ซึ่งได้คะแนนร้อยละ 61.11 จากคะแนนเต็มร้อยละ 80 และด้านการวิจัย ซึ่งได้คะแนนเต็ม[96][97]

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสถาบันอุดมศึกษา ผลปรากฏว่าในการประเมินครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2554) มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการประเมินในระดับดีมากในสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ, สาขาวิชาฟิสิกส์ ภาควิชาฟิสิกส์, สาขาวิชาพรีคลินิก ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา พยาธิชีววิทยา และเภสัชวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สาขาวิชาจุลชีววิทยาและอณูชีววิทยา สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล และสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล[98][99]

นอกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยหน่วยงานในประเทศไทยแล้ว ยังมีหน่วยงานจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีเกณฑ์การจัดอันดับและการให้คะแนนที่แตกต่างกัน SCImago Institutions Ranking,[100] The Times Higher Education,[101][102][103][104] Academic Performance,[105] และ U.S. News & World Report[106] จัดอันดับให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทยในด้านวิชาการ ส่วนในด้านอื่น ๆ อย่างด้านสิ่งแวดล้อม[107] และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ[108] มหาวิทยาลัยมหิดลก็ถูกจัดอันดับให้เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศด้วยเช่นกัน

ชีวิตนักศึกษา

[แก้]

นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยมหิดล จะเข้าศึกษาที่พื้นที่ศาลายาร่วมกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี จากนั้นจะแยกย้ายกันไปตามคณะในพื้นที่ต่าง ๆ บรรยากาศในการใช้ชีวิตของนักศึกษามีความหลากหลายมากเพราะนักศึกษามาจากต่างคณะกัน มีกิจกรรมมากมาย เช่น งานรักน้อง การเชียร์แสตนด์ งานอำลาศาลายา งานวันมหิดล เป็นต้น มีสถานที่ออกกำลังกายและลานกีฬาให้นักศึกษาได้เล่นตามความต้องการ การสัญจรหลักของนักศึกษาคือจักรยานหรือรถราง รวมถึงรถรับส่งจากพื้นที่ศาลายาไปยังพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร

การพักอาศัย

[แก้]

ศาลายา

[แก้]

ที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จะเรียกว่า บ้านมหิดล[109] โดยบริเวณที่พักมีการจัดเป็นสัดส่วน อยู่บริเวณทางด้านหลังศูนย์การเรียนรู้มหิดล บ้านมหิดลประกอบไปด้วยอาคารหอพัก 6 หลัง ได้แก่

นอกจากบ้านมหิดลแล้ว ยังมีหอพักแห่งอื่นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ศาลายา ได้แก่

  • หอพักพยาบาลรามาธิบดี[110]
  • หอพักสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน[111]
  • หอพักสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล[112]
  • หอพักน้ำทองสิกขาลัยของวิทยาลัยศาสนศึกษา[113]
  • MU Condo[114]

บางกอกน้อย

[แก้]

สำหรับพื้นที่บางกอกน้อย มีหอพักสำหรับนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล[115] และคณะพยาบาลศาสตร์[116] ได้แก่

  • หอพักนักศึกษาแพทย์ชาย (มหิตลาคารสมเด็จพระราชปิตุจฉา)
  • หอพักนักศึกษาแพทย์หญิง 1
  • หอพักนักศึกษาแพทย์หญิง 2
  • หอพักคณะพยาบาลศาสตร์ บางขุนนนท์

พญาไท

[แก้]

พื้นที่พญาไทมีหอพักคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี[117] และหอพักคณะเวชศาสตร์เขตร้อน[118]

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

[แก้]

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีอาคารหอพักนักศึกษา[119]

พื้นที่อื่น

[แก้]

พื้นที่ต่างจังหวัด อันได้แก่ กาญจนบุรี นครสวรรค์ อำนาจเจริญ ต่างก็มีหอพักประจำวิทยาเขตด้วยกันทั้งสิ้น

กิจกรรมนักศึกษา

[แก้]

กิจกรรมที่จัดโดยนักศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยมหิดลจะจัดโดยองค์กรนักศึกษาและกลุ่มกิจกรรมนักศึกษา องค์กรนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ สโมสรนักศึกษาซึ่งมีทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับส่วนงาน และสภานักศึกษา ส่วนกลุ่มกิจกรรมได้แก่ ชมรมซึ่งสังกัดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสโมสรนักศึกษา และกลุ่มกิจกรรมอิสระ

สภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล

[แก้]

สภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University Student Council) เป็นองค์กรนักศึกษาที่เป็นตัวแทนของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งขึ้นภายใต้ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยกิจกรรมนักศึกษา พ.ศ. 2557 โดยมีหน้าที่กำกับดูแลและประสานงานกิจกรรมนักศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย[120]

สภานักศึกษาประกอบด้วยผู้แทนนักศึกษาจากแต่ละส่วนงาน โดยแต่ละส่วนงานสามารถมีผู้แทนได้ไม่เกินสามคน การได้มาซึ่งผู้แทนเหล่านี้จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สภานักศึกษากำหนดและต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคมของทุกปี[120]

หน้าที่ของสภานักศึกษาประกอบด้วย:

  • กำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมของสโมสรนักศึกษาทั้งระดับมหาวิทยาลัยและส่วนงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย
  • อนุมัตินโยบาย โครงการ และงบประมาณของสโมสรนักศึกษา
  • ออกประกาศ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสภานักศึกษา โดยไม่ขัดกับข้อบังคับและนโยบายของมหาวิทยาลัย
  • ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานของสโมสรนักศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อสภานักศึกษา
  • จัดทำรายงานประเมินผลการดำเนินกิจกรรมในรอบปีและรวบรวมผลการดำเนินกิจกรรมของสโมสรนักศึกษาและชมรม เสนอต่ออธิการบดีเมื่อครบวาระ
  • ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
  • เสนอปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับโดยความเห็นชอบของอธิการบดี
  • ถอดถอนสมาชิกสภานักศึกษา นายกสโมสรนักศึกษา และกรรมการสโมสรนักศึกษา

สภานักศึกษามีอำนาจในการเสนอให้ยุบสโมสรนักศึกษา โดยใช้มติ 4 ใน 5 ของสมาชิกสภานักศึกษาเพื่อยื่นเสนอต่ออธิการบดี โดยอธิการบดีจะเรียกประชุมคณะกรรมการฝ่ายกิจการนักศึกษาเพื่อพิจารณา[120]

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล

[แก้]

สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University Student Association) เป็นศูนย์กลางส่งเสริมและจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรแก่นักศึกษา โดยมีคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาเป็นผู้ดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย คณะกรรมการสโมสรนักศึกษา ประกอบด้วย นายกสโมสร อุปนายกสโมสร เลขานุการ เหรัญญิก ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ วิเทศสัมพันธ์ กรรมการด้านกีฬา กรรมการด้านศิลปะและวัฒนธรรม กรรมการด้านบำเพ็ญประโยชน์ กรรมการด้านวิชาการ และกรรมการอื่น ๆ[120]

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

[แก้]
มหิดลสิทธาคาร เป็นสถานที่จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดลนับตั้งแต่ พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน

ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 พระองค์ได้เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นการพระราชทานปริญญาบัตรเป็นครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของพระองค์ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2493 โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธาน ณ ปะรำพิธีหน้าตึกรังสีวิทยา โรงพยาบาลศิริราช เมื่อครั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยมีบัณฑิตจากคณะต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรต่อหน้าพระพักตร์ จำนวน 200 คน งานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรยังคงจัดขึ้นที่หอประชุมราชแพทยาลัยในโรงพยาบาลศิริราชเป็นประจำทุกปีจนถึง พ.ศ. 2520 ซึ่งเมื่อมีผู้สำเร็จการศึกษาเพิ่มมากขึ้น จึงได้เปลี่ยนมาจัดที่สวนอัมพรแทน[121]

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา พิธีพระราชทานปริญญาบัตรจัดขึ้นที่หอประชุมมหิดลสิทธาคาร โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล[122]

การเดินทาง

[แก้]

MUVE BUS (Mahidol University Vehicle for Environment)

[แก้]
รถมินิบัสไฟฟ้า “MUVE BUS” (Mahidol University Vehicle for Environment)

MUVE BUS คือบริการรถมินิบัสไฟฟ้าปรับอากาศภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 เพื่อส่งเสริมการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Eco-University) โดยให้บริการฟรีสำหรับนักศึกษา บุคลากร และผู้มาติดต่อ[123]

ข้อมูลทางเทคนิคและมาตรฐานความปลอดภัย

[แก้]
  • ตัวรถ: รถบัสไฟฟ้าชานต่ำ (Low Floor) ขนาดไม่น้อยกว่า 20 ที่นั่ง ผลิตโดย NEX Point ตามมาตรฐาน ISO 9001
  • พลังงาน: ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% รองรับการชาร์จแบบ Quick Charge
  • ความปลอดภัย:
    • ติดตั้งกล้อง CCTV, ประตูอัตโนมัติพร้อมเซนเซอร์กันหนีบ และวัสดุภายในไม่ลามไฟ
    • มีอุปกรณ์ฉุกเฉินครบถ้วน (ค้อนเคาะกระจก, ถังดับเพลิง)
    • พนักงานขับรถผ่านการอบรมจาก COSHEM และตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติงาน
  • Universal Design: รองรับผู้ใช้วีลแชร์ด้วยทางลาด (Ramp) และพื้นที่ยึดรถวีลแชร์ภายในรถ
  • การติดตามรถ: สามารถเช็คตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ได้ผ่านแอปพลิเคชัน ViaBus

ตารางเวลาการให้บริการ

[แก้]
วันที่ให้บริการ เวลาให้บริการ ความถี่ (ช่วงเร่งด่วน)* ความถี่ (ช่วงปกติ)
จันทร์ – ศุกร์ 06.30 – 20.00 น. ทุก 10 นาที ทุก 20 นาที
เสาร์ – อาทิตย์ / นักขัตฤกษ์ 08.00 – 18.00 น. - ทุก 20 นาที

*ช่วงเวลาเร่งด่วน (จ.-ศ.): 06.30–09.00 น. / 11.00–14.00 น. / 16.00–18.40 น.

เส้นทางเดินรถ (3 สาย)

[แก้]
สาย เส้นทางหลัก
  สีเขียว สถานีรถราง → หอพัก 8-9 → คณะวิทยาศาสตร์ → คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ → วิทยาลัยนานาชาติ → สำนักงานอธิการบดี → คณะวิศวกรรมศาสตร์ → หอสมุดและคลังความรู้ → คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ → วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา → อาคารอเนกประสงค์
  สีน้ำเงิน สถานีรถราง → สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว → MU Condo → สนามฟุตบอล 3 → คณะศิลปะศาสตร์ → คณะกายภาพบำบัด → โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี → คณะเทคนิคการแพทย์ → สถาบันวิจัยประชากรและสังคม → สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล → ประตู 3 → สำนักงานอธิการบดี → สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน → เรือนไทย → สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย → อาคารจอดรถ 2 → สถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ
  สีแดง สถานีรถราง → หอพัก 8-9 → คณะวิทยาศาสตร์ → เรือนศิลปิน → วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ → คณะพยาบาลศาสตร์ → อาคารอทิตยาทร → วิทยาลัยนานาชาติ → สำนักงานอธิการบดี → คณะวิศวกรรมศาสตร์ → แปลงผักปลอดสารพิษ → โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี → MU Condo → วิทยาลัยศาสนศึกษา

จักรยาน Anywheel

[แก้]
จักรยาน Anywheel ในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวิถีจักรยานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เพื่อผลักดันให้การเดินและการใช้จักรยานเป็นการสัญจรหลักภายในพื้นที่ศาลายา ช่วยลดการใช้เครื่องยนต์และปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งเน้นการสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งทางกายและใจควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษา บุคลากร และชุมชนโดยรอบ โดยเริ่มต้นจากโครงการศูนย์จักรยานครบวงจร "Jakka Center" ซึ่งให้บริการเช่ายืมและซ่อมบำรุงจักรยานสาธารณะกว่า 400 คัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงปี พ.ศ. 2551 ถึง 2567

ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ยกระดับการให้บริการสู่ระบบอัจฉริยะภายใต้โครงการ Mahidol Bicycle Campus With Anywheel โดยร่วมมือกับ Anywheel Thailand นำระบบบริหารจัดการที่ทันสมัยมาใช้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว[124] ตัวจักรยานติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ประกอบด้วยกริ่งสัญญาณ ไฟหน้า LED อัตโนมัติที่ทำงานด้วยพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ ระบบล็อกอัจฉริยะ (Smart Lock) ผ่านการสแกน QR Code และระบบติดตามตำแหน่ง (GPS Tracking) ซึ่งข้อมูลการสัญจรที่จัดเก็บได้จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการความปลอดภัยภายในมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับการให้บริการในพื้นที่ศาลายา มีจุดจอดจักรยานกระจายตัวมากกว่า 40 จุด พร้อมจำนวนรถกว่า 700 คัน นอกจากนี้ยังขยายการให้บริการไปยังสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์อีกกว่า 200 คัน เพื่อรองรับความต้องการใช้งานระหว่างอาคารเรียน โดยมหาวิทยาลัยได้กำหนดอัตราค่าบริการพิเศษสำหรับนักศึกษาและบุคลากรในราคา 5 บาทต่อ 30 นาที สำหรับ 2 ครั้งแรกของวัน และ 10 บาทต่อ 30 นาทีในครั้งถัดไป[125] ซึ่งถือเป็นส่วนลดถึง 50% เมื่อเทียบกับอัตราปกติภายนอก ทั้งนี้จากการเก็บสถิติในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ถึงกันยายน 2568 พบว่ามีปริมาณการใช้งานเฉลี่ยสูงถึง 47,737 ครั้งต่อเดือน คิดเป็นระยะทางกว่า 69,503 กิโลเมตร ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 65 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในระยะเวลาเพียง 10 เดือน

นอกเหนือจากการพัฒนาระบบเช่ายืม มหาวิทยาลัยยังได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดทำทางจักรยานสีเขียวตามมาตรฐานสากลที่เชื่อมต่อทั่วทั้งวิทยาเขตศาลายา การจัดให้มีจุดจอดจักรยานที่เพียงพอ รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับนักศึกษา เช่น โครงการ "Jakka Rally Save the World"[126] และกิจกรรมบำรุงรักษาเส้นทางจักรยาน เพื่อปลูกฝังค่านิยมการสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างวัฒนธรรมการใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัยภายใต้กฎระเบียบของมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน

Shuttle bus

[แก้]

Shuttle Bus เป็นบริการรถรับ-ส่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางพื้นที่ต่าง ๆ โดยให้บริการแก่บุคลากรและนักศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บริการดังกล่าวเชื่อมต่อพื้นที่หลัก 3 แห่ง ได้แก่ ศาลายา พญาไท และบางกอกน้อย นอกจากนี้ยังมีรถรับ-ส่งระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม สถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน (MRT) สถานีบางไผ่ และกระทรวงสาธารณสุข[127]

[แก้]

Salaya Link เป็นบริการรถโดยสารปรับอากาศพิเศษที่เชื่อมต่อระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีลม/รถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน (BTS) สถานีบางหว้า โดยให้บริการแบบไม่หยุดพักระหว่างทาง (Non-stop service) เพื่อความรวดเร็ว สำหรับการใช้บริการ ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรโดยสารได้ในราคาเที่ยวละ 30 บาท โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร)[128]

ระบบขนส่งสาธารณะ

[แก้]

ศาลายา

[แก้]

รถโดยสารประจำทางที่ผ่านมหาวิทยาลัยทั้งฝั่งถนนบรมราชชนนี ถนนพุทธมณฑล สาย 4 และทางหลวงชนบท นฐ.4006 มีหลายสาย ทั้งรถประจำทางสายที่ให้บริการโดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), และบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด เช่น 124 163 515 547 556 และ 4-70E[129][130]

รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 515 ให้บริการระหว่างศาลายากับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟศาลายาบนทางรถไฟสายใต้ มีขบวนรถโดยสารจอดทุกขบวน ในอนาคตมีโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงอ่อน ซึ่งผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและเตรียมการก่อสร้าง[131]

พญาไท

[แก้]

สำหรับพื้นที่พญาไท มีรถโดยสายประจำทางผ่านทางฝั่งถนนพระรามที่ 6 และถนนราชวิถี หลายสาย และมีรถไฟชานเมืองให้บริการที่ที่หยุดรถไฟโรงพยาบาลรามาธิบดี นอกจากนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดียังมีรถโดยสารรับส่งระหว่างคณะกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พญาไท และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

บางกอกน้อย

[แก้]

พื้นที่บางกอกน้อย มีรถโดยสารประจำทางให้บริการฝั่งถนนอรุณอมรินทร์ โดยถนนสายนี้มีสะพานข้ามแยกศิริราชที่เปิดให้บริการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 นอกจากรถประจำทางแล้ว ยังมีรถสองแถวที่ให้บริการในหลายเส้นทาง และมีรถโดยสารของคณะ ได้แก่ ชัตเทิลบัสที่ให้บริการระหว่างคณะกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีไฟฉาย, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และหอพักนักศึกษาแพทย์ ทางรางมีรถไฟชานเมืองให้บริการที่สถานีรถไฟธนบุรี ปัจจุบันมีการก่อสร้างสถานีร่วมศิริราชบนเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงอ่อน และรถไฟฟ้าสายสีส้ม[131]

ทางน้ำมีเรือด่วนเจ้าพระยา และเรือโดยสารสาธารณะ ไมน์ สมาร์ท เฟอร์รี่ ให้บริการที่ท่าพรานนกและท่ารถไฟ และมีเรือข้ามฟากให้บริการจากท่าวังหลังไปยังท่าพระจันทร์ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์), ท่ามหาราช และท่าช้าง

บุคคลสำคัญ

[แก้]

คณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของไทยมากที่สุด โดยมีรายพระนาม และรายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัย เช่น

หมายเหตุ

[แก้]
  1. เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรี
  2. เป็นงบประมาณทั้งหมดของมหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่หมวด 3 และหมวด 5 รายละเอียดดูที่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
  3. ข้อมูลสิ้นสุดสภามหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 512 (9/2559) วันที่ 21 กันยายน 2559

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยสาตร พ.ศ. 2486. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 60 ตอนที่ 7. หน้า 212–227.
  2. 1 2 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2512. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 86 ตอนที่ 17 ฉบับพิเศษ หน้า 4-27
  3. 1 2 ประกาศกระทรวงธรรมการ เรื่อง รวมโรงเรียนราชแพทยาลัยเข้ากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2460, 15 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 34 หน้า 21-22.
  4. 1 2 พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2477. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 52 หน้า 82-96
  5. 1 2 "ประกาศรายชื่อ9มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ". กระทรวงศึกษาธิการ.
  6. ว่าด้วยกอมิตีผู้จัดการโรงพยาบาล ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจัดตั้งโรงพยาบาล (ที่วังกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขฝ่ายหลัง (วังหลัง), ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 4, ตอนที่ 5, 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2430, หน้า 34
  7. แจ้งความกระทรวงพระธรรมการ พแนกกรมพยาบาล เปิดโรงเรียนแพทยากร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 10 หน้า 91-92
  8. Becker, William H. Innovative Partners The Rockefeller Foundation and Thailand. New York, New York: The Rockefeller Foundation, 2013. William H. Becker.
  9. "พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกของสยาม สมัยรัชกาลที่ 7". ห้องสมุด มสธ. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  10. 1 2 3 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 68 ก หน้า 4-30
  11. 1 2 "ผังแม่บทมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา พ.ศ. 2551". กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
  12. "นโยบายการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน" (PDF). กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
  13. ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553, ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 127, ตอนพิเศษ 98 ง, หน้า 88
  14. "ที่มาของตรามหาวิทยาลัย". มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  15. "ที่มาและอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล". MULifepass. 2022-08-21. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  16. "ต้นกันภัยมหิดล". Mahidol University.
  17. พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในกระทรวงการสาธารณสุข (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2490 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 64 ตอนที่ 25 ก หน้า 413-419
  18. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแบ่งส่วนราชการของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (2505, 4 สิงหาคม) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 79 ตอนที่ 75 ก หน้า 943-944
  19. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (2512, 15 ตุลาคม) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 86 ตอนที่ 102 ก หน้า 934
  20. 1 2 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2520 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 71 ก หน้า 15-16
  21. 1 2 ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2529 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 103 ตอนที่ 140 หน้า 20-22
  22. ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในส่วนงานของมหาวิทยาลัย (สำนักงานอธิการบดี) พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2566
  23. "คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย – สำนักงานสภามหาวิทยาลัยมหิดล". สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  24. "ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-09-18. สืบค้นเมื่อ 2016-11-22.
  25. "มหิดลสิทธาคาร - ทศวิทยาสถาน 10 เรื่องราวสถานที่และอาคารในมหาวิทยาลัยมหิดล". museum.li.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  26. "ศูนย์การเรียนรู้มหิดล". Mahidol University. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  27. "โครงสร้างองค์กร – Mahidol University". mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  28. จัดตั้งส่วนงาน สถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา
  29. ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 112 ง ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 หน้า 8
  30. 1 2 บันทึกข้อตกลง ระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล กับ กรมแพทย์ทหารบก ในการรับวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้ว และวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า เข้าเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมหิดล
  31. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การรับวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2518 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอนที่ 119 หน้า 186
  32. ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การรับเข้าเป็นสถาบันสมทบในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 26 ง หน้า 15
  33. ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การรับวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยมหิดล ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 103 ตอนที่ 109 ฉบับพิเศษ หน้า 30
  34. การรับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ 3 แห่ง เป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมหิดล
  35. 1 2 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2553 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนที่ 69 ก หน้า 1-28
  36. พระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 43 ก หน้า 40-65
  37. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2497 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 71 ตอนที่ 86 หน้า 1860-1866
  38. พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2503 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 77 ตอน 63 หน้า 489-492
  39. พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2501 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 75 ตอนที่ 82 หน้า 572-579
  40. พระราชบัญญัติโอนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลนครเชียงใหม่จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ไปสังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2508 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 26 หน้า 154-156
  41. พระราชกฤษฎีกาเลิกล้มคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2510 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 84 ตอนที่ 127 ฉบับพิเศษ หน้า 14-16
  42. พระราชบัญญัติโอนกิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปเป็นของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 84 ตอนที่ 126 ฉบับพิเศษ หน้า 5-7
  43. 1 2 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 121 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอนที่ 60 ฉบับพิเศษ หน้า 9-10
  44. 1 2 พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์พญาไท และคณะเภสัชศาสตร์พญาไท ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2511 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 85 ตอนที่ 54 ก หน้า 388-391
  45. รายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 424 (5/2552). 20 พฤษภาคม 2552
  46. "ประวัติความเป็นมา". กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. 2018-08-16. สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  47. ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การยุบเลิกส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2566 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 126 ง หน้า 51
  48. รายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 587 (12/2565). 21 ธันวาคม 2565
  49. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. "ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล". รหัสหน่วยงานบริการสุขภาพ.
  50. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. "โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล". รหัสหน่วยงานบริการสุขภาพ.
  51. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. "โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล". รหัสหน่วยงานบริการสุขภาพ.
  52. https://hcode.moph.go.th/code/3692/
  53. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. "โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร". รหัสหน่วยงานบริการสุขภาพ.
  54. https://hcode.moph.go.th/code/4988/
  55. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. "คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล". รหัสหน่วยงานบริการสุขภาพ (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  56. "บริการตรวจสุขภาพ". Faculty of Medical Technology. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  57. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. "ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล". รหัสหน่วยงานบริการสุขภาพ.
  58. https://hcode.moph.go.th/code/2252/
  59. "บริการของเรา". สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2018-12-20. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  60. https://hcode.moph.go.th/code/22418/
  61. "ศูนย์สุขภาพและบริการวิชาการด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล". www.ph.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  62. https://hcode.moph.go.th/code/13484/
  63. "การให้บริการ: คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล". ns.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  64. "Mahidol Channel". channel.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  65. "เปิดตัวสถานีโทรทัศน์ Mahidol Channel". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-10-22. สืบค้นเมื่อ 2016-10-04.
  66. Youtube มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ[ลิงก์เสีย]
  67. "Mahidol University TCAS". Mahidol University TCAS. 2024-06-19. สืบค้นเมื่อ 2026-04-12.
  68. "สารสนเทศด้านการศึกษา". กองบริหารการศึกษา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-09-20. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  69. จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา จำแนกตามประเภทสถาบันและระดับการศึกษา ปีการศึกษา 2546, สำนักส่งเสริมกิจการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  70. รายงานประจำปี 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  71. "PM Award ประเภทธุรกิจบริการกลุ่มการศึกษานานาชาติที่ได้รับความนิยมจากต่างประเทศมากที่สุด". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-03-21. สืบค้นเมื่อ 2007-02-15.
  72. "รายชื่อห้องสมุดในมหิดล". หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  73. "Co-working Space". MULifepass. 2022-07-12. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  74. "Library & Co-working Space – | MUIC Mahidol". muic.mahidol.ac.th (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  75. "Facilities". iNT Mahidol. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  76. "ประวัติ". หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  77. พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2499 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 73 ตอนที่ 40 ก หน้า 602-609
  78. ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2552 ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 169 ง หน้า 120-121
  79. "Mahidol IR". หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  80. "Mahidol Library Green Library". หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  81. "Co-MU Space พื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่ของเด็กมหิดล". MULifepass. 2022-08-01. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  82. "MU e-Lecture". Mahidol e-lecture. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  83. "ประวัติ". ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  84. "Museum | ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล". สืบค้นเมื่อ 2026-04-12.
  85. "ความเป็นมา". Mahidol University Press. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  86. "e-book". Mahidol University Press. 2026-02-05. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  87. "โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย". กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
  88. "Mahidol University : Research". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-08-27. สืบค้นเมื่อ 2007-08-11.
  89. Svasti MRJ, Asavisanu R. Update on Thai Publications in ISI Databases (1999-2005) เก็บถาวร 2008-06-08 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ScienceAsia 2006;32 (2) :101-106.
  90. Svasti MRJ, Asavisanu R., Four Decades of Excellence in Research - Revealed by International Database Searches. เก็บถาวร 2011-05-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, ใน "48 ปี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (2501-2549)" หนังสือที่ระลึก 4 รอบ แห่งการสถาปนาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 21 ตุลาคม 2549 หน้า 67-70.
  91. "Mahidol University : Notable facts - Has highest budget of any university in Thailand". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-07-04. สืบค้นเมื่อ 2007-07-22.
  92. "ข้อมูลสถิติ – Mahidol University". mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  93. "ฐานข้อมูลดิจิทัลเอกสารโบราณของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตภาคกลางและภาคตะวันตก". https://lc.mahidol.ac.th/. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13. {{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน |website= (help)
  94. "Mahidol Channel". channel.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  95. "The Hakka Digital Archive Project: Preserving Cultural Treasures and Promoting Cultural Rights in Thailand – {:th}กองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล{:}{:en}กองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล{:}" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2017-10-25. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  96. "เปิด 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทย". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-05-18. สืบค้นเมื่อ 2021-08-20.
  97. สถาบันจัดอันดับแห่งประเทศไทย ฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย เก็บถาวร 2007-08-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เรียกดูวันที่ 2013-02-21
  98. "สกว.ประเมินครั้งที่ 2 พ.ศ. 2553". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-08-14. สืบค้นเมื่อ 2014-07-02.
  99. "สกว.ประเมินครั้งที่ 3 พ.ศ. 2554". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-09-28. สืบค้นเมื่อ 2014-07-02.
  100. "Research and Innovation Rankings - Thailand 2026". www.scimagoir.com. สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  101. "World University Rankings 2018". Times Higher Education (THE) (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  102. "Asia University Rankings 2017 | Times Higher Education". Times Higher Education (THE) (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  103. "Best universities in the Asia-Pacific region 2019". Student (ภาษาอังกฤษ). 2019-02-20. สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  104. "Emerging Economies". Times Higher Education (THE) (ภาษาอังกฤษ). 2016-11-24. สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  105. "สำเนาที่เก็บถาวร". University Ranking by Academic Academic Performance. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-08-27. สืบค้นเมื่อ 2016-06-16.
  106. การจัดอันดับโดย U.S. News & World Report
  107. "UI GreenMetric World University Rankings 2025". UI GreenMetric.
  108. "Top Universities in Thailand | 2026 University Rankings". www.unirank.org (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  109. "ที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษา". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-24. สืบค้นเมื่อ 2016-10-22.
  110. "หอพักนักศึกษา". โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  111. "หอพักอาเซียนเฮ้าส์". สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  112. "The Residenz @ MB". Institute of Molecular Biosciences (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  113. "คู่มือหอพักนักศึกษา น้ำทองสิกขาลัย" (PDF). วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล.
  114. "MU Condo". กองกิจการนักศึกษา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. 2021-06-17. สืบค้นเมื่อ 2026-04-14.
  115. "หอพักนักศึกษา". ฝ่ายการศึกษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  116. "หอพักคณะพยาบาลศาสตร์". คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  117. "หอพักนักศึกษาแพทย์". งานกิจการนักศึกษา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  118. "TropMed International House". www.tm.mahidol.ac.th (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-02-08. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  119. "Building and Facilities | โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล". www.rama.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2026-04-15.
  120. 1 2 3 4 "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยกิจกรรมนักศึกษา พ.ศ. 2557". Google Drive.
  121. พิธีพระราชทานปริญญาบัตร
  122. พิธีเปิด "มหิดลสิทธาคาร" เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557
  123. ""MUVE" รถบัสพลังงานไฟฟ้า 100% แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล". กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  124. "มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม Mahidol Bicycle Campus With Anywheel". กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. 2024-12-10. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  125. "บริการจักรยาน". กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  126. "มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม Jakka Rally Save the World". Mahidol University. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  127. "Shuttle Bus". กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  128. "Salaya Link". College of Music, Mahidol University. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  129. "วิธีการไปยัง มหาวิทยาลัยมหิดล". moovitapp.com. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  130. "แผนที่เดินทาง". MU Library and Knowledge Center. สืบค้นเมื่อ 2026-04-11.
  131. 1 2 "ครม. อนุมัติโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงไปแล้ว 3 เส้นทาง "ศาลายา-ตลิ่งชัน-ศิริราช" และ "รังสิต-ธรรมศาสตร์"". ผู้จัดการออนไลน์. 5 Mar 2019. สืบค้นเมื่อ 12 Aug 2020.
  132. "รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น". กองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2026-04-13.
  133. "รายชื่อและผลงานย่อของนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นทั้งหมด (พ.ศ. 2525-2568)" (PDF). มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

ดูเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°47′36″N 100°19′21″E / 13.793406°N 100.322514°E / 13.793406; 100.322514