มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
Ubon Ratchathani University
Ubu logo.png
ชื่อย่อ ม.อบ./ UBU
คติพจน์ พัฒนาความรู้ มุ่งสู่ปัญญา
พร้อมคุณค่าคุณธรรม
สถาปนา 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
อธิการบดี รศ.ดร.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข
นายกสภาฯ ศ. (พิเศษ) ดร.จอมจิน จันทรสกุล
ที่ตั้ง 85 ถนนสถลมาร์ค ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ
จังหวัดอุบลราชธานี
เว็บไซต์ www.ubu.ac.th
มหาวิทยาลัยอุบลฯ.png

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ม.อบ.) (Ubon Ratchathani University) "ภูมิปัญญาแห่งภูมิภาคลุ่มน้ำโขง" เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดตั้งในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยจัดตั้งเป็น วิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น และยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2533 จากความพยายามที่จะให้มีมหาวิทยาลัยในจังหวัดอุบลราชธานีของทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชนในจังหวัดและมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งที่สองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นศูนย์กลางของการศึกษาและการค้นคว้าวิจัยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยครอบคลุมทั้งสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นมหาวิทยาลัยที่ยกฐานะมาจาก วิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2533 ในรัฐบาลของ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี ด้วยความมุ่งหมายให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งที่ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการจัดการศึกษาเน้นหนักทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพัฒนา กำลังคนของประเทศ ซึ่งกำลังมุ่งพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศ กึ่งอุตสาหกรรม และเพื่อเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษา ให้แก่ประชาชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งให้มหาวิทยาลัย เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นสามารถนำความรู้ ที่ได้ไปปรับปรุงการประกอบวิชาชีพของตนเองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นต่อไป

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรกในปีการศึกษา 2531 ภายใต้ชื่อ "วิทยาลัยอุบลราชธานี" โดยเปิดทำการสอน ในสาขาเกษตรศาสตร์ และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ มีนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 67 คน ซึ่งฝากเรียนไว้ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อมาในปีการศึกษา 2533 วิทยาลัยอุบลราชธานีได้ยกฐานะมาเป็น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2533 ได้ย้ายสถานที่จัดการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาประจำ ณ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบริเวณกิโลเมตรที่ 10 - 11 ถนนวารินเดชอุดม ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี บนเนื้อที่ประมาณ 5,228 ไร่ และเริ่มจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของคณะเกษตรศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งได้ถือเอาวันที่ 30 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยแล้วในปี พ.ศ. 2534 คณาจารย์และนักศึกษาทั้งหมด ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาประจำ ณ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยโดยสมบูรณ์ โดยสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้แต่งตั้งให้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นคนแรก ในส่วนของการก่อสร้าง เริ่มต้นด้วยงบประมาณเพียง 16 ล้าน ในปี 2531 อาคารหลังแรก ที่ก่อสร้างคือ อาคารเอนกประสงค์

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ตราประจำมหาวิทยาลัย ใช้สัญลักษณ์ เจดีย์ทรงแบบล้านช้าง หมายถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในมีดอกบัวหลวงประดิษฐานอยู่บนแท่นรองรับของเส้น 3 เส้น ดอกบัวมีสีกลีบบัว อันหมายถึงสัญลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี และเส้น 3 เส้นที่เป็นฐานรองรับดอกบัวนั้น หมายถึงแม่น้ำสายสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ แม่น้ำโขง แม่น้ำชี และแม่น้ำมูล ลักษณะของดอกบัวเป็นประเภทบัวเหนือน้ำที่พร้อมจะ เบ่งบาน ให้ความดีงามแก่มหาชนได้ชื่นชม ส่วนกลีบดอกบัวด้านล่างสองกลีบ หมายถึง คุณธรรมและปัญญาอันเป็นเปลือกหุ้มสถาบันสำหรับดอกตูมสามกลีบหมายถึง องค์พระรัตนตรัย สีน้ำเงิน ที่เป็นขอบเส้นของตรามหาวิทยาลัยนั้นมีความ หมายถึง ความมั่นคงแข็งแรงและสีเหลืองสดที่เป็นพื้น หมายถึง สีประจำมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ต้นกันเกรา เป็นไม้สูงประมาณ 25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึก ใบดกหนาทึบ สีเขียวแก่เป็นมัน ดอกสีเหลืองอมแสด ออกดอกที่ช่อปลายกิ่ง มีกลิ่นหอมเย็นระรื่นอยู่ 7 วัน จากนั้นจะมีกลิ่นเหม็น ไม้กันเกราสื่อความหมายถึงเครื่องป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ และทำให้เสาเรือนมั่นคง ต้นกันเกราเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยอุบล ราชธานี เป็นต้นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งที่พบมากใน บริเวณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียก “มันปลา” ภาคใต้ เรียก“ตำเสา”ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนจะออกดอกเป็น ช่อสีเหลือง มีกลิ่นหอมขจรขจาย
  • สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีน้ำเงิน - สีเหลือง
  • อักษรย่อ คือ ม.อบ.

ทำเนียบผู้อำนวยการวิทยาลัย และอธิการบดี[แก้]

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ผู้อำนวยการวิทยาลัย วาระการดำรงตำแหน่ง
1. รองศาสตราจารย์ ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี 24 ธันวาคม พ.ศ. 2530 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 (สมัยดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการวิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น)
อธิการบดีมหาวิทยาลัย วาระการดำรงตำแหน่ง
1. รองศาสตราจารย์ ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 - 25 มกราคม พ.ศ. 2534 (รักษาการ)

25 มกราคม พ.ศ. 2534 - 25 มกราคม พ.ศ. 2538 (สมัยที่ 1)
25 มกราคม พ.ศ. 2538 - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2542 (สมัยที่ 2)

2. ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.ไพฑูรย์ อิงคสุวรรณ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2542 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2545
3. ศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 30 กันยายน พ.ศ. 2549 (สมัยที่ 1)

1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 - 30 กันยายน พ.ศ. 2553 (สมัยที่ 2)

4. รองศาสตราจารย์ ดร.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - 30 กันยายน พ.ศ. 2557 (สมัยที่ 1)

1 ตุลาคม พ.ศ. 2557 - 27 เมษายน พ.ศ. 2558 (ผู้รักษาราชการแทน)
27 เมษายน พ.ศ. 2558[1] - ปัจจุบัน

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
นายกสภามหาวิทยาลัย วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ดร.อนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ พ.ศ. 2533 - พ.ศ. 2535
2. ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2538
3. ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2547
4. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2549
5. ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.จอมจิน จันทรสกุล 24 กันยายน พ.ศ. 2549 - 24 กันยายน พ.ศ. 2551 (สมัยที่ 1)

17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 - 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 (สมัยที่ 2)
22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 - 3 มกราคม พ.ศ. 2555 (สมัยที่ 3)
4 มกราคม พ.ศ. 2556 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (สมัยที่ 4)
29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน

การศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประกอบไปด้วย 10 คณะ 1 วิทยาลัย และ 1 วิทยาเขต ครอบคลุมทั้งระดับปริญญาบัณฑิต และบัณฑิตศึกษา ประกอบไปด้วยหน่วยงานทางด้านวิชาการดังนี้

การวิจัย[แก้]

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยโดยที่มุ่งที่จะเป็น Research University จึงมีหน่วยงานหลักที่สนับสนุนการวิจัยคือ งานส่งเสริมการวิจัยและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งทุกคณะจะมีหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัย ซึ่งมีโครงการวิจัยที่สำคัญอีกหลายโครงการ เช่น

และนอกจากนี้ยังมีหน่วยงานที่วัตถุประสงค์เพื่องานวิจัยโดยเฉพาะได้จัดตั้งเป็นศูนย์วิจัยคือ

และในปี พ.ศ. 2550 ผศ.ดร.วินิช พรมอารักษ์ จากคณะวิทยาศาสตร์ ได้รับคัดเลือกเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ดีเด่น ประจำปี 2550 จาก มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

การจัดอันดับและมาตรฐานมหาวิทยาลัย[แก้]

การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนมกราคม พ.ศ. 2558 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อยู่ในอันดับที่ 1,672 ของโลก อันดับที่ 513 ของเอเชีย อันดับที่ 17 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[2]

การจัดอันดับคณะต่าง ๆ[แก้]

ผลการประเมินโดย สกอ. (พ.ศ. 2549)[แก้]

การจัดระดับมหาวิทยาลัยไทยด้านการวิจัย (Research Ranking Indicators) และด้านการเรียนการสอน (Teaching Ranking Indicators) และข้อมูลการจัด 50 อันดับของคณะในสาขาต่าง ๆ 7 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยี สาขาชีวการแพทย์ สาขามานุษยวิทยาและศิลปกรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ สาขาเกษตร และสาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ ภายใต้ "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย" ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา "มติชน" เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง นักเรียน และผู้สนใจทั่วไป[3] โดยอันดับแรกของแต่ละด้าน คือ

สาขา คณะ ด้านการสอน ด้านการวิจัย
คณะวิทยาศาสตร์ อันดับที่ 8 อันดับที่ 13
คณะวิศวกรรมศาสตร์ อันดับที่ 5 อันดับที่ 27
คณะเภสัชศาสตร์ อันดับที่ 44 อันดับที่ 50
คณะศิลปศาสตร์, คณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ อันดับที่ 15 อันดับที่ 15, อันดับที่ 7
คณะบริหารศาสตร์ อันดับที่ 23 อันดับที่ 49
คณะเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 9 อันดับที่ 10

ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ[แก้]

  • ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น 3 ผลงาน เป็นผลงานวิจัยทางวิชาการที่มีการตีพิมพ์ในวารสารมากที่สุด ผลงานวิจัยด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และผลงานวิจัยด้านการตอบสนองชุมชน
  • ได้รับการประเมินคุณภาพ รอบสอง ในระดับดีมาก ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) พ.ศ. 2549-2551 และได้คะแนนเป็นลำดับที่สาม 4.70 คะแนน ในกลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นการผลิตบัณฑิตและวิจัย
  • ผลการสอบของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจาก คณะเภสัชศาสตร์ เพื่อเป็นผู้ปฏิบัติการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมปี 2553 ซึ่งสอบผ่านเกณฑ์เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ
  • ทีมกันเกรา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในการแข่งขันหุ่นยนต์ ABU ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2555
  • ผลการสอบของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจาก คณะเภสัชศาสตร์ เพื่อเป็นผู้ปฏิบัติการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมปี 2556 ซึ่งสอบผ่านเกณฑ์เป็นลำดับที่ 5 ของประเทศ

หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

สำนัก[แก้]

ศูนย์/ศูนย์วิจัย[แก้]

อุทยาน/สถาบัน[แก้]

โรงแรม[แก้]

สถานปฏิบัติการการโรงแรม และการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (Hotel and Tourism Training Center Debaratana Siripabha Building, Ubon Rachathani University) เป็นศูนย์บริการที่ทันสมัย และเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันการศึกษาชั้นสูงของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีความโดดเด่นในการให้บริการห้องพัก อาหาร งานประชุมสัมมนา และงานเลี้ยงสังสรรค์ รวมไปถึงเป็นศูนย์ฝึกอบรมให้กับนักศึกษา ด้านการบริการอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว

โรงพยาบาล[แก้]

องค์การนักศึกษา[แก้]

องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นกลุ่มของผู้นำนักศึกษาที่เข้ามาดูแลสวัสดิการ การเรียน กิจกรรม และสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อประสานงาน อำนวยความสะดวก ให้บริการแก่นักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการกับหน่วยงานต่างๆภายในมหาวิทยาลัยและรวมไปถึงกับหน่วยงานภายนอกด้วย

  • สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ส.ม.อบ.)
  • สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ส.น.ม.อบ.)
  • ชมรมนักศึกษา สังกัดสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัย และชุมนุม สังกัดสโมสรนักศึกษาคณะ

สมาคม[แก้]

พื้นที่มหาวิทยาลัย[แก้]

ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

พื้นที่การศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แบ่งพื้นที่การศึกษาออกเป็น 2 แห่งคือ

พื้นที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี[แก้]

เป็นพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่จัดการเรียนการสอนและการวิจัยในปัจจุบันโดยมีพื้นที่โดยประมาณจำนวน 5,228 ไร่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 15 กิโลเมตร โดยตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 10 - 11 บนถนนสถลมาร์ค ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นดังนี้

  • กลุ่มอาคารบริหารส่วนกลาง ที่ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานอธิการบดี อาคารหอประชุมเอนกประสงค์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารสำนักวิทยบริการ (หอสมุดกลาง) อาคารสำนักคอมพิวเตอร์และเครือข่าย อาคารสำนักบริหารทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์ อาคารปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมและวิจัยด้านธุรกิจ (อาคารเทพรัตน์สิริปภา) อาคารกิจกรรมนักศึกษาและโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลุ่มอาคารกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มอาคารเรียนรวม โรงอาหารกลาง โครงการก่อสร้างอาคาร 25 ปีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และโครงการก่อสร้างอาคารสยามบรมราชกุมารี 60 พรรษา
  • กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่ประกอบด้วย อาคารปฏิบัติการเภสัชชุมชน กลุ่มอาคารคณะเภสัชศาสตร์และอาคารปฏิบัติการ กลุ่มอาคารณะพยาบาลศาสตร์และอาคารปฏิบัติการรวม กลุ่มอาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข และโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (อาคารศูนย์การศึกษาและวิจัยทางการแพทย์) อาคารกิจกรรมด้านสุขภาพ และโครงการก่อสร้างอาคารกายวิภาคศาสตร์
  • กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ประกอบไปด้วย กลุ่มอาคารคณะวิทยาศาสตร์และอาคารปฏิบัติการ กลุ่มอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ และกลุ่มอาคารปฏิบัติการโรงงานคณะวิศวกรรมศาสตร์ กลุ่มอาคารคณะเกษตรศาสตร์และอาคารโรงงานต้นแบบอุตสาหกรรมเกษตรและพื้นที่ไร่ฝึกและทดลองประมาณ 3,928 ไร่
  • กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่ประกอบไปด้วย กลุ่มอาคารคณะศิลปศาสตร์ อาคารโรงละครคณะศิลปศาสตร์ กลุ่มอาคารคณะบริหารศาสตร์ กลุ่มอาคารคณะศิลปประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ อาคารคณะนิติศาสตร์ อาคารคณะรัฐศาสตร์ และโครงการก่อสร้างอาคารฝึกอบรมภาษาและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง
ป้ายคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • กลุ่มอาคารหอพักอาจารย์และนักศึกษา บนเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ที่ประกอบไปด้วย กลุ่มอาคารหอพักอาจารย์และบุคลากร กลุ่มอาคารหอพักนักศึกษา
  • กลุ่มอาคารกีฬาและนันทนาการ บนเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ที่ประกอบไปด้วย อาคารศูนย์กีฬาเอนกประสงค์ สนามกีฬากลาง สระว่ายน้ำยอดเศรณี และสนามกีฬาต่าง ๆ โครงการก่อสร้างลานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

พื้นที่วิทยาเขตมุกดาหาร[แก้]

วิทยาเขตมุกดาหาร เป็นวิทยาเขตในสังกัดมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมติสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยในระยะแรกวิทยาเขต ได้รับมอบอาคารเรียนหลังเก่าของ โรงเรียนมุกดาลัย เพื่อใช้ในการเรียนการสอน และการบริหารงานวิทยาเขต วิทยาเขตมุกดาหาร มีนักศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 144 คน (พ.ศ. 2554) มีพื้นที่ดำเนินการ 3 พื้นที่ คือ พื้นที่พืชไร่ตำบลคำอาอวน พื้นที่ทหารตำบลคำอาอวน และพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลมุกดาหาร (ภูผาเจี้ย) โดยวิทยาเขตมุกดาหาร กำลังมีโครงการจะก่อสร้างอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งถาวรของวิทยาเขต นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติสิรินธารา สามารถรองรับกิจกรรมอเนกประสงค์ และรองรับการประชุมได้ 4,000 ที่นั่ง บริเวณพื้นที่ภูผาเจี้ย เนื้อที่ 1,134 ไร่

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นประจำทุกปีนับแต่แรกเริ่มก่อตั้งจวบจนกาลปัจจุบัน

ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีเปิดมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2536 จัดขึ้นที่ตึกอาคารเรียนรวม 1 ชั้น 2 โดยนักศึกษาจะเข้ารับปริญญาบัตรกับพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีอย่างใกล้ชิดซึ่งนับเป็นพระกรุณาเป็นล้นพ้น และเป็นศิริมงคลแก่ประชาชนชาวอุบลราชธานีเป็นอย่างยิ่ง

ลำดับการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจะเรียงลำดับจากดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิต และบัณฑิตจากคณะต่างๆเรียงตามการสถาปนาคณะ ดังนี้ คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะบริหารศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ วิทยาเขตมุกดาหาร คณะพยาบาลศาสตร์

โดยสถานที่จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจัดขึ้นที่แรก คือ อาคารเรียนรวม 1 ซึ่งสถานที่ไม่อาจสามารถรับรองจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นได้ ต่อมาได้มีการย้ายมายัง อาคารศูนย์กีฬาอเนกประสงค์ และในปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้มีการก่อสร้าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สำหรับจัดการแสดงนิทรรศการต่างๆ การเลี้ยงรับรองและการประชุม และยังเป็นสถานที่จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรอีกด้วย สามารถรับรองได้ถึง 5,000 ที่นั่ง จึงได้ใช้สถานที่นี้เป็นการถาวร

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้จัดการเรียนการสอนแตกต่างกันออกไปตามหลักสูตรของแต่ละคณะและสาขาวิชาที่มีการจัดการศึกษาตั้งแต่ 4 ปี ไปจนถึง 6 ปี และมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาในแต่ละคณะวิชาได้ทำความรู้จักในฐานะนักศึกษาสถาบันเดียวกันและเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในหมู่สมาชิกและเพื่อนในแต่ละคณะวิชา โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ส่งเสริมในด้านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้บัณฑิตที่จบออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นผู้ทีมีความรับผิดชอบ และมีความรอบรู้ในด้านต่าง ๆ และการรู้จักการช่วยเหลือสังคม โดยมีกิจกรรมนักศึกษาที่เด่น ๆ ดังนี้

กิจกรรมนักศึกษา[แก้]

  • ประเพณีเดินเท้าสู่วัดหนองป่าพง จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาใหม่ ได้เรียนรู้จักชุมชนรอบบริเวณมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รวมทั้งได้เข้าปฏิบัติธรรมตามหน้าที่ของชาวพุทธอย่างถูกต้องและสามารถดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท มีสมาธิ ปัญญาและเป็นการพัฒนานักศึกษาให้มีคุณลักษณะเป็นบัณฑิตที่พึ่งประสงค์ของสังคมต่อไป
  • ชุมนุมไอทีคาเฟ่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นหน่วยกลางในการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และเป็นเวที่ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางด้านสารสนเทศ
  • ชุมนุมนักประดิษฐ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2543 วัตถุประสงค์เพื่อรวมกลุ่มนักศึกษาที่สนใจเรื่องสิ่งประดิษฐ์ และสร้างนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ รวมถึงประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยในการแสดงความรู้ความสามารถต่อสาธารณชน ลักษณะกิจกรรม เช่น จัดการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์หุ่นยนต์ รวมถึงเข้าแข่งขันรถประหยัดพลังงานและการแข่งขันหุ่นยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • ชุมนุมหมอลำการเมือง คณะรัฐศาสตร์ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นชุมนุมที่รวบรวมเอานักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ทุกชั้นปีที่มีใจรักและกล้าแสดงออก ทางด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งรวบรวม แลกเปลี่ยน ศึกษาและพัฒนารูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจเกี่ยวกับหมอลำ และอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยโดยใช้วัฒนธรรมหมอลำเป็นสื่อ

การพักอาศัยของนักศึกษา[แก้]

สำหรับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั้นเป็นสถาบันการศึกษาที่ให้การศึกษากับกลุ่มนักศึกษาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและนักศึกษาจากทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้มีการจัดสร้างหอพักนักศึกษาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาที่ต่างภูมิลำเนาเข้าพักอาศัย และเป็นการสร้างความรู้จักกันให้กับนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ ต่างคณะและเป็นการสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับผู้ปกครองที่มีนักศึกษาจากต่างภูมิลำเนาเข้ามาศึกษา

โดยมีกลุ่มหอพักให้การบริการนักศึกษา ได้แก่ กลุ่มอาคารราชาวดี กลุ่มอาคารราชพฤกษ์ กลุ่มอาคารลีลาวดี และกลุ่มอาคารกันเกรา

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี[แก้]

โดยมีบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ดังนี้

ระดับปริญญาตรี[แก้]

  • ผศ.ดร.ชวลิต ถิ่นวงศ์พิทักษ์ รองผู้อำนวยการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • ประภัย ริทัศน์โส (คณะนิติศาสตร์) สอบได้อันดับที่ 1 ของประเทศ ในการสอบผ่านความรู้เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 63 กลุ่ม กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ของสำนักฝึกอบรมและศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
  • วสันต์ สุระคาย (คณะวิศวกรรมศาสตร์) ชนะเหรียญทองแดง กีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่น เวลเตอร์เวท กีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติ ครั้งที่ 38 "จามจุรีเกมส์"
  • อารยา เมืองเหนือ (คณะบริหารศาสตร์) รางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน การประกวดนางสาวอุบลราชธานี ปี 2554
  • จอย ราเนีย หรือ จุฑามาศ วิชัย หรือ คิมจีเฮ (Kim Jee Hye) (คณะศิลปศาสตร์) สาวไทยหน้าใสหนึ่งเดียวในวง "Rania"
  • ชุติมา สอนบุญทอง (คณะศิลปศาสตร์) คว้ารางวัลชนะเลิศ นางสาวสงกรานต์เทพีทุ่งกุลา จังหวัดสุรินทร์ ปี พ.ศ. 2555 และคว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดเทพีเทศกาลงานปลาไหล ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาด จังหวัดสุรินทร์
  • ชนิตา จันทเนตร (คณะศิลปศาสตร์) Miss Grand Ubon Ratchathani และผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายของการประกวด Miss Grand Thailand 2016
  • วราวุฒิ คำพานุช (คณะรัฐศาสตร์) ได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2554 และได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่น ด้านศาสนาและจริยธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี ปี 54
  • สุชาติ สุภาพันธ์ (คณะรัฐศาสตร์) ปลัดอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
  • ชัยนเรศ ยอดแตง (คณะรัฐศาสตร์) ปลัดอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี
  • อนุสรา ศิริมา (คณะรัฐศาสตร์) ปลัดอำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ
  • วิษณุ สนมศรี (คณะรัฐศาสตร์) ปลัดอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม

ระดับปริญญาโท[แก้]

  • ใจเพชร กล้าจน ได้รับรางวัล "คนต้นเรื่องแห่งปี" จากงานประกาศรางวัล "คนค้นคน อวอร์ด ครั้งที่ 2" (คณะบริหารศาสตร์ สาขา พัฒนบูรณาการศาสตร์)

ระดับปริญญาเอก[แก้]

  • ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551-2551 (คณะรัฐศาสตร์ - รัฐประศาสนศาสตรดุษฏีบัณฑิต)
  • รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ ข้าราชการการเมือง ตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) (คณะรัฐศาสตร์ - รัฐประศาสนศาสตรดุษฏีบัณฑิต)
  • พันเอกประเวศสุทธิ สุทธิประภา เสธ.กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิ์ฯ (คณะรัฐศาสตร์ - รัฐประศาสนศาสตรดุษฏีบัณฑิต)
  • ดร.ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรสมุทรปราการ เขต 7 ได้รับโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (คณะรัฐศาสตร์ - รัฐประศาสนศาสตรดุษฏีบัณฑิต)
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สำเนาว์ เสาวกูล คณบดีคณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ (คณะเกษตรศาสตร์ - ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต)

บุคลากรมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี[แก้]

  • อาจารย์ทรงพล อินทเศียร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รับบทแสดงเป็น อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ตุ๊กกี้ ภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ สารคาม
  • ดร.ถนัดกิจ ชารีรัตน์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา ที่ได้รับ 3 รางวัลจากการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศเศรษฐกิจแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 หรือ 3rd Thailand Eco Design Award 2010
  • ศ.ดร.ธาดา สุทธิธรรม อดีตคณบดีคณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ สถาปนิกคนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลยูเนสโก ในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค
  • ผศ.ดร.วินิจ พรหมอารักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ที่ได้รับรางวัลนักวิจัยรุ่นใหม่ ประจำปี 2550 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • รศ.ดร.พรพรรณ พึ่งโพธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับทุนโครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science L’OREAL Thailand) ครั้งที่ 8 ประจำปี 2553 ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Science) จากบริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งร่วมมือกับสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)
  • อาจารย์ติ๊ก แสนบุญ คณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้เขียนบทความใน นิตยสาร "ศิลปวัฒนธรรม"
  • อาจารย์สมบัติ วอทอง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี / อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม / อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ (เดิม) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แม่แบบ:ศูนย์สะเต็มศึกษา