มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วิทยาลัยวิชาการศึกษา)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Srinakharinwirot University
SWULOGO.png
ชื่อย่อ มศว / SWU
คติพจน์ สิกฺขา วิรุฬหิ สมฺปตฺตา
การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม
Education is Growth
สถาปนา สถาปนา "โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง"
28 เมษายน พ.ศ. 2492 (68 ปี)
สถาปนา "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ"
29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 (43 ปี)
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล
นายกสภาฯ ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล
จำนวนผู้ศึกษา 23,600 (ปีการศึกษา 2560)
ที่ตั้ง

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เลขที่ 114 ซอยสุขุมวิท 23 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ เลขที่ 107 หมู่ที่ 6 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก 26120
วิทยาเขต 2 วิทยาเขต
สีประจำสถาบัน      สีเทา
     สีแดง
เว็บไซต์ http://www.swu.ac.th/
Swu logo.png

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (อังกฤษ: Srinakharinwirot University; ชื่อย่อ: มศว - SWU) ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง" ซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2492 และต่อมาได้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับจนเป็น "วิทยาลัยวิชาการศึกษา" เมื่อ พ.ศ. 2497 และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ" เมื่อ พ.ศ. 2517

ประวัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ[แก้]

ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ผู้ริเริ่มก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษา
โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ถนนประสานมิตร

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แรกเริ่มได้จัดตั้งเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นการผลักดันของศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น โดยจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2492 เพื่อผลิตวิชาชีพครู ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเป็นจำนวนมากในขณะนั้น นับว่าเป็นการเริ่มต้นการศึกษาในระดับวุฒิประกาศนียบัตรครูประถมศึกษา และประกาศนียบัตรครูมัธยมศึกษา มีผู้อำนวยการโรงเรียนคนแรกคือหลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ (สวัสดิ์ สุมิตร)

ในกาลต่อมา พ.ศ. 2496 ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงในขณะนั้น ได้เสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการให้ก่อตั้ง วิทยาลัยวิชาการศึกษา[1] ในยุคสมัยนั้น วิชาชีพครูสูงสุดแค่วุฒิ ป.ม. (ประกาศนียบัตรประโยคครูมัธยม) ซึ่งรับนักเรียกจากระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 มาศึกษาต่อเทียบเท่ากับอนุปริญญาเท่านั้น ทำให้ปัญญาชนในสมัยนั้นหันไปเรียนวิชาชีพอื่นที่ได้รับใบปริญญา ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี เป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เข้าชี้แจงให้คณะรัฐบาลเข้าใจถึงเหตุและผลที่จะดำเนินการและสิ่งที่เกิดขึ้น หากให้สามารถเปิดสอนครูถึงระดับปริญญาและสามารถชี้แจงจนเข้าใจร่วมกันได้ ซึ่งในที่สุดที่ประชุมจึงได้มีมติยอมรับ และผ่านพระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการศึกษาออกมา แต่กว่าที่จะได้มีการยอมรับนั้นค่อนข้างพบอุปสรรคพอสมควร

...ตอนนั้นในหมู่ประชาชนความคิดที่ว่าจะให้ครูเรียนถึงปริญญายังไม่มี ดังนั้นการเสนอให้ครูมีการศึกษาถึงระดับปริญญาตรีเป็นของที่แปลกมาก อีกประการหนึ่งนั้นจะให้สถาบันการศึกษาระดับวิทยาลัยประสาทปริญญานี้ยิ่งไม่เข้าใจใหญ่ ฉะนั้นพอกฎหมายไปถึงพรรคเสรีมนังคศิลาแล้ว ผมก็ต้องไปชี้แจงหนักหน่วงมาก เพราะท่านผู้แทนสมัยโน้นเขาไม่เข้าใจเลย เป็นวิทยาลัยอะไรให้ปริญญา? เป็นครู, เป็นศึกษาธิการอำเภอจะเอาปริญญาเชียวหรือ? ผมก็ต้องชี้แจงมากมาย... ...แต่พอมาถึงประเด็นที่ว่า วิทยาลัยจะประสาทปริญญาได้นี่ไม่เคยเห็นมีแต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เท่านั้น เป็นแค่วิทยาลัยจะมาประสาทปริญญาไม่เห็นด้วย เป็นไปไม่ได้ ผมก็ออกไปชี้แจงอีก ...แต่เขาก็ไม่ฟังเสียง เป็นวิทยาลัยจะมาประสาทปริญญาได้อย่างไร ตอนนั้นผมก็หนักใจมาก แต่ก็กัดฟันชี้แจงต่อไปอีก แล้วก็เป็นการบังเอิญมีรัฐมนตรีท่านหนึ่งซึ่งอยู่ในที่ประชุมและผมทราบลูกของท่านเรียนอยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังทำปริญญาเอกด้วย ทำไมทำได้ล่ะ เขาจึงค่อยเงียบเสียงลง...

ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี พ.ศ. 2531

เพื่อพัฒนาความรู้ทางด้านการศึกษาให้เป็นวิชาชีพที่มีระบบแบบแผนมากขึ้น พร้อมทั้งได้เปิดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งในระดับบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต โดยมีศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ดำรงตำแหน่งอธิการ และศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะวิชาการศึกษา หลังจากนั้น จึงได้ดำรงตำแหน่งอธิการวิทยาลัยวิชาการศึกษา ในระยะนี้ได้มีการตั้งโรงเรียนสาธิต (Demonstration School) เพื่อให้เป็นแปลงทดลองค้นคว้าในระบบการศึกษาพื้นฐานสมัยใหม่ พร้อมกับมีการขยายวิทยาลัยวิชาการศึกษาไปยังส่วนภูมิภาคต่าง ๆ โดยขยายวิทยาเขตปทุมวัน วิทยาเขตบางแสน วิทยาเขตพิษณุโลก วิทยาเขตมหาสารคาม วิทยาเขตสงขลา วิทยาเขตพระนคร และวิทยาเขตพลศึกษา โดยมีวิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหาร

ในปี พ.ศ. 2516 ก่อนหน้า เหตุการณ์ 14 ตุลา ในช่วงเวลาที่ศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร ดำรงตำแหน่งอธิการวิทยาลัยวิชาการศึกษา คณาจารย์ นิสิต และข้าราชการ ได้ร่วมกันเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ปรับฐานะวิทยาลัยวิชาการศึกษาเป็นมหาวิทยาลัย และย้ายสังกัดจากกระทรวงศึกษาธิการไปขึ้นกับทบวงมหาวิทยาลัย ท่ามกลางการปกครองที่เข้มงวดรุนแรงของรัฐบาลทหารในขณะนั้น เพื่อความคล่องตัวในการพัฒนาโครงสร้าง การบริหาร และการเรียนการสอนที่จำกัด ไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยและการขยายตัวที่มีความหลากหลายวิชาชีพ ท้ายที่สุด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ "มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร" ได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517[2] โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร เป็นอธิการบดี โดยนามของมหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เมื่อ 6 มีนาคม พ.ศ. 2517 โดยพระราชทานเพียงชื่อเต็มและความหมายของชื่อดังกล่าว

มหาวิทยาลัยมีระบบบริหารจัดการในรูปวิทยาเขตมาจนถึง พ.ศ. 2533 รวมเวลา 16 ปี วิทยาเขตภูมิภาค ทั้ง 5 แห่ง เริ่มแยกออกไปเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ โดยมีการบริหารจัดการและงบประมาณเป็นของตนเอง ขณะที่มหาวิทยาลัยแม่ก็ขยายตัวไปที่ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ในปี พ.ศ. 2539 จากอดีตที่มีคณะศึกษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะพลศึกษา และบัณฑิตวิทยาลัย ภายหลังมีการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ ตามลำดับ จวบจนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประกอบไปด้วยคณะวิชาทั้งสิ้น 15 คณะ วิทยาลัย 3 วิทยาลัย 1 บัณฑิตวิทยาลัย มีหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยประเภทศูนย์/สำนัก/สถาบัน ทั้งหมด 14 หน่วยงาน

เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ[3] ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงาน เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ เมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตรงกับวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ลำดับเหตุการณ์ของมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีรากฐานมาจาก "โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง" และพัฒนาเป็น "วิทยาลัยวิชาการศึกษา" (Collage of Education อักษรย่อ วศ.) มีพัฒนาการและประวัติความเป็นมาดังนี้[4]

  • พ.ศ. 2492 - ก่อตั้ง "โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง" ถนนประสานมิตร อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร
  • พ.ศ. 2496 - ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี เสนอให้ยกระดับวิชาครูจนระดับปริญญา (ในขณะนั้น วุฒิครูที่สูงสุดคือวุฒิ ป.ม. (ประกาศนียบัตรประโยคครูมัธยม) ซึ่งเทียบเท่ากับอนุปริญญาเท่านั้น) และเปลี่ยนสถานะจากโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงเป็น "วิทยาลัยวิชาการศึกษา" และเริ่มเปิดสอนตามหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) สาขาต่าง ๆ คือ สาขาประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และการบริการการศึกษา
  • พ.ศ. 2497 - เพื่อให้วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้มีอำนาจให้การศึกษาถึงขั้นปริญญาได้โดยสมบูรณ์ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เสนอพระราชบัญญัติ วิทยาลัยวิชาการศึกษา พ.ศ. 2497 ต่อสภาผู้แทนราษฎร และตราเป็นพระราชบัญญัติเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2497 มีคณะแรกตั้งคือ คณะวิชาการศึกษา คณะวิชาวิจัยการศึกษา คณะวิชามนุษยธรรมศึกษาและสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และสำนักงานอธิการบดี
  • พ.ศ. 2498 - จัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษา วิทยาเขตปทุมวัน เปิดเฉพาะสาขามัธยมศึกษา แบ่งเป็น 3 คณะวิชา คือ คณะวิชาการศึกษา คณะมนุษยธรรมศึกษาและสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับวุฒิปริญญาตรีวิชาการศึกษา (กศ.บ.) สาขามัธยมศึกษา วิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) และศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) และจัดตั้ง "โรงเรียนมัธยมสาธิตวิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน" (ปัจจุบันคือ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน) เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของไทยที่นำระบบโรงเรียนสาธิตมาใช้ในระดับอุดมศึกษา
  • พ.ศ. 2499 - เปิดสอนขั้นปริญญาโท โดยในขั้นแรกเปิดสอนเฉพาะสาขาจิตวิทยาประชากร โดยร่วมกับสถาบันระดับชาติสำหรับการค้นคว้าเรื่องเด็ก และจัดตั้ง "โรงเรียนมัธยมสาธิต วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร" และ "โรงเรียนประถมสาธิต วิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร"
  • พ.ศ. 2504 - เปิดสอนหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) ซึ่งวิทยาลัยวิชาการศึกษาจัดสอนขึ้นเองโดยตรง
  • พ.ศ. 2506 - วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับโอน "สถาบันระหว่างชาติสำหรับการค้นคว้าเรื่องของเด็ก" (International Institute for Child Study) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมมือกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นของรัฐบาลไทยโดยตรง และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สถาบันสำหรับการค้นคว้าเรื่องเด็กกรุงเทพฯ" Bangkok Institute For Child Study (BICS) เพื่อทำการค้นคว้าวิจัยทางจิตวิทยาเกี่ยวกับความเจริญงอกงามของเด็กในด้านต่าง ๆ และให้วิทยาลัยวิชาการศึกษาทำงานร่วมกับสถาบันระหว่างชาตินี้อย่างใกล้ชิด
  • พ.ศ. 2512 - ได้จัดตั้งสาขาวิทยาลัยวิชาการศึกษาขึ้นในส่วนกลางอีกแห่งหนึ่งเรียกว่า "วิทยาลัยวิชาการศึกษา พระนคร" ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับวิทยาลัยครูพระนคร ในที่ดินของวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร ได้มีการเดินขบวนของนิสิตเรื่องการพิจารณาเกี่ยวกับฐานะของวิทยาลัย แต่เนื่องจากความผันผวนทางเหตุการณ์บ้านเมืองทำให้การพิจารณาเป็นไปอย่างล่าช้า
  • พ.ศ. 2513 - วิทยาลัยพลศึกษา ได้เข้ามาสมทบเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา โดยกรมพลศึกษาเป็นผู้ดำเนินการ และเรียกชื่อว่า "วิทยาลัยวิชาการศึกษา พลศึกษา" โดยมีหลักสูตรครู 5 ปี เรียกว่าครูพละ ปัจจุบันคือคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • พ.ศ. 2517 - วิทยาลัยวิชาการศึกษา ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และไปสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ วิทยาลัยวิชาการศึกษาทั้ง 8 แห่งนี้รวมกันเป็น "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ" และเรียกชื่อมหาวิทยาลัยโดยระบุที่ตั้งเช่นที่เคยเรียกมาแต่เดิม ยกเว้นวิทยาลัยวิชาการศึกษาพระนคร ซึ่งเรียกว่า "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน" เริ่มเปิดสอนขั้นปริญญาเอก โดยเปิดสอนในสองสาขาวิชา คือ สาขาพัฒนศึกษาศาสตร์ และสาขาการวิจัยและการพัฒนาหลักสูตร
  • พ.ศ. 2519 - มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ ในบางแขนงวิชาเพิ่มขึ้น และในปีเดียวกันก็ได้รับหลักสูตรปริญญาการศึกษาบัณฑิต (สาขาครูพยาบาล) ของวิทยาลัยพยาบาลกรุงเทพ กระทรวงสาธารณสุข เข้ามาสมทบ (ปัจจุบันคือ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ)
  • พ.ศ. 2524 - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก
  • พ.ศ. 2527 - เปิดสอนหลักสูตรขั้นปริญญาโท สาขาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์ และสาขาการศึกษาก่อนวัยเรียน
  • พ.ศ. 2528 - จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ที่วิทยาเขตประสานมิตร โดยในระยะแรกทางมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยให้โรงพยาบาลวชิรพยาบาล (ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช) เป็นฐานการศึกษาระยะคลินิก (ชั้นปีที่ 4-6) และเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโททางสาขาศิลปศาสตร์
  • พ.ศ. 2529 - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาพัฒนศึกษาศาสตร์ ด้วยแต้มเฉลี่ย 3.86
  • พ.ศ. 2535 - คณะรัฐมนตรี มีมติให้มหาวิทยาลัยปรับเปลี่ยนทิศทางการผลิตบัณฑิต โดยมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ และเริ่มก่อสร้าง ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ. 2536 - ยุบรวมวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ในกรุงเทพมหานคร ตามมติคณะรัซมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2522 ทำให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน ต้องหยุดรับนิสิตใหม่ ภาควิชาศิลปะและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์ ได้สถาปนาขึ้นเป็น คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • พ.ศ. 2537 - จัดตั้งคณะทันตแพทย์ศาสตร์
  • พ.ศ. 2539 - จัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ และเปิดอาคารวิจัยและศึกษาต่อเนื่อง
  • พ.ศ. 2542 - จัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ในพื้นที่ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก (หลังจากวิทยาลัยพยาบาลกรุงเทพที่เข้ามาสมทบ กลายเป็นวิทยาเขตของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ในปี พ.ศ. 2537)
  • พ.ศ. 2544 - พิธีเปิดศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ. 2547 - จัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน
  • พ.ศ. 2549 - จัดตั้งวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม
  • พ.ศ. 2550 - โรงพยาบาลชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เข้ามาสมทบกับมหาวิทยาลัย เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • พ.ศ. 2551 - จัดตั้งสำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ และวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย
  • พ.ศ. 2552 - จัดตั้งคณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร
  • พ.ศ. 2554 - เปิดลานอโศกมนตรี (SWUniplex) โดยมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการซื้อที่ดิน ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถเข้าออกผ่านถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) ได้โดยตรง
  • พ.ศ. 2556 - จัดตั้งคณะวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
  • พ.ศ. 2559 - เปลี่ยนรูปแบบการบริหารงาน เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ[แก้]

  • ตราสัญลักษณ์

ได้มาจากกราฟที่เขียนแทนสมการทางคณิตศาสตร์ Y = ex หมายถึง การเพิ่มหรือการงอกงาม ซึ่งตรงกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า การศึกษาคือความเจริญงอกงาม (สิกขา วิรุฬฺ หิ สมฺปตฺตา)

ตราของวิทยาลัยวิชาการศึกษา ผมเป็นผู้คิด ตอนนั้นเราเป็นสถานศึกษาใหม่ ๆ สีก็ไม่มี ตราก็ไม่มี บังเอิญเมื่อตอนเรียนปริญญาตรี ผมได้เรียนคณิตศาสตร์ จึงรู้ว่ามีเส้นกราฟอยู่เส้นหนึ่งสมการของมันก็คือ y เท่ากับ e ยกกำลัง x เวลาพล็อตกราฟแล้วเส้นกราฟจะขึ้นเรื่อยไม่มีวันลง ประดุจจรวดขึ้นไปในอวกาศ ถ้าจะนิยามคำว่าการศึกษาละก็ อาจจะทำได้สองอย่าง คือ การศึกษาชนิดที่เป็นภาวะอย่างหนึ่ง และการศึกษาชนิดที่เป็นการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นการศึกษาที่เป็นภาวะแล้ว ก็อาจพูดได้ว่า การศึกษา คือ การงอกงาม งอกงามไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันรู้จักจบสิ้น แต่ถ้าเป็นทางการกระทำ ก็แปลว่า การที่เราจัดประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียนเพื่อว่าผู้เรียนจะได้งอกงามขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน

ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี

ผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ถนนประสานมิตร

  • ชื่อมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีความหมายว่า "มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร" "วิโรฒ"มาจากคำว่า "วิโรฒ" ในภาษาสันสกฤต แปลว่า ความงอกงามหรือเจริญ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (อ่านว่า สี-นะ-คะ-ริน-วิ-โรด) มีชื่อย่อว่า "มศว" (ไม่มีจุด) เขียนอักษรโรมันว่า "Srinakharinwirot University" มีชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า SWU (อ่านว่า สะ-วู)

  • สีประจำมหาวิทยาลัย
    •      สีเทา คือ สีของสมอง หมายถึง ความคิดหรือสติปัญญา
    •      สีแดง สีของเลือด หมายถึง ความกล้าหาญ

สีเทา-แดง จึงหมายถึง มีความกล้าหาญที่จะคิด และมีความคิดอย่างกล้าหาญ

  • ปรัชญา

"การศึกษาคือความเจริญงอกงาม" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "Education is Growth" และตรงกับภาษาบาลีว่า "สิกขา วิรุฬฺหิ สมฺปตฺตา" เจริญงอกงามด้วยอารยวัฒิ 5 ประการ

  1. งอกงามด้วยศรัทธา งอกงามด้วยศรัทธาในชีวิต บทบาท และหน้าที่ของตน
  2. งอกงามด้วยศีล งอกงามด้วยจริยธรรมและความดีงามทั้งปวง
  3. งอกงามด้วยสุตะ งอกงามด้วยการสดับตรับฟังและเรียนรู้ตลอดเวลา
  4. งอกงามด้วยจาคะ งอกงามด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเอื้ออาทรต่อผู้อื่น
  5. งอกงามด้วยปัญญา งอกงามในการดำรงชีวิต คิด และทำด้วยปัญญา[5]
  • อัตลักษณ์นิสิต มศว

มี 9 ประการดังนี้

  1. เรียนรู้ตลอดชีวิต
  2. คิดเป็น ทำเป็น
  3. หนักเอาเบาสู้
  4. รู้กาลเทศะ
  5. เปี่ยมจิตสำนึกสาธารณะ
  6. มีทักษะสื่อสาร
  7. อ่อนน้อมถ่อมตน
  8. งามด้วยบุคลิก
  9. พร้อมด้วยศาสตร์และศิลป์

วันสำคัญของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ[แก้]

  • วันศรีนครินทรวิโรฒ

วันที่ 28 เมษายน 2492 เป็นวันที่กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ที่ถนนประสานมิตร อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร วันที่ 28 เมษายน จึงเป็นวันมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และชาวศรีนครินทรวิโรฒ ควรจะรำลึกถึงปูชนียบุคคลที่สำคัญ 2 ท่าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งสถานศึกษาแห่งนี้ คือ ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้ดำเนินการซื้อที่ดิน วางผัง บุกเบิกงาน และอีกท่านหนึ่ง ที่ได้ดำเนินการบริหารการศึกษา ได้ดำเนินการบริหารการศึกษาแห่งนี้คู่กันตลอดมาก็คือ หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ (สวัสดิ์ สุมิตร) ผู้อำนวยการคนแรกของโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง

  • วันสาโรช บัวศรี

วันที่ 16 กันยายน 2497 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติ วิทยาลัยวิชาการศึกษา พ.ศ. 2497 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 71 ตอนที่ 61) ถือเป็นวันยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา และเป็นวันที่ตรงกับวันเกิดของศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรีด้วย และเพื่อเป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี จึงเรียกวันที่ 16 กันยายน เป็นวันสาโรช บัวศรี

  • วันสุดใจ เหล่าสุนทร

วันที่ 29 มิถุนายน 2517 เป็นวันยกฐานะวิทยาลัยวิชาการศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตามราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2517 มหาวิทยาลัยจึงถือเอาวันที่ 29 มิถุนายน เป็นวันยกฐานะวิทยาลัยวิชาการศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการยกฐานะวิทยาลัยวิชาการศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คือ ศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร และเพื่อเป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร จึงเรียกวันที่ 29 มิถุนายน เป็นวันสุดใจ เหล่าสุนทร

ทำเนียบผู้อำนวยการ อธิการ และอธิการบดี[แก้]

รายนามผู้บริหาร วาระการดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ถนนประสานมิตร
1. หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ 21 เมษายน พ.ศ. 2492 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2496
2. ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี 1 เมษายน พ.ศ. 2496 - 30 กันยายน พ.ศ. 2496
อธิการวิทยาลัยวิชาการศึกษา
2. ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี (ผู้อำนวยการ) 1 ตุลาคม พ.ศ. 2496 - 29 กันยายน พ.ศ. 2497
2. ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี (อธิการ) 1 เมษายน พ.ศ. 2496 - 30 กันยายน พ.ศ. 2496
3. ศาสตราจารย์ ดร.หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล 30 กันยายน พ.ศ. 2497 - 6 มิถุนายน พ.ศ. 2499 (รักษาการ)
4. ศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร 2 มกราคม พ.ศ. 2512 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2517
อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ
4. ศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 - 25 มกราคม พ.ศ. 2522
5. ศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ ศศิธร 26 มกราคม พ.ศ. 2522 - 25 มกราคม พ.ศ. 2526
6. รองศาสตราจารย์ ดร.ทรงศักดิ์ ศรีกาฬสินธุ์ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 - 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2530
7. รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี เมืองนาโพธิ์ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2530 - 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2536
8. รองศาสตราจารย์ ดร.พจน์ สะเพียรชัย 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 - 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2540
9. รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุมณทา พรหมบุญ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2540 - 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
10. ศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2546 - 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554
28 มิถุนายน พ.ศ. 2554 - 25 กันยายน พ.ศ. 2554 (รักษาการ)
11. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ 26 กันยายน พ.ศ. 2554 - 25 กันยายน พ.ศ. 2558[6]
12. รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล 26 กันยายน พ.ศ. 2558 - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559 (รักษาการ)
2 สิงหาคม พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน

อาคารและสถานที่[แก้]

คณะวิชา[แก้]

สถาบัน/ศูนย์และหน่วยงานในมหาวิทยาลัย[แก้]

การเดินทาง[แก้]

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร[แก้]

แผนที่มหาวิทยาลัยทางด้านถนนเพชรบุรี

114 ซอยสุขุมวิท 23 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศัพท์ 0-2649-5000 โทรสาร 0-2258-0311

รถโดยสารประจำทาง
  • ถนนอโศก-ดินแดง สาย 98 136 185 206
  • ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ด้านคลองตัน สาย 11 23 58 60 72 93 113 174 206
  • ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ด้านประตูน้ำ สาย 11 23 38 58 60 72 93 113 174
  • ถนนอโศกมนตรี หน้า มศว ประสานมิตร สาย 38 98 136 185
เรือโดยสารคลองแสนแสบ

หากโดยสารมาทางเรือให้ขึ้นที่ ท่า มศว ประสานมิตร สามารถเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยได้ หรือขึ้นที่ท่าอโศก เดินย้อนมาทางถนนอโศกมนตรี(สุขุมวิท 21) ข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบ จากนั้นข้ามถนนมาฝั่งมหาวิทยาลัย

รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (รถไฟใต้ดิน MRT)

สถานีเพชรบุรี จะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย หากเดินขึ้นจากประตู 2 สามารถเดินย้อน ข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบ มาทางถนนอโศกมนตรี(สุขุมวิท 21)จากนั้นข้ามถนนมาฝั่งมหาวิทยาลัย สามารถลงที่สถานีสุขุมวิท ขึ้นที่ประตู 2 ในอาคารอินเตอร์เชนจ์ เดินมาทางซอยคาวบอย ซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) แล้วเรียกใช้บริการวินมอไซต์ได้ในราคา 10 บาท

รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (SRT Airport Rail Link)

ให้ลงที่สถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือ สถานีมักกะสัน จากนั้นเดินมาทางฝั่งถนนเพชรบุรี-อโศก มี Skywalk เชื่อมต่อทางใต้ดินกับ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรบุรี

รถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท (รถไฟฟ้า BTS)

ให้ลงที่สถานีอโศก มีทางเชื่อมกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล 2 จุด จุดแรกบริเวณเทอร์มินัล 21 ลงมาทาง ถนนอโศกมนตรี แล้วใช้บริการวินมอไซต์ จุดที่สองเป็นทาง Skywalk เชื่อมกับอาคารอินเตอร์เชนจ์ เดินมาทางซอยคาวบอย ซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) แล้วเรียกใช้บริการวินมอไซต์ได้ในราคา 10 บาท

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์[แก้]

107 หมู่ที่ 6 ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 16 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก 26120 โทรศัพท์ 0-2649-5000 โทรสาร 0-3732-2616

การจัดอันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

Webometrics

การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์(Webometrics)[7] ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนมกราคมพ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อยู่ในอันดับที่ 1,270 ของโลก อันดับที่ 478 ของทวีปเอเชีย[8] อันดับที่ 33 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[9] อันดับที่ 13 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[10]

QS University Rankings Asia 2016-17

การจัดอันดับโดย Qs มีเกณฑ์การจัดอันดับ ดังนี้

  1. ชื่อเสียงทางวิชาการ (30 เปอร์เซนต์) เป้าหมายของตัวชี้วัดนี้เพื่อจะบอกว่ามหาวิทยาลัยใดมีชื่อเสียงในในระดับนานาชาติ
  2. การสำรวจผู้จ้างงาน (20 เปอร์เซนต์)
  3. อัตราส่วนของคณะต่อนักศึกษา (15 เปอร์เซนต์) วัดจากอัตราส่วนของบุคลากรทางการศึกษาต่อจำนวนนักศึกษา และการติดต่อและให้การสนับสนุนของบุคลากรที่มีต่อนักศึกษา
  4. การอ้างอิงในรายงาน (10 เปอร์เซนต์) และผลงานของคณะ (10 เปอร์เซนต์) เป็นการรวมทั้งงานที่อ้างอิงใน scopusและ การตีพิมพ์ผลงานโดยคณะนั้นๆเอง
  5. บุคลากรระดับดุษฎีบัณฑิต (5 เปอร์เซนต์)
  6. สัดส่วนคณะที่เป็นหลักสูตรนานาชาติ (2.5 เปอร์เซนต์) และนักศึกษาต่างชาติ (2.5 เปอร์เซนต์)
  7. สัดส่วนของรับนักศึกษาและเปลี่ยนที่เข้ามาศึกษา (2.5 เปอร์เซนต์) และการส่งนักศึกษาออกไปแลกเปลี่ยน (2.5 เปอร์เซนต์)[11]

โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้รับการจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 301-350 ของเอเชีย

ชีวิตในมหาวิทยาลัย[แก้]

กิจกรรมเทา-งาม

กิจกรรมเทา-งามสัมพันธ์ เกิดขึ้นหลังจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒวิทยาเขตต่างๆ ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยนเรศวร แม้ว่าวิทยาเขตต่างๆ จะได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ แต่ด้วยความตระหนักถึงความผูกพันทั้ง 5 มหาวิทยาลัย จึงมีปณิธานที่จะร่วมมือกันในภารกิจอันควรแก่มหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกันจัดงานเทา-งามสัมพันธ์ ขึ้น โดยใช้สี “เทา” ซึ่งเป็นสีประจำโดยรวมของทุกวิทยาเขตเป็นพื้นฐาน และเพิ่มคำว่า “งาม” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายและมีคุณค่ายิ่ง มีความหมายรวมเป็น “เทา-งามสัมพันธ์” ในปี 2538 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา หรือมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็น เจ้าภาพโดยมีรูปแบบกิจกรรมที่เน้นด้านกีฬาและด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ทั้ง 5 มหาวิทยาลัย โดยอธิการบดีร่วมเล็งเห็นความสำคัญต่อภารกิจของมหาวิทยาลัยและประเทศชาติ จึงได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งามสัมพันธ์ เป็นต้นมา ซึ่งมีข้อตกลงชัดเจนใน 4 ด้านคือด้านการวิจัย ด้านการบริหารวิชาการแก่สังคม ด้านการสร้างความสามัคคีระหว่างมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม ตลอดจนถึงการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและการกีฬา และด้านการพัฒนาองค์กรบริหาร การจัดการและวิชาการ วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้ร่วมกันในภารกิจในด้านต่าง ๆ ตามข้อตกลงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านงานวิชาการและวิจัย
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และทำกิจกรรมร่วมกันทั้งกิจกรรมด้านวิชาการและด้านกิจการนิสิต
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ โดยเฉพาะนิสิตได้มีโอกาสทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมในการ ออกค่ายนิสิตเทา-งามสัมพันธ์
งานไม้เรียวเกม (My Real Game)

กีฬาประเพณีคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ หรือ ไม้เรียวเกมจัดขึ้นครั้งแรกปีการศึกษา 2544 เป็นการแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ของ นิสิต-นักศึกษา ในสายวิชาชีพครู 5 สถาบัน ได้แก่ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา นอกจากการแข่งกีฬาแล้ว ยังมีการแสดง จาก นิสิต-นักศึกษา ของแต่ละมหาวิทยาลัย และ คอนเสิร์ต ในงานเลี้ยงกลางคืน อีกด้วย

กระดานดำสัมพันธ์

กระดานดำสัมพันธ์เป็นการแข่งขันกีฬาประเพณีคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ หรือ กระดานดำสัมพันธ์ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2548 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นการแข่งขันกีฬาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ของ นิสิต-นักศึกษา ในสายวิชาชีพครู 5 สถาบัน ได้แก่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากการแข่งกีฬาแล้ว ยังมีการแสดง จาก นิสิต-นักศึกษา ของแต่ละมหาวิทยาลัย และ คอนเสิร์ต ในงานเลี้ยงกลางคืน ทั้งทั้ง มีการ ประกวดกองเชียร์ และ เชียร์หลีดเดอร์ ของแต่ละมหาวิทยาลัย อีกด้วย

กิจกรรม SWU Game
กิจกรรม Freshmen Night
ค่ายสร้างแรงบันดาลใจเพื่อรับใช้สังคม "ตามรอยพ่อ"

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร ครั้งแรกในวันที่ 29 ธันวาคม 2502 ด้วยพระองค์เองเรื่อยมา แต่ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ อาคารกีฬา 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จังหวัดนครนายก

พระบรมราโชวาททางการศึกษา

...ในฐานะที่ต้องออกไปทำหน้าที่เป็นครูของผู้อื่น ท่านจำจะต้องสร้างสมธรรมะต่าง ๆ ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น และรู้จักวางตัวให้สมกับเป็นผู้มีหน้าที่สั่งสอนและอบรมเยาวชน ควรจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความ สามารถและช่วยกันขจัดปัญหาเยาวชนให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว และส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนที่มีสัมมาชีพและมีความประพฤติดี เพื่อเป็นกำลังในการที่จะสร้างประเทศชาติต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 29 ธันวาคม 2502

...ผู้ที่เป็นครูอาจารย์นั้น ใช่ว่าจะมีแต่ความรู้ในทางวิชาการ และทางการสอนเท่านั้นก็หาไม่ จะต้องรู้จักอบรมเด็กทั้งในด้านศีลธรรมจรรยา และวัฒนธรรม รวมทั้งให้มีความสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ และในฐานะที่จะเป็นพลเมืองที่ดีของชาติต่อไปข้างหน้า การให้ความรู้หรือที่เรียกว่าการสอนนั้นต่างกับการอบรม การสอน คือ การให้ความรู้แก่ผู้เรียน ส่วนการอบรม เป็นการฝึกจิตใจของผู้เรียนให้ซึมซาบจนติดเป็นนิสัย...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 15 ธันวาคม 2503

......การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญยิ่งของมนุษย์ คนเราเมื่อเกิดมาก็ได้รับการสั่งสอนจากบิดามารดา อันเป็นความรู้เบื้องต้น เมื่อเจริญเติบใหญ่ขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของครูและอาจารย์สั่งสอนให้ได้รับวิชาความรู้สูง และอบรมจิตใจให้พร้อมด้วยคุณธรรม เพื่อจะได้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติสืบไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 13 ธันวาคม 2505

...เพราะครูที่ดีควรต้องมีความรู้ดีด้วยเสมอ ท่านทั้งหลายได้รับปริญญาทางการศึกษาแล้วในวันนี้ ต่อไปจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ เพราะท่านจะออกไปเป็นผู้ให้การศึกษา อบรมแก่เยาวชน ผู้จะเติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าของปกครองประเทศในอนาคตและการศึกษาอบรมขั้นพื้นฐานของเยาวชนในปัจจุบันมีความจำเป็นเพื่ออนาคตของชาติมาก เพราะฉะนั้น เมื่อท่านเห็นความสำคัญของการเป็นครู และเมื่อท่านได้เลือกหน้าที่ของท่านเช่นนี้แล้ว ท่านต้องพยายามทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ด้วยความตั้งใจจริง โดยมุ่งประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 2 ธันวาคม 2507

...ประเทศชาติของเราจะเจริญหรือเสื่อมลงนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชนแต่ละคนเป็นสำคัญ ผลการศึกษาอบรมในวันนี้จะเป็นเครื่องกำหนดของชาติในวันข้างหน้า ท่านทั้งหลายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อท่านออกไปเป็นครู ท่านต้องพยายามทำหน้าที่ของท่านให้สำเร็จโดยสมบูรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 2 ธันวาคม 2508

....การสอนให้นักเรียนมีความรู้ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่มีสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นอีก คือ จะต้องฝึกหัดให้นักเรียนรู้จักคิดพิจารณา นำวิชาความรู้นั้นไปใช้ในทางที่ถูกต้องเหมาะสมแก่งานได้ด้วย การศึกษาที่ให้ทั้งวิชาการและวิธีใช้วิชาโดยถูกต้องเช่นนี้ จึงจะเป็นการศึกษาที่ดี...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 15 ธันวาคม 2509

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พระราชบัญญัติ วิทยาลัยวิชาการศึกษา พ.ศ. ๒๔๙๗, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑ ตอนที่ ๖๑ หน้า ๑๓๒๙ ๒๘ กันยายน ๒๔๙๗
  2. พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๑๗, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑ ตอนที่ ๑๑๒ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๗
  3. พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๕๙, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๓๓ ก หน้า ๑๐ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙
  4. ประวัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นิตยสารผู้จัดการ (มกราคม 2529)
  5. อง.ปญจก.22/40/47
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2554/E/124/19.PDF ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง หน้า ๑๙ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  7. [http://www.webometrics.info
  8. [http://www.webometrics.info/en/Asia
  9. [http://www.webometrics.info/en/Asia_Pacifico/South%20East%20Asia
  10. [http://www.webometrics.info/en/Asia/Thailand
  11. QS. QS University Rankings: Asia methodology. 13 June 2016. http://www.topuniversities.com/asia-rankings/methodology (accessed 29 June 2016).

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]