มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ แม่ฟ้าหลวง
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
Mae Fah Luang University
Mae Fah Luang University 2009.jpg
ตราพระนามาภิไธย ส.ว.
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
ชื่อย่อมฟล.[1] / MFU
คติพจน์สร้างคน สร้างความรู้ สร้างคุณภาพ สร้างคุณธรรม
สถาปนามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
25 กันยายน พ.ศ. 2541 (22 ปี)
ประเภทสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดีรองศาสตราจารย์ ดร.ชยาพร วัฒนศิริ
นายกสภาฯศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ
จำนวนผู้ศึกษา14,431 คน[2] กันยายน พ.ศ. 2562
ที่ตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
เลขที่ 333 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสุด อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100
สีประจำสถาบัน         สีแดง-สีทอง
เพลงสายใยแดงทอง
เว็บไซต์www.mfu.ac.th
Logo mfuwebtypo3 09052018-02.png

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (อังกฤษ: Mae Fah Luang University; อักษรย่อ: มฟล. — MFU, คำเมือง: LN-University-Mae Fa Luang.png) เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาลตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ภายหลังการเรียกร้องของชาวจังหวัดเชียงรายที่ต้องการมีมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น และเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงใช้พระราชสมัญญา "แม่ฟ้าหลวง" เป็นชื่อมหาวิทยาลัย

ปัจจุบัน ประกอบด้วยสำนักวิชา 15 สำนักวิชา เป็นมหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนระดับอนุปริญญา 1 หลักสูตร ปริญญาตรี 38 สาขา ปริญญาโท 25 สาขา ปริญญาเอก 15 สาขา โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการเรียนการสอน

หนังสือพิมพ์ไทมส์ในส่วนของ Higher Education Supplement ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ของประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2548 และยังได้รับการลงคะแนนให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย และสวยที่สุดแห่งเอเชีย[3]

ประวัติ[แก้]

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ปี 2534 – 2536 ประชาชนชาวเชียงรายได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งสถาบันการศึกษาระดับสูงขึ้นในจังหวัด มีการระดมความคิดเห็นการจัดการประชุมสัมมนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเชียงรายปี 2536-2545 ขึ้นเป็นฉบับแรก ซึ่งเกิดจากการระดมความคิดเห็นร่วมกันระหว่างภาคราชการ ภาคเอกชนและประชาชน โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ 3 ทิศทางด้วยกัน หนึ่งในสามทิศทางนั้น คือ “การศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” ซึ่งไม่เฉพาะจังหวัดเชียงรายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชากรในจังหวัดภาคเหนือตอนบน ตลอดจนประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอีกด้วย

ปี 2537 มีการจัดตั้งคณะกรรมการรณรงค์เพื่อให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงราย มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในการหารูปแบบและวิธีดำเนินการจัดตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งสรุปได้ในขณะนั้นว่าน่าจะมีหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น เป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยกเลิกสถาบันราชภัฏเชียงรายและจัดตั้งขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย หรือจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นใหม่ เป็นต้น

18 กรกฎาคม 2538 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต คณะกรรมการรณรงค์จัดตั้งมหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วยราชการจังหวัดเชียงราย ได้ประชุมปรึกษาหารือและเห็นพ้องต้องกันว่า พระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชนเชียงรายที่ทรงใช้เป็นพระตำหนักและ ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น นำความเจริญมายังจังหวัดเชียงรายและประเทศชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงและเพื่อสนองพระราชปณิธานของพระองค์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรวมทั้งการพัฒนาคน จึงได้จัดทำโครงการเสนอรัฐบาลให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงราย

4 มีนาคม 2539 ณรงค์ วงศ์วรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่มุ่งหวังและสนับสนุนที่จะให้มีมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ประสานงานนำคณะกรรมการรณรงค์จัดตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น และสื่อมวลชนเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเสนอเหตุผลและความจำเป็นที่ขอจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงรายต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ยินดีที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นได้ไปพบนายบุญชู ตรีทอง ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งปลัดและรองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อขอให้สนับสนุนโครงการดังกล่าว

5 มีนาคม 2539 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่จังหวัดเชียงรายโดยยุบสถาบันราชภัฏเชียงรายและจัดตั้งขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดีของรัฐบาลและประชาชนที่มีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในภาคเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งของจังหวัดเชียงราย

27 เมษายน 2539 ทบวงมหาวิทยาลัยได้ทำการศึกษาที่จะยุบสถาบันราชภัฏเชียงรายเพื่อไปจัดตั้งขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงแล้วสรุปว่ามีความเป็นไปได้ พร้อมทั้งได้ดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินงาน ระบบบริหาร และระบบวิชาการของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมาตามลำดับ ทบวงมหาวิทยาลัยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อยุบสถาบันราชภัฏเชียงรายไปจัดตั้งขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงต่อคณะรัฐมนตรี

20 สิงหาคม 2539 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และให้เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจร่าง ต่อมาได้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรเป็นผลทำให้ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ฉบับนี้ไม่ได้รับการพิจารณา

13 กุมภาพันธ์ 2540 คณะกรรมการกลั่นกรองงานฝ่ายสังคมของรัฐบาลที่มีนายสุขวิช รังสิตพลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น เป็นประธานได้มอบให้ทบวงมหาวิทยาลัยจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ และจัดสรรงบประมาณเพื่อเตรียมการในเบื้องต้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ2539 โดยไม่ยุบสถาบันราชภัฏเชียงราย เพราะต้องการให้สถาบันราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษาปี2538 จึงจำเป็นต้องคงไว้เป็นสถานศึกษาอีกแห่งหนึ่ง

18 กันยายน 2540 ทบวงมหาวิทยาลัยจึงได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงฉบับใหม่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติที่ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ แล้วส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจร่างและดำเนินการตามกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป และแต่งตั้งให้ รองศาสตราจารย์ วันชัย ศิริชนะ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดตั้งเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ให้เรียบร้อยและเสร็จสิ้นโดยเร็ว พร้อมทั้งให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการได้ตามความเหมาะสม สำหรับที่ดินที่ใช้ก่อสร้างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้น คณะกรรมการจังหวัดเชียงรายได้จัดเตรียมไว้ 3 แห่งคือ บริเวณดอยแง่ม อำเภอเมืองเชียงราย บริเวณจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว และบริเวณดอยโตน อำเภอเวียงชัย ซึ่งต่อมานายมนตรี ด่านไพบูลย์ รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยและ รองศาสตราจารย์ วันชัย ศิริชนะ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย คณะกรรมการดำเนินการจัดตั้งมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง และทบวงมหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันพิจารณาเลือกพื้นที่บริเวณดอยแง่ม และจอมหมอกแก้ว เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ในขณะเดียวกันนักศึกษาและประชาชนจังหวัดเชียงรายก็ได้มีการชุมนุมเรียกร้อง ณ บริเวณโรงแรมลิตเติ้ลดั๊ก จังหวัดเชียงราย เพื่อให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้นโดยเร็วและได้ขอคำยืนยันจากรัฐบาล ซึ่งนายมนตรี ด่านไพบูลย์ และรองศาสตราจารย์ วันชัย ศิริชนะ ได้ให้คำยืนยันว่าจะสามารถเปิดรับนักศึกษาได้ภายใน ปี 2542

ทางเข้าหน้ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
แผนผังมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บริเวณเชิงดอยแง่ม

29 กรกฎาคม 2540 มีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดเชียงราย นายสุขวิช รังสิตพลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีให้มีมติอนุมัติให้ใช้พื้นที่บริเวณดอยแง่ม จำนวน 4,997 ไร่ เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ขณะเดียวกันคณะกรรมการของจังหวัดเชียงรายร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาจังหวัดเชียงราย ได้รณรงค์หาทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าทำถนนเข้ามหาวิทยาลัย และเพื่อชดเชยค่าที่ดินที่มีผู้ครอบครองอยู่ในบริเวณนั้นด้วย

26 มีนาคม 2541 ชาวเชียงรายทุกหมู่เหล่า ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านตำบลแม่ข้าวต้ม ตำบลนางแล ตำบลท่าสุด นับหมื่นคน ได้ร่วมกันนำมีด พร้า จอบ เสียม และเครื่องจักรมาบุกเบิกทางเข้ามหาวิทยาลัยบริเวณดอยแง่มเป็นปฐมฤกษ์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในบริเวณมหาวิทยาลัย ในโอกาสวันสำคัญต่างๆ หลายครั้ง การเตรียมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยได้คืบหน้าเป็นลำดับ

25 กันยายน 2541 มีการตราพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้น และรัฐบาลก็ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการเตรียมการในเบื้องต้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2539 และในปี 2541 นี้ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ยังได้พระราชทานที่ดินบริเวณไร่ม่อนดินแดง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 700 ไร่ให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอีกแห่งหนึ่งด้วย การจัดสรรงบประมาณเพื่อการก่อสร้างที่ทำการถาวร ณ บริเวณดอยแง่ม อำเภอเมืองเชียงราย ในปีงบประมาณ 2542 เป็นต้นมา

7 มิถุนายน 2542 เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกของมหาวิทยาลัย โดยเปิดรับ 2 สาขา คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหาร สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร

3 กุมภาพันธ์ 2547 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโปรดให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พิธีเปิดศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร และพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2545 ซึ่งเป็นบัณฑิตรุ่นแรกของมหาวิทยาลัย

6 พฤษภาคม 2547 โครงการก่อสร้างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแผนแม่บทกายภาพระยะที่ 1 ตั้งแต่พระราชบัญญัติประกาศใช้ จวบจนปี พ.ศ. 2547 ของการดำเนินภารกิจของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในด้านการผลิตบัณฑิต ด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม



สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ตราประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้มีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ว. ประกอบเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัย โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวมีเลข ๘ และเลข ๙ ประกอบอยู่ด้วย โดยมีความหมายถึง เป็นพระราชชนนีของพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 และได้อัญเชิญฉัตร 7 ชั้นมาเป็นเครื่องหมายประกอบพระเกียรติยศของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีดอกลำดวนและใบไม้ประดับอันแสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่จะสนองพระราชปณิธานปลูกป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่หยุดยั้ง

ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกหอมนวล (ลำดวน)
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melodorum fruticosum Lour[4]

สีประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

เพลงประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ลายตุงประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง[แก้]

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้นำแถบประดับดอยตุง อันเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ และความเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งมาประดับไว้ที่แถบครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยในแถบตุงประกอบด้วยลายปราสาท หมายถึง สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

  • ลายหนู หมายถึง ปีประสูติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2443
  • ลายพญานาค หมายถึง สัตว์ที่ปรากฏในศิลปวัฒนธรรมล้านนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตามตำนานกล่าวถึงว่าเป็นสัตว์ที่พิทักษ์พระพุทธศาสนา
  • ลายเสือ หมายถึง ปีก่อตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงกับปีขาล พ.ศ. 2541

การบริหารงาน[แก้]

นายกสภา[แก้]

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีนายกสภามหาวิทยาลัย ดังรายนามต่อไปนี้

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
รายนามนายกสภามหาวิทยาลัย วาระการดำรงตำแหน่ง

1. นายประจวบ ไชยสาส์น
11 พฤศจิกายน 2541 - 21 มิถุนายน 2543
2. พลตำรวจเอก เภา สารสิน
22 มิถุนายน 2543 - 21 มิถุนายน 2545
22 มิถุนายน 2545 - 21 มิถุนายน 2547
22 มิถุนายน 2547 - 21 มิถุนายน 2549
22 มิถุนายน 2549 – 27 พฤศจิกายน 2551
28 พฤศจิกายน 2551 – 27 พฤศจิกายน 2553
28 พฤศจิกายน 2553 – 6 มีนาคม 2556
3. พลเอก สำเภา ชูศรี
26 มิถุนายน 2556 - 7 ตุลาคม 2558
8 ตุลาคม 2558 - 26 กุมภาพันธ์ 2561
27 กุมภาพันธ์ 2561 - 5 มีนาคม 2563
4. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ
15 มิถุนายน 2563 – ปัจจุบัน[5]

อธิการบดี[แก้]

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีอธิการบดี ดังรายนามต่อไปนี้

ทำเนียบอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง

1. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ
2 ตุลาคม พ.ศ. 2544 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552
2. รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.เทอด เทศประทีป
2 ตุลาคม พ.ศ. 2552 - 30 มีนาคม พ.ศ. 2554
1. (ครั้งที่ 2) ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ
1 เมษายน พ.ศ. 2554 - 28 เมษายน พ.ศ. 2562
3. รองศาสตราจารย์ ดร.ชยาพร วัฒนศิริ
29 เมษายน พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน[6]

การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาควรมีความรู้พื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจัดการเรียนการสอนทั้งหมด 15 สำนักวิชา สามารถอำนวยการสอนได้ 38 หลักสูตร 77 สาขาวิชาดังนี้

ปัจจุบันประกอบด้วยส่วนงานทางวิชาการ ที่จัดการเรียนการสอนดังนี้

การก่อตั้งสำนักวิชา[แก้]

หลักสูตรในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก มีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละสำนักวิชาทั้งหมด 75 หลักสูตรโดยจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ หลักสูตรภาคพิเศษ หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรสาขาวิชาร่วม โดยแต่ละสำนักวิชาจะเป็นผู้กำหนดรายวิชาในแต่ละสาขาวิชาที่เปิดสอน

พ.ศ. สำนักวิชา

2542
2544
2546
2548
2549
2551
2555
2556
2557
2562

สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สำนักวิชาศิลปศาสตร์สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร
สำนักวิชาการจัดการ
สำนักวิชานิติศาสตร์
สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์
สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ
สำนักวิชาแพทยศาสตร์
สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์
สำนักวิชานวัตกรรมสังคมสำนักวิชาจีนวิทยา
สำนักวิชาการแพทย์บูรณาการ

อันดับและมาตรฐานของมหาวิทยาลัย[แก้]

อันดับมหาวิทยาลัย
อันดับในประเทศ(อันดับนานาชาติ)
สถาบันที่จัด อันดับ
URAP (2020-2021) 12(1,869)
UI Green Metric (2021) 13(171)
U.S. News (2021) 11(-)
CWUR (2020-2021) 9(1,748)
QS (Asia) (2021) 18(451-500)
SIR (2020) 8(734)
THE (Asia) (2021) 2(134)
THE (World) (2021) 2(601-800)
THE (Young) (2020) 1(151-200)

การประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัย[แก้]

ในปี พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยใน "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย"[7]โดยในภาพรวมผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยกลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัยและกลุ่มดัชนีชี้วัดตามด้านการเรียนการสอน ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 12 ในด้านการเรียนการสอนของประเทศไทยได้คะแนน 43.07% จากคะแนนเต็ม 80% และในด้านการวิจัยของประเทศไทยได้คะแนน 56.06% จากคะแนนเต็ม 100%[8]

อันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

นอกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยหน่วยงานในประเทศไทยแล้ว ยังมีหน่วยงานจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีเกณฑ์การจัดอันดับและการให้คะแนนที่แตกต่างกัน ได้แก่

การจัดอันดับโดย University Ranking by Academic Performance[แก้]

อันดับที่จัดโดย University Ranking by Academic Performance หรือ URAP ปี พ.ศ. 2564 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 12 ของประเทศไทย และอันดับ 1,869 ของโลก โดยมีพื้นฐานทางด้านวิชาการตรงตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คุณภาพและปริมาณของบทความตีพิมพ์ทางวิชาการ บทความวิจัย การเผยแพร่ และการอ้างอิง[9]

การจัดอันดับโดย UI Green Metric World University Ranking[แก้]

เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวที่จัดโดยมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ในรอบ พ.ศ. 2564 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับ 13 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 171 ของโลก[10]

การจัดอันดับโดย U.S. News & World Report[แก้]

U.S. News & World Report นิตยสารการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุดของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกล่าสุด “Best Global Universities Rankings 2021” จากการสำรวจมหาวิทยาลัย 60 ประเทศทั่วโลก และมีเกณฑ์จัดอันดับหลายด้าน เช่น ชื่อเสียงการวิจัยในระดับโลก และระดับภูมิภาค สื่อสิ่งพิมพ์ การถูกนำไปอ้างอิง ความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวนบุคลากรระดับปริญญาเอก เป็นต้น โดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงถูกจัดอันดับให้เป็นอันดับที่ 11 ของประเทศไทย และอันดับที่ - ของโลก[11]

การจัดอันดับโดย Center for World University Rankings[แก้]

การจัดอันดับโดย Center for World University Rankings หรือ CWUR ที่มีเกณฑ์การจัดอันดับคือ คุณภาพงานวิจัย ศิษย์เก่าที่จบไป คุณภาพการศึกษา คุณภาพของอาจารย์ และสาขาวิชาต่าง ๆ ประจำปี พ.ศ. 2564 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 9 ของประเทศไทย และอยู่ในอันดับที่ 1,748 ของโลก[12]

การจัดอันดับโดย Quacquarelli Symonds[แก้]

แควกเควเรลลี ไซมอนด์ส หรือ QS จัดอันดับมหาวิทยาลัยในสองส่วน คือ การจัดอันดับเป็นระดับโลก (QS World University Rankings) และระดับทวีปเอเชีย(QS University Rankings: Asia) มีระเบียบวิธีจัดอันดับ ดังนี้

QS Asia

  1. ชื่อเสียงทางวิชาการ (30 เปอร์เซนต์) เป้าหมายของตัวชี้วัดนี้เพื่อจะบอกว่ามหาวิทยาลัยใดมีชื่อเสียงในในระดับนานาชาติ
  2. การสำรวจผู้จ้างงาน (20 เปอร์เซนต์)
  3. อัตราส่วนของคณะต่อนักศึกษา (15 เปอร์เซนต์) วัดจากอัตราส่วนของบุคลากรทางการศึกษาต่อจำนวนนักศึกษา และการติดต่อและให้การสนับสนุนของบุคลากรที่มีต่อนักศึกษา
  4. การอ้างอิงในรายงาน (10 เปอร์เซนต์) และผลงานของสำนักวิชา (10 เปอร์เซนต์) เป็นการรวมทั้งงานที่อ้างอิงใน scopus และการตีพิมพ์ผลงานโดยสำนักวิชานั้น ๆ เอง
  5. บุคลากรระดับดุษฎีบัณฑิต (5 เปอร์เซนต์)
  6. สัดส่วนคณะที่เป็นหลักสูตรนานาชาติ (2.5 เปอร์เซนต์) และนักศึกษาต่างชาติ (2.5 เปอร์เซนต์)
  7. สัดส่วนของรับนักศึกษาและเปลี่ยนที่เข้ามาศึกษา (2.5 เปอร์เซนต์) และการส่งนักศึกษาออกไปแลกเปลี่ยน (2.5 เปอร์เซนต์)

โดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้รับการจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 18 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 451-500 ของเอเชีย[13]

การจัดอันดับโดย SCImago Institutions Ranking[แก้]

อันดับมหาวิทยาลัยโดย SCImago Institutions Ranking หรือ SIR ซึ่งเป็นการจัดอันดับสถาบันที่มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งจะไม่ใด้นับเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่จะนับสถาบันเฉพาะทางด้วย เช่น สถาบันเทคโนโลยี ในปี พ.ศ. 2563 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 734 ของโลก และเป็นอันดับ 8 ของประเทศไทย[14]

การจัดอันดับโดย The Times Higher Education[แก้]

การจัดอันดับโดย The Times Higher Education หรือ THE ที่จัดอันดับ มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก มีเกณฑ์การจัดอันดับในด้าน คุณภาพการสอน สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ของผู้เรียน คุณภาพงานวิจัย ปริมาณ รายได้ และชื่อเสียงของงานวิจัย การอ้างอิงในงานวิจัย การนำงานวิจัยของสถาบันไปใช้อ้างอิง ความเป็นนานาชาติ และ รายได้ทางอุตสาหกรรม ใน พ.ศ. 2564 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ช่วงอันดับที่ 601-800 และเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย[15][16]

การจัดอันดับ Young University Rankings 2020 โดย The Times Higher Education หรือ THE ที่จัดอันดับ มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณามหาวิทยาลัยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีทั่วโลกจากตัวชี้วัดผลการดำเนินงานใน 5 ด้านได้แก่ การเรียนการสอน (Teaching 30%) การวิจัย (Research 30%) การอ้างอิงผลงานวิชาการ (Citation 30%) รายได้จากอุตสาหกรรม (Industry Income 2.5%) และความเป็นนานาชาติ (International Outlook 7.5%) ใน พ.ศ. 2563 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ช่วงอันดับที่ 151-200 และเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย[17]

อันดับของมหาวิทยาลัยในด้านอื่น ๆ[แก้]

การจัดอันดับโดย Webometrics[แก้]

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยของเว็บโอเมตริกซ์ ประจำปี พ.ศ. 2562 จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก อันดับ Webometrics จะบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ในเว็บไซต์ของสถาบัน โดยพิจารณาจากจำนวน Link ที่เชื่อมโยงเข้าสู่เว็บนั้น ๆ จากเว็บภายนอกโดยวัดจากการสืบค้นด้วยSearch Engine และนับจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ในกลุ่มของไฟล์ .pdf .ps .ppt และ .doc และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง (Citation) แบบออนไลน์ผ่านกูเกิลสกอลาร์ (Google Scholar) โดยจะจัดอันดับปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ เดือนมกราคม และ เดือนกรกฎาคม โดยล่าสุดการจัดอันดับรอบที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2562 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 17 ของประเทศไทย และอยู่ในอันดับที่ 2,246 ของโลก[18]

สถาบันวิจัย[แก้]

สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มุ่งหวังที่จะพัฒนางานวิจัยให้มีความเข็มแข็ง มีทิศทางที่ชัดเจน และเป็นการผลักดันมหาวิทยาลัยให้ก้าวสู่การแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติต่อไป จึงให้มีการสนับสนุนการรวมกลุ่มของนักวิจัย โดยมีนักวิจัยอาวุโสทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือหัวหน้าทีม เพื่อการผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพหรืองานนวัตกรรมที่มีผลกระทบเชิงสังคมหรือการพัฒนาอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การรวมกลุ่มวิจัยนี้จัดแบ่งเป็นระดับ คือ ศูนย์วิจัยความเป็นเลิศ กลุ่มวิจัย หน่วยวิจัย ดังนี้ [19]

  • ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการวิจัยเชื้อรา
  • ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
  • ศูนย์ความเป็นเลิศการวิจัยสุขภาพชนชาติพันธุ์
  • ศูนย์ความเป็นเลิศการวิจัยด้านโลจิสติกส์และเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
  • กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีเครื่องสำอางสีเขียว
  • กลุ่มวิจัยเครื่องสำอางสมุนไพรและเวชสำอาง
  • กลุ่มวิจัยวัสดุเพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม
  • หน่วยวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
  • หน่วยวิจัยจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารมนุษย์เพื่อสุขภาพ
  • ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • ศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่
  • สำนักงานเศรษฐกิจชายแดนและโลจิสติกส์
  • สถาบันชาและกาแฟ

การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อ[แก้]

ระดับประกาศนียบัตร[แก้]

หลักสูตรระดับประกาศนียบัตร เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีความชำนาญในสาขาวิชาเฉพาะ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานในสาขาวิชาชีพ นั้น ๆ การศึกษาระดับประกาศนียบัตรจะต้องศึกษากระบวนวิชาระดับประกาศนียบัตร มีหน่วยกิตรวม ตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต

ระดับปริญญาตรี[แก้]

หลักสูตรในระดับปริญญาตรี มีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละสำนักวิชาทั้งหมดประมาณ 38 หลักสูตรโดยจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ และหลักสูตรภาคพิเศษ โดยแต่ละสำนักวิชาจะเป็นผู้กำหนดรายวิชาในแต่ละสาขาที่เปิดสอนเอง

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในระบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • โครงการพิเศษ

โครงการรับตรงสำนักวิชา โครงการเครือข่ายครูแนะแนว โครงการส่งเสริมเด็กดีมีที่เรียน โครงการรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษเน้นภาษาอังกฤษ โครงการทุนการศึกษาสิงห์ปาร์คเชียงราย โครงการรับผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยและจบจากต่างประเทศหรือเทียบเท่า โครงการรับนักเรียนผู้พิการเข้าศึกษา โครงการพิเศษเพื่อนักเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้

  • การสอบคัดเลือกนักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือ

โดยจะรับคัดเลือกแต่นักเรียนที่เรียนอยู่ในเขตพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เป็นเวลา 3 ปี

  • ระบบ Admission กลาง

โดยผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกต้องผ่านกระบวนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (PAT) โดยจะนำผลการทดสอบดังกล่าวมาเลือกคณะและสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยได้ตามความต้องการโดยผ่านทางการคัดเลือกของสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.)

ระดับปริญญาโท[แก้]

หลักสูตรระดับปริญญาโท แบ่งเป็น 2 แผน คือ แผน ก และแผน ข ดังนี้

- แผน ก แบบ ก 1 หมายถึง การเรียนที่มีเพียงการทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว มีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และจะต้องทำกิจกรรมทางวิชาการตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ อาจมีการเรียนกระบวนวิชาเพิ่มเติมได้โดยไม่นับหน่วยกิตสะสม

- แผน ก แบบ ก 2 หมายถึง การเรียนที่เป็นลักษณะของการศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษาไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต หน่วยกิตสะสมเป็นไปตามโครงสร้างหลักสูตรของสาขาวิชา

- แผน ข หมายถึง การศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษา และทำการค้นคว้าแบบอิสระไม่น้อยกว่า 3-6 หน่วยกิต

มีการสอบคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในสาขาวิชาต่าง ๆ ทั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ โดยทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดสอบเอง

ระดับปริญญาเอก[แก้]

หลักสูตรระดับปริญญาเอก แบ่งเป็น 2 แบบ คือ

แบบ 1 เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย ที่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ แยกเป็น แบบ 1.1 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต แบบ 1.2 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยม) ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต

แบบ 2 เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย โดยมีการทำวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพสูง และก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ และวิชาชีพ และศึกษากระบวนวิชาเพิ่มเติม แยกเป็น แบบ 2.1 สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต และศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษาไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต แบบ 2.2 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต และศึกษากระบวนวิชาระดับบัณฑิตศึกษาไม่น้อยกว่า 24 หน่วยกิต

พื้นที่ของมหาวิทยาลัย[แก้]

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี[แก้]

วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างเนื่องจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระราชปณิธาณอันแน่วแน่ที่จะ " ปลูกป่า สร้างคน[20] " เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งการธำรง ไว้ซึ่งประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชิติพันธุ์ต่าง ๆ ในภาคเหนือ และภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน รัฐบาลจึงได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขึ้นในจังหวัดเชียงรายเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยที่มีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และให้สถาบันแห่งนี้เป็นแหล่งสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ต่อไป

ศูนย์บริการวิชาการ[แก้]

หน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีสถานะเทียบเท่าสำนักวิชา มีพันธกิจเพื่อนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยไปเผยแพร่ ถ่ายทอดเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่สังคม ชุมชน ผ่านกระบวนการฝึกอบรม สัมมนา ประชุม การบริการต่างๆ โดยศูนย์บริการวิชาการมีผลงานการให้บริการวิชาการทั้งโครงการบริการวิชาการจากสำนักวิชาต่างๆ อาทิ โครงการอบรมแปรรูปอาหารเพื่อเสริมอาชีพ โครงการตรวจรักษาโรคเคลื่อนที่ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการทำขนมเบอเกอรี่แก่ผู้ต้องหาหญิงใกล้พ้นโทษ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้แก่เยาวชน โครงการศิลปะการพูด เป็นต้น นอกจากนี้ ศูนย์บริการวิชาการยังดำเนินโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมชุมชนอีกมากมาย อาทิ โครงการพัฒนาครูชนบทในพื้นที่ห่างไกล โครงการพัฒนาห้องสมุดตำรวจตระเวนชายแดน โครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

ศูนย์บริการวิชาการยังเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานด้านการจัดฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งภายในและภายนอกจังหวัดเชียงราย อาทิ โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการชายแดนใต้ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โครงการพัฒนาศักยภาพของข้าราชการ หลักสูตร ยุทธศาสตร์การทำงานให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ปัจจุบัน ศูนย์บริการวิชาการบริหารดำเนินงานภายใต้การนำของอาจารย์ ดร.พนม วิญญายอง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ต่อจากรองศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา อุปโยคิน และมีการแบ่งฝ่ายงานออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายเลขานุการและธุรการ ฝ่ายบริการวิชาการ ฝ่ายพัฒนาโครงการและการตลาด

สอบถามรายละเอียดหรือต้องการการบริการวิชาการที่มีคุณภาพ ติดต่อที่ ศูนย์บริการวิชาการ โทรศัพท์ 05391 6450 โทรสาร 05391

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร และสถาบันขงจื่อ[แก้]

เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2542 นายประจวบ ไชยสาส์น รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ศิริชนะ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย เดินทางไปเยี่ยมเยือนและแสวงหาความร่วมมือด้านการศึกษากับรัฐบาลประเทศจีน และมหาวิทยาลัยในประเทศจีน

ในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้ คณะรัฐบาลประเทศไทยเสนอให้รัฐบาลประเทศจีนจัดตั้ง ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ครบรอบ 100 ปี ในปี พุทธศักราช 2543

รัฐบาลจีนได้ให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยยินดีให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า และยังสนับสนุนจัดหาอุปกรณ์ในการเรียนการสอนพร้อมหนังสือตำรา เอกสารประกอบการสอนต่าง ๆ เพื่อให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงใช้ในการเรียนการสอนภาษาจีนอย่างมีประสิทธิภาพ

ระหว่างวันที่ 7 ถึง 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2543 รัฐบาลจีนได้ส่งคณะศึกษา และสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนจากสถาบัน China Southwest Architectural Design and Research Institute เพื่อให้มาทำการสำรวจและออกแบบการก่อสร้างอาคารศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน ซึ่งหัวหน้าคณะที่มาดำเนินการเรื่องนี้ คือนายเฉิน ไค เม่ย (Mr. Chen Kai Mei) และคณะ ได้มาปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง ประมาณ 20 วัน เพื่อสำรวจพื้นที่และออกแบบอาคาร

การก่อสร้าง ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน ได้ยึดเอาศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบ ซูโจว เป็นโครงสร้างของอาคาร โดยมีกำแพงล้อมรอบตัวอาคารทั้งหมดสี่ด้าน ภายในประกอบด้วยสวนหิน และสระบัว ศาลาดูปลา ที่สร้างตามแบบดั้งเดิมของจีน การก่อสร้างศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนแห่งนี้ ได้นำเอาวัสดุการก่อสร้างที่สำคัญบางส่วนมาจากประเทศจีน เช่น ปูนปั้นมังกร หลังคา ครอบเชิงชาย สิงโตคู่ บัวเสา ตลอดจนรูปแบบศิลปะแบบจีน ประตูวงพระจันทร์ หน้าต่างหกเหลี่ยม ประตูและหน้าต่างลวดลายจีน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พุทธศักราช 2543

พิธีเปิดการก่อสร้างอาคารศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2544 โดย ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย พิธีมอบอาคารศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2545 โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นผู้รับมอบจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม พุทธศักราช 2546 เพื่อทรงเยี่ยมมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และทอดพระเนตรความก้าวหน้าของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน

พระราชทานลายพระหัตถ์พระนามาภิไธยภาษาจีน พระราชทานไว้ให้แก่ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน นับเป็นสิ่งพระราชทานที่ทรงคุณค่ายิ่ง ในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนว่า “ ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร ” ตามหนังสือที่ รล 008/2300 ลงวันที่ 24 เมษายน พุทธศักราช 2546 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และประชาชนทั่วไปเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้

สถาบันขงจื่อแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นหน่วยงานสนับสนุนและให้บริการวิชาการด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน มีการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงคำสอน และคุณงามความดีของขงจื่อ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของจีน รวมถึงการเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์มิตรภาพอันดีงามระหว่างไทยกับจีน มากไปกว่านั้นทางสถาบันได้มีพันธกิจร่วมกับศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาจีนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องให้กับนักศึกษา และบุคคลทั่วไป ตลอดจนจัดการแข่งขันเกี่ยวกับความรู้ภาษาจีน

ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง[แก้]

เป็นสถานที่จำหน่ายหนังสือและเครื่องแบบนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีสินค้าให้เลือกมากมาย อาทิ ของชำร่วยที่มหาวิทยาลัยจัดทำขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ โปสการ์ดที่เป็นรูปอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย เป็นต้น

พื้นที่การศึกษา[แก้]

กลุ่มอาคารของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แบ่งได้ดังต่อไปนี้[21]

  • อาคารเรียนรวม C1 - ห้องเรียน, สำนักงานบัณฑิตศึกษา, หน่วยจัดการสารสนเทศ
  • อาคารเรียนรวม C2 - ห้องเรียน
  • อาคารเรียนรวม C3 - ห้องเรียน
  • อาคาร C4 - (หอประชุมสมเด็จย่า)
  • อาคารเรียนรวม C5 - (อาคารพลตำรวจเอกเภา สารสิน) - ห้องเรียน, โรงอาหาร, ร้านกาแฟ
  • อาคารปฏิบัติการ S1 - ห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, ห้องปฏิบัติการด้านคอมพิวเตอร์
  • อาคารปฏิบัติการ S2 - ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์, ห้องปฏิบัติการด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช, ห้องเครื่องมือวิเคราะห์ทดสอบขั้นสูง, สถาบันชาและกาแฟ, โรงอาหาร
  • อาคารปฏิบัติการ S3 - ห้องปฏิบัติการด้านฟิสิกส์, ห้องปฏิบัติการด้านวิชาวิทยาศาสตร์, ห้องปฏิบัติการด้านชีววิทยา, ห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีชีวภาพ, ห้องปฏิบัติการด้านจุลชีววิทยา, ห้องปฏิบัติการด้านอนูชีววิทยา, ห้องปฏิบัติการด้านพันธุศาสตร์, ห้องปฏิบัติการด้านวิชาเคมีต่าง ๆ, ห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง
  • อาคารปฏิบัติการ S4 - ห้องปฏิบัติการด้านวิศวกรรมวัสดุ, ห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร, ห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและการบรรจุภัณฑ์, โรงน้ำดื่มลานดาว
  • อาคารปฏิบัติการ S5 - ส่วนอาคารสถานที่
  • อาคารปฏิบัติการ S6 - ห้องปฏิบัติการด้านเภสัชกรรมแผนไทย, ห้องปฏิบัติการด้านกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา
  • อาคารปฏิบัติการ S7A - ห้องเรียน, ห้องปฏิบัติการด้านมัลติมิเดียและการสร้างภาพเคลื่อนไหว, ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการวิจัยเชื้อรา
  • อาคารปฏิบัติการ S7B - ศูนย์การเรียนรู้ภาษาด้วยตนเอง (SALLC), ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีก่อกำเนิด (AIE)
  • อาคารสำนักวิชา E1 - สำนักวิชาจีนวิทยา ชั้น1, สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ชั้น2, สำนักวิชาการจัดการ ชั้น3, สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ชั้น4, โรงอาหาร, ตู้เอทีเอ็ม (ธนาคารออมสิน)
  • อาคารสำนักวิชา E2 - สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ชั้น1, สำนักวิชานิติศาสตร์ ชั้น2, สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ชั้น3, โครงการจัดตั้งความร่วมมือทางวิชาการฝรั่งเศส-อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ชั้น 4, ห้องเรียน ชั้น G สำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์และนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาล, โรงอาหาร, ร้านจำหน่ายเครื่องเขียนและถ่ายเอกสาร, ร้านสะดวกซื้อ 7-11, ตู้เอทีเอ็ม (ธนาคารกรุงไทย)
  • อาคารสำนักวิชา E3A - โรงจอดรถชั้น 1, สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร ชั้น 2, สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 3, สำนักวิชาการแพทย์บูรณาการ ชั้น 4, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น 5
  • อาคารสำนักวิชา E3A - ห้องเรียนชั้น 1, สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ชั้น 2-3, ห้องประชุมชั้น 4
  • อาคาร E4 (อาคารพลตำรวจสำเภา ชูศรี) - ห้องเรียน, ศูนย์บริการวิชาการ, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาวิชาการ (Aedo), ร้านนมไทยเดนมาร์ค, อาคารจอดรถ
  • อาคาร M3 (อาคารปรีคลินิก) - สำนักวิชาแพทยศาสตร์, ห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษาแพทยศาสตร์, ห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์, ห้องปฏิบัติการด้านวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ, ห้องเรียน
  • กลุ่มอาคาร M-Square ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้
  • อาคาร E-Park - ชั้น 1 โรงอาหาร, ชั้น 2 ศูนย์หนังสือ M-Store, ร้านกาแฟอเมซอน, ร้านกาแฟคอฟฟี่ปริ้น, ร้านสะดวกซื้อ 7-11, ห้องเรียน, ชั้น 3 ธนาคารออมสิน สาขามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, U-Store สาขามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, เชียงรายเทคโนคอม, บริษัทต่อประกันภัยและพรบ.รถ, สมาคมศิษย์เก่านักศึกษา มฟล., ห้องปฏิบัติการทางด้านสาขาวิชาเทคโนโลยีความงาม, ชั้น 4 Mock Up Room สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน และสาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมการบริการ (เน้นการบริหารการโรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม, ชั้น 5 ส่วนพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และห้องประชุมและสัมมนา
  • อาคาร I- Park - ชั้น 1 ไปรษณีย์ไทย และไปรษณีย์มหาวิทยาลัย, ส่วนจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม
  • อาคาร L - Park - ตู้เอทีเอ็ม (ธนาคาร กรุงเทพ,กรุงไทย,ไทยพาณิชย์,กสิกรไทย,กรุงศรีอยุธยา), ร้านถ่ายเอกสารและจำหน่ายเครื่องเขียน, ร้าน Singha Park Cafe MFU, ร้านเครื่องสำอาง, ร้านไอศกรีม อาหาร และเครื่องดื่ม, ร้านแว่นตาและตรวจวัดสายตา, ลานประดู่แดง (ลานชั้นบนสุด)
  • อาคารกิจกรรมและโรงอาหาร D1 - ชั้น 1 ส่วนพัฒนานักศึกษา, หน่วยให้บริการสนับสนุนนักศึกษาพิเศษ MFU DSS, ฝ่ายทุนการศึกษา กยศ. กรอ., ฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา, สำนักงานให้คำปรึกษาและช่วยเหลือนักศึกษา,ธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, องค์การบริหารองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, ร้านถ่ายเอกสาร/ ร้าน Print รูปภาพ, ร้านมินิมาร์ท, ร้านกาแฟมวลชน, ชั้น 2 โรงอาหาร, ตู้เอทีเอ็ม (ธนาคารกรุงเทพ และกรุงศรีอยุธยา), ชั้น 3 ห้องเรียน
  • ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา (ห้องสมุด) - ห้องสมุด, ห้องบริการคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต, ห้องบริการห้องค้นคว้ากลุ่ม, ห้องอบรมคอมพิวเตอร์, ห้องคอมพิวเตอร์พร้อมโปรแกรมฝึกทักษะภาษาอังกฤษ(Ellis), Edutainment Zone บริการเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับชมภาพยนตร์แบบเดี่ยว (ไอแพด), ห้องบริการห้องมัลติมีเดียกลุ่ม
  • กลุ่มหอพักหญิงโซน F1-F12, หอพักหญิงสักทอง, หอพักหญิงนานาชาติ, ร้านรับซักอบรีด, ร้านอาหาร, ร้านมินิมาร์ท
  • กลุ่มหอพักชายโซน ลำดวน1-ลำดวน7, หอพักมะขามป้อม, โรงแรมวนาเวศน์, เรือนริมน้ำ(จำหน่ายอาหาร), โรงอาหารครัวลำดวน, ร้านกาแฟใต้ต้นไม้, ร้านสะดวกซื้อ 7-11, ร้านรับซักอบรีด, ศูนย์บริการรถไฟฟ้า เจมคาร์ (ต้นทาง)
  • อาคารวันชัย ศิริชนะ (AD1) - สำนักงานอธิการบดี, ส่วนประชาสัมพันธ์, ส่วนสารบรรณ อำนวยการและนิติการ, ส่วนนโยบายและแผน, สำนักงานสภามหาวิทยาลัย, หน่วยตรวจสอบภายใน
  • อาคารบริการวิชาการ (AS) - ชั้น 1 ส่วนทะเบียนและประมวลผล, ฝ่ายรับนักศึกษา, ส่วนจัดหางานและฝึกงานของนักศึกษา, ชั้น 2 ส่วนบริหารงานวิจัย, ห้องประชุม, ชั้น 3 ศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ, ชั้น 4 ส่วนประกันคุณภาพการศึกษาและพัฒนาหลักสูตร, ศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • อาคารบริหารกลาง (AD2) - ส่วนอาคารและสถานที่, ส่วนการเงินและบัญชี, ส่วนพัสดุ, ส่วนการเจ้าหน้าที่
  • ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร - ห้องเรียน, สถาบันขงจื่อ
  • อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ (Stadium) Indoor - สนามบาสเกตบอล (Indoor), สนามเปตอง (ด้านหน้า), สนามบาสเกตบอล (ด้านหน้า), สถานที่ซ้อมมวยไทย (ชั้น 2), สถานที่ซ้อมเต้น (ผนังกระจก)
  • อาคารศูนย์กีฬาอเนกประสงค์ - ฟิตเนส, สนามวอลเล่ย์บอล, สนามแบดมินตัน (Outdoor และ Indoor), สนามเทนนิส, ห้องเต้น, ห้องเรียนสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ
  • สนามกีฬา (Outdoor) - สนามฟุตบอล, สนามลู่วิ่ง
  • สระว่ายน้ำ
  • พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง
  • สำนักงานโครงการสวนพฤกษศาสตร์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา - สวนสมุนไพร
  • โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง การแพทย์บูรณาการ (ภายในมหาวิทยาลัย)
  • สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ (ภายนอกมหาวิทยาลัย) - คลินิกทันตกรรม, ห้องเรียนสำหรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์, ห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์, ห้องประชุม, ห้องสมุดสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์
  • โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สำนักวิชาแพทยศาสตร์ (ภายนอกมหาวิทยาลัย) -โรงพยาบาลขนาด 400 เตียง (ซึ่งจะขยายเป็น 800 เตียงในอนาคต), ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ในการจัดระบบบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยและญาติ (Smart Hospital), ห้องผ่าตัดมาตรฐาน 20 ห้อง, ศูนย์วินิจฉัยและรักษาทางรังสีวิทยา, ห้องปฏิบัติการทางพยาธิวิทยา และเทคนิคการแพทย์ครบถ้วน, ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านต่าง ๆ

สถานที่สำคัญ[แก้]

ลานดาว
เป็นลานเอนกประสงค์กลางแจ้ง แนวคิดจากการวางผังแกนหลัก ซึ่งเป็นแกนเฉลิมพระเกียรติอันเป็นที่ตั้งของส่วนการบริหารและส่วนวิชาการ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับกึ่งกลางของมหาวิทยาลัย โดยมีพระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีประดิษฐานอยู่ด้านหน้า รายล้อมด้วยกลุ่มอาคารวิชาการบริหารและวิชาการ ลานดาวมีความสวยงามของภูมิสถาปัตย์และไม้ดอกนานาพันธุ์ที่ปลูกประดับรายล้อมรอบ ๆ ทำให้เป็นจุดพักผ่อนออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมต่าง ๆ
วิหารพระเจ้าล้านทอง
วิหารพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่อยู่บนเนินเขาด้านข้างมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยได้จัดสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านทองเฉลิมพระเกียรติฯ ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ในโอกาสสำคัญ รวมทั้งเป็นสถานที่พักใจ ชำระจิตใจให้เข้าถึงธรรม พร้อมทั้งเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการก่อสร้างวิหารโล่งแบบล้านนาแล้วยังเป็นสถานที่สวยงามและมีจุดชมวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาซึ่งอยู่รอบ ๆ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาว มฟล ด้วยเช่นกัน
วิวทิวทัศน์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
อุโมงค์ต้นไม้
อุโมงค์ต้นไม้ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คือบริเวณทางเข้าด้านหน้าของมหาวิทยาลัย เป็นบริเวณที่มีถนนรถวิ่งเข้าออกมหาวิทยาลัยโดยมีเลนจักรยานและเลนวิ่งให้คนมาออกกำลังกายได้ด้วย บรรยากาศสองข้างทางเรียกได้ว่าดีมาก เพราะเขียวไปด้วยต้นไม้สองข้างทางตลอดเส้นทาง แล้วต้นไม้ทั้งสองข้างทางยังโน้มเข้าหากันเป็นเหมือนอุโมงค์เป็นที่มาของชื่ออุโมงค์ต้นไม้ เส้นทางอุโมงค์ต้นไม้นี้ยาวประมาน 1.5 กิโลเมตร
อ่างเก็บน้ำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของมหาวิทยาลัย ซึ่งอ่างเก็บน้ำนอกจากจะใช้กักเก็บน้ำเพื่อใช้ภายในมหาวิทยาลัยแล้วยังเป็นสถาที่สวยงามและที่พักผ่อนหย่อนใจของชาว มฟล ด้วยเช่นกัน
หอพักนักศึกษา
เมื่อได้เข้ามาเป็นนักศึกษาในรั้วของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับการอยู่หอพักนักศึกษา เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายที่ส่งเสริมให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคน ได้เข้าพักในหอพักนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาต่างสำนักวิชารู้จักกัน และเป็นการฝึกให้นักศึกษาสามารถใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นได้อย่างมีความสุข จำนวนหอพักในมหาวิทยาลัยมีทั้งหมด 18 อาคาร สามารถรองรับนักศึกษาได้กว่า 5,800 คน แบ่งออกเป็นหอพักนักศึกษาชาย 6 อาคารและหอพักนักศึกษาหญิง 12 อาคาร การจัดหอพักให้นักศึกษาโดยมีนโยบายให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคนต้องอยู่ภายในหอพักของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้พักอาศัย มีความปลอดภัย ได้รับความสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไกล อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สะอาดเรียบร้อยและสวยงามเป็นธรรมชาติ มีความอบอุ่นเหมือนบ้าน เพื่อเปิดโอกาสนักศึกษาได้เรียนรู้และปรับตัวในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น สามารถปกครองและตัดสินใจด้วยตนเอง รวมถึงทำให้นักศึกษามีโอกาสร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัย โดยแต่ละหอพักจะมีผู้ปกครองหอพักเพื่อให้การดูแลและให้คำปรึกษาหอพักละ 1 คน มีพนักงานรักษาความปลอดภัย มีกล้องวงจรปิดทุกชั้นของอาคาร มีแม่บ้านทำความสะอาดภายในหอพัก และกรณีเจ็บป่วยจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแล และมีบริการรับ-ส่งไปโรงพยาบาลในกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นทางหอพักก็ได้ให้บริการและสวัสดิการต่าง ๆ ที่จัดให้ เช่น หนังสือพิมพ์ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ โทรทัศน์ติด UBC ร้านซัก อบ รีด ร้านค้าสะดวกซื้อ เพื่อบริการแก่นักศึกษาทุกคน ทั้งนี้ นักศึกษาที่มีความประสงค์จะพักในหอพักมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ปี ก็สามารถทำได้ โดยยื่นความจำนงที่สำนักงานหอพักนักศึกษาโดยตรง
M Square
M-Square อุทยานแห่งการเรียนรู้ โดยประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง คือ Education Park หรือ E-Park , Innovation Park หรือ I-Park และ Lifestyle Park หรือ L-Park นอกจากนี้ยังใช้เป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ ในการต้อนรับผู้ที่เข้ามาติดต่อกับมหาวิทยาลัย ทั้งคณะศึกษาดูงานและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้การจัดสร้าง M-Square มีเป้าประสงค์ 3 ด้าน คือจัดให้เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุทยานบริการวิชาการ และอุทยานแห่งการใช้ชีวิต
อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : I-Park ตอบโจทย์การถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งกับหน่วยงานภายในและภายนอก มุ่งหวังให้เป็น Coworking Space เปิดพื้นที่ให้บริการกับผู้ที่ต้องการแรงบันดาลใจ คำปรึกษา เทคโนโลยี ตลอดจนความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญในการบ่มเพาะวิสาหกิจของมหาวิทยาลัย โดยเป็นที่ทำการของ “สำนักงานจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและพัฒนานวัตกรรม” (MFii) ที่เป็นทั้งแหล่งฝึกอบรมผู้ประกอบการ ศูนย์บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ห้องปฏิบัติการนักศึกษาเอ็มบีเอ ศูนย์เรียนรู้ของนักศึกษาไอที และพร้อมเป็นพันธมิตรกับ Startup ที่ต้องการเติบโตอย่างมืออาชีพ
อุทยานบริการวิชาการ : E-Park เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วยห้องเรียน-ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย เช่น MOCK-UP TRAINER หรือห้องโดยสารเครื่องบินจำลอง สำหรับฝึกปฏิบัติการนักศึกษาในสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน การจัดการอุตสาหกรรมการบริการ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์บริการวิชาการ” ที่เปรียบเป็นสื่อกลางในการสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัย ออกไปยังทุกภาคส่วนของสังคม โดยร่วมมือกับคณาจารย์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องประชุม-อบรม-สัมมนา เพื่อเปิดให้บริการแก่บุคคล-หน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ทั้งในภาควิชาการและภาคปฏิบัติในแขนงวิชาต่างๆ โดยมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ
อุทยานแห่งการใช้ชีวิต : L-Park ถือเป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตแห่งใหม่ ที่พร้อมตอบสนองไลฟสไตล์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งดื่ม-กิน ช้อปปิง และพักผ่อนหย่อนใจ โดยรวบรวมร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการของธนาคารต่างๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ร้านสะดวกซื้อ สินค้าแฟชั่น สินค้าไอที และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งยังเป็นที่ตั้งของศูนย์หนังสือ มฟล. โดยเปิดให้บริการทั้งนักศึกษา บุคลากร และประชาชนโดยรอบ นับเป็นจุดนัดหมายแห่งใหม่ของชาวมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
กาดในมอ
กาดในมอ หรือ ถนนคนเดินมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นตลาดขายอาหาร เสื้อผ้าและสินค้าเบ็ดเตล็ด ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของชาว มฟล เป็นอย่างมากซึ่งอยู่คู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มายาวนานหลายยุคสมัย และกาดในมอจะเปิดเฉพาะในพุธเท่านั้น ตั้งแต่ 16.30 - 21.00 น.
ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ศูนย์กีฬากลางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของมหาวิทยาลัย ซึ่งศูนย์กีฬาแห่งนี้ใช้สนับสนุนให้ชาว มฟล ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง มีสุขภาพจิตที่ดี รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง


กิจกรรมและประเพณี[แก้]

ประเพณีอุ้มพระขึ้นดอย หรือ ประเพณีน้องใหม่ขึ้นดอย

ประเพณีอุ้มพระขึ้นดอยหรือประเพณีน้องใหม่ขึ้นดอย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในทุกปี โดยได้มีการอัญเชิญพระพุทธปัญญาประภัสสรขึ้นสู่ยอดดอยแง่ม ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยอันเป็นสิ่งที่ชาวแม่ฟ้าหลวงและผู้มาเยือนคุ้นตาเป็นอย่างดี หลังจากประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเสร็จสิ้น นักศึกษาน้องใหม่ทุก ๆ คน ได้เริ่มออกเดินจากลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผ่านวิหารพระเจ้าล้านทองฯ เข้าสู่ทางขึ้นเขา โดยมีเป้าประสงค์ให้เส้นทางเดินที่ยากลำบากเป็นบทเรียนให้นักศึกษาให้เห็นถึงอุปสรรคต่าง ๆ นานา ทั้งความลาดชัน รวมถึงความเหนื่อยล้า แต่เมื่อไปถึงปลายทางทุกคนจะได้สัมผัสกับความรักและสามัคคี ระหว่างเพื่อนและเพื่อน ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง ที่ได้จับมือกันไปถึงยอดดอยและได้กอดคอร่วมบูมมหาวิทยาลัยอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งได้สักการะพระพุทธรูปบนจุดสูงสุดของมหาวิทยาลัย อันสิ่งเหล่านี้จะนำไปปรับใช้ในการอยู่ร่วมกันในสังคมมหาวิทยาลัย และเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการใช้ชีวิตในรั้วแม่ฟ้าหลวงแห่งนี้ เป็นกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่ต้องการสืบสานการสร้างความรัก ความสามัคคี และความผูกพันระหว่างนักศึกษาใหม่กับนักศึกษารุ่นพี่ ที่ได้ตั้งใจจัดงานนี้ให้รุ่นน้องได้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับที่รุ่นพี่ได้รับในปีที่ผ่านมา กิจกรรมนี้เป็นการสร้างความร่วมแรงร่วมใจ สร้างความรักความสามัคคี รู้จักความเป็นพี่เป็นน้องที่มีต่อกัน มีความเคารพในผู้อาวุโส ที่สำคัญคือความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำกิจกรรมด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย และได้แสดงออกถึงความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน

พิธีติดเข็มตราสัญลักษณ์และถวายสัตย์ปฏิญาณ

พิธีติดเข็มตราสัญลักษณ์และถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจัดในช่วงต้นเดือนกันยายน เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคนเพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยปฏิบัติเป็นธรรมเนียมสืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

กิจกรรมพี่น้องร่วมใจชิงธงสำนักวิชา

กิจกรรมพี่น้องร่วมใจชิงธงสำนักวิชา ถือเป็นประเพณีสำคัญที่ มฟล. ได้จัดขึ้นต่อเนื่องมายาวนาน โดยมุ่งหมายให้เป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับนักศึกษาใหม่อย่างสร้างสรรค์ และใช้เพลงมหาวิทยาลัยถ่ายทอดความภาคภูมิใจในการเป็นลูกแม่ฟ้าหลวงจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในแต่ละสำนักวิชาต้องร้องเพลงมหาวิทยาลัยให้ไพเราะพร้อมเพรียงจนสามารถพิชิตใจคณะกรรมการได้ จึงจะได้รับธงประจำสำนักวิชา ถือเป็นบททดสอบความรักและสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่เพียงแต่รุ่นน้อง แต่หมายรวมถึงนักศึกษารุ่นพี่ทั้ง 14 สำนักวิชา ในทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัยล้วนมีจุดมุ่งหมายที่จะแสดงออกถึงความจงรักและภักดี ที่มีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า โดยน้อมนำแนวพระราชปณิธานมาปรับใช้ และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเหล่านักศึกษาชั้นปีที่ 1 รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนักศึกษารุ่นพี่ อันจะนำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกันในรั้วมหาวิทยาลัย

พิธีบายศรีสู่ขวัญและงานเลี้ยงขันโตก

พิธีบายศรีสู่ขวัญและงานเลี้ยงขันโตก ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมแบบล้านนาในการให้เกียรติแก่แขกผู้มาเยือนหรือบุคคลสำคัญ โดยเป็นพิธีรับขวัญและผูกข้อมือน้องใหม่ โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคนที่มาร่วมงานบายศรีสู่ขวัญจะใส่ชุดผ้าฝ้ายทั้งชายหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของ มฟล. ซึ่งนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มฟล. จะได้ใส่ชุดพื้นเมืองนี้มามหาวิทยาลัยในทุกวันศุกร์หรือในกิจกรรมพิเศษด้านศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ภายในงานก็จะมีการแสดงดนตรีโฟล์คซองคำเมือง จากวงดนตรีมหาวิทยาลัย MFU Band จากนั้นเข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขวัญและพิธีเรียกขวัญ ตามความเชื่อของคนภาคเหนือที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยเฉพาะในช่วงยามที่เริ่มต้นในสิ่งใหม่ ๆ เช่นเดียวกับนักศึกษาใหม่ที่เพิ่งก้าวมาสู่รั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้อธิการบดี ผู้บริหาร และคณาจารย์ได้ผูกข้อไม้ข้อมืออวยชัยให้พรแก่ดาวเดือนจากสำนักวิชาต่า งๆ ที่เป็นตัวแทนนักศึกษาให้โชคดีมีชัยในการเข้ามาศึกษาเล่าเรียนในรั้วแดงทองแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีการแสดงนาฏศิลป์แบบล้านนาเชียงรายให้นักศึกษาที่มาจากทั่วทุกภูมิภาคได้รับชม ซึ่งล้วนเป็นการแสดงที่อ้อนช้อยงดงาม เข้ากันบรรยากาศงานเลี้ยงขันโตกที่ได้ชิมอาหารเหนือขึ้นชื่อ ล้วนทำให้นักศึกษาใหม่ได้สัมผัสสนต์เสน่ห์เมืองเหนือและร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นล้านนา อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

กิจกรรมการแข่งขันกีฬาลำดวนเกมส์

กีฬาภายในของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่จัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาสำนักวิชาต่าง ๆ ซึ่งนอกจากการแข่งขันกีฬาแล้ว ยังมีจุดที่น่าสนใจที่สุดของงานก็คือ การแสดงสแตนเชียร์และผู้นำเชียร์ของสำนักวิชาต่าง ๆ โดยแต่ละสำนักวิชาจะทำการซักซ้อมมาเป็นอย่างดีในการเชียร์

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

Main Auditorium[แก้]

หอประชุมสมเด็จย่า หรืออาคารC4 เป็นห้องประชุมขนาด 2500 ที่นั่ง ใช้เป็นสถานที่รับพระราชทานปริญญาบัตร[22] แก่ผู้สำเร็จการศึกษา การแสดงนิทรรศการต่างๆ และยังใช้เป็นสถานที่ในการจัด In Honor of 175 years US-Thai Friendship[23] อีกด้วย

ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในระดับบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตเป็นประจำทุกปี โดยพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัยในแต่ละปีการศึกษา โดยใช้หอประชุมสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตร

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. การกำหนดรหัสตัวพยัญชนะประจํากระทรวงและเลขที่หนังสือออกของ กระทรวงการอดุมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2564
  2. จำนวนนักศึกษาที่มีสถานภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2562. [1]. ข้อมูลวันที่ 9 กันยายน 2562
  3. มฟล.กระหึ่มคว้า ม.สวยที่สุดในประเทศ พร้อมกวาดคะแนนอีก2โหวต
  4. Melodorum fruticosum Lour.
  5. https://www.mfu.ac.th/news/news-detail/detail/News/6931.html
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/107/T_0003.PDF
  7. สถาบันจัดอันดับแห่งประเทศไทย ฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย เรียกดูวันที่ 2013-02-21
  8. เปิด 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทย
  9. URAP 2017-2018 URAP (2020-2021) สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2564
  10. http://greenmetric.ui.ac.id/detailranking2019/?univ=mfu.ac.th สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2564
  11. https://www.usnews.com/education/best-global-universities/thailand?page=2 สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2564
  12. CWUR - World University Rankings 2020-21 CWUR - World University Rankings 2020-21 สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2564
  13. asian university rankings 2021 rankings asian university rankings 2021 สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2564
  14. Scimago Institutions Rankings 2020 Scimago Institutions Rankings 2020 สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2563
  15. https://www.timeshighereducation.com/world-university-rankings/2021/world-ranking#!/page/0/length/25/sort_by/rank/sort_order/asc/cols/stats
  16. The world university rankings 2021 world-university-rankings/2021 สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2564
  17. https://www.timeshighereducation.com/news/young-university-rankings-2020-results-announced
  18. http://www.webometrics.info/en/Asia/thailand
  19. สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มฟล.
  20. พระราชกรณียกิจ
  21. ส่วนงานอาคารและสถาที่
  22. ข่าวประชาสัมพันธ์ เดือนกุมภาพันธ์ 2551
  23. June 23 English and Thai language Ask America webchat transcript
  24. เปิ้ล จารุณี"เข้ารับปริญญาป.โท วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 20°02′42″N 99°53′30″E / 20.044889°N 99.891537°E / 20.044889; 99.891537