มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
Kalasin University
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์.png
ชื่อย่อ มกส. / KSU
คติพจน์ ความรู้สร้างคุณค่า ภูมิปัญญาสร้างสังคม
สถาปนา 9 กันยายน พ.ศ. 2558
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
อธิการบดี รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน
นายกสภามหาวิทยาลัย นายบัณฑูร สุภัควณิช
ที่ตั้ง

พื้นที่นามน
13 หมู่ 14 ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ 46230

พื้นที่ในเมือง
62/1 ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ 46000
เว็บไซต์ www.ksu.ac.th
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์(ในเมือง).jpg

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (อังกฤษ: Kalasin University) คือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐตั้งอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์

ประวัติ[แก้]

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนที่ 86 ก เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 ให้ควบรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มาจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งการควบรวมมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งนี้จะเป็นการปรับปรุงการดำเนินการ และเป็นการลดความซ้ำซ้อนของสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน โดยให้บทบาทหน้าที่ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558 ว่าด้วยให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางวิชาการที่ให้ความรู้และความชำนาญในการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาและส่งเสริมงานวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการแก่ท้องถิ่นและสังคม ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน ทะนุบำรุงศาสนาศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬา รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของรัฐและท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การควบรวมมหาวิทยาลัย[แก้]

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ "ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ..." ซึ่งจะเป็นการควบรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์เข้าด้วยกัน[1][2] เป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดยการผลักดันของนายเดชา ตันติยวรงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และนางบุญรื่น ศรีธเรศ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีทั้งกลุ่มผู้เห็นด้วยและกลุ่มผู้คัดค้าน โดยให้เหตุผลการคัดค้านว่าจะทำให้สถานที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเดิมถูกทิ้งร้างไป ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหอพักที่เกิดขึ้นโดยรอบมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ "ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ..." เพื่อลดความซ้ำซ้อนของสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน[3]ซึ่งต่อมาในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติในวาระ 3 เห็นชอบให้ "ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ..." ด้วยคะแนน 173-1 เสียง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558" มีผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฎกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ สิ้นสุดสถานะความเป็นสถาบันอุดมศึกษาในวันถัดจากวันที่ประกาศราชกิจจานุเบกษา และเป็นการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ขึ้นในวันเดียวกัน

สัญลักษณ์มหาวิทยาลัย[แก้]

วิสัยทัศน์[แก้]

มหาวิทยาลัยท้องถิ่นชั้นนำที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตวิชาชีพ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาชุมชน สังคมในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและสากล

ตราสัญลักษณ์[แก้]

ตราสัญลักษณ์ มีความหมายดังต่อไปนี้[4]

  1. รูปยอดใบเสมา มีที่มาจากรูปทรง 3 รูป ได้แก่
    • ปลายยอดขององค์พระธาตุยาคู ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธี้คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดกาฬสินธ์ สื่อความหมายถึง ป้ญญาและคุณธรรมอันเป็นสองสิ่งที่ประเสริฐที่สุด
    • ใบเสมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาฬสินธ์ สื่อความหมายถึง ความมีอารยธรรม ความยิ่งใหญ่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง
    • เปลวเทียน สื่อความหมายถึง ความสว่างไสว ความรู้ ปัญญา และคุณธรรม
  2. รูปมือสองข้างประนมเข้าหากัน สื่อความหมายถึง การบูรณาการร่วมกันของสองสถาบัน คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธ์ ซึ่งเป็นหลัก ในการก่อกำเนิดของมหาวิทยาลัยกาฬสินธ์
  3. รูปหยดนํ้า สื่อความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดกาฬสินธ์
  4. รูปเปลวเทียน แบ่งเป็น 3 ส่วน สื่อความหมายถึง การผนวกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นปณิธานและพันธกิจของมหาวิทยาลัยกาฬสินธ์ ที่มุ่งใช้ เพื่อพัฒนาชุมชนและลังคม
  5. สีของตราสัญลักษณ์เป็นสีฟัคราม โดยสีฟ้าครามเข้ม สื่อความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ของความรู้และปัญญา ความเป็นอิสระ แรงบันดาลใจ และพลังความคิดสร้างสรรค์ และสีฟ้าครามอ่อน สื่อความหมายถึง บัณฑิตผู้มีความอดทน มุ่งมั่น สงบ และอ่อนน้อม

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัย[แก้]

นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
รายนามนายกสภา วาระการดำรงตำแหน่ง
1. นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ พ.ศ. 2558 - 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559
2. นายบัณฑูร สุภัควณิช 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559 - กันยายน พ.ศ. 2559 [5]

9 กันยายน พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน [6]

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย และผู้รักษาการแทนนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น

ทำเนียบอธิการบดี[แก้]

อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพพร โฆสิระโยธิน พ.ศ. 2558 - 6 มีนาคม 2559 (รักษาราชการแทน)
2. รองศาสตราจารย์ จิระพันธ์ ห้วยแสน 6 มีนาคม พ.ศ. 2559 - 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559 (รักษาราชการแทน)
13 มิถุนายน พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน [7]

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี และผู้รักษาการแทนอธิการบดี เป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น

การศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ปัจจุบันประกอบด้วยส่วนงานทางวิชาการที่จัดการเรียนการสอนทั้งสิ้น 9 คณะ ดังนี้

โครงสร้างคณะใหม่[แก้]

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ได้จัดทำโครงสร้างใหม่ ให้สอดคล้องกับบริบทของมหาวิทยาลัย โดยจะใช้โครงสร้างนี้ในอนาคต

  • คณะเกษตรศาสตร์
  • คณะวิทยาการจัดการ
  • คณะมนุษยศาสตร์
  • คณะสังคมศาสตร์
  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์
  • คณะศึกษาศาสตร์
  • คณะสาธารณสุขศาสตร์
  • สถาบันภาษา

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]