มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
Kalasin University
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์.png
ชื่อย่อ มกส./KSU
คติพจน์ ความรู้สร้างคุณค่า ภูมิปัญญาสร้างสังคม
สถาปนา 9 กันยายน พ.ศ. 2558 (3 ปี)
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
อธิการบดี รองศาสตราจารย์จิระพันธ์ ห้วยแสน
นายกสภาฯ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ
ที่ตั้ง

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อำเภอนามน
เลขที่ 13 หมู่ 14 ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ 46230
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
เลขที่ 62/1 ถนนเกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000

ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมภูสิงห์
ตำบลภูดิน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
สีประจำสถาบัน ██ สีฟ้าคราม
เพลง มาร์ชมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
เว็บไซต์ www.ksu.ac.th
LOGO KSU.png

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (อังกฤษ: Kalasin University) คือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐตั้งอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ มีการจัดโครงสร้างการเรียนการสอนแบ่งเป็น 6 คณะ จำนวนหลักสูตรทั้งสิ้น 67 หลักสูตร โดยแบ่งเป็น ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงจำนวน 10 หลักสูตร ระดับปริญญาตรีหลักสูตร 2 ปี (เทียบโอนรายวิชา) จำนวน 11 หลักสูตร ระดับปริญญาตรีหลักสูตร 3 ปี (เทียบโอนรายวิชา) จำนวน 1 หลักสูตร ระดับปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี จำนวน 32 หลักสูตร ระดับปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี จำนวน 6 หลักสูตร และระดับปริญญาโท จำนวน 7 หลักสูตร

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พุทธศักราช 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนที่ 86 ก เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 ให้ควบรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ ตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มาจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งการควบรวมมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งนี้จะเป็นการปรับปรุงการดำเนินการ และเป็นการลดความซ้ำซ้อนของสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน โดยให้บทบาทหน้าที่ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558 ว่าด้วยให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางวิชาการที่ให้ความรู้และความชำนาญในการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาและส่งเสริมงานวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการแก่ท้องถิ่นและสังคม ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน ทะนุบำรุงศาสนาศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬา รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของรัฐและท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ข้อมูลพื้นฐานมหาวิทยาลัยเดิมก่อนมีการควบรวม[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์[แก้]

พ.ศ. 2482 ก่อตั้งเป็นโรงเรียนเกษตรกรรมกาฬสินธุ์ เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แผนกเกษตรกรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ แผนกเกษตรกรรม และในปี พ.ศ. 2508 ได้รับการจัดตั้งเป็นเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรมกาฬสินธุ์ สังกัดกรมอาชีวศึกษา เปิดสอนในหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จากนั้น พ.ศ. 2518 ได้โอนมาสังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา และเปลี่ยนชื่อเป็น "วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วิทยาเขตเกษตรกรรมกาฬสินธุ์"

ในปี พ.ศ. 2531 วิทยาลัยฯ ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และวิทยาเขตเกษตรกรรมกาฬสินธุ์ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์" และได้รับการยกฐานะอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548 เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์[แก้]

มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ จัดตั้งขึ้นตามคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2540 สมัยนายสุขวิช รังสิตพลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ขออนุมัติ และมีมติให้จัดตั้งสถาบันราชภัฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้นจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ สถาบันราชภัฏชัยภูมิ สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด สถาบันราชภัฏศรีสะเกษ สถาบันราชภัฏนครพนม และสถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์

ในระยะแรกได้ดำเนินการในรูปของ "โครงการจัดตั้งสถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์" ซึ่งสามารถเปิดรับนักศึกษาระดับอนุปริญญาได้เป็นครั้งแรก ในปีการศึกษา พ.ศ. 2542 และปริญญาตรี ในปีการศึกษา พ.ศ. 2544 ต่อมา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง "สถาบันราชภัฏ" และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มีผลให้สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์เปลี่ยนสภาพเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์" การควบรวมมหาวิทยาลัย

การควบรวมมหาวิทยาลัย[แก้]

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ "ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ..." ซึ่งจะเป็นการควบรวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์เข้าด้วยกัน[1][2] เป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดยการผลักดันของนายเดชา ตันติยวรงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และนางบุญรื่น ศรีธเรศ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีทั้งกลุ่มผู้เห็นด้วยและกลุ่มผู้คัดค้าน โดยให้เหตุผลการคัดค้านว่าจะทำให้สถานที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเดิมถูกทิ้งร้างไป ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหอพักที่เกิดขึ้นโดยรอบมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ "ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ..." เพื่อลดความซ้ำซ้อนของสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน[3]ซึ่งต่อมาในวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติในวาระ 3 เห็นชอบให้ "ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. ..." ด้วยคะแนน 173-1 เสียง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558" มีผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฎกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ สิ้นสุดสถานะความเป็นสถาบันอุดมศึกษาในวันถัดจากวันที่ประกาศราชกิจจานุเบกษา และเป็นการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ขึ้นในวันเดียวกัน

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ตราสัญลักษณ์ มีความหมายดังต่อไปนี้[4]

  1. รูปยอดใบเสมา มีที่มาจากรูปทรง 3 รูป ได้แก่
    • ปลายยอดขององค์พระธาตุยาคู ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธี้คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดกาฬสินธ์ สื่อความหมายถึง ป้ญญาและคุณธรรมอันเป็นสองสิ่งที่ประเสริฐที่สุด
    • ใบเสมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาฬสินธ์ สื่อความหมายถึง ความมีอารยธรรม ความยิ่งใหญ่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง
    • เปลวเทียน สื่อความหมายถึง ความสว่างไสว ความรู้ ปัญญา และคุณธรรม
  2. รูปมือสองข้างประนมเข้าหากัน สื่อความหมายถึง การบูรณาการร่วมกันของสองสถาบัน คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธ์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธ์ ซึ่งเป็นหลัก ในการก่อกำเนิดของมหาวิทยาลัยกาฬสินธ์
  3. รูปหยดนํ้า สื่อความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดกาฬสินธ์
  4. รูปเปลวเทียน แบ่งเป็น 3 ส่วน สื่อความหมายถึง การผนวกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นปณิธานและพันธกิจของมหาวิทยาลัยกาฬสินธ์ ที่มุ่งใช้ เพื่อพัฒนาชุมชนและลังคม
  5. สีของตราสัญลักษณ์เป็นสีฟ้าคราม โดยสีฟ้าครามเข้ม สื่อความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ของความรู้และปัญญา ความเป็นอิสระ แรงบันดาลใจ และพลังความคิดสร้างสรรค์ และสีฟ้าครามอ่อน สื่อความหมายถึง บัณฑิตผู้มีความอดทน มุ่งมั่น สงบ และอ่อนน้อม

สีสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

สีสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ คือ สีฟ้าคราม

ต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ต้นมะหาด

ต้นมะหาด ปลูกโดยรองศาสตราจารย์จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ณ วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

เครื่องแต่งกายสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

เครื่องแต่งกายชุดนักศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นักศึกษาชาย

  • เสื้อเชิ้ตแขนสั้น หรือแขนยาว สีขาวไม่มีลวดลาย ปกเสื้อแบบปลายแหลม มีกระเป๋าติดทางอกด้านซ้าย
  • กางเกงขายาวแบบสากล สุภาพ ผ้าสีดำไม่มีลวดลาย
  • รองเท้าคัทชู สีดำแบบเรียบ ถุงเท้าสีดำ
  • เนคไทสีฟ้าพยับหมอก เข็มกลัดเนคไท ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย
  • เข็มขัดหนังสีดำ ขนาดกว้าง 3 ซม. หัวเข็มขัดโลหะเงิน สี่เหลี่ยมผืนผ้า ดุนเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย

นักศึกษาหญิง

  • เสื้อเชิ้ตแขนสั้น สีขาวไม่มีลวดลาย ปกเสื้อแบบปลายแหลม
  • กระโปรงเอวสูง ทรงสอบ ผ้าสีดำไม่มีลวดลาย ความยาวคลุมหัวเข่า
  • รองเท้าคัทชูสีดำแบบเรียบ
  • กระดุมโลหะเงิน เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 ซม. ดุนเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย
  • เข็มกลัดเงิน เคลือบอะคริลิคสีฟ้า ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย
  • เข็มขัดหนังสีดำ ขนาดกว้าง 3 ซม. หัวเข็มขัดโลหะเงิน สี่เหลี่ยมผืนผ้า ดุนเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัย[แก้]

นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
รายนามนายกสภา วาระการดำรงตำแหน่ง
1. นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ พ.ศ. 2558 - 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559
2. นายบัณฑูร สุภัควณิช 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559 - 9 กันยายน พ.ศ. 2559 [5]

9 กันยายน พ.ศ. 2559 - 21 กันยายน พ.ศ. 2559 [6]

3. ศ.กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย และผู้รักษาการแทนนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น

ทำเนียบอธิการบดี[แก้]

อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพพร โฆสิระโยธิน พ.ศ. 2558 - 6 มีนาคม 2559 (รักษาราชการแทน)
2. รองศาสตราจารย์ จิระพันธ์ ห้วยแสน 6 มีนาคม พ.ศ. 2559 - 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559 (รักษาราชการแทน)
13 มิถุนายน พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน [7]

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี และผู้รักษาการแทนอธิการบดี เป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น

คณะที่เปิดสอน[แก้]

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

กำหนดการวันพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จัดอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน ของทุกปี

ครุยวิทยฐานะ[แก้]

ครุยวิทยฐานะ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เป็นชุดที่ใช้ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร เพื่อแสดงถึงปริญญาวิทยฐานะที่ได้จากการสำเร็จการศึกษาของบัณฑิต โดยมีรูปแบบตามพระราชพิธีไทยแบบโบราณ ใช้คลุมทับด้านนอกของชุดพิธีการสำหรับบัณฑิตชายและบัณฑิตหญิง

ลักษณะครุยวิทยฐานะ[แก้]

ครุยดุษฎีบัณฑิต [แก้]

เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีฟ้าคราม ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน สำรดกลางแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ 

  (ก) สำรดรอบขอบ  สำรดกลางแขน และสำรดปลายแขน ระยะห่างระหว่างสำรดกลางแขนและสำรดปลายแขน 11 เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าแพรวาสีแดง กว้าง 11 เซนติเมตร เว้นระยะจากขอบสำรถ 0.5 เซนติเมตร ทั้งสองข้าง มีแถบสีเหลืองกว้าง 1 เซนติเมตร เว้นระยะ 0.5 เซนติเมตร ทั้ง 2 ข้างมีแถบสีม่วง กว้าง 1 เซนติเมตร ถัดมามีแถบสีเหลืองกว้าง 0.5 เซนติเมตร ทาบต่อจากแถบสีม่วงทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดเป็นแถบสีทอง กว้าง 4 เซนติเมตร กึ่งกลางมีแถบสีประจำสาขาวิชากว้าง 1 เซนติเมตร จำนวนหนึ่งแถบ และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองสูง 4.5 เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง 

(ข) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าแพรวาสีแดง กว้าง 13 เซนติเมตร มีแถบสีเหลือง กว้าง 1 เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะ 0.5 เซนติเมตร ทั้ง 2 ข้าง มีแถบสีม่วงกว้าง 1 เซนติเมตร ตอนกลางสำรดเป็นแถบสีทอง กว้าง 8 เซนติเมตร ภายในมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง 2 เซนติเมตร จำนวน 3 แถบ ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา 0.5 เซนติเมตร 

ครุยมหาบัณฑิต[แก้]

  มีลักษณะเช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดต้นแขน ไม่มีแถบสีทอง มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง 2 เซนติเมตร จำนวน 2 แถบ ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา 0.5 เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน 

ครุยบัณฑิต[แก้]

มีลักษณะเช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่ไม่มีสำรดกลางแขนและตอนกลางสำรดต้นแขน มีแถบสีประจำสาขาวิชากว้าง 2 เซนติเมตร จำนวน 1 แถบ

เข็มวิทยฐานะ[แก้]

เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เข็มวิทยฐานะโลหะดุนนูนสีเงินสำหรับมหาบัณฑิตเข็มวิทยฐานะโลหะดุนนูนสีทองสำหรับดุษฎีบัณฑิต มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทองสำหรับดุษฎีบัณฑิต และโลหะดุนนูนสีเงินสำหรับมหาบัณฑิต และลงยาสีดำสำหรับบัณฑิต สูง 4.5 เซนติเมตร ด้านหลังเรียบ

แถบสีประจำสาขาวิชา[แก้]

แถบสีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้ 

1 สาขาวิชาการบัญชี สีฟ้าอ่อน 

2 สาขาวิชาการศึกษา สีฟ้า 

3 สาขาวิชานิติศาสตร์ สีขาว 

4 สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สีม่วงเม็ดมะปราง 

5 สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีชมพู 

6 สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีแดง

7 สาขาวิชารัฐศาสตร์ สีดำ 

8 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเขียว 

9 สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีแดงเลือดหมู 

10 สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สีแสด 

11 สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ สีน้ำตาล 

12 สาขาสาธารณสุขศาสตร์ สีชมพูอมส้ม 

13 สาขาวิชาอุตสาหกรรมศาสตร์ สีม่วง 

สถานที่ตั้ง[แก้]

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน รวมเนื้อที่จำนวนทั้งสิ้น 3,800 ไร่ 2 งาน 92.5 ตารางวา ดังนี้

  1. พื้นที่ในเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนเกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ 439 ไร่ 1 งาน 65.90 ตารางวา
  2. พื้นที่นามน ตั้งอยู่ที่บ้านหัวงัว ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ 2,119 ไร่ 30.80 ตารางวา
  3. พื้นที่ในเขตอำเภอกมลาไสย ตั้งอยู่ที่ อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ 7 ไร่ 95.80 ตารางวา (ขายทอดตลาด)
  4. ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมภูสิงห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลภูดิน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ 1,155 ไร่

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]