มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
King Mongkut's University of Technology North Bangkok
KMUTNB-LOGO.jpg
ชื่อย่อ มจพ. / KMUTNB
คติพจน์ พัฒนาคน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สถาปนา 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 (โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ)
24 เมษายน พ.ศ. 2514 (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า)
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดี ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน[1]
นายกสภาฯ ศ.ดร.เกษม สุวรรณกุล
ที่ตั้ง

กรุงเทพมหานคร
ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
วิทยาเขตปราจีนบุรี
ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี

วิทยาเขตระยอง
ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
เว็บไซต์ www.kmutnb.ac.th

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลชั้นนำของประเทศไทย โดดเด่นด้านวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง แรกก่อตั้งในปี พ.ศ. 2502 โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ภายใต้ชื่อ "โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ" หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า "เทคนิคไทย-เยอรมัน" ก่อนจะยกฐานะเป็น "วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ" ในปี พ.ศ. 2507 และ "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ" ในปี พ.ศ. 2514 [2] ต่อมาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าทั้งสามวิทยาเขตได้รับการยกฐานะเป็น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ,สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในปี พ.ศ. 2529 [3] โดยมีอำนาจบริหารอิสระจากกัน ซึ่งในปัจจุบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือแบ่งออกเป็น 3 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตกรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร, วิทยาเขตปราจีนบุรี อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และวิทยาเขตระยอง อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เปิดทำการเรียนการสอนทั้งหมด 13 คณะ 2 วิทยาลัย 2 บัณฑิตวิทยาลัย ตั้งแต่ระดับประกาศณียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก ทั้งหลักสูตรภาษาไทย สองภาษา และนานาชาติ

ประวัติ[แก้]

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พ.ศ. 2514 ชื่อ สถาบันเทคโนโลยีได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นมงคลยิ่งว่า "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า" ตามพระบรมนามาภิไธยแห่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ ทรงพระมหากรุณาธิคุณมีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระตรา "พระมหามงกุฎ" มาเป็นสัญลักษณ์แห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าด้วย ตามบัญญัติ แห่งกฎหมายสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พ.ศ. 2514 ได้กำหนดให้รวมวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ วิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรี และ วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี ซึ่งสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเข้าด้วยกัน แล้วจัดตั้งเป็นสถาบันเทคโนโลยี เรียกกันว่า "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า" เป็นสถาบันศึกษาและวิจัยมีวัตถุประสงค์ที่จะผลิตครูอาชีวศึกษาระดับปริญญาให้ การศึกษาทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ สถาบันเป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการกำหนดการแบ่ง ส่วนราชการออกเป็นสำนักงานอธิการบดี และคณะ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีเหตุการณ์ที่สำคัญต่างๆ ดังนี้

  • พ.ศ. 2502 - กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศจัดตั้ง โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ สังกัดกรมอาชีวศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตช่างฝีมือที่เน้นการปฏิบัติและประสบการณ์จริง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "เทคนิคไทย - เยอรมัน" ต่อมาได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันฉบับแรก
  • พ.ศ. 2507 - ได้เปิดสอนในระดับที่สูงขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศยกฐานะโรงเรียนพระนครเหนือขึ้นเป็น “วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ” โดยยังได้รับความช่วยเหลือในด้านเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การศึกษาตลอดจนผู้เชี่ยวชาญและทุนการศึกษาจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน
  • พ.ศ. 2510 - มีประกาศพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พ.ศ. 2514 ให้รวมวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี และวิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรี สังกัดกรมอาชีวศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อจัดตั้งเป็น สถาบันการศึกษาชั้นสูง และได้รับพระราชทานนามว่า "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า" ให้เป็นสถาบันการศึกษาและวิจัย สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษา ทำการวิจัย ให้บริการวิชาการและ ส่งเสริมทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และครุศาสตร์อุตสาหกรรม รวมทั้งทำนุบำรุงศิลปะและ วัฒนธรรมของชาติ โดยแบ่งการบริหารงานออกเป็น 3 วิทยาเขต วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ ใช้ชื่อว่า "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ"
  • พ.ศ. 2517 - มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ จัดตั้งหน่วยงาน 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานรองอธิการบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์
  • พ.ศ. 2524 - มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และสำนักพัฒนาเทคโนโลยีทาง การศึกษาเพื่อการศึกษาด้านเทคนิค

( สำนักพัฒนาเทคนิคศึกษาในปัจจุบัน )

- วิทยาลัยวิชาการก่อสร้าง โอนมาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และยกฐานะเป็น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
  • พ.ศ. 2529 - มีประกาศพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2528 โดยให้แยกสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าออกเป็น สถานศึกษา 3 แห่ง เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานของแต่ละสถาบัน วิทยาเขตพระนครเหนือ ใช้ชื่อว่า "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ" มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษาทาง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อผลิตบุคลากรทำหน้าที่เป็นช่างเทคนิค นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี วิศวกร ครูช่าง และผู้บริหารในสถาบันการศึกษา ธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนในการพัฒนาประเทศ มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย เมื่อวันที่ และมีประกาศทบวงมหาวิทยาลัยให้จัดตั้งกองธุรการและกองบริการการศึกษา ในสังกัดสำนักงานอธิการบดี
  • พ.ศ. 2531 - มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยงานในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้แก่ สำนักงานอธิการบดี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และสำนักหอสมุดกลาง
  • พ.ศ. 2534 - มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม
  • พ.ศ. 2536 - สภาสถาบันอนุมัติให้จัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย - ฝรั่งเศส เป็นหน่วยงานระดับคณะภายในสถาบัน
  • พ.ศ. 2538 - สถาบันได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ภูมิภาคที่จังหวัดปราจีนบุรี ในนาม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ปราจีนบุรี มีคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรมเป็นคณะแรกที่จัดตั้งขึ้นที่ สจพ . ปราจีนบุรี
  • พ.ศ. 2539 - มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม และ สำนักคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • พ.ศ. 2540 - มีประกาศทบวงมหาวิทยาลัยจัดตั้ง กองบริหารและจัดการทรัพยากรมนุษย์ เป็นหน่วยงานภายในระดับกอง สังกัดสำนักงานอธิการบดี
  • พ.ศ. 2544 -สภาสถาบันอนุมัติให้จัดตั้งหน่วยงานภายใน ดังนี้ 1. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นหน่วยงานภายในระดับคณะ 2. กองงานสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ปราจีนบุรี สังกัดสำนักงานอธิการบดี 3. กองอาคารสถานที่และยานพาหนะ สังกัดสำนักงานอธิการบดี สภาสถาบันอนุมัติให้จัดตั้ง “ กองคลัง ” เป็นหน่วยงานภายในระดับกอง สังกัดสำนักงานอธิการบดี และอนุมัติให้จัดตั้ง “ ศูนย์ประกันคุณภาพการศึกษา ” เป็นหน่วยงานภายในระดับกอง สังกัดสำนักงานอธิการบดี
  • พ.ศ. 2545 - สภาสถาบันอนุมัติให้จัดตั้ง “ ศูนย์บริการเทคโนโลยี สจพ . ปราจีนบุรี ” เป็นหน่วยงานภายในระดับ กองสังกัดสำนักงานอธิการบดี อนุมัติให้จัดตั้ง “ คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ ” เป็นหน่วยงานภายในระดับคณะ และอนุมัติให้จัดตั้ง “ ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” เป็นหน่วยงานภายในระดับกอง สังกัดสำนักงานอธิการบดี
  • พ.ศ. 2546 - สภาสถาบันอนุมัติให้จัดตั้ง “ คณะอุตสาหกรรมเกษตร ” เป็นหน่วยงานภายในระดับคณะ ขึ้นที่ สจพ.ปราจีนบุรี
  • พ.ศ. 2548 - สภาสถาบันอนุมัติให้จัดตั้ง “ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย - เยอมัน ” เป็นหน่วยงานภายในระดับคณะ
  • พ.ศ. 2551 - มีประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2550 มีผลให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเปลี่ยนสถานภาพเป็น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและมีความคล่องตัวสามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการจัดการศึกษาระดับศึกษาจะคำนึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการ
  • พ.ศ. 2553 - สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้จัดตั้ง “คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ” เป็นหน่วยงานภายในระดับคณะ
  • พ.ศ. 2553 - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โดย ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดี ได้ลงนามร่วมกับ นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในความร่วมมือทางวิชาการ โครงการก่อตั้ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยองก่อตั้งโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปศาสตร์ประยุกต์ และสาขาวิชาการชั้นสูงที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ประชาชนในจังหวัดระยอง และภูมิภาคตะวันออก

เทคนิค ไทย-เยอรมัน[แก้]

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2499 ได้มีการลงนามในสัญญาว่าด้วยความร่วมมือช่วยเหลือในทางเศรษฐกิจและวิชาการระหว่าง รัฐบาลไทยและรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน โดยผลแห่งสัญญานี้จึงได้ มีการลงนามในข้อตกลงระหว่างรัฐบาลทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2502 ในอันที่จะจัดตั้งโรงเรียนเทคนิคขึ้นในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน โดย รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันรับจะช่วยเหลือด้วยการจัดส่งเครื่องจักร เครื่องมือ อันเป็นอุปกรณ์การสอนวิชาช่างต่างๆ มาให้ทั้งหมด พร้อมกับส่งครูผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ มาช่วยสอนด้วย ส่วนรัฐบาลไทยรับเป็นผู้จัดหาที่ดิน อาคารเรียนโรงฝึกงาน ตลอดจนครูไทยจำนวนหนึ่งที่จะทำการสอนร่วมกับครูผู้เชี่ยวชาญเยอรมันด้วย ผลแห่งสัญญาและความตกลงดังกล่าวแล้ว กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ประกาศตั้งโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือขึ้น เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 และได้เริ่มเปิดการสอนเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประเภทช่างกล ที่จัดตั้งขึ้นมาด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสองตามเงื่อนไขและ ข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ส่วนการดำเนินงานในด้านบริหารโรงเรียน ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและดำเนินงานนั้นก็เหมือนกับโรงเรียนไทย อื่นๆ ทางฝ่ายเยอรมันเป็นเพียงที่ปรึกษาและให้ความช่วยเหลือในด้านเทคนิคเท่านั้น ใน ครั้งแรกได้ทำความตกลงช่วยเหลือกัน มีกำหนดเวลา 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2504 แต่ต่อมาเมื่อครบกำหนดแล้วได้มีการตกลงที่จะมีการร่วมมือช่วย เหลือโรงเรียนนี้ต่อไปอีก 2 ปี ตามข้อตกลงที่ลงนามกัน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2504 โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือในขณะนี้จัดการศึกาาเป็น 2 ประเภท คือประเภทโรงเรียนกลางวันและประเภทการศึกษาพิเศษ ประเภทโรงเรียนกลางวันจัดสอนเป็นสองขั้น คือ 1. ขั้นประโยคอาชีวศึกษาชั้นสูง เปิดสอนในแผนกวิชาต่างๆ 6 แผนกคือ แผนกช่างกลโรงงาน แผนกช่างเครื่องยนต์ แผนกช่างไฟฟ้า แผนกช่างท่อและ ประสาน แผนกช่างวิทยุและโทรคมนาคม และแผนกช่างไม้ และต่อไปจะเปิดสอนแผนกช่างเขียนแบบเพิ่มขึ้นอีก 1 แผนก

ในปีการศึกษา 2506 การเรียนในขั้นประโยคอาชีวศึกษาชั้นสูง ในระยะ 3 ปีแรก ได้รับนักเรียนเข้าศึกษาเพียงปีละ 50 คน มีหลักสูตรการเรียน 2 ปี และ 3 ปี หลักสูตรการเรียน 2 ปีนั้น รับนักเรียนที่สำเร็จชั้นปีที่ 1 จากโรงเรียนประเภทช่างกลต่างๆ มาเรียน 2 ปี ส่วนหลักสูตรการเรียน 3 ปี ผู้ที่สำเร็จจะได้รับประกาศนียบัตรประโยคอาชีวศึกษาชั้นสูงของกระทรวงศึกษาธิการ แต่สำหรับนักเรียนแผนกช่างไม้นั้น รับผู้ที่เรียนสำเร็จชั้นมัธยมอาชีวศึกษาตอนปลาย แผนกช่างไม้มาเรียน 3 ปี ซึ่งเมื่อสำเร็จแล้วก็จะได้ประกาศนียบัตรประโยคอาชีวศึกษาชั้นสูงเช่น เดียวกัน เมื่อผ่านระยะ 3 ปีแรกมาแล้ว โรงเรียนได้เปิดรับเฉพาะผู้ที่ สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ 6 มาเรียนต่อ 3 ปี ผู้ที่สำเร็จชั้นปีที่ 1 จาก โรงเรียนประเภทช่างกลต่างๆ ไม่รับเข้าเรียน 2. ขั้นวิชาชีพชั้นสูง เปิดสอนในวิชาแผนกต่างๆ 4 แผนกคือ แผนกช่างกลโรงงาน แผนกช่างเครื่องยนต์ แผนกช่างไฟฟ้า และแผนกช่างท่อและประสาน การเรียนในขั้นวิชาชีพชั้นสูงนี้ โรงเรียนเปิดรับเฉพาะผู้ที่สำเร็จขั้นประโยคอาชีวศึกษาชั้นสูง จากโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือเข้าเรียนต่ออีก 2 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะ ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของกระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนขั้น วิชาชีพชั้นสูงนี้ส่วนใหญ่ออกฝึกงานตามโรงงานอุตสาหกรรม และองค์การรัฐบาล ซึ่ง ได้ฝึกงานในวิชาช่างแขนงที่ตนเรียน และโรงเรียนยอมรับรองผลการปฏิบัติงานนั้น เป็นการเรียนภาคปฏิบัติส่วน การเรียนภาคทฤษฎีนักเรียนต้องไปเรียนที่โรงเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน

นอกจากการศึกษาประเภทกลางวันแล้ว โรงเรียนยังได้จัดการศึกษาพิเศษขึ้นในเวลาเย็นตามหลักสูตรสารพัดช่าง ของกรมอาชีวศึกษาอีกด้วย คือ จัดสอนตามหลักสูตรระยะสั้น 180 ชั่วโมง หรือ 300 ชั่วโมง ซึ่งได้เปิดสอนวิชาช่างต่างๆ คือ ช่างเครื่องยนต์ ช่างกลึง ช่างประสาน ช่างวิทยุ และช่างเขียนแบบ ผู้ที่สมัครเข้า เรียนตามหลักสูตรดังกล่าวนี้บางช่างก็กำหนดความรู้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ 6 เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเครื่องยนต์ และช่างวิทยุ ส่วนช่างอื่นๆ ไม่กำหนดพื้นความรู้ ส่วนมากของผู้ที่มาเรียนเป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานในตอนกลางวัน และมาเรียนในตอนเย็น

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 มาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันได้ส่งเครื่องจักรเครื่องมือและอุปกรณ์การ สอนต่างๆ มาให้เรื่อยๆ คิดเป็นมูลค่าได้ประมาณ 7 ล้านบาท สิ่งของต่างๆ ที่นำมายังประเทศไทยนี้ ได้รับการยกเว้นภาษีขาเข้าทั้งหมดนอกจาก เครื่องจักรเครื่องมือที่ได้ส่งมาให้แล้ว ยังได้ส่งผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันมาช่วยฝึกสอนร่วมกับครูไทยอีก 8 คน ผู้เชี่ยวชาญเยอรมันเหล่านี้ได้รับเงินเดือนจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันแต่ รัฐบาลไทยก็ได้ช่วยเหลือเกี่ยวกับความเป็นอยู่ในเรื่องต่างๆ คือ จัดหาบ้านพักให้อยู่อาศัยทุกคน ตลอดจนออกค่าน้ำค่าไฟให้ด้วย นอกจาก นั้นการนำของใช้ส่วนตัวเข้ามาใช้ในประเทศไทยก็ยังได้รับการยกเวั้นภาษีขาเข้าทั้งหมดอีกด้วย งานติดตั้งเครื่องจักรเครื่องมือในโรงฝึกงาน รวมทั้งการเดินสายไฟฟ้าและการวางท่อประปา ท่อลม ท่อแก๊ส เป็นผลงานของ นักเรียน 50 คน รุ่นแรกที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกับคณะครูผู้เชี่ยวชาญเยอรมัน และครูไทยทั้งสิ้น

บุคคลสำคัญที่เป็นผู้บริหารงานโรงเรียน

  1. นายบุญญศักดิ์ ใจจงกิจ อาจารย์ใหญ่
  2. นายยง แย้มสรวล ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่
  3. นายคาร์ล สตุทเล่อร์ อาจารย์ใหญ่เยอรมัน (พ.ศ. 2502 – 2504)
  4. นายแอนส์ มอสดอร์ฟ อาจารย์ใหญ่เยอรมัน (ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา)
  5. นายฮูเบิร์ต ชุดเล่อร์ อาจารย์หัวหน้าโรงฝึกงาน และผู้เชี่ยวชาญช่างกลโรงงาน

คณะผู้เชี่ยวชาญเยอรมัน

  1. นายอีมิล ดิทริช อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่างไฟฟ้า
  2. นายเฮอร์เบิร์ต มัง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่างท่อและประสาน
  3. นายไฮน์ บิสมานน์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่างเครื่องยนต์
  4. นายไฮน์ริช ชุปเปอร์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่างกลโรงงาน (พ.ศ. 2502 – 2504)
  5. นายออสคาร์ ชาร์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่างกลโรงงาน (ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา)
  6. นายเกอร์จ เดกินเดอร์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่างไม้ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา)
  7. นายวอลฟ์กัง กร๊าฟท์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญช่างวิทยุ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา)

ทำเนียบอธิการบดี[แก้]

  1. รองศาสตราจารย์ ดร.สมชอบ ไชยเวช (พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2532)
  2. รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะ กสิภาร์ (พ.ศ. 2532 – พ.ศ. 2538)
  3. รองศาสตราจารย์ บรรเลง ศรนิล (พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2544)
  4. ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ (พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2550)
  5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปรีชา อ่องอารี (พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2551)
  6. ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ (พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2559)
  7. ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน (พ.ศ. 2559 – ปัจจุบัน)

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

ตราประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระมหาพิชัยมงกุฎ" ซึ่งเป็นพระบรมราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ให้เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ต้นประดู่แดง เป็นไม้เนื้อแข็งซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของสถาบัน กิ่งมีลักษณะโน้มลงแสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นไม้ป่าแสดงถึงความสามารถของบัณฑิตที่สามารถดำรงคงอยู่ได้อย่างอดทนแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ดอกมีสีแดงเข้มเหมือนหมากสุก ซึ่งตรงกับสีประจำมหาวิทยาลัย และจะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันสถาปนาสถาบันคือ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ของทุกปี เปรียบคล้ายกับนักศึกษาในชั้นปีสุดท้ายที่ใกล้จะสำเร็จการซึ่งตรงกับต้นประดู่แดงที่กำลังจะออกดอก เป็นดอกประดู่แดงทีมีความสวยงามและทน

ประดูแดง ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

สีประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

สีแดงหมากสุก  : สีแสดเป็นสีประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่สถาบันอัญเชิญมาเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย

วิทยาเขตและสถานที่ตั้ง[แก้]

กรุงเทพมหานคร[แก้]

ตั้งอยู่ที่ 1518 ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 87 ไร่ 3 งาน 60.77 ตารางวา มีอาคารรวมทั้งสิ้น จำนวน 39 หลัง (ไม่รวมอาคารย่อย) ประกอบด้วย อาคารเรียน จำนวน 21 หลัง อาคารสำนักงาน จำนวน 7 หลัง และอาคารอื่นๆ จำนวน 11 หลัง นอกจากนี้ยังมีอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ อาคารสถาบันการศึกษาและความร่วมมือนานาชาติ

ปราจีนบุรี[แก้]

ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่รวมทั้งหมด 1,809 ไร่ 59 ตารางวา มีอาคารเรียน 3 หลัง คณะอาคารสำนักงาน 1 หลัง และอาคารอื่นๆ 8 หลัง และมีอาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 3 หลัง

ระยอง[แก้]

กำลังก่อสร้างบนที่ดินประมาณ 100 ไร่เศษ ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 20 กิโลเมตร และได้มีการสำรองที่ดิน เพื่อการขยายพื้นที่อีก 200 ไร่ โดยการก่อสร้างจะเป็นโครงการต่อเนื่อง 5 ปี ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันกำลังก่อสร้างอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี และอาคารเรียนรวม ซึ่งคาดว่าอาคารทั้ง 2 หลังนี้จะแล้วเสร็จในปลายปี พ.ศ. 2556 อาคารเรียนรวมได้รับรางวัลการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน [4]

หลักสูตรและการเรียนการสอน[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเปิดการเรียนการสอนในหลายสาขาวิชา ซึ่งครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจนถึงระดับปริญญาเอก หลายหลายหลักสูตรด้วยกัน

หน่วยงาน[แก้]

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือประกอบด้วยคณะ สำนัก และหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

กรุงเทพมหานคร[แก้]

วิทยาเขตปราจีนบุรี [แก้]

  • คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม
    • ภาควิชาการจัดการอุตสาหกรรม
    • ภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • ภาควิชาเทคโนโลยีการออกแบบผลิตภัณฑ์และจัดการอุตสาหกรรมก่อสร้าง
    • ภาควิชาวิศวกรรมเกษตรเพื่ออุตสาหกรรม
  • คณะอุตสาหกรรมเกษตร
    • ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตรและการจัดการ
    • ภาควิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ปราจีนบุรี
    • ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือวัดและอิเล็กทรอนิกส์
    • สาขาวิชาวิศวกรรมระบบเครื่องมือวัด
  • คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ
    • ภาควิชาบริหารธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม
    • ภาควิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมและการค้า

วิทยาเขตระยอง[แก้]

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการวัดคุมและอัตโนมัติ
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกลและยานยนต์
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมกระบวนการเคมี
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมวัสดุและกระบวนการผลิต
  • คณะวิทยาศาสตร์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม
    • สาขากระบวนการอุตสาหกรรมเคมีและสิ่งแวดล้อม
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงานและการจัดการ
  • คณะบริหารธุรกิจ
    • สาขาวิชาการบัญชี
    • สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
    • สาขาวิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

อันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อยู่ในอันดับ 6 ของประเทศไทย ด้านความพึงพอใจของผู้จ้างงานทั่วโลก จากการจัดอันดับของ QS University Ranking Asia 2016 และอยู่ในอันดับ 10 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของ Times Higher Education Asia 2017

        • จากการจัดอันดับของ QS World University Rangking By Subject 2014

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ 2 ของประเทศไทย ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันดับ 2 ของประเทศไทยในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลการบินและอุตสาหการ อันดับ 4 ของประเทศไทยในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อันดับ 5 ของประเทศไทยในสาขาวัสดุศาสตร์ และอันดับ 5 ของประเทศไทยในสาขาสถิติศาสตร์ [5]

การเดินทาง[แก้]

รถโดยสารประจำทาง[แก้]


ถนนพิบูลสงคราม
[แก้]
  • รถโดยสารประจำทางสาย 32 ปากเกร็ด-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 33 ปทุมธานี-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 64 ท่าน้ำนนทบุรี-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 90 ปทุมธานี-สวนจตุจักร
  • รถโดยสารประจำทางสาย 97 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-นนทบุรี-โรงพยาบาลสงฆ์
  • รถโดยสารประจำทางสาย 117 ท่าน้ำนนทบุรี-กทม. 2
  • รถโดยสารประจำทางสาย 175 ท่าน้ำนนทบุรี-ท่าน้ำภาษีเจริญ
  • รถโดยสารประจำทางสาย 203 ท่าน้ำนนทบุรี-สนามหลวง
  • รถโดยสารประจำทางสาย 543ก ท่าน้ำนนทบุรี-รัชโยธิน-อู่บางเขน

ถนนวงศ์สว่าง
[แก้]
  • รถโดยสารประจำทางสาย 18 ท่าอิฐ-อนุสาวรีย์ชัยฯ
  • รถโดยสารประจำทางสาย 49 หัวลำโพง-หมอชิต 2
  • รถโดยสารประจำทางสาย 50 สวนลุมพินี-พระราม 7
  • รถโดยสารประจำทางสาย 170 อ้อมใหญ่-หมอชิต
  • รถโดยสารประจำทางสาย 179 พระราม 9-พระราม 7
  • รถตู้โดยสารสาร เซ็นทรัลลาดพร้าว-ท่าน้ำนนท์
  • รถตู้โดยสารสาร เซ็นทรัลลาดพร้าว-พระราม 7 (จอดหน้ามหาวิทยาลัย)

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

ดารา นักร้อง นักแสดง

นักการศึกษา

นักการเมือง

นักกีฬา


อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°49′08″N 100°30′51″E / 13.818811°N 100.514206°E / 13.818811; 100.514206