มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
Rajamangala University of Technology Isan
RMUTI KORAT.png
สถาปนา 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 (วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา)
15 กันยายนพ.ศ. 2531 (สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล)
18 มกราคม พ.ศ. 2548 (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล)
ประเภท รัฐ
อธิการบดี ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง
นายกสภามหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
ที่ตั้ง ศูนย์กลางนครราชสีมา
744 ถนนสุรนารายณ์
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
วิทยาเขต

สุรินทร์
ขอนแก่น
สกลนคร

ร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้
เว็บไซต์ www.rmuti.ac.th
Logoมทร.อีสาน.png

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (อังกฤษ: Rajamangala University of Technology Isan) เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีที่จัดการเรียนการสอนในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ นครราชสีมา ขอนแก่น สกลนคร และสุรินทร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร พื้นที่หลักของมหาวิทยาลัยฯมีเนื่อที่ประมาณ 330 ไร่ ติดกับถนนสุรนารายณ์ และยังมีพื้นที่ป่าหนองระเวียง เดิมใช้เป็นพื้นที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเรียกว่า "ศูนย์ฝึกภาคสนามหนองระเวียง" ปัจจุบันมหาวิทยาลัยฯได้รักษาสภาพพื้นที่ป่านี้ไว้ เพื่อใช้เป็นโรงเรียนธรรมชาติ มีพื้นที่ทั้งหมด 2,500 ไร่ มีรั้วล้อมรอบอย่างถาวร มีการแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ คือ สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จำนวน 200 ไร่ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา จำนวน 200 ไร่ พื้นที่รองรับการขยายการศึกษาของมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 1,100 ไร่ และพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 1,000 ไร่[1]

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระราชินี ทรงเสด็จเยี่ยมชมวิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี พ.ศ. 2507

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จัดตั้งขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยพระราชบัญญัติวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา พ.ศ. 2518 ใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา” และโอนวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยเกษตรกรรม และวิทยาลัยต่างๆ ในสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาสังกัด ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “ราชมงคล” เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2531 (วันราชมงคล) พร้อมทั้งมีพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเป็นสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2532 ทำให้วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล"

ในระยะต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้สถาบันการศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาต้องเป็นนิติบุคคล[2] ทำให้สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเริ่มมีแนวคิดในการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยนิติบุคคล กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548[3] ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นผลให้มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเกิดขึ้นใหม่ จำนวน 9 แห่ง เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี จัดการศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติ ผลิตครูวิชาชีพ และให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษามีโอกาสในการศึกษาต่อด้านวิชาชีพเฉพาะทางระดับปริญญาเป็นหลัก

ประวัติศูนย์กลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน[แก้]

พิธีเปิดอาคารเรียน อาคารแรก

ศูนย์กลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน หรือ วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เดิม) อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 330 ไร่ ทิศเหนือติดถนนสุรนารายณ์ ทิศใต้ติดคลองลำตะคอง ทิศตะวันตกติดมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และทิศตะวันออกติดที่ดินของเอกชน บริเวณนี้แต่เดิมมีต้นตะโกขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีชื่อสามัญเรียกกันว่า "ทุ่งตะโกราย"

วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลำดับความเป็นมาดังนี้

  • พ.ศ. 2499 จัดตั้งขึ้นเป็น "วิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา" สังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
  • พ.ศ. 2518 ยุบรวมเข้ากับวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา และเปลี่ยนชื่อเป็น "วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา"
  • พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาว่า "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล" และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระราชลัญจกรประจำพระองค์ และพระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นเครื่องหมายราชการของสถาบันฯ
  • พ.ศ. 2548 มีพระราชบัญญัติให้มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ประกอบด้วย
  • พ.ศ. 2558 มีพระราชบัญญัติให้รวมมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ มาจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558 [4] ส่งผลให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ สิ้นสุดการเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
  • 28 พ.ย. พ.ศ. 2559 พล.อ. จีระศักดิ์ ชมประสพ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ ท่าน สนช.ตวง อันทะไชย ลงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ณ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทุ่งกุลาร้องไห้ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากท่านอธิการบดีฯ ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง และผู้ช่วยอธิการบดีฯ ดร.เอนก เจริญภักดี เรื่อง “แนวทางการจัดตั้งวิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้” ในการนี้ พล.อ. จีระศักดิ์ ชมประสพ และ ท่าน สนช.ตวง อันทะไชย ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ในการจัดตั้งวิทยาเขตฯ เพื่อให้บรรลุตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ด้วยโมเดล ไทยแลนด์ 4.0 “สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ด้วยการสร้าง “ความเข็มจากภายใน”[5]

คณะ/หน่วยงานภายใน[แก้]

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้เปิดทำการเรียนการสอนทั้งระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปริญญาตรี-โท-เอก ทั้งหมด 13 คณะ 5 วิทยาเขต โดยศูนย์กลางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา

ตราประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

RMUTI KORAT.png

ภายในวงกลมเป็นรูปดอกบัวบาน 8 กลีบล้อมรอบ ดอกบัวบาน 8 กลีบหมายถึงทางแห่งความสำเร็จมรรค 8 และความสดชื่นเบิกบานก่อให้เกิดปัญญาแผ่ขจรไปทั่วสารทิศ ภายใต้ดอกบัวเป็นดวงตราพระราชลัญจกรบรรจุอยู่ หมายถึง สัญลักษณ์และเครื่องหมายประจำองค์พระมหากษัตริย์ของรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์เป็นผู้พระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล” บนตรารูปวงกลม มีพระมหาพิชัยมงกุฎครอบ และมีเลข 9 อยู่ หมายถึงรัชกาลที่ 9

ด้านล่างของตราวงกลมทำพับกรอบโค้งรองรับชื่อ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน” คั่นปิดหัวท้ายของกรอบด้วยลวดลายดอกไม้ พิมพ์ประจำยามทั้งสองข้าง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรื่อง แจ่มใส เบิกบาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล หมายความว่า มหาวิทยาลัยอันเป็นมงคลแห่งพระราชา

ตราสัญลักษณ์ดอกไม้ราชมงคลอีสาน[แก้]

  • ออกแบบเป็นรูปดอกแคแสดผสมผสานกับรูปตัวอักษร U (University) และเส้นสายจากแคน
  • ดอกแคแสดเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
  • ดอกแคแสดมีกลีบดอก 5 กลีบ อันหมายถึง 5 วิทยาเขต ที่รวมสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว
  • ตัวอักษร U ซึ่งย่อมาจาก University นั้น ประกอบขึ้นจากเส้นสายทั้ง 5 เส้น ซึ่งได้มาจากลักษณะของแคนที่ประกอบด้วย 5 ลำ เพื่อสื่อความเป็นมหาวิทยาลัยแห่งอีสาน
  • เส้นเหล่านี้มีทิศทางพุ่งขึ้นไปในทิศเดียวกัน เปรียบเสมือนการก้าวไปพร้อมๆกันทั้ง 5 วิทยาเขต เพื่อนำพามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สู่ความสำเร็จร่วมกันทางการศึกษา

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ต้นแคแสด เป็นต้นไม้ที่มีดอกสีแสด ขึ้นง่าย โตเร็ว เจริญเติบโตได้ทุกพื้นที่ ทุกภาค
ดอกแคแสด ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยฯ

สีประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

แต่เดิม สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้กำหนดให้สีเหลืองและสีน้ำเงินเป็นสีประจำสถาบัน

สืบเนื่องจากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลมีการปรับโครงสร้างตาม พรบ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จึงได้กำหนดสีประจำมหาวิทยาลัยดังนี้

  • สีแสด ( ███ ) เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย

สถาปัตยกรรมที่สำคัญในมหาวิทยาลัย[แก้]

คุรุสัมมนาคาร[แก้]

คุรุสัมมนาคาร คืออาคารคอนกรีตสีขาวที่มีรูปทรงหวือหวาบิดแผ่นหลังคาโค้งไปมาเป็นมุมต่างๆกัน เมื่อมองมาที่อาคาร ปลายแหลมทั้ง 3 ของอาคารพุ่งทะยานแทรกยอดไม้สู่ท้องฟ้า ราวจะบอกถึงเรื่องราวของกวีนิพนธ์คอนกรีตแห่งยุคสมัย ในห้วงเวลาแห่งความเฟื่องฟูของสถาปัตยกรรมโมเดิร์นบนราชอาณาจักรไทย อาคารคอนกรีตสีขาวหลังเล็กนี้ได้ปรากฏตัวอยู่ บนปลายล่างของแผ่นดินที่ราบสูงแอ่งโคราช ณ ทุ่งตะโกรายเมื่อปี พ.ศ. 2503 โดยทุ่งตะโกรายนี้เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือในขณะนั้น

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

ชุดครุยวิทยฐานะ ทั้งบัณฑิตชายและหญิง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

จากคำกล่าวของท่าน ศาสตราจารย์สวาสดิ์ ไชยคุณา อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาคนแรก เป็นผู้บุกเบิกสถาบันฯ อย่างแท้จริง ได้กล่าวถึงการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกของสถาบันไว้ว่า

ล้นเกล้าฯพระปิยมหาราชปลดปล่อยทาสให้เป็นไทยฉันใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงปลดปล่อยนักเรียนอาชีวศึกษาจากที่ถูกสังคมมองว่าเป็นเป็นนักเรียนชั้นสองให้เป็นไทฉันนั้น

นับจากปีแรกที่ได้เริ่มสถาปนาวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ในปี พ.ศ. 2518 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษารุ่นแรก การได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด มีโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระหัตถ์พระองค์เอง ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร นำความปลื้มปิติยินดีมาสู่เหล่าคณาจารย์ ข้าราชการ นักศึกษา ผู้ปกครองบัณฑิต เป็นล้นพ้น และอีกสามครั้งคือ ในปี พ.ศ. 2527 ปี พ.ศ. 2530 ในปี พ.ศ. 2531 เมื่อได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลแล้วได้เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต ในปี พ.ศ. 2533 รวมเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง 4 ครั้ง

ตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2534 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ครั้งแรกถึงปัจจุบัน

ลำดับเหตุการณ์สำคัญพิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

  • พ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรก ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร
  • พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มาพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 2 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร
  • พ.ศ. 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 3 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร
  • พ.ศ. 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 4 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ในนามสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และมีการเปลี่ยนมาใช้ชุดครุยวิทยฐานะของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลแทนชุดครุยเดิม
  • พ.ศ. 2534 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพะราชดำเนินแทนพระองค์ฯ เป็นครั้งแรกและครั้งต่อ ๆ มา ซึ่งเป็นการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 5 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร
  • พ.ศ. 2535 สภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ทูลเกล้าถวายปริญญาคหกรรมศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
  • พ.ศ. 2540 ย้ายสถานที่พระราชทานปริญญาบัตร มาที่ศูนย์กลางสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ตำบลคลองหก อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2548 พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 19 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในนามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่งเป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2550 พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 21 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พิธีพระราชทานปริญญาบัตรพร้อมเพรียงกันของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่งเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เปลี่ยนมาใช้ชุดครุยวิทยฐานะแทนครุยสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
  • พ.ศ. 2551 (รับในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552) พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งที่ 22 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แต่ละมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(กรุงเทพ พระนคร อีสาน สุวรรณภูมิ ตะวันออก)เปลี่ยนมาใช้ครุยวิทยะฐานะของตนเอง ยกเว้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ล้านนา และรัตนโกสินทร์(ยังใช้ครุยสถาบันเดิมอยู่) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย แยกออกไปจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ พร้อมกันนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทูลเกล้าถวายปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2552 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 23 ประจำปีการศึกษา 2551 ในวันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2552 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2553 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 24 ประจำปีการศึกษา 2552 ในวันที่ 15 - 17 พฤศจิกายน 2553 ทั้งช่วงเช้า และช่วงบ่าย ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2554 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 25 ประจำปีการศึกษา 2553 ในวันที่ 23 - 25 เมษายน 2555 ทั้งช่วงเช้า และช่วงบ่าย ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2555 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 26 ประจำปีการศึกษา 2554 ในวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2555 ทั้งช่วงเช้า และช่วงบ่าย ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2556 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 27 ประจำปีการศึกษา 2555 ในวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2556 ทั้งช่วงเช้า และช่วงบ่าย ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2557 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 28 ประจำปีการศึกษา 2556 ในวันที่ 15-19 ธันวาคม 2557 ทั้งช่วงเช้า และช่วงบ่าย ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ความร่วมมือทางวิชาการ[แก้]

ต่างประเทศ[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้มีความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างประเทศ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ดังนี้

  • ประเทศจีน - South China Agricultural University กิจกรรม พัฒนาบุคลากรด้านเกษตรกรรม
  • ประเทศไต้หวัน
    • National Pingtung University of Science and Technology กิจกรรมวิจัยร่วม แลกเปลี่ยนนักศึกษา ให้ทุนสัมมนา จัดส่งวิทยากรมาไทย
    • National Taiwan Normal University กิจกรรมอาจารย์สอนภาษาจีน
  • ประเทศนิวซีแลนด์ - Lincoln University กิจกรรมวิจัยร่วม และร่วมมือทางวิชาการ
  • ประเทศสวีเดน - Linkoping University, Malardalen University, University of Gavle กิจกรรมร่วมมือทางวิชาการ ศึกษาดูงาน
  • ประเทศเยอรมนี - University of Applied Sciences, Bosch Rexoroth AG กิจกรรม ร่วมมือทางวิชาการ
  • ประเทศกัมพูชา
    • Provincial Department of Agricultural กิจกรรม พัฒนาบุคลากรและร่วมมือทางวิชาการ
    • Battambang Royal University of Agriculture, Phnompenh กิจกรรม แลกเปลี่ยนนักศึกษาและร่วมมือทางวิชาการ
  • ประเทศเนเธอร์แลนด์ - Utrech University กิจกรรม วิจัยร่วม พัฒนาบุคลากรระดับปริญญาเอก

ภายในประเทศ[แก้]

  • สถาบันพระบรมราชชนก ให้ความร่วมมือทางวิชาการ
  • สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ ตกลงให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนในการสร้าง "สังคมแห่งการเรียนรู้" โดยการร่วมนำผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งกิจกรรมการวิจัยต่างๆ ร่วมนำเสนอในงาน "การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ"
  • บริษัทเบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด ตกลงให้ความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาประมงในเชิงธุรกิจ
  • สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ให้ความร่วมมือในด้านการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
  • บริษัท อสมท.(มหาชน)จำกัด ให้ความร่วมมือในการเปิดสถานีวิทยุกระจายเสียง คลื่น 97.25 Mhz. ณ อาคารเรียนคณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ (อาคาร 19)[6]

อันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อยู่ในอันดับที่ 3,124 ของโลก อันดับที่ 38 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[7]

ศิษย์เก่าดีเด่นและศิษย์ปัจจุบันที่สร้างชื่อเสียง[แก้]

ด้านวิชาการ[แก้]

  • นายทรงพล ลอวิราณ ได้รับรางวัลอันดับ 5 ฝีมือยอดเยี่ยม จากการแข่งขันฝีมือแรงงานโลก (WorldSkills Competition)สาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ปี พ.ศ. 2544 ณ ประเทศเกาหลีใต้
  • นายสกล เกลื่อนสันเทียะ ได้รับรางวัลอันดับ 4 ฝีมือยอดเยี่ยม จากการแข่งขันฝีมือแรงงานโลก (World Skills Competition)สาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ปี พ.ศ. 2546 ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • นายนิติพงษ์ บุบผามาลา ได้รับรางวัลอันดับ 3 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันฝีมือแรงงานโลก (World Skills Competition)สาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ปี พ.ศ. 2548 ณ ประเทศฟินแลนด์
  • นายณัฐพงศ์ ปัญญาศรี ได้รับรางวัลอันดับ 2 เหรียญเงิน จากการแข่งขันฝีมือแรงงานโลก (World Skills Competition)สาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ปี พ.ศ. 2550 ณ ประเทศญี่ปุ่น
  • นายประวิทย์ บุญหล้า ได้รับรางวัลอันดับ 1 เหรียญทอง จากการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน (Asean Skills Competition)สาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ปี พ.ศ. 2551 ณ ประเทศมาเลเซีย
  • นายประวิทย์ บุญหล้า ได้รับรางวัลอันดับ 3 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันฝีมือแรงงานโลก ( World Skills Competition)สาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ปี พ.ศ. 2552 ณ ประเทศแคนาดา
  • นายกรกช ชุมแสง ได้รับรางวัลอันดับ 2 เหรียญเงิน จากการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน (Asean Skills Competition)สาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ปี พ.ศ. 2551 ณ ประเทศมาเลเซีย

ด้านกีฬา[แก้]

ด้านศิลปิน[แก้]

กิจกรรมในมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ก้าวแรกสู่ มทร.
  • ประเพณีลอดซุ้มแคแสด
  • ประเพณีลอยกระทง
  • กีฬาภายใน
  • ประเพณีไหว้ครู

รายนามอธิการบดี[แก้]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
Image รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
รองศาสตราจารย์ ดร.วินิจ โชติสว่าง 1. รองศาสตราจารย์ ดร.วินิจ โชติสว่าง 15 สิงหาคม พ.ศ. 2548 - 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552[8]
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน[9]

การเดินทาง[แก้]

  • รถประจำทาง สาย 1 (เหลือง - เขียว) ประเภทรถ 2แถว ธรรมดา (30 กันยา - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา - มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา - ประตูน้ำ - วัดบูรพ์ - ศาลหลักเมือง - คลังใหม่ - อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี - ตลาดแม่กิมเฮง - แยกเต๊กฮะ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา - หัวรถไฟ - สำนักชลประทานที่ 8 - หมู่บ้านสุรนารีวิลเลจ)
  • รถประจำทาง สาย 1 (ขาว - เหลือง) ประเภทรถ 2แถว ธรรมดา (มหาชัย - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา - มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา - ประตูน้ำ - วัดบูรพ์ - หลักเมือง - คลังใหม่ - อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี - แม่กิมเฮง - เต๊กฮะ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา - หัวรถไฟ - สำนักชลประทานที่ 8 - สุรนารีวิลเลจ )
  • รถประจำทาง สาย 6 (ขาว - แดง) ประเภทรถ 2แถว ธรรมดา (จอหอ - บ้านเกาะ - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา - มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา - ประตูน้ำ - คลังใหม่ - อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี - ไอทีพลาซ่า - สามแยกอุดรธานี - เดอะมอลล์ - เทสโก้โลตัส - โรงแรมสีมาธานี - สามแยกปักธงชัย)
  • รถประจำทาง สาย 6 (ขาว - เหลือง) ประเภทรถ 2แถว ธรรมดา (บ้านเก่า - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา - มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา - ประตูน้ำ - คลังใหม่ - อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี - ไอทีพลาซ่า - สามแยกอุดรธานี - เดอะมอลล์ - เทสโก้โลตัส - โรงแรมสีมาธานี - สามแยกปักธงชัย - เซฟวัน - เคหะชุมชนนครราชสีมา)

บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หนองระเวียง
  2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอน 74ก ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2542
  3. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 122 ตอน 6ก ลงวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548
  4. [1] ราชกิจจานุเบกษา พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558 เล่ม 132 ตอน 86 ก หน้า 45 8 กันยายน 2558
  5. http://www.roiet.rmuti.ac.th/
  6. บ้านของเรา "เทคโนโคราช"
  7. Ranking Web of World UniversitiesTop South East Asia
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จำนวน 9 ราย
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน