มหาวิทยาลัยพะเยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มหาวิทยาลัยพะเยา
The University of Phayao
UPLogo.png
ตราสัตภัณฑ์
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
ชื่อย่อมพ / UP
คติพจน์Wisdom for Community Empowerment
ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน
สถาปนา17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 (10 ปี)
ประเภทสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดีรศ. ดร. สุภกร พงศบางโพธิ์
จำนวนผู้ศึกษา19,213 คน (ปีการศึกษา 2562)[1]
ที่ตั้งมหาวิทยาลัยพะเยา
ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
ชื่อเดิมมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา
สีประจำสถาบัน██ สีม่วง
██ สีทอง
เพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยพะเยา
ฟ้ามุ่ยม่วงทอง
เว็บไซต์www.up.ac.th
UP2020.png

มหาวิทยาลัยพะเยา (อังกฤษ: The University of Phayao; ชื่อย่อ: มพ — UP) เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล ตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยา เดิมชื่อ มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพะเยา[2] ต่อมา มีการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553[3] จึงถือได้ว่ามหาวิทยาลัยพะเยาได้แยกออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศอย่างเต็มรูปแบบ นับเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 79 ของไทย ถัดจากมหาวิทยาลัยนครพนม โดยในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยพะเยาทำการสอนมาแล้วกว่า 24 ปี นับตั้งแต่เป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวร

ประวัติ[แก้]

พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวร มหาราช ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยพะเยา

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรี มีมติให้ขยายเขตการศึกษาไปยังส่วนภูมิภาคได้ใน 11 จังหวัด คือ จังหวัดหนองคาย พะเยา จันทบุรี แพร่ สุราษฎร์ธานี ตรัง สกลนคร กาญจนบุรี ราชบุรี ชุมพร และปราจีนบุรี ตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ[4] เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้จัดทำโครงการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปยังส่วนภูมิภาค (จังหวัดพะเยา) ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ขึ้นเพื่อสนองนโยบายดังกล่าว โดยใช้อาคารเรียนของโรงเรียนพะเยาพิทยาคมเป็นอาคารเรียนชั่วคราว

ต่อมาในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2539 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ใช้ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา"[5] และได้ย้ายมาจัดการศึกษา ณ สถานที่ปัจจุบันในปี พ.ศ. 2542

ต่อมาในคราวประชุมสภามหาวิทยาลัยนเรศวร ครั้งที่ 13 (4/2550) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อ มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป็น "มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา" เพื่อเตรียมยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในอนาคตต่อไป[6] หลังจากนั้นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552[7][8]

ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553 ขึ้น และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยพะเยาจึงได้แยกตัวออกจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา[9]

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยพะเยา ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ประมาณ 5,700 ไร่

การบริหารงาน[แก้]

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัย[แก้]

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัย
ลำดับ รายนามนายกสภามหาวิทยาลัย วาระการดำรงตำแหน่ง
1
ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ คุณหญิง ไขศรี ศรีอรุณ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553 – 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556 [10]
29 ตุลาคม พ.ศ. 2556 – 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559 [11] (วาระที่ 2)
2 มีนาคม พ.ศ. 2560 – 1 มีนาคม พ.ศ. 2563 [12] (วาระที่ 3)

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นคำนำหน้านามในขณะนั้น

ทำเนียบอธิการบดี[แก้]

ทำเนียบอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา
ลำดับ รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 - 19 กันยายน พ.ศ. 2553 (รักษาการตาม พรบ.มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553 มาตรา 70)[3]
2
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) เภสัชกร ดร. มณฑล สงวนเสริมศรี 20 กันยายน พ.ศ. 2553 – 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 [13]
11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 – 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 [14]
3
รองศาสตราจารย์ ดร. สุภกร พงศบางโพธิ์ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 - 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561 (รักษาการแทน)[15]
25 ธันวาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน[16]

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี เป็นคำนำหน้านามในขณะนั้น

การจัดการศึกษา[แก้]

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยพะเยา ประกอบไปด้วยหน่วยงานวิชาการที่ดำเนินการจัดการศึกษาในระดับประกาศนียบัตร ระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 16 คณะ 2 วิทยาลัย 1 โรงเรียน และ 1 วิทยาเขต ดังต่อไปนี้

คณะกลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์[แก้]

คณะกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี[แก้]

คณะกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ[แก้]

ระดับบัณฑิตศึกษา[แก้]

วิทยาเขต[แก้]

  • มหาวิทยาลัยพะเยา วิทยาเขตเชียงราย

โรงเรียนสาธิต[แก้]

หลักสูตร[แก้]

หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

สำนักงานอธิการบดี[แก้]

  • กองกลาง
  • กองกิจการนิสิต
  • กองบริการการศึกษา
  • กองแผนงาน
  • กองการเจ้าหน้าที่
  • กองคลัง
  • กองบริหารงานวิจัย
  • กองอาคารสถานที่

ศูนย์/โครงการ/หน่วยงานอื่น ๆ[แก้]

  • สำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยา
  • ศูนย์บรรณสารและการเรียนรู้
  • ศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • ศูนย์บริการและสนับสนุนนิสิตพิการ
  • หน่วยตรวจสอบภายใน
  • โครงการจัดตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา (ไต)
  • โครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์
  • สภาพนักงาน มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์
  • ศูนย์วิจัยสัตว์ทดลอง
  • อุทยานวิทยาศาสตร์
  • หน่วยบริหารความเสี่ยง
  • ศูนย์เครื่องมือกลาง มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • หน่วยปฏิบัติการวิชาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยว
  • หอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยพะเยา
  • ศูนย์วิจัยพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อม
  • ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการวิศวกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ศูนย์พัฒนานวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อชุมชน
  • สถาบันนวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยี

โรงพยาบาล/คลินิก[แก้]

อันดับและมาตรฐานของมหาวิทยาลัย[แก้]

การประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัย[แก้]

ในปี พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยใน "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย"[17]โดยในภาพรวมผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยกลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัยและกลุ่มดัชนีชี้วัดตามด้านการเรียนการสอน ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 12 ในด้านการเรียนการสอนของประเทศไทยได้คะแนน 43.07% จากคะแนนเต็ม 80% และในด้านการวิจัยของประเทศไทยได้คะแนน 56.06% จากคะแนนเต็ม 100%[18]

อันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

นอกจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยหน่วยงานในประเทศไทยแล้ว ยังมีหน่วยงานจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีเกณฑ์การจัดอันดับและการให้คะแนนที่แตกต่างกัน ได้แก่

ดูเพิ่มเติมที่: อันดับมหาวิทยาลัยไทย
อันดับมหาวิทยาลัย
อันดับในประเทศ(อันดับนานาชาติ)
สถาบันที่จัด อันดับ
UI Green (City Center) (2019) 24(408)
Webometrics (2020) 16(1972)
uniRank (2019) 21(1,908)
Impact Rankings (2020) 11(401-600)
Scimago Institutions Rankings (2020) 14(777)

การจัดอันดับโดย UI Green Metric World University Ranking[แก้]

เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวที่จัดโดยมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ในรอบ พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยพะเยาได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับ 15 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 284 ของโลก[19] อันดับที่ ... ของโลกในการจัดอันดับประเภทมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเขตชนบท

การจัดอันดับโดย Webometrics[แก้]

  • การจัดอันดับ “Webometrics Ranking of World Universities” หรือ "Ranking Web of World Universities" จัดทำโดย Cybermetrics Lab หรือ Internet Lab ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยของสภาวิจัยแห่งชาติ ประเทศสเปน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2004 จะมีการประกาศผลการจัดอันดับเว็บไซต์ 2 ครั้งต่อปี คือช่วงเดือนมกราคมและช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.webometrics.info ทั้งนี้ การจัดอันดับเว็บไซต์นั้นเพื่อวัดผลงานทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตนอกเหนือจากผลงานที่มีการตีพิมพ์ลงในวารสาร หรือ อื่นๆ วัดความสามารถในการเป็น “มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (E-university)”
  • การจัดลำดับโดย Webometrics เกิดจากความเชื่อที่ว่า Web จะเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และในที่สุด Open Access Initiatives ซึ่งเป็น web publications หรือ electronic publications จะมีผลกระทบและมีการเข้าถึงได้มากกว่าสิ่งตีพิมพ์ (Publications) ชนิดใดๆ ดังนั้น Webometrics จึงเป็นการวัดปริมาณเนื้อหาที่สร้างขึ้น เน้นการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผ่านทางเว็บไซต์ การปรากฏตัวบนอินเทอร์เน็ต และดูจำนวน Link จากเว็บไซต์ภายนอกทั่วโลกที่ทำ Link มายังเว็บเพจ หรือวัดผลกระทบการอ้างอิง ตามจำนวนของ link ที่ได้รับจากภายนอก (external inlinks / sitations หรือ site citations) ซึ่งจะแสดงถึง visibility และ impact ของ web publications นั้นๆ จากกนั้นทำการจัดลำดับ โดยใช้ดัชนี Web Impact Factor (WIF) ซึ่งใช้หลักการที่ดัดแปลงและประยุกต์มาจาก Journal Impact Factor (JIF) ของฐานข้อมูล Thomson's ISI Journal Citation Reports (JCR)
  • ผลการจัดอันดับ รอบที่ 2 ปี 2020 รอบเดือน กรกฎาคม 2563 มหาวิทยาลัยพะเยา อยู่ใน ลำดับที่ 16 ของประเทศ และอันดับที่ 1,972 ของโลก จากอันดับเดิมที่ 37 ของประเทศ และอันดับที่ 4,621 ของโลก ขยับขึ้นมา 21 อันดับในไทย และขึ้นมา 2,649 อันดับของโลก[20]

เกณฑ์การจัดอันดับของ Webometrics ประกอบด้วย

  1. Presence (5%) จำนวนการเผยแพร่หรือการแชร์เนื้อหาบทความที่ถูกค้นพบในผลการค้นหาของ Google search engine ทั้งหมดในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย และเว็บย่อยภายใต้โดเมน (domain name) เดียวกัน (วัดด้วย Google)
  2. Visibility (50%) จำนวนการอ้างอิงจากเว็บไซต์อื่น (backlinks) กลับมายังเว็บของมหาวิทยาลัย (วัดด้วย การคำนวณจะใช้ค่าเฉลี่ยจาก Ahrefs และ Majestic)
  3. Transparency or Openness (10%) จำนวนการถูกอ้างอิง (citation) ของผลงานวิชาการ 110 ผู้เขียนแรก ที่อยู่ในฐานข้อมูล Google Scholar (วัดด้วย Google Scholar Citation)
  4. Excellence or Scholar (35%) จำนวนบทความวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ของงานวิจัยหรือเอกสารวิชาการที่ถูกนำไปอ้างอิงมากที่สุดในแต่ละสาขาวิชา ในระยะเวลา 5 ปี (2013 – 2017) ที่มีการถูกอ้างอิงสูงสุด 10 % แรกในฐานข้อมูล Scimago

การจัดอันดับโดย uniRank[แก้]

uniRank เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยหน่วยงานไม่แสวงหากำไร IREG Observatory ที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงการศึกษาจากหลายสถาบัน และจดทะเบียนหน่วยงานอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม อันดับของ uniRank จะอาศัยการรวบรวมข้อมูลตัววัดเว็บ (web metrics) 5 ฐานข้อมูลได้แก่ 1. Moz Domain Authority 2. Alexa Global Rank 3. SimilarWeb Global Rank 4. Majestic Referring Domains 5. Majestic Trust Flow โดยการจัดอันดับประจำปี ค.ศ. 2019 มหาวิทยาลัยพะเยาอยู่ในอันดับที่ 21 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยภายในประเทศไทย และอยู่ในอันดับที่ 1,908 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก [21]

The Times Higher Education University Impact Rankings[แก้]

เป็นการจัดอันดับโลกเรื่องตารางประสิทธิภาพ ที่ประเมินมหาวิทยาลัยกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ซึ่งใช้ตัวบ่งชี้ที่อย่างละเอียดเพื่อให้การเปรียบเทียบเป็นไปอย่างครอบคลุม และมีความสมดุลในสามด้านกว้างๆ ได้แก่ งานวิจัย, การเผยแพร่ และการให้บริการ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติมีทั้งหมด 17 ด้าน แต่ในการจัดอันดับนี้จะมีเพียง 11 ด้านเท่านั้นที่ The Times Higher Education มองว่าเกี่ยวกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย และนำมาจัดอันดับ ได้แก่ ด้านที่ 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good health and well-being) ด้านที่ 4: การศึกษาที่เท่าเทียม (Quality education) ด้านที่ 5: ความเท่าเทียมทางเพศ (Gender equality) ด้านที่ 8: การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent work and economic growth) ด้านที่ 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน (Industry, innovation, and infrastructure) ด้านที่ 10: การลดความเหลื่อมล้ำ (Reduced inequalities) ด้านที่ 11: การพัฒนาเมืองและสังคมอย่างยั่งยืน (Sustainable cities and communities) ด้านที่ 12: การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible consumption and production) ด้านที่ 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate action) ด้านที่ 16: สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก (Peace, justice and strong institutions) ด้านที่ 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the goals) โดยการจัดอันดับประจำปี ค.ศ. 2020 มหาวิทยาลัยพะเยาอยู่ในอันดับที่ 11 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยภายในประเทศไทย และอยู่ในอันดับที่ 401-600 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก[22]

Scimago Institutions Rankings[แก้]

ผลการจัดอันดับสถาบันการศึกษา Scimago Institutions Rankings 2020 ได้รับการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ [23] ซึ่งผลการจัดอันดับประเภทภาพรวม (Overall Rank) ปรากฏว่ามีมหาวิทยาลัยในไทยติดอันดับจำนวน 26 แห่ง โดยผลการจัดอันดับ มหาวิทยาลัยพะเยา ติดอันดับที่ 20 ของไทย อันดับที่ 777 ของโลก

  • 1. ด้านการวิจัย ติดอันดับที่ 9 ของไทย อันดับที่ 430 ของโลก
  • 2. ด้านนวัตกรรม ติดอันดับที่ 18 ของไทย อันดับที่ 520 ของโลก
  • 3. ด้านสังคม ติดอันดับที่ 13 ของไทย อันดับที่ 234 ของโลก

Scimago Institutions Rankings เป็นการจัดอันดับจากองค์การในประเทศสเปน ทำการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาจากผลงาน 3 ด้าน ได้แก่

  • 1. ด้านการวิจัย อ้างอิงผลข้อมูลจาก Scopus
  • 2. ด้านนวัตกรรม พิจารณาข้อมูลมาจาก PATSTAT
  • 3. ด้านสังคม ข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ

อ้างอิงจากเว็บไซต์ :[24]

พื้นที่มหาวิทยาลัย[แก้]

ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยพะเยา
หอประชุมพญางำเมือง
อาคารสำนักงานอธิการบดี
อาคารศูนย์บรรสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา
กลุ่มอาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อาคารเรียนรวมหลังเก่าและกลุ่มอาคารศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์
ไฟล์:ทางเข้ามหาวิทยาลัยพะเยา.jpg
ทางเข้าด้านหน้ามหาวิทยาลัยพะเยา

พื้นที่การศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยพะเยา มีพื้นที่การศึกษา 3 แห่งดังนี้

  1. มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่หลักในการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย บนเนื้อที่ประมาณ 5,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองพะเยาไปทางทิศใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 19 หมู่ที่ 2 ถนนพหลโยธิน ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยก่อนหน้านี้ได้ใช้อาคารของโรงเรียนพะเยาพิทยาคมเป็นการชั่วคราว เมื่อการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ได้แล้วเสร็จ จึงได้ย้ายมาสถานที่ตั้งถาวรและเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา
  2. มหาวิทยาลัยพะเยา วิทยาเขตเชียงราย เป็นพื้นที่จัดการศึกษาในจังหวัดเชียงราย บริเวณริมแม่น้ำกก บนเนื้อที่ 25 ไร่ ตั้งอยู่ ณ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย บ้านฝั่งหมิ่น เลขที่ 333 หมู่ 4 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
  3. วิทยาลัยการจัดการ กรุงเทพมหานคร วิทยาลัยการจัดการ กรุงเทพมหานคร มีสถานะเป็นหน่วยงานวิชาการระดับคณะ ในสังกัดสำนักอธิการบดี โดยมีที่ตั้ง ณ เลขที่ 55 ชั้น 8 อาคารเวฟเพลส (อาคารเชื่อม BTS สถานีเพลินจิต) กรุงเทพมหานคร

สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

  • หอประชุมพญางำเมือง ได้รับการออกแบบโดยจุลทัศน์ กิติบุตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย รูปทรงของอาคารเป็นแนวศิลปะล้านนาร่วมสมัย แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ห้องประชุมขนาด 2,800 ที่นั่ง ลานอเนกประสงค์ และห้องสำนักงาน ปัจจุบันใช้สำหรับพระราชทานปริญญาบัตร ให้กับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย และจัดกิจกรรมที่สำคัญของมหาวิทยาลัย
  • อาคารสำนักงานอธิการบดี สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ลักษณะอาคารแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น มียอดแหลม พื้นที่ใช้สอยประมาณ 8,600 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยห้องทำงานผู้บริหาร ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ ห้องประชุมและห้องสมุด เมื่อเริ่มเปิดใช้อาคาร มหาวิทยาลัยยังไม่มีหอพักนิสิตจึงแบ่งพื้นที่บางส่วนบริเวณชั้น 2 ทำเป็นหอพักนิสิต ต่อมาได้ทำการตัดยอดแหลมออกเนื่องจากถูกไฟไหม้ในปี พ.ศ. 2552 และเพื่อให้เข้ากับลักษณะของหอประชุมพญางำเมืองซึ่งเป็นอาคารที่อยู่บริเวณเดียวกัน ปัจจุบันเป็นห้องทำงานของผู้บริหาร ห้องประชุมบวรรัตนประสิทธิ์ ห้องประชุมชูชาติ กีฬาแปง ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ ประกอบไปด้วย กองกลาง กองบริการการศึกษา กองแผนงาน กองการเจ้าหน้าที่ กองคลัง กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา กองอาคารสถานที่ สำนักงานสภามหาวิทยาลัย และเคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์มหาวิทยาลัยพะเยา
  • อาคารเรียนรวมหลังเก่า (ภูกามยาว; PKY) สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2540 ลักษณะอาคารแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 18,400 ตารางเมตร เมื่อย้ายการเรียนการสอนจากโรงเรียนพะเยาพิทยาคมมาอยู่ที่อาคารเรียนรวมยังไม่มีหอพักนิสิต มหาวิทยาลัยจึงแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งทำการเรียนการสอน หอพักนิสิต โรงอาหาร ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ ห้องทำงานของอาจารย์ ห้องสมุด หลังจากที่ปรับปรุงอาคารสำนักงานอธิการบดีแล้วเสร็จ จึงย้ายห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ ห้องสมุด ไปอยู่ ณ สำนักงานอธิการบดี ปัจจุบันอาคารเรียนรวมได้ปรับปรุงใหม่ให้เป็นห้องเรียนและสำนักงานของ 3 คณะและ 1 วิทยาลัย ได้แก่ 1. คณะนิติศาสตร์ 2. คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3. คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ 4. วิทยาลัยการศึกษา
  • อาคารเรียนรวมหลังใหม่ (CE) และศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา เป็นอาคาร 3 ชั้น มีพื้นที่ทั้งหมด 11,213 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มีที่นั่งอ่านทั้งหมด 600 ที่นั่ง ห้องเรียน ห้องประชุม โรงอาหารและเป็นที่ตั้งของธนาคารกรุงไทย สาขามหาวิทยาลัยพะเยา
  • กลุ่มอาคารหอพักนิสิต เนื่องจากมหาวิทยาลัยพะเยามีนโยบายรับนิสิตพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในเขตพื้นที่ให้บริการและนอกพื้นที่ให้บริการ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยควรมีพอพักให้นิสิตที่ไม่สะดวกในเรื่องการเดินทางมาศึกษาโดยมหาวิทยาลัยมีหอพักไว้ให้บริการนิสิตภายในมหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วย หอพักของมหาวิทยาลัยเอง (หอพัก มพ.) และหอพักในกำกับมหาวิทยาลัย (หอพัก UP DORM) รองรับนิสิตได้มากกว่า 5,000 คน ได้แก่
    • หอพักนิสิต UP DORM (University of Phayao Dormitory; UP DORM) จำนวน 32 หลัง
    • หอพักนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา (หอ มพ. หรือ หอเขียว) จำนวน 18 หลัง
  • ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งจำลองรูปแบบจาก พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับความอนุเคราะห์จากกรมศิลปากรส่งเจ้าหน้าทีเป็นที่ปรึกษาในการสร้างพระบรมรูป เป็นรูปแบบในท่าประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคาร หลั่งทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ มีขนาดขนาด 2.5 เท่าของพระองค์จริง ความสูงของพระบรมรูป จากพื้นแท่นประดิษฐานถึงยอดพระเศียร 4.40 เมตร น้ำหนักประมาณ 4,000 กิโลกรัม ทำด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ซึ่งได้มีพิธีเททองหล่อองค์พระบรมรูปเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 และได้นำขึ้นประดิษฐานเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
  • ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยมีลักษณะเป็นซุ้มประตูสีขาวขนาดใหญ่ซุ้มประตูด้านซ้ายมีคำว่า UNIVERSITY OF PHAYAO และ Wisdom for Community Empowerment ประดับอยู่ ด้านขวามีคำว่า มหาวิทยาลัยพะเยา และ ปญฺญาเสฏฺฐชีวี นาม ดำรงชีวิตด้วยปัญญาประเสริฐที่สุด ประดับอยู่ ตรงกลางระหว่างซุ้มประตูมีตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยทำด้วยปูนปั้น
  • ลานพระพุทธภุชคารักษ์ เป็นสถานที่ประดิษฐาน พระพุทธภุชคารักษ์ พระพุทธรูประจำมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านหลังอาคารหอประชุมพญางำเมืองถัดจากอ่างหลวง
  • อาคารเวียงพะเยา
  • ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา
  • อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • กลุ่มอาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • กลุ่มอาคารวิทยาศาสตร์สุขภาพ
  • อาคารสงวนเสริมศรี
  • อาคาร 99 ปี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธัมมปัญโญ)
  • ประตูศรีโคมคำ
  • สวนรักและสวนแฟนฉัน
  • อ่างหลวง

ชีวิตในมหาวิทยาลัย[แก้]

ไฟล์:รถเมล์ม่วง.jpg
รถสวัสดิการ (รถเมล์ม่วง) มหาวิทยาลัยพะเยา

มหาวิทยาลัยพะเยา มีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อบริการนิสิตภายในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ดังนี้

การเดินทางภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยจัดรถบัสโดยสารพลังงาน NGV ฟรี เดินทางโดยรอบมหาวิทยาลัย รถออกระยะห่างประมาณ 5 นาทีต่อเที่ยว บริการตั้งแต่เวลา 06.30 น. - 22.00 น. ไม่มีวันหยุด โดยมีจุดรับส่งเส้นทางตั้งแต่ หน้ามหาวิทยาลัยถึงจุดเปลี่ยนรถ (บริเวณอาคารเรียนรวมหลังเก่าหรือตึกภูกามยาว PKY) และจากจุดเปลี่ยนรถจนถึงหอพักนิสิตในกำกับมหาวิทยาลัย (UP DORM)

สิ่งอำนวยความสะดวก[แก้]

  • ร้านมินิมาร์ท โรงอาหาร พื้นที่สันทนาการและการพักผ่อน พื้นที่ให้บริการ WIFI ครอบคลุมทั้งมหาวิทยาลัย
  • 7-Eleven (เซเว่น อีเลฟเว่น) สาขามหาวิทยาลัยพะเยา
  • ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขามหาวิทยาลัยพะเยา
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขามหาวิทยาลัยพะเยา (อาคารเรียนรวมหลังเก่าหรือตึกภูกามยาว PKY)
  • ธนาคารกรุงไทย สาขามหาวิทยาลัยพะเยา (อาคารเรียนรวมหลังใหม่หรือตึก CE)
  • ไปรษณีย์ไทย สาขามหาวิทยาลัยพะเยา (อาคารสำนักงานอธิการบดี)
  • ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยพะเยา (อาคารเรียนรวมหลังใหม่หรือตึก CE)
  • ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา
  • โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์
  • ห้องบริการคอมพิวเตอร์ (อาคารเรียนรวมหลังเก่าหรือตึกภูกามยาว PKY)
  • อาคารสงวนเสริมศรี (อาคารกิจกรรมฟ้ามุ่ย/อาคารกีฬาในร่ม)
  • สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยพะเยา
  • สระว่ายน้ำมหาวิทยาลัยพะเยา
  • สนามวอลเลย์บอล
  • สนามวอลเลย์บอลชายหาด
  • สนามเทนนิส
  • สนามแบตมินตัน
  • สนามฟุตซอล
  • สนามแบตมินตัน
  • สนามฟุตบอล
  • สนามบาสเกตบอล
  • สนามเปตอง

กิจกรรมนิสิต[แก้]

มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้นิสิตได้ร่วมระหว่างศึกษาเพื่อเสริมทักษะการอยู่ร่วมในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ชมรม ชุมนุม กิจกรรมสาขา งานกีฬาต่าง ๆ วงดนตรีลูกทุ่งมหาวิทยาลัยพะเยา โดยแบ่งออกเป็น กิจกรรมส่วนกลางโดย องค์การนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา (อ.มพ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ กิจกรรมส่วนของคณะโดย สโมสรนิสิตแต่ละคณะทั้งหมด 15 คณะ 2 วิทยาลัย กิจกรรมเลือกเสรี คือชมรมต่าง ๆ และมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียว ที่มีการจัดกิจกรรมอีกรูปแบบหนึ่ง เรียกว่า กิจกรรมเวียง ซึ่งมีบางอย่างคล้ายกับรูปแบบในระบบคอลเลจของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยทั้งนี้กิจกรรมเวียงแบ่งออกเป็น 6 เวียง คือ

  • เวียงกาหลวง
  • เวียงจอมทอง
  • เวียงบัว
  • เวียงเชียงแรง
  • เวียงน้ำเต้า
  • เวียงลอ

ทั้งนี้เวียงคือระบบการปกครองหนึ่งซึ่งครั้งอดีต อาณาจักรภูกามยาว (พะเยา) ได้ปกคตรองในระบอบนี้ และทั้งนี้ยังมี สภานิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา (ส.มพ.) เป็นผู้ดูแล รักษาสิทธิ พิทักษ์ผลประโยชน์ และชีวิตความเป็นอยู่ของนิสิตภายในมหาวิทยาลัยอีกทางหนึ่งด้วย

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการประกอบพิธีต่างๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัยพะเยา และพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นประจำทุกปีนับแต่แรกเริ่มก่อตั้งจวบจนกาลปัจจุบัน โดยพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ณ หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา

ครุยวิทยฐานะและครุยประจำตำแหน่ง[แก้]

แถบผ้าทอลายต่ำก้าวประดับชุดครุยมหาวิทยาลัยพะเยา

ครุย มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นชุดพิธีการสำหรับสำหรับใช้ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แบ่งเป็นสองประเทภคือ ครุยวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง[25] ดังนี้

  • ครุยดุษฎีบัณฑิต
    • เสื้อครุย ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้า ประมาณ 15 เซนติเมตร หลังและไหล่จีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอดความยาว มีแถบผ้าทอลายไทลื้อประดับบนชุดครุย เรียกว่า "ผ้าทอลายต่ำก้าว" ทำด้วยผ้าฝ้ายสีม่วงสอดดิ้นสีทอง กว้าง 10 เซนติเมตร เย็บติดยาวตลอดสาบหน้าทั้งสองข้าง ขลิบที่ขอบตลอดความยาวของสาบทั้งสองด้านด้วยเส้นไหมสีทอง มีดิ้นถักสีประจำคณะหรือวิทยาลัยขนาด 3 มิลลิเมตร ติดที่รอบคอ ปล่อยปลายห้อยยาว 14 เซนติเมตรโดยมีพู่ที่ปลาย แขนเสื้อเป็นแขนพวงยาวระดับข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีม่วง กว้าง 5 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร พับปลายแถบเป็นมุมแหลมขลิบรอบแถบด้วยไหมเกลียวสีทอง จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่าง 5 เซนติเมตร ติดเข็มวิทยฐานะตรงกลางสาบหน้าระดับอกทั้งสองด้าน
    • เข็มวิทยฐานะ ของมหาวิทยาลัยพะเยาสำหรับผู้ได้ปริญญามีลักษณะเป็นรูปวงรีทำด้วยโลหะ สีทอง ความยาว 5 เซนติเมตร มีตรามหาวิทยาลัยดุนนูนสีทองลงยาสีม่วง สูง 3 เซนติเมตร อยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีชื่อย่อปริญญา
    • ผ้าคล้องคอ เป็นผ้าคล้องคอแบบใบโพธิ์ ยาว 120 เซนติเมตร ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ มีแถบกำมะหยี่สีม่วง กว้าง 8 เซนติเมตร ทาบรอบคอ ด้านในทำด้วยกำมะหยี่สีม่วงและให้แลบออกมาด้านนอก ขอบนอกของผ้าคล้องคอด้านนอกขลิบด้วยแถบทำด้วยดิ้นทอง กว้าง 1 เซนติเมตร
    • หมวก เป็นหมวกอ่อนแปดเหลี่ยมทรงฝาชี ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำเส้นผ่าศูนย์กลางเมื่อพับแบน 25 เซนติเมตร มีปีกโดยรอบกว้างพอสมควร มีพู่ทำด้วยดิ้นสีทองยาว 22 เซนติเมตร ติดด้วยกระดุมดิ้นทองหนึ่งเม็ดตรงกลางหมวกให้ปลายพู่ห้อยพ้นปีกหมวก
  • ครุยมหาบัณฑิต มีลักษณะเช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิตแต่แขนเสื้อกว้าง ตอนกลางแขนทั้งสองข้างไม่มีแถบกำมะหยี่ ปลายแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีม่วงกว้าง 5 เซนติเมตร ขลิบด้วยไหมสีทองโดยรอบ ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 25 เซนติเมตร ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำ มีพู่ทำด้วยดิ้น สีดำ ยาว 22 เซนติเมตร ติดด้วยกระดุมห่อผ้าสีดำหนึ่งเม็ดตรงกลางหมวกให้ปลายพู่ห้อยพ้นปีกหมวก
  • ครุยบัณฑิต มีลักษณะเช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต ไม่มีเส้นไหมสีทองที่ขอบสาบด้านหน้าทั้งสองด้าน
  • ครุยประจำตำแหน่ง
    • นายกสภามหาวิทยาลัย
      • เสื้อคลุม ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าประมาณ 15 เซนติเมตร หลังและไหล่จีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีแถบผ้าทอลายไทลื้อประดับบนชุดครุย เรียกว่า "ผ้าทอลายต่ำก้าว" ทำด้วยผ้าฝ้ายสีม่วงสอดดิ้นสีทอง กว้าง 10 เซนติเมตร เย็บติดยาวตลอดสาบหน้าทั้งสองข้าง มีเส้นไหมสีทองขลิบที่ขอบตลอดความยาวของสาบทั้งสองด้าน มีไหมถักสีทองขนาด 3 มิลลิเมตร ติดที่รอบคอ ปล่อยปลายห้อยยาว 14 เซนติเมตร โดยมีพู่ที่ปลาย แขนเสื้อเป็นแขนพวงยาวระดับข้อมือ
      • ผ้าคล้องคอ เป็นผ้าคล้องคอแบบใบโพธิ์ ยาว 120 เซนติเมตร ด้านนอกทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ มีแถบกำมะหยี่สีม่วงกว้าง 10 เซนติเมตร ทาบรอบคอ ด้านในทำด้วยกำมะหยี่สีม่วงและให้แลบออกมาด้านนอก ขอบนอกของผ้าคล้องคอด้านนอกขลิบด้วยแถบทำด้วยดิ้นทอง กว้าง 1.5 เซนติเมตร
      • สังวาล ทำด้วยโลหะสีทองรูปตรามหาวิทยาลัยขนาดเล็กร้อยด้วยสร้อยสีทอง จำนวน 2 เส้น คล้องทางด้านหน้าระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
      • เข็มตรามหาวิทยาลัย ลักษณะเช่นเดียวกับเข็มวิทยฐานะ แต่ไม่มีอักษรย่อปริญญาที่ด้านหลัง ใช้ติดบนสาบหน้าระดับอกทั้งสองด้าน ใต้ระนาบของสังวาล
      • หมวก เป็นหมวกอ่อนแปดเหลี่ยมทรงฝาชี ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำเส้นผ่าศูนย์กลางเมื่อพับแบน 25 เซนติเมตร มีปีกกว้างพอสมควรโดยรอบ มีพู่ทำด้วยดิ้นสีทองยาว 22 เซนติเมตร ติดด้วยกระดุมดิ้นทองหนึ่งเม็ดตรงกลางหมวกให้ปลายพู่ห้อยพ้นปีกหมวก
    • กรรมการสภามหาวิทยาลัย มีลักษณะเช่นเดียวกับครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ไม่มีสังวาล
    • อธิการบดี มีลักษณะเช่นเดียวกับครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย มีสังวาล จำนวน 1 เส้น
    • คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย มีลักษณะเช่นเดียวกับครุยประจำตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย

ปริญญากิตติมศักดิ์[แก้]

พระบรมวงศานุวงศ์ที่มหาวิทยาลัยทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ปริญญากิตติมศักดิ์

พระบรมวงศานุวงศ์ที่มหาวิทยาลัยทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญากิตติมศักดิ์
ปีการศึกษา สาขาวิชา รายพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ที่มหาวิทยาลัยทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
2554
1. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
2.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
2556
1. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บุคคลที่มหาวิทยาลัยถวาย/อนุมัติ ปริญญากิตติมศักดิ์

บุคคลที่มหาวิทยาลัยถวาย/อนุมัติ ปริญญากิตติมศักดิ์
ปีการศึกษา สาขาวิชา รายพระนามและรายนามบุคคลที่มหาวิทยาลัยถวาย/อนุมัติ ปริญญากิตติมศักดิ์
2554
1. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพัฒนาสังคม พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ)
2.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม)
2556
1. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร
2.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา นายสมประสงค์ มั่งอะนะ
2557
1. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี
2.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ นายวีระยุทธ ปั้นน่วม
3.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาแพทย์แผนจีน ศาสตราจารย์หวาง เซิ่ง เหลียง
2558
1. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
2.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาพัฒนาสังคม ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ
3.ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์สากล รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข
2559
1. ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร)
2560
ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา พระธรรมมงคลญาณ (วิริยังค์ สิรินฺธโร)
2. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาชีววิทยา ดร.วีระชัย ณ นคร
3. ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชารัฐศาสตร์ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร
2561
1. ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ พระเมธีวชิโรดม (วุฒิชัย วชิรเมธี)

การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อ[แก้]

ระดับปริญญาตรี[แก้]

การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นไปตามระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบคัดเลือกรวม (Thai university Central Admission System: TCAS) โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป โดยแบ่งเป็น 4 รอบดังนี้

  1. รอบที่ 1 การรับด้วย Portfolio
    1. รอบที่ 1/1 มีโครงการที่เปิดรับสมัครดังนี้
      1. โครงการบ่มเพาะและพัฒนาอาชีพด้าน ICT (รับเฉพาะโรงเรียนที่ทำความร่วมมือ กับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
      2. โครงการทายาทธุรกิจอาหารและสินค้าเกษตร
      3. โครงการผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ด้านศิลปกรรมศาสตร์
      4. โครงการส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์การกีฬารุ่นใหม
      5. โครงการผลิตบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (รับเฉพาะนักเรียนในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)
    2. รอบที่ 1/2 มีโครงการที่เปิดรับสมัครดังนี้
      1. โครงการรับตรง 10 % ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 รับเฉพาะพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยออกแนะแนวสัญจรหรือทำความร่วมมือ (MOU)
  2. รอบที่ 2 การรับแบบโควตา ที่มีการจัดสอบข้อเขียน มีโครงการที่เปิดรับสมัครดังนี้
    1. ระบบรับตรง 17 จังหวัดภาคเหนือ (รับเฉพาะนักเรียนที่กำลังศึกษาในเขต 17 จังหวัดภาคเหนือ)
    2. โครงการรับนิสิตหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (รับเฉพาะนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)
    3. หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต โควตาแหล่งฝึก (รับเฉพาะนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดเชียงราย)
  3. รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน
  4. รอบที่ 4 การรับแบบ Admissions
  5. รอบที่ 5 การรับตรงอิสระ (มหาวิทยาลัยพะเยาไม่มีการเปิดรับสมัครในรอบนี้)

บัณฑิตศึกษา[แก้]

ประเพณีที่และกิจกรรมที่สำคัญภายในรั้วมหาวิทยาลัย[แก้]

First Step Camp
ประเพณีเดินเข้ามอ
  • Open UP

เป็นกิจกรรมแรกของการเข้าสู่มหาวิทยาลัยของนิสิตชั้นปีที่หนึ่ง โดยจะมีการกล่าวต้อนรับของผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ กิจกรรมการต้อนรับและแสดงของนิสิตรุ่นพี่ โดยมีองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา(อ.มพ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ และนิสิตรุ่นพี่จากทั้งหมด 16 คณะ 1 วิทยาลัย โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน (เดิมชื่อกิจกรรม First Step Camp)

  • กราบคุรุปู่จา ครูบาอาจารย์เจ้า

พิธีไหว้ครูของมหาวิทยาลัย จัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน ของทุกปี เพื่อให้นิสิตได้ระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ นอกจากนี่ยังมีกิจกกรรมการมอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิต และมอบรางวัลนิสิตยอดเยี่ยมและดีเด่นในสาขาต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจในการศึกษาอีกด้วย

  • วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยพะเยา

วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ถือเป็นวันมหามงคล เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถานปนามหาวิทยาลัยพะเยา โดยยกฐานะขึ้นจากมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยาในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 และให้มีผลในวันถัดไป ดังนี้จึงถือว่า วันที่ 17 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยพะเยา โดยมีกิจกรรมและการแสดงหลากหลายที่ยิ่งใหญ่ในวันดังกล่าวทุกปี

  • พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและประเพณีเดินเข้ามอ

พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช "ศักดิ์ศรี ศักดิ์สิทธิ์ สัมฤทธิ์พระนาม" เป็นกิจกรรมที่นับว่าเป็นกิจกรรมที่นิสิตใหม่ทุกคน ต้องได้เข้าร่วมและต่างภาคภูมิใจ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงคุณูปการต่อแผ่นดินไทย และระลึกถึงมหาวิทยาลัยนเรศวรที่เป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้ง ก่อนจะเป็นมหาวิทยาลัยพะเยาในปัจจุบัน และกิจกรรมเดินเข้ามหาวิทยาลัยนี้เป็นกิจกรรมที่สานต่อประเพณีอันดีงาม โดยการนำชื่อของเวียงแต่โบราณของจังหวัดพะเยามาใช้เป็นชื่อของกลุ่มนิสิตที่ดำเนินกิจกรรม เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับชุมชนในท้องถิ่นจังหวัดพะเยา นำเอาอัตลักษณ์มาประยุกต์เป็นแนวคิดสร้างสรรค์ก่อเกิดประโยชน์ต่อไป ซึ่งแต่ละเวียงก็จะมีรูปแบบการจัดขบวนที่แตกต่างกันตามปรัชญาของเวียง โดยเน้นศิลปวัฒนธรรมทางล้านนา โดยมีงาน แสง สี เสียง สุดอลังการ

  • Fresher Day & Fresher Night Party

กิจกรรมของน้องใหม่ ที่จัดโดยองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา (อ.มพ.) โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงกลางวัน จะเป็นการแข่งขันกีฬาภายในโดยจัดแข่งขัน ผู้นำเชียร์ สแตนด์เชียร์ กีฬาชนิดต่างๆ จากทั้ง 15 คณะและ 2 วิทยาลัย และในช่วงกลางคืน จะเป็นกิจกรรมประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย โดยภายในมีกิจกรรมการแสดงของผู้เข้าประกวดดาวเดือนจากทุกคณะทุกวิทยาลัย และมีการแสดงของศิลปิน ดารา โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานบริษัทเอกชนภายนอก

การเดินทาง[แก้]

การเดินทางสู่มหาวิทยาลัย[แก้]

การเกิดทางโดยรถยนต์

  1. เส้นทางกรุงเทพมหานคร - พะเยา (กรุงเทพฯ - นครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - ลำปาง - พะเยา) ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ผ่านจังหวดพระนครศรีอยุทธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ที่นครสวรรค์ ผ่านอำเภอคลองคลุง จังหวัดกำแพงเพชร ตาก ผ่านอำเภอเถิน อำเภอสบปราบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง เข้าสู่จังหวัดพะเยา ระยะทางประมาณ 730 กิโลเมตร
  2. เส้นทางกรุงเทพมหานคร - พะเยา (กรุงเทพฯ - นครสวรรค์ - พิษณุโลก - อุตรดิตถ์ - แพร่ - พะเยา) ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ผ่านจังหวดพระนครศรีอยุทธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 117 จนถึงพิษรุโลก แยกซ้ายเข้าสู่งทางหลวงหมายเลข 12 ไปจนถึงสุโขทัย เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 103 ผ่านอำเภอร้องกวาง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภองาว เข้าสู่จังหวัดพะเยา ระยะทางประมาณ 690 กิโลเมตร

การเดินทางภายในมหาวิทยาลัย[แก้]

การเดินทางภายในมหาวิทยาลัยพะเยา เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้นำรถจักรยานยนต์เข้าไปภายในมหาวิทยาลัยได้ จึงสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลหรือเดินทางด้วยรถโดยสารที่มหาวิทยาจัดไว้ให้ ซึ่งมี 2 สายการเดินรถได้แก่

  1. สายที่ 1 สายหน้ามอ เป็นสายการเดินรถจากหน้ามหาวิทยาลัยไปยังอาคารเรียนรวมหลังเก่า แบ่งออกเป็น 2 สายย่อย
    1. สายย่อยที่ 1 (UP เลขคี่)
      • ขาเข้า จากหน้ามหาวิทยาลัย - โรงพยาบาลทันตกรรม - ลานเรือนเอื่องคำ - คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร - หอประชุมพญางำเมือง - อาคารสำนักงานอธิการบดี - อาคารเรียนรวม (PKY)
      • ขาออก จากอาคารเรียนรวม (PKY) - อาคารเรียนรวม CE - คณะวิทยาศาสตร์ - คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร - ลานเรือนเอื่องคำ - โรงพยาบาลทันตกรรม - หน้ามหาวิทยาลัย
    2. สายย่อยที่ 2 (UP เลขคู่)
      • ขาเข้า จากหน้ามหาวิทยาลัย - โรงพยาบาลทันตกรรม - ลานเรือนเอื่องคำ - คณะวิศวกรรมศาสตร์ - หอประชุมพญางำเมือง - อาคารสำนักงานอธิการบดี - อาคารเรียนรวม (PKY)
      • ขาออก จากอาคารเรียนรวม (PKY) - อาคารเรียนรวม CE - คณะวิทยาศาสตร์ - คณะวิศวกรรมศาสตร์ - ลานเรือนเอื่องคำ - โรงพยาบาลทันตกรรม - หน้ามหาวิทยาลัย
  2. สายที่ 2 สายหอพัก/โรงเรียนสาธิต มพ. จากอาคารเรียนรวม (PKY) - ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา - UP DORM - สนามกีฬา/โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยพะเยา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. มหาวิทยาลัยพะเยา, ระบบบริการการศึกษา, ข้อมูลจำนวนนิสิตปัจจุบัน, 29 มิถุนายน 2561
  2. ประวัติมหาวิทยาลัยพะเยา
  3. 3.0 3.1 ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2553, เล่ม 127, ตอนที่ 44 ก, หน้า 4, วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
  4. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, มติคณะรัฐมนตรี เรื่อง ขออนุมัติขยายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยไปในส่วนภูมิภาค, 20 มิถุนายน พ.ศ. 2538, สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
  5. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, เรื่อง ขออนุมัติการขยายโอกาสอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคอย่างมีคุณภาพ, 8 ตุลาคม พ.ศ. 2539, สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
  6. หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยพะเยา, ประวัติมหาวิทยาลัย, สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
  7. มติชนออนไลน์, ส.ส.พท.ดี๊ด๊าครม.ไฟเขียวตั้งม.พะเยาเตรียมฉลองใหญ่ ยกความดี"ลดาวัลลิ์"ผู้ผลักดัน
  8. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ...., 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552, สืบค้นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๓, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๔๔ ก, หน้า ๔, ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยพะเยา, เล่ม 127, ตอนพิเศษ 138 ง, หน้า 31, วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
  11. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู่ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยพะเยา, เล่ม 130, ตอนพิเศษ 141 ง, หน้า 9, วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556
  12. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู่ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยพะเยา, เล่ม 134, ตอนพิเศษ 72 ง, หน้า 3, วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
  13. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา , เล่ม 127, ตอนพิเศษ 122 ง, หน้า 22, วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553.
  14. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา, เล่ม 131, ตอนพิเศษ 231 ง, หน้า 4, วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 .
  15. สำนักงานสภามหาวิทยาลัยพะเยา, คำสั่งมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ 3179/2561 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา, 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา, เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๑ ง. หน้า ๓, ๒ มกราคม ๒๕๖๒
  17. สถาบันจัดอันดับแห่งประเทศไทย ฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย เรียกดูวันที่ 2013-02-21
  18. เปิด 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทย
  19. http://greenmetric.ui.ac.id/overall-ranking-2018/ Retrieved December 24, 2018
  20. http://www.webometrics.info/en/detalles/up.ac.th , Retrieved Jan 1, 2019
  21. https://www.4icu.org/reviews/15098.htm
  22. https://www.admissionpremium.com
  23. https://www.scimagoir.com
  24. https://www.scimagoir.com/rankings.php?country=THA&sector=Higher%20educ
  25. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศมหาวิทยาลัยพะเยา เรื่อง ปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะและครุยประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า 68 เล่ม 128 ตอนพิเศษ 61 ง, 1 มิถุนายน 2554

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]