คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะพลศึกษา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
PESWUlogo.gif
ชื่ออังกฤษ Faculty of Physical Education
Srinakharinwirot university
ที่อยู่ 63 หมู่ 7 ถ.รังสิต-นครนายก ต.องครักษ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120 และ เลขที่ 114 สุขุมวิทซอย 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10110
วันก่อตั้ง 1 เมษายน พ.ศ. 2513
(วันก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาพลศึกษา)
17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532
(วันก่อตั้งคณะพลศึกษา)
คณบดี ผศ.ดร.สนธยา สีละมาด
สีประจำคณะ สีเขียว สีขาว สีเหลือง
สัญลักษณ์ พระพลบดี
สถานปฏิบัติการ โรงฝึกพลศึกษา (ประสานมิตร) ศูนย์กีฬาสิรินธร (องครักษ์)
เว็บไซต์ pe.swu.ac.th
    

คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นส่วนงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แรกเริ่มจัดตั้งเป็น โรงเรียนพลศึกษากลาง สังกัดกระทรวงธรรมการ ในปี พ.ศ. 2462 ซึ่งคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนั้น มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานกว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในอดีตมีที่ทำการอยู่ที่ กรีฑาสถานแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย) และเคยมีฐานะเป็น วิทยาเขต หนึ่งของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

สัญลักษณ์ประจำคณะ "องค์พระพลบดี"

ประวัติ[แก้]

จุดเริ่มต้นของการพลศึกษาในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 กระทรวงธรรมการ ได้จัดตั้งสถานฝึกหัดครูพลศึกษาขึ้นที่ โรงเรียนมัธยมวัดราชบูรณะ (โรงเรียนวัดราชบูรณะในปัจจุบัน) ใช้ชื่อว่า ห้องพลศึกษากลาง สังกัด กรมศึกษาธิการ และในปี พ.ศ. 2462 ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรและเปลี่ยนชื่อจาก ห้องพลศึกษากลาง เป็น โรงเรียนพลศึกษากลาง

ในปี พ.ศ. 2476 กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งกรมพลศึกษาขึ้น และในปีพ.ศ. 2479 จึงโอนโรงเรียนพลศึกษากลางเข้ามาสังกัดกรมพลศึกษา และย้ายที่ทำการมาอยู่ที่อาคารใหม่บริเวณกรีฑาสถานแห่งชาติ(สนามศุภชลาศัย) และได้ปรับปรุงหลักสูตรเรื่อยมาจนปี พ.ศ. 2493 กรมพลศึกษา ได้ปรับปรุงหลักสูตรผลิตครูพลศึกษาให้สอดคล้องกับการผลิตครูสายอื่นๆ มีหลักสูตรการเรียน 5 ปี พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น โรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา ต่อมาปี พ.ศ. 2496 กรมพลศึกษาได้ยกระดับโรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษาเป็น วิทยาลัยพลศึกษา เพื่อดำเนินการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และตั้ง โรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย ขึ้นในปี พ.ศ. 2501 เพื่อดำเนินการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.)

ในปี พ.ศ. 2512 ได้ยุบโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย และได้ขยายหลักสูตรของวิทยาลัยพลศึกษาเป็นระดับปริญญาตรี โดยเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา แต่ยังคงดำเนินการโดยกรมพลศึกษา และใช้ชื่อว่า วิทยาลัยวิชาการศึกษาพลศึกษา ซึ่งจัดตั้งในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2513 โดยในปี พ.ศ. 2514 ได้ยุติการดำเนินการวิทยาลัยพลศึกษาในส่วนกลางและโอนวิทยาลัยวิชาการศึกษาพลศึกษา ไปให้วิทยาลัยวิชาการศึกษาดำเนินการต่อไป (โดยภายหลังกรมพลศึกษา ได้จัดตั้งวิทยาลัยพลศึกษาในส่วนภูมิภาค โดยดำเนินการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาต่อไป โดยให้การผลิตครูพลศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นของวิทยาลัยวิชาการศึกษา โดยวิทยาลัยพลศึกษาในส่วนภูมิภาคจัดตั้งทั้งสิ้น 17 แห่ง ซึ่งในกาลต่อมาคือ สถาบันการพลศึกษา นับได้ว่าทั้งคณะพลศึกษา และ สถาบันการพลศึกษา มีจุดเริ่มต้นที่จุดเดียวกัน และยังคงมีความร่วมมือกันมาโดยตลอด)

กาลต่อมา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาพลศึกษา ได้รับการยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา โดยมีการดำเนินงานและใช้หลักสูตรร่วมกันกับวิทยาเขตกลางทั้งหมด โดยมีหน้าที่ผลิตครูระดับปริญญาตรีในหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต ซึ่งประกอบด้วย 5 คณะวิชา คือ คณะพลศึกษา , คณะศึกษาศาสตร์ , คณะสังคมศาสตร์ , คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะมนุษยศาสตร์

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2522 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีนโยบายรวมวิทยาเขตในกรุงเทพมหานครซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 4 แห่งให้เป็นวิทยาเขตเดียวกัน (ประสานมิตร , บางเขน , ปทุมวัน , พลศึกษา) ทั้งนี้เพื่อขจัดความซ้ำซ้อนในการเปิดคณะวิชาต่างๆ เพื่อลดงบประมาณรายจ่ายและเพื่อผนึกกำลังทางวิชาการให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดย ศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ ศศิธร อธิการบดีในขณะนั้น ได้นำเรียนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการรวมวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2523 ให้รวมวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในกรุงเทพมหานคร โดยมีจุดศูนย์กลางที่วิทยาเขตประสานมิตร ดังนั้นในปี พ.ศ. 2532 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา ได้ยุบรวมกับวิทยาเขตกลาง และจัดตั้งเป็นคณะพลศึกษา ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 จึงให้ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันก่อตั้งคณะพลศึกษา โดยจัดการเรียนการสอนสาขาพลศึกษา , สุขศึกษา และ นันทนาการ และในปี พ.ศ. 2540 ได้รับโครงการจัดตั้งภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นส่วนหนึ่งของคณะพลศึกษา และปรับเปลี่ยนเป็นภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะพลศึกษา

ในระยะแรกที่จัดตั้งคณะพลศึกษา ได้อาศัยที่ทำการเดิมที่กรีฑาสถานแห่งชาติ และที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2540 คณะพลศึกษาได้หมดสัญญาเช่าที่ดินในกรีฑาสถานแห่งชาติ จึงทำการย้ายสถานที่ทำการ มาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เพียงแห่งเดียว

ในปัจจุบัน คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีภาควิชาที่สังกัดอยู่ทั้งหมด 5 ภาควิชา ได้แก่ ภาควิชาพลศึกษา , ภาควิชาสุขศึกษา , ภาควิชาสันทนาการ และภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา ภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีที่ทำการอยู่ 2 แห่ง คือ อาคาร 1 โรงยินคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และ ศูนย์กีฬาสิรินธร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ [1] โดยคณะพลศึกษา ได้จัดการเรียนการสอนให้นิสิตระดับปริญญาตรี ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ และจัดการเรียนการสอนให้นิสิตระดับมหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต รวมถึงเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับนิสิตสาขาพลศึกษาและสุขศึกษา 5 ปีที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพในโรงเรียน ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

ปรัชญาและปณิธานคณะ[แก้]

ปรัชญา

สร้างคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ

ปณิธาน

คณะพลศึกษามีความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิต ที่มีวุฒิภาวะทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ซาบซึ้งคุณธรรม และเป็นผู้นำสังคมทางวิชาชีพ

ส่วนราชการในคณะพลศึกษา[แก้]

ส่วนราชการ ปรัชญา สีประจำหน่วยงาน หัวหน้าหน่วยงาน/ภาควิชา
สำนักงานคณบดีคณะพลศึกษา มุ่งมั่นความเป็นเลิศด้านบริการ และ สนับสนุนงานวิชาการให้บรรลุเป้าหมาย
สีชมพู
(ขึ้นตรงกับคณบดี)
ภาควิชาพลศึกษา สร้างเสริมกีฬา พัฒนาความรู้ เชิดชูคุณธรรม เป็นผู้นำสังคม
สีเขียว
อาจารย์ ดร.สาธิน ประจันบาน
ภาควิชาสุขศึกษา สุขศึกษานำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต
สีขาว
อาจารย์ ดร.อนันต์ มาลารัตน์
ภาควิชาสันทนาการ นันทนาการ สร้างคุณค่า พัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม
เหลือง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กนกวดี พึ่งโพธ์ทอง
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา กีฬาพัฒนามนุษย์
สีส้ม
อาจารย์ ดร.วัชรี ฤทธิวัชร์

หลักสูตร[แก้]

ปัจจุบัน หลักสูตรที่ทำการเรียนการสอนในคณะพลศึกษา ทั้งหมดมีดังนี้

ปริญญาตรี (บัณฑิต)
ภาควิชาพลศึกษา ภาควิชาสุขศึกษา ภาควิชาสันทนาการ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา (หลักสูตร 5 ปี) หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ (หลักสูตร 4 ปี) หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำนันทนาการ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา วิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา
หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (สาขาวิชาพลศึกษา-สุขศึกษา) (หลักสูตร 5 ปี ระบบเอกคู่) หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษา (หลักสูตร 5 ปี)

หมายเหตุ : หลักสูตรที่เป็นตัวอักษรสีเทาหมายความว่า ยังเปิดสอนอยู่ในคณะ แต่ไม่เปิดรับนิสิตเพิ่มในหลักสูตร

ปริญญาโท (มหาบัณฑิต)
ภาควิชาพลศึกษา ภาควิชาสุขศึกษา ภาควิชาสันทนาการ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเอกพลศึกษา หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการนันทนาการ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการกีฬา นันทนาการ และการท่องเที่ยว หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การ กีฬาและสุขภาพ
ปริญญาเอก (ดุษฎีบัณฑิต)
ภาควิชาพลศึกษา ภาควิชาสุขศึกษา ภาควิชาสันทนาการ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา
หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเอกพลศึกษา หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการกีฬา นันทนาการและการท่องเที่ยว หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ


สถานที่ตั้ง[แก้]

ป้ายคณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์

คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีที่ทำการอยู่ สองแห่งคือ

  • คณะพลศึกษา องครักษ์ จังหวัดนครนายก มีอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการ ณ ศูนย์กีฬาสิรินธร ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การกีฬา อาคารกีฬา 1 อาคารกีฬา 2 อาคารกีฬา 3 สนามกรีฑา สนามซอฟท์บอล สนามฟุตบอล สนามรักบี้ สนามเทนนิส สนามเปตอง สนามยิงธนู สนามวอลเลย์บอลชายหาด สนามฮอกกี้ อาคารฝึกปฏิบัติการทางน้ำ ห้องบัณฑิตศึกษา และห้องประชุม
  • คณะพลศึกษา ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร ได้แก่ อาคาร 1 (โรงฝึกพลศึกษา) ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา ห้องปฏิบัติการปฐมพยาบาล และ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องออกกำลังกาย และห้องจ่ายอุปกรณ์การเรียนการสอน อาคาร 14 (อาคารเอนกประสงค์) และใช้สนามของมหาวิทยาลัยคือ สนามเทนนิส สนามฟุตบอล และสนามบาสเกตบอล

อ้างอิง[แก้]

  1. คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คู่มือการศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2552. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พฤษภาคม 2552

ดูเพิ่ม[แก้]

เว็บไซต์คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ภาษาไทย)