ข้ามไปเนื้อหา

จังหวัดชลบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดชลบุรี
การถอดเสียงอักษรโรมัน
  อักษรโรมันChangwat Chon Buri
จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง : ปราสาทสัจธรรม, พระจุฑาธุชราชฐาน, ทิวทัศน์เกาะสีชัง, สวนนงนุช, พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์, หาดจอมเทียน
คำขวัญ: 
ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย
อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย
แผนที่ประเทศไทย จังหวัดชลบุรีเน้นสีแดง
แผนที่ประเทศไทย จังหวัดชลบุรีเน้นสีแดง
แผนที่ประเทศไทย จังหวัดชลบุรีเน้นสีแดง
ประเทศ ไทย
การปกครอง
  ผู้ว่าราชการ นริศ นิรามัยวงศ์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2568)
  นายก อบจ. วิทยา คุณปลื้ม
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2551)
พื้นที่
  ทั้งหมด
4,363 ตร.กม. (1,685 ตร.ไมล์)
  อันดับอันดับที่ 50
ประชากร
 (พ.ศ. 2567)[1]
  ทั้งหมด
1,642,016 คน
  อันดับอันดับที่ 5
  ความหนาแน่น376.35 คน/ตร.กม. (974.7 คน/ตร.ไมล์)
   อันดับความหนาแน่นอันดับที่ 10
รหัส ISO 3166TH-20
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
  ต้นไม้ประดู่ (ประดู่ป่า)
  ดอกไม้ประดู่ (ประดู่ป่า)
  สัตว์น้ำปลาฉลามกบ
ศาลากลางจังหวัด
  ที่ตั้งถนนมนตเสวี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20000
  โทรศัพท์0 3827 5034, 0 3827 9434
เว็บไซต์http://www.chonburi.go.th
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ชลบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศไทย[2] ชุมชนเมืองศูนย์กลางของจังหวัด คือ เทศบาลเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งตั้งอยู่ โดยมีเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ คือ เมืองพัทยา นอกจากด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วยังเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกอย่างมาก ทั้งในด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมต่างๆ

ในอดีตจังหวัดชลบุรีนั้นเคยเป็นแหล่งที่ตั้งของเมืองท่าที่มีความสำคัญมาก แม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่มีความสำคัญของประเทศรองจากท่าเรือกรุงเทพ นั่นก็คือท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเหมาะสม จังหวัดชลบุรีนั้นมีอาณาเขตติดต่อ (ตามเข็มนาฬิกาเริ่มจากทิศเหนือ) ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และติดต่อกับอ่าวไทยทางทิศตะวันตก ประชากรของจังหวัดมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยประชากรในปี พ.ศ. 2566 มีจำนวนประมาณ 1.6 ล้านคน[1]

ประวัติศาสตร์

[แก้]

สมัยก่อนประวัติศาสตร์

[แก้]
พระธาตุเมืองพระรถ ตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม

จังหวัดชลบุรีเคยเป็นชุมชนโบราณที่เคยมีมนุษย์ยุคหินใหม่อาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เพราะว่าเคยมีการขุดค้นด้านโบราณคดีแล้วพบร่องรอยของชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำพานทองซึ่งอยู่ในบริเวณวัดโคกพนมดี ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม พบร่องรอยของชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์โคกพนมดี ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในอดีตพื้นที่บริเวณจังหวัดชลบุรีเคยเป็นที่ตั้งเมืองโบราณที่มีความรุ่งเรืองถึง 3 เมือง ได้แก่ เมืองพระรถ เมืองศรีพโล และเมืองพญาแร่ โดยอาณาเขตของ 3 เมืองนี้รวมกันเป็นจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน

ซึ่งแหล่งโบราณคดีที่ค้นพบในครั้งนั้นได้พบสิ่งมีคุณค่าทางโบราณคดีหลายอย่าง เช่น ขวานหินขัด เครื่องประดับจำพวกกำไล ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผาแบบใช้เชือกทาบ และได้พบซากของอาหารทะเลอีกด้วย จึงทำให้ทราบว่าบริเวณนี้อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากกว่าปัจจุบันนี้มาก แหล่งโบราณคดีที่กล่าวอ้างทั้งหมดข้างต้นนั้นจึงเป็นหลักฐานยืนยันส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาอันยาวนานของจังหวัดชลบุรี

สมัยประวัติศาสตร์

[แก้]

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมืองชลบุรีปรากฏเป็นหลักฐานในทำเนียบศักดินาหัวเมือง ตราเมื่อ พ.ศ. 1919 มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้รักษาเมืองคือ “ออกเมืองชลบุรีศรีมหาสมุทร” ศักดินา 2,400 ไร่ ส่งส่วยไม้แดง จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เสด็จยกทัพผ่านมาทางบริเวณจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้าตีเมืองจันทบุรี และยกทัพกลับไปกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ

ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ยังไม่มีการจัดตั้งจังหวัดชลบุรีขึ้นเป็นทางการ บริเวณจังหวัดชลบุรีประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ 3 เมือง คือ เมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิรูประบบการปกครองราชอาณาจักร โดยการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทยหน่วยงานเดียว จึงรวมเมืองพนัสนิคมและเมืองบางละมุงขึ้นต่อเมืองชลบุรี อยู่ในสังกัดมณฑลปราจีน ดังมีบันทึกว่า

"รวมหัวเมืองทางลำน้ำบางปะกง คือ เมืองปราจีนบุรี 1, เมืองนครนายก 1, เมืองพนมสารคาม 1 และเมืองฉะเชิงเทรา 1 รวม 4 หัวเมือง เป็นเมืองมณฑล 1 เรียกว่า มณฑลปราจีน ตั้งที่ว่าการมณฑล ณ เมืองปราจีน ต่อเมื่อโอนหัวเมืองในกรมท่ามาขึ้นกระทรวงมหาดไทย จึงย้ายที่ทำการมณฑลลงมาตั้งที่เมืองฉะเชิงเทรา เพราะขยายอาณาเขตมณฑลต่อลงไปทางชายทะเล รวมเมืองพนัสนิคม, เมืองชลบุรี และเมืองบางละมุง เพิ่มให้อีก 3 รวมเป็น 7 เมืองด้วยกัน แต่คงเรียกชื่อว่ามณฑลปราจีนอยู่ตามเดิม"

ต่อมาในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงรูปการปกครองประเทศครั้งใหญ่โดยพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ระบบมณฑลเทศาภิบาลถูกยกเลิก ทำให้จังหวัดกลายเป็นหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคระดับสูงสุด

อนึ่งเมืองพนัสนิคมยุบเป็นอำเภอพนัสนิคมก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอพานทอง อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ อำเภอเกาะจันทร์และบางตำบลของอำเภอบ้านบึง เมืองบางละมุงยุบเป็นอำเภอบางละมุง ก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอศรีราชา, อำเภอสัตหีบ และเมืองชลบุรีเป็นเมืองศูนย์กลางจังหวัดและได้แยกออกเป็นอำเภอบ้านบึง

ภูมิศาสตร์

[แก้]

ที่ตั้งและอาณาเขต

[แก้]

จังหวัดชลบุรีตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย หรือชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทย อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 12 องศา 30 ลิปดา ถึง 13 องศา 43 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 องศา 45 ลิปดา ถึง 101 องศา 45 ลิปดาตะวันออก และมีอาณาเขตจรดจังหวัดข้างเคียงเรียงตามเข็มนาฬิกา ดังนี้

ภูมิประเทศ

[แก้]
หาดบางแสน

จังหวัดชลบุรีมีภูเขาทอดอยู่เกือบกลางของจังหวัดเป็นแนวยาวจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสลับเนินเขาและที่ราบชายฝั่งทะเล ตอนเหนือเป็นที่ราบเหมาะแก่การกสิกรรม ทิศตะวันออกและทิศใต้เดิมเป็นป่าเขาพื้นที่ลุ่มดอน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนสภาพจากป่าไม้เป็นที่โล่งเตียนใช้เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าว สับปะรด ยางพารา และมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งจะพบแหล่งเพาะปลูกเกือบทุกอำเภอ มีชายฝั่งทะเลและหาดสวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจหลายแห่ง เช่น ชายหาดบางแสน พัทยา เป็นต้น ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินปนทราย ยกเว้นบางส่วนของอำเภอพนัสนิคม และส่วนใหญ่ของอำเภอพานทองจะเป็นดินเหนียว และดินตะกอน แหล่งน้ำธรรมชาติมีน้อยจึงมีปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำประกอบกับมีการบุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้พื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรมจากการทำไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย

ภูมิอากาศ

[แก้]

สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปจังหวัดชลบุรีตั้งอยู่ในเขตมรสุมเขตร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากทั้งลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม และได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ส่งผลให้จังหวัดชลบุรีมีฤดูกาลแตกต่างกันอย่างชัดเจน 3 ฤดู ได้แก่[3]

  • ฤดูร้อน เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่ไม่ถึงกับร้อนจัด
  • ฤดูฝน เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม มีฝนตกกระจายทั่วไป โดยมักตกหนักในเขตป่าและภูเขา
  • ฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศไม่หนาวจัด ทว่าเย็นสบาย ท้องฟ้าสดใส ปลอดโปร่ง และมีแดดตลอดวัน นับเป็นช่วงเวลาซึ่งชายหาดจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว ส่วนภาคเกษตร ในฤดูนี้เป็นเวลาที่ค่อนข้างแล้ง เพราะฝนทิ้งช่วงหลายเดือน

หน่วยการปกครอง

[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค

[แก้]

จังหวัดชลบุรีแบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 11 อำเภอ 92 ตำบล 687 หมู่บ้าน โดยอำเภอทั้ง 11 อำเภอมีดังนี้

ข้อมูลอำเภอในจังหวัดชลบุรี (31 ธันวาคม พ.ศ. 2566)
ลำดับ
[# 1]
ชื่ออำเภอ อักษรโรมันชั้น
[4]
พื้นที่
(ตร.กม.)
ห่างจากศาลากลาง
(กม.)[5]
ตั้งเมื่อ
(พ.ศ.)
ตำบล
[# 2][6]
หมู่บ้าน
[# 3][6]
ประชากร
(คน)
แผนที่
1 Mueang Chon Buriพิเศษ
228.8
248118107
 347,728 
แผนที่
2 Ban Bueng
646.3
172481852
 111,423 
3 Nong Yai
397.5
532524524
 23,936 
4 Bang Lamung
727
482444872
 339,754 
5 Phan Thong
173
2424811176
 80,613 
6 Phanat Nikhom
450.9
26249520185
 125,851 
7 Si Racha
643.558
242437[# 4]873
 329,770 
8 Ko Sichang
17.3
37243717
 4,555 
9 Sattahip
348.122
862496540
 165,003 
10 Bo Thong
781.6
592528647
 49,835 
11 Ko Chan
248.8
542550227
 39,598 
  1. เรียงตามรหัสเขตการปกครองของกรมการปกครอง
  2. รวมตำบลในเขตเทศบาลเมืองและเทศบาลนครด้วย
  3. รวมหมู่บ้านในเขตเทศบาลเมืองและเทศบาลนครด้วย
  4. ในนาม "อำเภอบางพระ"

การปกครองส่วนท้องถิ่น

[แก้]

จังหวัดชลบุรีมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด 99 แห่ง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี มีเทศบาล 47 แห่ง เป็นเทศบาลนคร 3 แห่ง เทศบาลเมือง 11 แห่ง และเทศบาลตำบล 37 แห่ง ที่เหลือเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน 49 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีเขตการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ 1 แห่ง คือ เมืองพัทยา[7] โดยเทศบาลทั้งหมดแบ่งตามอำเภอในจังหวัดชลบุรี (รวมเมืองพัทยา) มีดังนี้

แผนที่เทศบาลในจังหวัดชลบุรี
ข้อมูลเทศบาลในจังหวัดชลบุรี
ลำดับชื่อเทศบาลอำเภอครอบคลุมตำบลประชากร (คน)
(ณ สิ้นปี 2567) [8]
ทั้งตำบลบางส่วนรวม
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
1บางละมุง134
116,504
เทศบาลนคร
1ศรีราชา บางละมุง145
93,666
2ศรีราชา55
160,582
3เมืองชลบุรี123
69,157
เทศบาลเมือง
1เมืองชลบุรี33
22,563
2เมืองชลบุรี123
46,392
3เมืองชลบุรี224
37,594
4บ้านบึง11
19,341
5บางละมุง11
94,125
6พนัสนิคม11
9,724
7ศรีราชา11
24,641
8สัตหีบ22
21,056
9เกาะจันทร์11
14,476
10เมืองชลบุรี11
14,417
11สัตหีบ11
35,918
เทศบาลตำบล
1เมืองชลบุรี11
4,680
2เมืองชลบุรี11
10,936
3เมืองชลบุรี11
23,232
4เมืองชลบุรี11
13,524
5เมืองชลบุรี11
43,684
6เมืองชลบุรี11
17,886
7เมืองชลบุรี11
12,295
8บ้านบึง11
2,257
9บ้านบึง11
3,432
10บ้านบึง11
11,602
11บ้านบึง11
6,609
12บ้านบึง11
15,555
13หนองใหญ่11
8,671
14บางละมุง11
12,293
15บางละมุง11
28,148
16บางละมุง33
13,568
17บางละมุง11
32,282
18บางละมุง11
23,934
19พานทอง11
6,557
20พานทอง123
23,740
21พนัสนิคม11
13,490
22พนัสนิคม11
6,320
23พนัสนิคม11
5,236
24ศรีราชา11
17,954
25เกาะสีชัง11
4,678
26สัตหีบ11
7,847
27สัตหีบ11
11,798
28สัตหีบ11
13,059
29สัตหีบ11
56,137
30สัตหีบ11
9,257
31บ่อทอง22
4,002
32บ่อทอง11
7,819
33บ่อทอง11
6,922
34เกาะจันทร์11
6,141
36เกาะจันทร์11
6,620
37สัตหีบ1-1
5,289

เศรษฐกิจ

[แก้]

จังหวัดชลบุรีมีผลิตภัณฑ์จังหวัด ณ ราคาตลาดปัจจุบัน (GPP; Gross Provincial Product at Current Market Prices) 1,173,449 ล้านบาท ใน พ.ศ. 2565 เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร[9] โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรี ขึ้นอยู่กับภาคนอกเกษตรเป็นหลัก คิดเป็นร้อยละ 98 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด หรือประมาณ 1,151,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

ภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 จังหวัดชลบุรีมีโรงงานอุตสาหกรรม 3,676 แห่ง[10] แบ่งตามประเภทได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต อาหาร รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ พลาสติก เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็กและโลหะ อุตสาหกรรมเคมีและเคมีภัณฑ์ โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตการเกษตร และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เช่น นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอุตสาหกรรมเอเชียคลีน

ภาคบริการ ได้แก่ การก่อสร้าง การเงินและธุรกิจประกัน การศึกษา การแพทย์ การขายส่งและการขายปลีกฯ การไฟฟ้า แก๊ส การขนส่ง ที่พักแรม และบริการด้านอาหาร การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า จังหวัดชลบุรีมีท่าเรือพาณิชย์ที่สำคัญ ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือสัตหีบ[11] ท่าเรือศรีราชาฮาร์เบอร์[12] ท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียลซีพอร์ต ท่าเรือเคอรี่สยามซีพอร์ต

ส่วนภาคเกษตรมีมูลค่าคิดเป็นร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด มูลค่าประมาณ 22,000 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์การเกษตรได้แก่ มันสำปะหลัง สับปะรด ยางพารา สาขาประมงพาณิชย์ สาขาป่าไม้ สาขาปศุสัตว์ ได้แก่ ไก่เนื้อ และสุกร

ประชากร

[แก้]
สถิติประชากร
ตามทะเบียนราษฎร
จังหวัดชลบุรี
ปีประชากร±%
2549 1,205,574    
2550 1,233,446+2.3%
2551 1,264,687+2.5%
2552 1,289,590+2.0%
2553 1,316,293+2.1%
2554 1,338,656+1.7%
2555 1,364,002+1.9%
2556 1,390,354+1.9%
2557 1,421,425+2.2%
2558 1,455,039+2.4%
2559 1,483,049+1.9%
2560 1,509,125+1.8%
2561 1,535,445+1.7%
2562 1,558,301+1.5%
2563 1,566,885+0.6%
2564 1,583,672+1.1%
2565 1,594,758+0.7%
2566 1,618,066+1.5%
อ้างอิง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[13]

ตามข้อมูลจำนวนประชากรของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 จังหวัดชลบุรีมีประชากร 1,618,066 คน[1] คิดเป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ โดยแบ่งเป็นประชากรเพศชาย 787,986 คน และประชากรเพศหญิง 830,080 คน[1] มีความหนาแน่นประชากรโดยเฉลี่ย 370.86 คนต่อตารางกิโลเมตร ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 10 ของประเทศ อำเภอที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดและมีความหนาแน่นมากที่สุด คือ อำเภอเมืองชลบุรี มีประชากรอาศัยอยู่ 347,728 คน มีความหนาแน่น 1,519.79 คนต่อตารางกิโลเมตร ในขณะที่อำเภอที่มีประชากรน้อยที่สุด คือ อำเภอเกาะสีชัง มีประชากรอาศัยอยู่ 4,555 คน ส่วนอำเภอที่ประชากรเบาบางที่สุด คือ อำเภอหนองใหญ่ ซึ่งมีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 60.22 คนต่อตารางกิโลเมตร

จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2558[14] ประชากรจังหวัดชลบุรีประมาณร้อยละ 97.87 นับถือศาสนาพุทธ รองลงมาเป็นศาสนาอิสลามร้อยละ 1.56 และศาสนาคริสต์ร้อยละ 0.60

สถิติประชากรทางทะเบียนราษฎร ปี 2566 จังหวัดชลบุรีมีจำนวนประชากรเกิดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย จำนวน 22,254 คน รองจากกรุงเทพมหานคร[15]

ศาสนา จำนวน (คน)[14] ร้อยละ
พุทธ1,256,08197.87
อิสลาม20,0001.56
คริสต์7,7070.60
อื่น ๆ8000.06%
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง[16]
เขาชีจรรย์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ
วัดธรรมนิมิตต์ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี

การขนส่ง

[แก้]

จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีเส้นทางคมนาคมที่ดีจังหวัดหนึ่งของประเทศ โดยมีระบบการขนส่งทั่วถึงและสะดวกทั้งการขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ รวมทั้งมีการขนส่งทางท่อสำหรับสินค้าเหลว ได้แก่ น้ำมันและสารเคมี การขนส่งของจังหวัดชลบุรีในปัจจุบันอาศัยทางบกเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีการขนส่งทางเรือและทางอากาศ ซึ่งสามารถพัฒนาศักยภาพให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

จังหวัดชลบุรีมีท่าอากาศยานขนาดเล็ก 1 แห่งคือ สนามบินบางพระ ตั้งอยู่ในอำเภอศรีราชา เป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับเครื่องบินลำเล็ก จึงไม่ได้เปิดให้บริการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป

ป้ายท่าเรือแหลมฉบัง

เนื่องจากจังหวัดชลบุรีมีสภาพภูมิศาสตร์เอื้ออำนวยต่อการขนส่งทางทะเล กล่าวคือด้านตะวันตกของจังหวัดเป็นชายฝั่งที่มีแนวยาวระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร โดยหลายแห่งเป็นชายหาดที่งดงาม และบางแห่งเหมาะจะเป็นท่าจอดเรือ ส่งผลให้ชายฝั่งทะเลของจังหวัดมีท่าเทียบเรือประมงและท่าเทียบเรือสินค้า ทั้งที่เป็นท่าเทียบเรือของเอกชนและท่าเทียบเรือพาณิชย์สำหรับขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ รวมถึงการขนส่งสินค้าเลียบตามชายฝั่งทะเลตะวันออกเข้าสู่ท่าเรือกรุงเทพฯ

การขนส่งทางรถไฟของจังหวัดชลบุรีอาศัยเส้นทางรถไฟสายตะวันออก โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร–ฉะเชิงเทรา–ศรีราชา เมื่อรัฐบาลมีโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ขึ้น เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ ท่าเรือน้ำลึกนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง และท่าเรือน้ำลึกนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7

การขนส่งทางรถยนต์เป็นระบบการคมนาคมสำคัญที่สุดของจังหวัดชลบุรี และมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน โครงข่ายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง โดยจังหวัดชลบุรีมีถนนที่สร้างเสร็จแล้วเป็นระยะทาง 745.497 กิโลเมตร เป็นทางหลวงแผ่นดินรวมระยะทาง 745.497 กิโลเมตร และระยะทางต่อ 2 ช่องจราจรคิดเป็นระยะทาง 1,191.408 กิโลเมตร ทางหลวงสายหลักของจังหวัดชลบุรี เช่น ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7, ถนนสุขุมวิท (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3) เป็นต้น

การศึกษา

[แก้]
มหาวิทยาลัยบูรพา

จังหวัดชลบุรีมีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้แก่

นอกจากนี้ ยังมีสถาบันและวิทยาลัยอื่น ๆ ได้แก่

โรงเรียน

วัฒนธรรม

[แก้]

กีฬา

[แก้]

จังหวัดชลบุรี ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในระดับชาติ คือ กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ในปี พ.ศ. 2568 ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และจังหวัดสงขลา

ฟุตบอล

[แก้]
ชลบุรี ไดกิ้น สเตเดียม สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลชลบุรี

สโมสรฟุตบอลชลบุรี เป็นทีมในอำเภอเมืองชลบุรี มีผลงานได้เป็นแชมป์ไทยลีกหนึ่งสมัยใน พ.ศ. 2550 และเคยเป็นตัวแทนได้ไปแข่งขันในเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ปัจจุบันลงแข่งขันในไทยลีก

ส่วนสโมสรฟุตบอลอาชีพอื่น ๆ ในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ พัทยา ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในไทยลีก 2 ส่วน ราชนาวี, นาวิกโยธิน, กองเรือรบ, สอ.รฝ. เอฟซี และ บีเอฟบี พัทยา ลงแข่งขันในไทยลีก 3

ฟุตซอล

[แก้]

จังหวัดชลบุรีมีทีมฟุตซอลที่สร้างชื่อเสียง คือ ทีมชลบุรี บลูเวฟ[17] ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลไทยลีก 11 สมัย

วอลเลย์บอล

[แก้]

สโมสรวอลเลย์บอลชลบุรี เป็นสโมสรวอลเลย์บอลชายได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันวอลเลย์บอลชายไทยแลนด์ลีก 2 สมัย ส่วนสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ชลบุรี เป็นสโมสรวอลเลย์บอลหญิงได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยแลนด์ลีก 3 สมัย

บาสเก็ตบอล

[แก้]

ชลบุรียังมีทีมบาสเก็ตบอลในเมืองพัทยา ถึงจะยังไม่ได้ดังเถียบเท่ากีฬา ฟุตบอลแต่ก็เป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ ในลีกของ TEBA league ซึ่งมาไม่นาน ซึ่งทีมบาสเก็ตบอลของเมืองพัทยามีนามว่า Pattaya Red Dragon

สถานที่สำคัญ

[แก้]

บุคคลที่มีชื่อเสียง

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็น กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_66.pdf 2566. สืบค้น 9 เมษายน 2567.
  2. "ชลบุรี". การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2563. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  3. "ภูมิอากาศจังหวัดชลบุรี" (PDF). สำนักภูมิสารสนเทศอุตุนิยมวิทยา. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-03-27. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2020.
  4. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครองจังหวัดนนทบุรี." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/nonthaburi.htm เก็บถาวร 2013-02-25 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน [ม.ป.ป.]. สืบค้น 19 กุมภาพันธ์ 2552.
  5. กรมทางหลวง. "สอบถามระยะทางระหว่างจังหวัดหรืออำเภอ. เก็บถาวร 2014-05-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน"
  6. 1 2 ฐานข้อมูลสารสนเทศ ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดนนทบุรี. "รายชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ/กิ่งอำเภอ เทศบาล อบต. และขนาดพื้นที่อำเภอ เทศบาล อบต. ในแต่ละอำเภอ." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://203.151.46.31/Chocolate/Program45/A090101.php?id_topic=A0901 เก็บถาวร 2008-09-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน 2551. สืบค้น 13 มกราคม 2552.
  7. ข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแยกรายจังหวัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
  8. สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "โครงสร้างข้อมูลสถิติจำนวนประชากร พ.ศ. 2567." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: 2568. สืบค้น 23 มกราคม 2568.
  9. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. สำนักนายกรัฐมนตรี. "ตารางผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด แบบปริมาณลูกโซ่ อนุกรมเวลา 2538-2563 GPP CVMs Time Series Data 1995-2020 (Excel File)." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nesdc.go.th/main.php?filename=gross_regional 2565. สืบค้น 7 มิถุนายน 2565.
  10. รายงานการลงทุนอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี
  11. "ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ - กองทัพเรือ". www.sattahipcommercialports.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-05-28. สืบค้นเมื่อ 2022-08-13.
  12. "SRIRACHA HARBOUR › 25 ปี แห่งประสบการณ์". www.srirachaport.com (ภาษาอังกฤษ).
  13. สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "จำนวนประชากรและบ้าน." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statTDD/เก็บถาวร+2019-06-14+ที่+เวย์แบ็กแมชชีน 2555. สืบค้น 8 มิถุนายน 2561.
  14. 1 2 ข้อมูลผู้นับถือศาสนาพุทธ ในจังหวัดชลบุรี เก็บถาวร 2020-02-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี
  15. "สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร". stat.bora.dopa.go.th.
  16. "วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์". สืบค้นเมื่อ 2024-05-23.
  17. "ชลบุรี ธอส.อาร์แบค ตั้งเป้าเข้ารอบสุดท้ายฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย". สืบค้นเมื่อ 4 เมษายน 2562. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°24′N 101°00′E / 13.4°N 101°E / 13.4; 101