คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
MED MSU.svg
คําขวัญผู้มีปัญญา พึงเป็นอยู่เพื่อสุขภาพมหาชน[1]
ชื่ออังกฤษFaculty of Medicine, Mahasarakham University
อักษรย่อพ. / MED
สังกัดมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ที่อยู่คณะแพทยศาสตร์ เลขที่ 79/99 ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000
วันก่อตั้ง21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 (17 ปี)
คณบดีผศ.​นพ.เทพลักษณ์ ศิริธนะวุฒิชัย
วารสารวารสารมหาสารคามเวชสาร
สีประจําคณะ     สีเขียว
สัญลักษณ์พญานาคพันกันใต้ตราโรจนากร
สถานปฏิบัติโรงพยาบาลสุทธาเวช
เว็บไซต์https://med.msu.ac.th/web/

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (อังกฤษ : Faculty of Medicine, Mahasarakham University) เป็นหน่วยงานระดับคณะวิชาสังกัดมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 นับเป็นคณะลำดับที่ 15 ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเป็นคณะแพทย์แห่งที่ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สถานที่ตั้งปัจจุบันของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คือ เลขที่ 79/99 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลสุทธาเวช (โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยระดับตติยภูมิขั้นสูง Super Tertiary Care) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ประวัติ[แก้]

การก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์[แก้]

อาคารคณะแพทยศาสตร์ หลังที่ 2
โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
อาคารผลิตยา คณะแพทยศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้รับการสนับสนุนให้ก่อตั้งในสมัยของอธิการบดี ศาสตราจารย์(พิเศษ) เภสัชกร ดร.ภาวิช ทองโรจน์ โดยทาบทาม ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมพร โพธินาม เป็นประธานโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งมีแนวคิดให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นสถาบันที่เป็นเลิศทางวิชาการด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ผลิตบัณฑิตและแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและชุมชนที่มีคุณภาพ กอปรด้วยคุณธรรมและจริยธรรม สร้างงานวิจัยที่มีคุณค่า เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการของท้องถิ่น ประเทศชาติ และนานาชาติและยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์[2]

อาคารคณะแพทยศาสตร์ หลังที่ 1

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้รับการจัดตั้งเป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 10/2546 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 และสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้วางระเบียบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่าด้วยคณะแพทยศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 8/2547[3] โดยดำเนินการในรูปแบบหน่วยงานนอกระบบราชการที่เน้นความคล่องตัวมีประสิทธิภาพและพึ่งตนเองมากที่สุด ในระยะเริ่มดำเนินงานสำนักงานตั้งอยู่ ณ อาคารวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ห้อง 305 ชั้น 3 วิทยาเขตขามเรียง (ม.ใหม่) และได้รับโอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ จากคณะเภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพไว้ในคณะแพทยศาสตร์ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2547 มีนิสิต 84 คน จำนวน 2 รุ่น และหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (6 ปี) หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2549 ได้การรับรองจากแพทยสภา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2549 และได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 5 / 2549 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2548 ได้ย้ายคณะแพทยศาสตร์มาดำเนินงาน ณ ที่ตั้ง 269 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง)[4]

ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ เป็นหน่วยงานนอกระบบราชการในกำกับของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม แบ่งการบริหารงานออกเป็นสำนักงานเลขานุการคณะแพทยศาสตร์และงานบริการวิชาการคณะแพทยศาสตร์ ดำเนินการจัดการเรียนการสอน 5 หลักสูตร 7 สาขาวิชา คือ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (6 ปี) หลักสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาวิชานวัตกรรมสุขภาพเขตร้อน (นานาชาติ) และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ และสาขาวิชานวิทยาศาสตร์สุขภาพ (นานาชาติ)[5]

การก่อสร้างโรงพยาบาล[แก้]

โรงอาหารคณะแพทยศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ ด้านข้าง

โรงพยาบาลสุทธาเวช พัฒนามาจาก ศูนย์บริการทางการแพทย์ ซึ่งดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ณ อาคารประกอบการหอพัก ระหว่างหอพักเชียงยืนและหอพักชื่นชม ภายในเขตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตำบลขามเรียง ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2549 ได้เปิดศูนย์บริการทางการแพทย์แห่งที่ 2 ณ ที่ทำการคณะแพทยศาสตร์ อาคารศูนย์บริการทางการแพทย์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม และมีแผนการพัฒนาศูนย์บริการทางการแพทย์แห่งที่ 2 เป็นโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย โดยได้เริ่มก่อสร้างอาคารศูนย์บริการทางการแพทย์และศูนย์วิจัยเฉลิมพระเกีรยติขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 แล้วเสร็จวันที่ 15 มีนาคม 2556 ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินร่วมกับเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมทั้งสิ้น 279,538,600 บาท (สำหรับเครื่องมือ อุปกรณ์การแพทย์ และการปรับปรุงตกแต่งห้องพิเศษ) และได้รับความร่วมมือจากแรงศรัทธาของชาวจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียงร่วมบริจาคเพิ่มเติมจากเงินงบประมาณอาคาร โดยใช้ชื่อในขณะนั้นว่า "ศูนย์บริการทางการแพทย์และศูนย์วิจัยเฉลิมพระเกียรติ" ซึ่งเป็นชื่อในขั้นตอนของการของบประมาณและในภายหลังได้พัฒนามาเป็น"โรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม" ในเวลาต่อมา[6]

ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 โรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อโรงพยาบาลว่า“สุทธาเวช” หมายถึง โรงพยาบาลซึ่งพร้อมด้วยการแพทย์อันดีงาม และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดับที่ป้ายชื่อโรงพยาบาลด้วย[7]

การเปิดโรงพยาบาล[แก้]

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม 2559 เวลา 14.35 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากอาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไปยังโรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ “โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์” ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการผลการดำเนินงานของคณะแพทยศาสตร์ และทรงลงพระนามาภิไธยในแผ่นศิลา[8] ถือเป็นการเปิดใช้งานโรงพยาบาลสุทธาเวชอย่างเป็นทางการ

สัญลักษณ์[แก้]

  • สัญลักษณ์ประจำคณะ

สัญลักษณ์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คือ พญานาค 2 ตนลำตัวพันกัน ตรงกลางเป็นตราโรจนากร อยู่ในวงกลมสีเขียวพร้อมชื่อคณะและปีที่ก่อตั้งทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

  • สีประจำคณะ

     สีเขียว

  • ต้นไม้/ดอกไม้ประจำคณะ

ต้นพญายา คือต้นไม้ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

หน่วยงานภายในคณะ[แก้]

หน่วยวิจัย[แก้]

หน่วยวิจัยภายในคณะแพทยศาสตร์

หลักสูตรการศึกษา[แก้]

ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดทำการเรียนการสอนใน 5 หลักสูตร 7 สาขาวิชา ดังต่อไปนี้

หลักสูตรที่เปิดสอนในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม[9]
กลุ่มวิชา/ภาควิชา/สาขาวิชา ระดับปริญญาบัณฑิต ระดับปริญญามหาบัณฑิต ระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต

สาขาวิชาแพทยศาสตร์

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.)

สาขาวิชาการแพทยแผนไทยประยุกต์

หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต (พทป.บ.)

สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.)

สาขาวิชาศาสตร์ระบบสุขภาพ

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)

หมายเหตุ

  • หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต เรียน 6 ปี ไม่เกิน 12 ปีการศึกษา
  • หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (ฉุกเฉินการแพทย์) เรียน 4 ปี ไม่เกิน 8 ปีการศึกษา

สีประจำหลักสูตร[แก้]

  • หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) สีเขียว ( Permanent green middle )

     สีเขียวใบไม้

  • หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต (พทป.บ.) สีเขียวไพล ( Permanent green light )

     สีเขียวไพล

  • หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สีเขียวเข้ม ( Permanent green deep )

     สีเขียวเข้ม

การรับบุคคลเข้าศึกษา[แก้]

หลักสุตรแพทยศาสตรบัณฑิต[แก้]

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดรับนิสิตแพทย์รุ่นที่ 1 ในปีการศึกษา 2549 โดยใช้ระบบรับตรงของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ เปิดรับนิสิตในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาแพทยศาสตร์ทั้งสิ้น 1 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) คณะแพทยศาสตร์[10]

โดยคณะเปิดรับเฉพาะนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในเขตพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น คือ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มุกดาหาร นครพนม และสกลนคร

หลักสูตรอื่นๆ[แก้]

  • ระดับปริญญาตรี

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีเกณฑ์การรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต และวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาฉุกเฉินการแพทย์ ทั้งสิ้น 5 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการเด็กดีมีที่เรียน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม[11]
  2. โครงการส่งเสริมเยาวชนดีเด่นด้านกีฬา[12]
  3. โครงการโควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ[13]
  4. โครงการรับตรงร่วมกัน (แอดมิสชัน 1)[14]
  5. โครงการรับกลางร่วมกัน (แอดมิสชัน 2)[15]
  • ระดับปริญญาโท

การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ [16]

  • ผู้สมัครต้องสำเร็จปริญญาตรี หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้าย และมีคุณสมบัติขั้นต้น ดังนี้
  • ผลการศึกษาหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50, หรือ
  • มีประสบการณ์ในการทำงานอย่างน้อย 3 ปี และมีคุณสมบัติพิเศษตามที่แต่ละหลักสูตรกำหนด [17]
  • กรณีสมัครเรียนหลักสูตรแผน ก แบบ ก.1 หรือ แบบ ก.2 (ตามมาคฐานบัณฑิตศึกษาของประเทศไทย) ผู้สมัครต้องจัดเตรียมเอกสารเค้าโครงวิจัย ที่สอดคล้องกับทิศทางของสาขาวิชา และนำเสนอต่อคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์
  • มาตรฐานหนึ่งของบัณฑิตศึกษาสำหรับหลักสูตรปริญญาโท ที่กำหนดการทำวิทยานิพนธ์ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
  • แผน ก แบบ ก.1 วิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต
  • แผน ก แบบ ก.2 วิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต
  • ระดับปริญญาเอก

การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ [16]:5

  • ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้าย และมีคุณสมบัติขั้นต้น ดังนี้
  • ผลการศึกษาหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 81.25 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.25, หรือ
  • มีคุณสมบัติพิเศษตามที่แต่ละหลักสูตรกำหนด [17] โดยพิจารณาผลการสอบข้อเชียนและผลงานวิชาการอื่นประกอบ
  • กรณีสมัครเรียนหลักสูตรแผน ก แบบ ก.1 หรือ แบบ ก.2 (ตามมาคฐานบัณฑิตศึกษาของประเทศไทย) ผู้สมัครต้องจัดเตรียมเอกสารเค้าโครงวิจัย ที่สอดคล้องกับทิศทางของสาขาวิชา และนำเสนอต่อคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์
  • มาตรฐานหนึ่งของบัณฑิตศึกษาสำหรับหลักสูตรปริญญาเอก ที่กำหนดการทำวิทยานิพนธ์ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
  • แผน ก แบบ ก.1 วิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต
  • แผน ก แบบ ก.2 วิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต

การเรียนการสอนในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต[แก้]

การเรียนการสอนในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ระดับชั้นปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1 - 3) และระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4 - 6) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ระดับชั้นปรีคลินิก[แก้]

ในระดับชั้นนี้จะเป็นการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานก่อนที่จะนำไปใช้กับผู้ป่วยในระดับชั้นคลินิกต่อไป โดยในชั้นปีที่ 1 นิสิตแพทย์จะเรียนในรายวิชาศึกษาทั่วไปร่วมกับนิสิตคณะอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียนที่อาคารราชนครินทร์ อาคารปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และปรีคลินิก และกลุ่มอาคารคณะวิทยาศาสตร์ (SC1-3) ส่วนในชั้นปีที่ 2-3 จะเรียนในรายวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามระบบต่างๆ ของร่างกาย และบูรณาการร่วมกับความรู้ในชั้นคลินิกโดยคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์

ระดับชั้นคลินิก[แก้]

เป็นการเรียนต่อยอดจากระดับชั้นปรีคลินิกโดยเน้นการนำไปใช้กับผู้ป่วยจริง ในระดับชั้นนี้ นิสิตแพทย์จะแยกกันเรียนในโรงพยาบาลต่างๆ ตามโครงการที่เข้ามาตั้งแต่แรกรับ โดยนิสิตแพทย์จะแยกไปเรียนในโรงพยาบาลร่วมผลิตแพทย์ ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนจะอยู่ในกำกับของคณะแพทยศาสตร์ ในส่วนของคณะแพทยศาสตร์จะจัดการเรียนการสอนที่โรงพยาบาลสุทธาเวช โดยในชั้นปีที่ 4 - 5 จะเรียนโดยการตรวจรักษาผู้ป่วยในหอผู้ป่วยต่างๆ ร่วมกับการเรียนภาคบรรยาย และในชั้นปีที่ 6 (Extern) จะเน้นการเรียนเสมือนการทำงานจริงภายใต้การควบคุมของแพทย์ใช้ทุน (Intern) และอาจารย์แพทย์ โดยจะมีการออกฝึกในโรงพยาบาลอื่นๆ ได้แก่ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

ก่อนจบการศึกษา นิสิตแพทย์จะต้องผ่านการสอบวัดความรู้รวบยอดภาคทฤษฎี ในชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 5 และสอบวัดผลภาคปฏิบัติในชั้นปีที่ 6 โดยเป็นการสอบเพื่อปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (Comprehensive examination) ซึ่งจัดสอบโดยคณะแพทยศาสตร์เอง รวมทั้งการสอบเพื่อใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม (National license) ซึ่งเป็นการสอบส่วนกลาง จัดสอบโดยศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทยสภา (ศรว.) ทั้งนี้เพื่อควบคุมให้บัณฑิตแพทย์มีมาตรฐานเดียวกัน

เมื่อจบการศึกษา บัณฑิตแพทย์จะได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต ซึ่งหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ตามมาตรฐานสากลจากสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ (สมพ.) แล้ว[18]

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและสถาบันร่วมผลิตแพทย์[แก้]

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต[แก้]

โรงพยาบาลที่ผลิตแพทย์ร่วมกับสาขาวิชาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในระดับชั้นคลินิก (ชั้นปี 4 - 6) มีทั้งสิ้น 2 โรงพยาบาล โดยได้มีการจัดตั้ง "ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก" ในโรงพยาบาลต่างๆ ที่ร่วมผลิตแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีดังนี้

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โรงพยาบาล จังหวัด สังกัด
โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ จังหวัดมหาสารคาม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สถาบันร่วมผลิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โรงพยาบาล จังหวัด สังกัด
ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ กระทรวงสาธารณสุข
ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด กระทรวงสาธารณสุข

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต[แก้]

โรงพยาบาลที่ผลิตแพทย์ร่วมกับสาขาฉุกเฉินการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แก่

สถาบันร่วมผลิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โรงพยาบาล จังหวัด สังกัด
โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กระทรวงสาธารณสุข

ทำเนียบคณบดี[แก้]

รายนามคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันมีดังนี้

ทำเนียบคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ลำดับที่ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมพร โพธินาม 2546 - 2554[19]
2 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.เรือน สมณะ(ราชบัณฑิต) 2554 - 2558[20]
3 รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุชาติ อารีมิตร 2558 - 2560[21]
4 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พลตรีหญิง แพทย์หญิงวณิช วรรณพฤกษ์ 2560 - 2562[22]
5 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เทพลักษณ์ ศิริธนะวุฒิ​ชัย 2562 - ปัจจุบัน[23]

สถานที่ตั้งและพื้นที่[แก้]

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่เลขที่ 77/99 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วยอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการ 7 หลัง (รวมโรงพยาบาลสุทธาเวช) ได้แก่ อาคารศูนย์บริการทางการแพทย์หลังเก่า (สำนักงานคณบดีคณะแพทยศาสตร์) อาคารศูนย์บริการทางการแพทย์และศูนย์วิจัยเฉลิมพระเกียรติฯ 1 (โรงพยาบาลสุทธาเวช) อาคารศูนย์บริการทางการแพทย์และศูนย์วิจัยเฉลิมพระเกียรติฯ 2 (อาคารคณะแพทยศาสตร์) อาคารผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาคารศูนย์บริการแพทยแผนไทย อาคารรังสีวินิจฉัย อาคารเอนกประสงค์คณะแพทยศาสตร์ และกลุ่มที่พักบุคลากรทางการแพทย์ 4 หลัง

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีอาคารหลักคือ "อาคารศูนย์บริการทางการแพทย์และศูนย์วิจัยเฉลิมพระเกียรติ หลังที่ 2" (อาคารคณะแพทยศาสตร์ 2) ความสูง 12 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 15,025.53 ตารางเมตร วงเงินจัดสรร 253,200,000 บาท โดยในปัจจุบันอาคารดังกล่าวเป็นสถานที่ติดต่อราชการ ที่ทำการศึกษาของแต่ละภาควิชา และห้องประชุม ภายในอาคารประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

  • ชั้น 1 ห้องสมุดขนาด 150 ที่นั่งและสำนักงาน
  • ชั้น 2 ห้องสัมมนาขนาด 300 ที่นั่ง และขนาด 150 ที่นั่ง
  • ชั้น 3 ห้องเรียนขนาด 60 ที่นั่ง จำนวน 6 ห้อง
  • ชั้น 4 ห้องศึกษาหุ่น และห้องเรียนกลุ่มขนาด 15 ที่นั่ง จำนวน 12 ห้อง
  • ชั้น 5 ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 ห้องใหญ่และจำนวน 4 ห้องเล็ก
  • ชั้น 6 เป็นห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 ห้องใหญ่และ 4 ห้องเล็ก
  • ชั้น 7 และชั้น 8 สำนักงานบริหารคณะแพทยศาสตร์
  • ชั้น 9 และชั้น 10 สำนักงานของอาจารย์ พร้อมห้องประชุม
  • ชั้น 11 ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 ห้อง
  • ชั้น 12 ห้องสอนภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ขนาด 120 เตียง

นอกจากอาคารคณะแพทยศาสตร์ 2 แล้ว ยังมีอาคารอื่นๆ ได้แก่

  • อาคารรังสีวินิจฉัย เป็นอาคารที่ใช้งานร่วมกันกับคณะแพทยศาสตร์ โดยเป็นอาคารสำหรับกิจการด้านรังสิวิทยาสำหรับการวินิจฉัยและการแพทย์และภาควิชารังสีวิทยา
  • อาคารคณะแพทยศาสตร์ 1 เป็นอาคาร 4 ชั้น เดิมเป็นอาคารเรียนหลักของคณะแพทย์ ปัจจุบันปรับปรุงเป็นตึกจ่ายกลางและคลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์
  • อาคารสถานผลิตยา เป็นอาคารสำหรับการผลิตยาและสมุนไพร
  • ศูนย์อาหารคณะแพทยศาสตร์ เป็นศูนย์อาหารสำหรับนิสิตแพทย์ บุคลากรโรงพยาบาลและผู้ป่วย ตั้งอยู่ระหว่างอาคารคณะแพทยศาสตร์ 2 กับตัวโรงพยาบาลสุทธาเวช

อ้างอิง[แก้]

  1. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะแพทยศาสตร์ : ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2564.
  2. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะแพทยศาสตร์ : วัตุประสงค์ในการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2564.
  3. กองแผนงาน สำนักงานอธิการบดี : ระเบียบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ว่าด้วยคณะแพทยศาสตร์ พ.ศ.๒๕๔๗. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2564.
  4. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะแพทยศาสตร์ : รายงานประจำปี 2563 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2564.
  5. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. หลักสูตรที่เปิดสอน. 16 กันยายน 2564
  6. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะแพทยศาสตร์ : ประวัติสถานพยาบาล. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม 2564.
  7. ศิลปวัฒนธรรม : รู้ไหมว่า “มหาสารคามเคยมีสนามบิน”…แล้วทำไมถึงเปลี่ยนไป?. สืบค้นเมื่อ 8 กันยายน 2564.
  8. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ข่าวประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 8 กันยายน 2564.
  9. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, กองแผนงาน สำนักงานอธิการบดี : รายงานข้อมูลพื้นฐานประจำปี 2563 หน้า 132, สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2564
  10. MSU Admission : ประกาศมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) ปีการศึกษา 2564. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564
  11. MSU Admission : ประกาศมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี โครงการเด็กดีมีที่เรียน ปีการศึกษา 2564. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564
  12. MSU Admission : ประกาศมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี โครงการส่งเสริมเยาวชนดีเด่นด้านกีฬา ปีการศึกษา 2564. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564
  13. MSU Admission : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม : โควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564
  14. MSU Admission : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม : แอดมิสชันรอบที่ 1 ผ่าน ทปอ. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564
  15. MSU Admission : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม : แอดมิสชันรอบที่ 2 ผ่าน ทปอ. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564
  16. 16.0 16.1 บัณฑิตวิทยาลัย (2560). การรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา ประจำภาคต้น ปีการศึกษา 2561 (PDF). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  17. 17.0 17.1 บัณฑิตวิทยาลัย. รายละเuอียดและคุณสมบัตเฉพาะสาขาของผู้สมัครสอบระดับปริญญาโท (PDF). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate= (help)
  18. แพทยสภา : รายชื่อสถาบัน ที่ผ่านการรับรองจากสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ (สมพ.) หรือ Institute for Medical Education Accreditation (IMEAc) ตามมาตรฐานสากล WFME. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564
  19. กองกลาง สำนักงานอธิการบดี : คำสังมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ ๑๑๑๓/๒๕๕๑. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2564
  20. กองกลาง สำนักงานอธิการบดี : คำสังมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ ๑๔๔๕/๒๕๕๔. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2564
  21. กองกลาง สำนักงานอธิการบดี : คำสังมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ ๑๑๕๑/๒๕๕๘. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2564
  22. กองกลาง สำนักงานอธิการบดี : คำสังมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ ๑๔๘๕/๒๕๖๐. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2564
  23. กองกลาง สำนักงานอธิการบดี : คำสังมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ ๑๐๓๕/๒๕๖๒. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2564