ข้ามไปเนื้อหา

ภาษาชอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาชอง
พะซา ช์อง
ออกเสียง/pʰəsaː cʰɔ̤ːˀŋ/
[pʰasaː t͡ɕʰɔ̤̀ːˀŋ]
ประเทศที่มีการพูดไทย
ภูมิภาคจังหวัดจันทบุรี, จังหวัดตราด, จังหวัดระยอง
ชาติพันธุ์ชาวชอง 2,000 คน (2550)[1]
จำนวนผู้พูด500 คน  (2550)[1]
ตระกูลภาษา
ระบบการเขียนอักษรไทย, อักษรเขมร,
อักษรชอง (ประดิษฐ์เมื่อ พ.ศ. 2553)[2]
สถานภาพทางการ
ภาษาชนกลุ่มน้อยที่รับรองใน ไทย
รหัสภาษา
ISO 639-3cog

ภาษาชอง (ชอง: พะซา ช์อง) เป็นภาษาหนึ่งในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก สาขามอญ-เขมร สาขาย่อยปอร์ตะวันตก[3] ใช้พูดกันในหมู่ชาวชองในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดระยอง (ในอดีตมีในจังหวัดฉะเชิงเทรา เรียกว่า ภาษาป่า)[4] ในปัจจุบันภาษาชองเป็นจุดสนใจของโครงการฟื้นฟูภาษาโครงการหนึ่งในประเทศไทย[5]

ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของภาษาชองคือการจำแนกความต่างระหว่างลักษณะน้ำเสียง 4 ลักษณะ ระบบไวยากรณ์ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง ภาษาชองเป็นภาษาที่ไม่มีตัวเขียนจนกระทั่ง พ.ศ. 2543 เมื่อเจ้าของภาษาได้ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลสร้างระบบการเขียนภาษาชองด้วยอักษรไทย หลังจากนั้นจึงมีการจัดทำสื่อการเรียนการสอนเป็นภาษาชองขึ้น

ในขณะที่ภาษาชองในประเทศไทยได้รับการศึกษาเรื่อยมา แต่ภาษาชองในประเทศกัมพูชายังไม่ได้รับการค้นคว้าวิจัยมากนัก เดวิด แบรดลีย์ นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกัน รายงานว่าไม่มีผู้พูดภาษานี้เหลืออยู่แล้วในประเทศกัมพูชา[1]

การจำแนก

[แก้]

ภาษาจำนวนหนึ่งในกลุ่มภาษาปอร์ถูกเรียกว่า "ภาษาชอง" แต่ทั้งหมดไม่ได้ประกอบกันเป็นภาษาเดียว ภาษาชองแท้ประกอบด้วยวิธภาษาส่วนใหญ่ที่พอล ซิดเวลล์ จัดอยู่ในกลุ่ม "ชองตะวันตก" ซึ่งรวมถึงภาษาถิ่นภาษาหลักในจังหวัดจันทบุรี (ส่วนใหญ่อยู่ทางตอนใต้ของอำเภอเขาคิชฌกูฏและทางด้านตะวันตกของอำเภอโป่งน้ำร้อน)[6] วิธภาษาในกลุ่มดังกล่าวเป็นคนละกลุ่มกับวิธภาษาที่เรียกว่า "กะซอง" หรือ "ชองจังหวัดตราด" ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม "ชองกลาง" ร่วมกับภาษาซำเร ในทำนองเดียวกัน บรรดาภาษาและวิธภาษาที่เรียกว่า "ชอุง" หรือ "สโอจ" ในจังหวัดกาญจนบุรีและในประเทศกัมพูชาเป็นภาษาย่อยของภาษาเดียวกันคือภาษาชอุง และจัดอยู่ในกลุ่ม "ชองใต้" ร่วมกับภาษาซูโอย

ภาษาหรือวิธภาษาในกลุ่มภาษาชองตะวันตก (ชองแท้) ตามการจำแนกของซิดเวลล์มีดังนี้[7]

  • ชองจันทบุรี (Baradat ms.)
  • (สาขา)
    • ชองเฮิบ (Martin, 1974)
    • ชองคลองพลู (Siripen Ungsitibonporn, 2001)
  • (สาขา)
    • ชองลอ (Martin, 1974)
    • ชองวังกระแพร (Siripen Ungsitibonporn, 2001)
    • ชอง (Huffman, 1983)

มารี อา. มาร์แต็ง ได้แบ่งภาษาชอง (ในจังหวัดจันทบุรี) ออกเป็น 2 ภาษาถิ่นตามคำลงท้ายประโยค โดยเรียกภาษาชองที่พูดในอำเภอเขาคิชฌกูฏว่า ชองลอ และเรียกภาษาชองที่พูดในอำเภอโป่งน้ำร้อนว่า ชองเฮิบ[8] ต่อมาอิสระ ชูศรี ได้ศึกษาภูมิศาสตร์ภาษาถิ่นของภาษาชองในจังหวัดจันทบุรีแล้วเสนอให้แบ่งภาษาชองออกเป็น 3 ภาษาถิ่นตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ดังนี้[6]

  • ภาษาชองถิ่นเหนือ อยู่บริเวณบ้านคลองพลู บ้านน้ำขุ่น ตำบลคลองพลู และบ้านตะเคียนทอง บ้านชำเคราะห์ ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ เป็นภาษาถิ่นที่มีจำนวนผู้พูดมากที่สุดและเป็นส่วนหนึ่งของภาษาชองถิ่นตะวันตกหรือ ชองลอ ตามการแบ่งของมาร์แต็ง
  • ภาษาชองถิ่นใต้ อยู่บริเวณบ้านพังคะแลง บ้านทุ่งตาอิน บ้านกระทิง ตำบลพลวง และบ้านทุ่งสะพาน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ เป็นส่วนหนึ่งของภาษาชองถิ่นตะวันตกหรือ ชองลอ ตามการแบ่งของมาร์แต็ง
  • ภาษาชองถิ่นตะวันออก อยู่บริเวณบ้านวังกระแพร ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน ในปัจจุบันมีผู้พูดอยู่เพียงจำนวนน้อยและส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ภาษาถิ่นนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ชองเฮิบ ตามการแบ่งของมาร์แต็ง

จากการสัมภาษณ์ผู้พูดภาษาถิ่นเหนือและผู้พูดภาษาถิ่นใต้ของอิสระ ชูศรี ทำให้ทราบว่าผู้พูดภาษาถิ่นทั้งสองสามารถเข้าใจภาษาของอีกฝ่ายได้ดีแม้จะมีความแตกต่างด้านการออกเสียงและด้านวงศัพท์อยู่บ้าง แต่พวกเขาไม่ทราบเกี่ยวกับภาษาถิ่นตะวันออก (ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเขาสอยดาว) มากนัก[9]

สัทวิทยา

[แก้]

พยัญชนะ

[แก้]
หน่วยเสียงพยัญชนะภาษาชองถิ่นตะเคียนทองและคลองพลู จังหวัดจันทบุรี[10]
ลักษณะการออกเสียง ตำแหน่งเกิดเสียง
ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
เสียงนาสิก m n ɲ ŋ
เสียงหยุด ก้อง b d
ไม่ก้อง ไม่พ่นลม p t c k ʔ
พ่นลม
เสียงเสียดแทรก (f) s h
เสียงรัว r
เสียงข้างลิ้น l
เสียงกึ่งสระ w j
  • หน่วยเสียงที่อยู่ในวงเล็บคือหน่วยเสียงที่ปรากฏในคำยืมจากภาษาไทย
  • หน่วยเสียงที่เป็นได้ทั้งพยัญชนะต้นและพยัญชนะท้ายมี 12 หน่วยเสียง ได้แก่ /m/, /n/, /ɲ/, /ŋ/, /p/, /t/, /c/, /k/, /ʔ/, /h/, /w/ และ /j/
  • หน่วยเสียงพยัญชนะต้นควบในภาษาชองถิ่นตะเคียนทองและคลองพลูมี 12 หน่วยเสียง ได้แก่ /mr/, /ml/, /pr/, /pl/, /pʰr/, /pʰl/, /kr/, /kl/, /kw/, /kʰr/, /kʰl/ และ /kʰw/ ทั้งนี้ ในภาษาชองถิ่นวังกระแพรออกเสียง /kʰw/ เป็น [f]

สระ

[แก้]

สระเดี่ยว

[แก้]
หน่วยเสียงสระเดี่ยวภาษาชองถิ่นตะเคียนทองและคลองพลู จังหวัดจันทบุรี[11]
ระดับลิ้น ตำแหน่งลิ้น
หน้า กลาง หลัง
สูง i, ɨ, ɨːu,
กลาง e, ə, əːo,
ต่ำ ɛ, ɛːa, ɔ, ɔː

สระประสม

[แก้]

ภาษาชองถิ่นตะเคียนทองและคลองพลูมีหน่วยเสียงสระประสม 3 หน่วยเสียง ได้แก่ /iə/, /ɨə/ และ /uə/ สองหน่วยเสียงแรกปรากฏเฉพาะในคำยืมจากภาษาไทย[11]

ลักษณะน้ำเสียง

[แก้]

ภาษาชองถิ่นตะเคียนทองและคลองพลูมีลักษณะน้ำเสียง 4 ลักษณะ ได้แก่ ลักษณะน้ำเสียงปกติ (เสียงกลางปกติ) [V], ลักษณะน้ำเสียงก้องมีลม (เสียงต่ำใหญ่) [V̤̀], ลักษณะน้ำเสียงปกติตามด้วยการกักของเส้นเสียง (เสียงสูงบีบ) [V̂ˀ] และลักษณะน้ำเสียงก้องมีลมตามด้วยการกักของเส้นเสียง (เสียงต่ำกระตุก) [V̤̀ˀ][12]

ระบบการเขียน

[แก้]

เดิมทีภาษาชองไม่มีตัวอักษรสำหรับเขียน เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้พูดเท่านั้น ต่อมาเฉิน ผันผาย อดีตกำนันตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ที่มีความพยายามในการรักษาอัตลักษณ์ชอง ได้คิดค้นระบบการเขียนใหม่ โดยศึกษาจากอักษรไทย อักษรมอญ อักษรเขมร และอักษรโรมัน และได้รับคำแนะนำจากนักภาษาศาสตร์แคนาดาที่ออกแบบอักษรให้ใช้งานง่าย มีระบบการเขียนบรรทัดเดียวแบบภาษาอังกฤษ ไม่มีสระและวรรณยุกต์อยู่เหนือหรือใต้บรรทัด และมีความพยายามที่จะทำเป็นชุดแบบอักษร ใน พ.ศ. 2553 มีผู้สามารถใช้อักษรนี้ได้ระดับคล่องแคล่ว 20 คน[13][2]

ตัวเขียนภาษาชองอักษรไทยตามที่คณะกรรมการจัดทำระบบเขียนภาษาท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ด้วยอักษรไทยแห่งราชบัณฑิตยสถาน (ปัจจุบันคือสำนักงานราชบัณฑิตยสภา) ได้กำหนดไว้ มีดังนี้

พยัญชนะ
อักษรไทยเสียงตัวอย่างคำความหมาย
/k/กู้กบ
กืรองเท้า
/kʰ/ค้อนหนู
/ŋ/งั่วัว
ปาดอกไม้
/c/จ้กวาง
กะมูตะไคร้
/cʰ/หมา
/s/ซีงู
/ɲ/ญ้ามนิ้ว
คะนัแห
/d/ดูมะพร้าว
/t/ (เมื่อเป็นพยัญชนะท้าย)กะมาแรด
/t/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)ตุไข่
/tʰ/ท้ามปู
/n/น่องภูเขา
คี์น้ำเต้า
/b/บูหลังคา
/p/ (เมื่อเป็นพยัญชนะท้าย)กรึมะเขือเปราะ
/p/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)กะาวควาย
/pʰ/พ่กลอง
/f/ฟูฝูง (ลักษณนาม)
/m/ม์ปลา
ะง่าผึ้ง
/j/กะางเต่า
โม์หนึ่ง
/r/ร่องตะขาบ
/l/ไก่
/w/ลิง
เพล่ไฟ
/ʔ/ (เมื่อเป็นพยัญชนะต้น)อูท่อนไม้
/h/ายต้นข้าว, ข้าวเปลือก
กะทุข้าวตอก
ไม่มีรูป/ʔ/ (เมื่อเป็นพยัญชนะท้าย)เคละอาย
สระ
อักษรไทยเสียงตัวอย่างคำความหมาย
–ะ/a/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /ʔ/)กะลใบไม้
/ə/ (เมื่ออยู่ในพยางค์ที่ไม่เน้นหนัก)วาญกระวาน
–ั/a/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายที่ไม่ใช่
/ʔ/, /m/, /j/, /w/)
ฮักระโดด
พั่แห้ง
–า/aː/กะตเป็ด
ง์ไกล
–ิ/i/มั่ดตะงิพระอาทิตย์
พิ่นอน
–ี/iː/รี่ป่า
ปีสุก
–ึ/ɨ/กึอยู่
ชึ่คึผู้หญิง
–ือ/ɨː/ (เมื่อเป็นพยางค์เปิด)กะพื่อมะเฟือง
–ื/ɨː/ (เมื่อเป็นพยางค์ปิด)ทื่ขี่
–ุ/u/กะชุ่กระชุ
กะมรุ่ลิ่น
–ู/uː/กะพู่อ้อย
คู้พังพอน
เ–ะ/e/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /ʔ/)หมวกคล้ายงอบ
เ–็/e/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น
และไม่มีเครื่องหมายลักษณะน้ำเสียง)
เล็เล็ง
เอ็เส้นเอ็น
เ–/e/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น
และมีเครื่องหมายลักษณะน้ำเสียง)
ญ่ญโคลงเคลง
ล้จนิดหน่อย
/eː/ปลเปล
ตวขวา
แ–ะ/ɛ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /ʔ/)พ่แพะ
แ–็/ɛ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น
และไม่มีเครื่องหมายลักษณะน้ำเสียง)
กะแท็ฟ้าผ่า
แป็เป็น
แ–/ɛ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น
และมีเครื่องหมายลักษณะน้ำเสียง)
กะแท่เกวียน
ซ้จหนาว
/ɛː/นา
กะมล่งบ่า
โ–ะ/o/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /ʔ/)คะก้อนหิน
โ–ะ (ลดรูป)/o/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น)กะท่งกระต่าย
โ–/oː/กะครก
พล้มขี้ผึ้ง (จากรังผึ้ง)
เ–าะ/ɔ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /ʔ/)ง่าะเงาะ
–็อ/ɔ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น
และไม่มีเครื่องหมายลักษณะน้ำเสียง)
ต็อบ้าน
ท็อลุง
–อ/ɔ/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น
และมีเครื่องหมายลักษณะน้ำเสียง)
คะม้ไอ
ม่กับ, ด้วย
/ɔː/กะค่จระเข้
พรกระรอก
เ–อะ/ə/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายเป็น /ʔ/)ล่อะเลอะ, สกปรก
เ–อ/əː/ (เมื่อเป็นพยางค์เปิด)กะช่กระบุงแต่งงาน
เ–ิ/ə/ (เมื่อมีพยัญชนะท้ายอื่น)กะเทิ่น่อง
/əː/ (เมื่อเป็นพยางค์ปิด)เยิ่สูง
เ–ีย/ia/ซุกเปียผมเปีย
เ–ือ/ɨə/เกือรองเท้า
–ัว/uə/ (เมื่อไม่มีพยัญชนะท้าย)บัวบัว
–ว–/uə/ (เมื่อมีพยัญชนะท้าย)ผิวปาก
–ำ/am/กำตีกำมือ
ไ–/aj/ไห
เ–า/aw/เสื้อ
ลักษณะน้ำเสียง
อักษรไทยลักษณะ
น้ำเสียง
ตัวอย่างคำความหมาย
ไม่มีรูปกลางปกติกะตากถั่ว
ซาบจืด
ซูจเซ่น
–่ต่ำใหญ่กะล่างหู
ช่ชก
ลุ่แหลม
–้สูงบีบกะต้ากลิ้น
ซ้าบสว่าง
ซู้มด
–์ต่ำกระตุกกะล์างทราย
ช์หมู
ลุ์ไส้เดือน

สถานการณ์ในปัจจุบัน

[แก้]

ปัจจุบันภาษาชองอยู่ภาวะวิกฤตใกล้สูญ คนเฒ่าคนแก่เสียดายที่ภาษาชองจะสูญหายไป โดยปัจจุบันมีชาวชองอยู่อาศัยถิ่นฐานเดิมบริเวณตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ (แต่แหล่งที่พูดกันมากที่สุดอยู่ที่ตำบลตะเคียนทอง) จังหวัดจันทบุรี ประมาณ 6,000 คน แต่ที่พูดได้มีเพียงประมาณ 500 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนวัยรุ่นชาวชองนั้นอายที่จะพูดภาษาดั้งเดิมประจำชาติพันธุ์ของตน

ขณะนี้มหาวิทยาลัยมหิดลพยายามจะฟื้นฟูโดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการบันทึกเสียงและถอดภาษาพูดเป็นภาษาเขียน ให้โรงเรียนบ้านคลองพลูสอนภาษาชองให้กับลูกหลานชอง แทรกเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

จากการศึกษาของอิสระ ชูศรี พบว่า ผู้พูดภาษาชองถิ่นเหนือ (ตะเคียนทอง–คลองพลู) มองว่าตนเองเป็นกลุ่มผู้พูดภาษาถิ่นแยกต่างหากจากผู้พูดภาษาชองถิ่นใต้ (พลวง–ชากไทย) ความตระหนักนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้พูดภาษาถิ่นเหนือเลือกที่จะเปิดโครงการฟื้นฟูภาษาชองในถิ่นตนเองแทนที่จะเป็นภาษาชองของทั้งอำเภอเขาคิชฌกูฏ[9] อิสระ ชูศรี ยังให้ความเห็นว่า จากมุมมองทางภาษาศาสตร์สังคม ภาษาชองถิ่นเหนือมีอนาคตที่สดใสกว่าภาษาชองถิ่นใต้ในแง่การคงจำนวนผู้พูดไว้ ในขณะที่ภาษาชองถิ่นตะวันออก (วังกระแพร) ในอำเภอโป่งน้ำร้อนนั้นอยู่ในภาวะใกล้สูญเต็มที[9]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 ภาษาชอง ที่ Ethnologue (21st ed., 2018) Closed access อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "e21" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  2. 1 2 แบบเรียนภาษาชอง = Chong language
  3. Hammarström, Harald; Forke, Robert; Haspelmath, Martin; Bank, Sebastian, บ.ก. (2020). "Chong of Chanthaburi". Glottolog 4.3.
  4. วิบูลย์ เข็มเฉลิม. วิถีคนป่าตะวันออกผืนสุดท้าย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, หน้า 69–71.
  5. Premsrirat, Suwilai. "Chong Language Revitalization Project" (PDF). Mekong Watch. Mahidol University. สืบค้นเมื่อ 22 June 2019.
  6. 1 2 Choosri, Isara. (2002). Mapping dialects of Chong in Chanthaburi province, Thailand: an application of Geographical Information System (GIS) (M.A. dissertation, Mahidol University).
  7. Sidwell, Paul. (2009). Classifying Austro Asiatic languages: history and state of the art. LINCOM studies in Asian linguistics, 76. Munich: Lincom Europa.
    • Martin, Marie A. (1975). "Les dialectes Pears dans leurs rapports avec les langues nationales." Journal of the Siam Society, 63(2), 86.
  8. 1 2 3 Choosri, Isara. (2002). "Dialects of Chong." Mon-Khmer Studies, 32, 67.
  9. ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). คู่มือระบบเขียนภาษาชองอักษรไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, หน้า 33.
  10. 1 2 ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). คู่มือระบบเขียนภาษาชองอักษรไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, หน้า 38.
  11. ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). คู่มือระบบเขียนภาษาชองอักษรไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, หน้า 39.
  12. องค์ บรรจุน. (2553). สยาม หลากเผ่าหลายพันธุ์. กรุงเทพฯ: มติชน, หน้า 132.

อ่านเพิ่ม

[แก้]
  • เจตน์จรรย์ อาจไธสง, พระอธิการธวัชชัย จนฺทโชโต, พระอาจารย์สี เตชพโล, เฉิน ผันผาย, และคำรณ วังศรี. (2556). แบบเรียนภาษาชอง. พิมพ์ครั้งที่ 3. จันทบุรี: [ต้นฉบับ].
  • พระครูธรรมสรคุณ (เขียน ขนฺธสโร), และธรรม พันธุศิริสด. (2541). "อารยธรรมชอง จันทบุรี." ใน อารยธรรม ชอง จันทบุรี และอาณาจักรจันทบูร เมืองเพนียต. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยรายวัน.
  • Gordon, Raymond G., Jr. (ed.). (2005). Ethnologue: Languages of the World, Fifteenth edition. Dallas, Tex.: SIL International. Online version: http://www.ethnologue.com/.
  • DiCanio, C.T. (2009) The Phonetics of Register in Takhian Thong Chong, Journal of the International. Phonetic Association, 39(2): 162–188
  • Huffman, Franklin E. (1985). "The phonology of Chong, a Mon-Khmer language of Thailand". {{cite journal}}: Cite journal ต้องการ |journal= (help)
  • Isarangura, N. N. (1935). Vocubulary of Chawng words collected in Krat Province. [S.l: s.n.].
  • Premsrirat, Suwilai; Rojanakul, Nattamon (2015). Chong. In Paul Sidwell and Mathias Jenny (eds.), The Handbook of Austroasiatic Languages, 603-642. Leiden: Brill.
  • Suphanphaiboon, Surekha (1982). The Phonology of Chong (Takianthong, Makham District Chantaburi) (วิทยานิพนธ์).