ภาษาชอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ภาษาชอง
พะซา ช์อง
ออกเสียง/pʰəsaː cʰɔ̤ːˀŋ/
ประเทศที่มีการพูดไทย
ภูมิภาคจังหวัดจันทบุรี, ตราด, ระยอง
ตระกูลภาษา
ระบบการเขียนอักษรไทย
สถานภาพทางการ
ภาษาชนกลุ่มน้อยที่รับรองใน ไทย
รหัสภาษา
ISO 639-3cog

ภาษาชอง (ชอง: พะซา ช์อง) เป็นภาษาหนึ่งในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก สาขามอญ-เขมร สาขาย่อยเปือร์ตะวันตก[1] ใช้พูดกันในหมู่ชาวชองในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดระยอง (ในอดีตมีในจังหวัดฉะเชิงเทรา เรียกว่า ภาษาป่า)[2] ในปัจจุบันภาษาชองเป็นจุดสนใจของโครงการฟื้นฟูภาษาโครงการหนึ่งในประเทศไทย[3]

ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของภาษาชองคือการจำแนกความต่างระหว่างลักษณะน้ำเสียง 4 ลักษณะ ระบบไวยากรณ์ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง ภาษาชองเป็นภาษาที่ไม่มีตัวเขียนจนกระทั่ง พ.ศ. 2543 เมื่อเจ้าของภาษาได้ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลสร้างระบบการเขียนภาษาชองด้วยอักษรไทย หลังจากนั้นจึงมีการจัดทำสื่อการเรียนการสอนเป็นภาษาชองขึ้น

ภาษาชองในประเทศไทยได้รับการศึกษาเรื่อยมา ในขณะที่ภาษาชองในประเทศกัมพูชายังไม่ได้รับการค้นคว้ามากนัก เดวิด แบรดลีย์ นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกัน รายงานว่าไม่มีผู้พูดภาษานี้เหลืออยู่แล้วในประเทศกัมพูชา[4]

การจำแนก[แก้]

ภาษาจำนวนหนึ่งในกลุ่มภาษาเปือร์ถูกเรียกว่า "ภาษาชอง" แต่ทั้งหมดไม่ได้ประกอบกันเป็นภาษาเดียว ภาษาชองแท้ประกอบด้วยวิธภาษาส่วนใหญ่ที่พอล ซิดเวลล์ จัดอยู่ในกลุ่ม "ชองตะวันตก" ซึ่งรวมถึงภาษาถิ่นภาษาหลักในจังหวัดจันทบุรี (ส่วนใหญ่อยู่ทางตอนใต้ของอำเภอเขาคิชฌกูฏและทางด้านตะวันตกของอำเภอโป่งน้ำร้อน)[5] วิธภาษาในกลุ่มดังกล่าวเป็นคนละกลุ่มกับวิธภาษาที่เรียกว่า "ชอง" หรือ "กะซอง" ในจังหวัดตราด ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม "ชองกลาง" ร่วมกับภาษาสำเร ในทำนองเดียวกัน บรรดาภาษาและวิธภาษาที่เรียกว่า "ชอุ้ง" หรือ "ชุอุ้ง" ในจังหวัดกาญจนบุรีและในประเทศกัมพูชาเป็นภาษาย่อยของภาษาสะโอจ และจัดอยู่ในกลุ่ม "ชองใต้" ร่วมกับภาษาซูโอย

ภาษาหรือวิธภาษาในกลุ่มภาษาชองตะวันตก (ชองแท้) ตามการจำแนกของซิดเวลล์มีดังนี้[6]

  • ชองจันทบุรี (Baradat ms.)
  • (สาขา)
    • ชองเฮิบ (Martin, 1974)
    • ชองคลองพลู (Siripen Ungsitibonporn, 2001)
  • (สาขา)
    • ชองลอ (Martin, 1974)
    • ชองวังกระแพร (Siripen Ungsitibonporn, 2001)
    • ชอง (Huffman, 1983)

มารี อา. มาร์แต็ง ได้แบ่งภาษาชอง (ในจังหวัดจันทบุรี) ออกเป็น 2 ภาษาถิ่นตามคำลงท้ายประโยค โดยเรียกภาษาชองที่พูดในอำเภอเขาคิชฌกูฏว่า ชองลอ และเรียกภาษาชองที่พูดในอำเภอโป่งน้ำร้อนว่า ชองเฮิบ[7] ต่อมาอิสระ ชูศรี ได้ศึกษาภูมิศาสตร์ภาษาถิ่นของภาษาชองในจังหวัดจันทบุรีแล้วเสนอให้แบ่งภาษาชองออกเป็น 3 ภาษาถิ่นตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ดังนี้[5]

  • ภาษาชองถิ่นเหนือ อยู่บริเวณบ้านคลองพลู บ้านน้ำขุ่น ตำบลคลองพลู และบ้านตะเคียนทอง บ้านชำเคราะห์ ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ เป็นภาษาถิ่นที่มีจำนวนผู้พูดมากที่สุดและเป็นส่วนหนึ่งของภาษาชองถิ่นตะวันตกหรือ ชองลอ ตามการแบ่งของมาร์แต็ง
  • ภาษาชองถิ่นใต้ อยู่บริเวณบ้านพังคะแลง บ้านทุ่งตาอิน บ้านกระทิง ตำบลพลวง และบ้านทุ่งสะพาน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ เป็นส่วนหนึ่งของภาษาชองถิ่นตะวันตกหรือ ชองลอ ตามการแบ่งของมาร์แต็ง
  • ภาษาชองถิ่นตะวันออก อยู่บริเวณบ้านวังกระแพร ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน ในปัจจุบันมีผู้พูดอยู่เพียงจำนวนน้อยและส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ภาษาถิ่นนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ชองเฮิบ ตามการแบ่งของมาร์แต็ง

จากการสัมภาษณ์ผู้พูดภาษาถิ่นเหนือและผู้พูดภาษาถิ่นใต้ของอิสระ ชูศรี ทำให้ทราบว่าผู้พูดภาษาถิ่นทั้งสองสามารถเข้าใจภาษาของอีกฝ่ายได้ดีแม้จะมีความแตกต่างด้านการออกเสียงและด้านวงศัพท์อยู่บ้าง แต่พวกเขาไม่ทราบเกี่ยวกับภาษาถิ่นตะวันออก (ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเขาสอยดาว) มากนัก[8]

ตัวอักษร[แก้]

เดิมทีภาษาชองไม่มีตัวอักษรสำหรับเขียน เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้พูดเท่านั้น แต่ในภายหลังก็มีการกำหนดให้ใช้อักษรไทยบางตัวเขียนภาษาชอง ซึ่งกำหนดโดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วสะกดตามอักขรวิธีของภาษาไทย[9] (การอ่านตามที่เขียนอาจไม่ถูกสำเนียงตามต้นฉบับ)

ต่อมาเฉิน ผันผาย อดีตกำนันตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ที่มีความพยายามในการรักษาอัตลักษณ์ชอง ได้คิดค้นระบบการเขียนใหม่ โดยศึกษาจากอักษรไทย, มอญ, เขมร และโรมัน ซึ่งได้รับคำแนะนำจากนักภาษาศาสตร์แคนาดาที่ออกแบบอักษรให้ใช้งานง่าย มีระบบการเขียนบรรทัดเดียวแบบภาษาอังกฤษ ไม่มีสระและวรรณยุกต์อยู่เหนือหรือใต้บรรทัด และมีความพยายามที่จะทำเป็นชุดแบบอักษร ในปี พ.ศ. 2553 มีผู้สามารถใช้อักษรนี้ได้ระดับคล่องแคล่ว 20 คน[10]

พยัญชนะ[แก้]

ตารางตัวอักษรชองที่ถูกทำมาขึ้นอย่างเป็นทางการ

พยัญชนะ (เรียกว่า ตัวนั่งซือ) แบ่งเป็นพยัญชนะต้น (ตัวต้น) และพยัญชนะสะกด (ตัวซะก็อด)

ตัวต้นมี 22 ตัว ตามลำดับดังนี้ ก ค ง จ ช ซ ญ ด ต ท น บ ป พ ฟ ม ย ร ล อ ว ฮ

ตัวสะกดมี 11 ตัว ตามลำดับดังนี้ -ก -ง -จ -ญ -ด -น -บ -ม -ย -ว -ฮ

สระ[แก้]

สระ (เรียกว่า ซะระ) มี 24 เสียง ตามลำดับดังนี้ -ะ -า -ิ -ี เ-ะ เ- แ-ะ แ- -ึ -ือ เ-อะ เ-อ -ุ -ู โ-ะ โ- เ-าะ -อ เ-ีย เ-ือ -ัว -ำ ไ- เ-า และแปลงรูปสระเมื่อมีตัวสะกดอย่างภาษาไทย

วรรณยุกต์[แก้]

วรรณยุกต์ (เรียกว่า วันนะยุก) มี 3 รูป 4 เสียงดังนี้

  1. เสียงกลางปกติ ไม่มีรูปวรรณยุกต์ เช่น กะวาญ = กระวาน, กะปาว = ควาย
  2. เสียงต่ำใหญ่ (เสียงก้องมีลม) ใช้รูป -่ (ไม้เอก) เช่น กะว่าย = เสือ, มะง่าม = ผึ้ง
  3. เสียงสูงบีบ (เสียงปกติตามด้วยการกักของเส้นเสียง) ใช้รูป -้ (ไม้โท) เช่น ค้อน = หนู, ซู้จ = มด
  4. เสียงต่ำกระตุก (เสียงก้องมีลมตามด้วยการกักของเส้นเสียง) ใช้รูป -์ (ทัณฑฆาต) เช่น ช์อง = ชอง, เม์ว = ปลา

ปัจจุบัน[แก้]

ปัจจุบันภาษาชองกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต คนเฒ่าคนแก่เสียดายที่ภาษาชองจะสูญหายไป โดยปัจจุบันมีชาวชองอยู่อาศัยถิ่นฐานเดิมบริเวณตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ (แต่แหล่งที่พูดกันมากที่สุดอยู่ที่ตำบลตะเคียนทอง) จังหวัดจันทบุรี ประมาณ 6,000 คน แต่ที่พูดได้มีเพียงประมาณ 500 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนวัยรุ่นชาวชองนั้นอายที่จะพูดภาษาดั้งเดิมประจำชาติพันธุ์ของตน

ขณะนี้มหาวิทยาลัยมหิดล พยายามจะฟื้นฟูโดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการบันทึกเสียง และถอดภาษาพูดเป็นภาษาเขียน ให้โรงเรียนบ้านคลองพลูสอนภาษาชองให้กับลูกหลานชอง แทรกเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

อ้างอิง[แก้]

  1. Hammarström, Harald; Forke, Robert; Haspelmath, Martin; Bank, Sebastian, บ.ก. (2020). "Chong of Chanthaburi". Glottolog 4.3.
  2. วิบูลย์ เข็มเฉลิม. วิถีคนป่าตะวันออกผืนสุดท้าย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, หน้า 69–71.
  3. Premsrirat, Suwilai. "Chong Language Revitalization Project" (PDF). Mekong Watch. Mahidol University. สืบค้นเมื่อ 22 June 2019.
  4. Chong at Ethnologue (21st ed., 2018)
  5. 5.0 5.1 Choosri, Isara. (2002). Mapping dialects of Chong in Chanthaburi province, Thailand: an application of Geographical Information System (GIS) (M.A. dissertation, Mahidol University).
  6. Sidwell, Paul. (2009). Classifying Austro Asiatic languages: history and state of the art. LINCOM studies in Asian linguistics, 76. Munich: Lincom Europa.
  7. * Martin, Marie A. (1975). "Les dialectes Pears dans leurs rapports avec les langues nationales." Journal of the Siam Society, 63(2), 86.
  8. Choosri, Isara. (2002). "Dialects of Chong." Mon-Khmer Studies, 32, 67.
  9. Chong Language Revitalization Project
  10. องค์ บรรจุน. (2553). สยาม หลากเผ่าหลายพันธุ์. กรุงเทพฯ: มติชน, หน้า 132.
  • ผศ.เจตน์จรรย์ อาจไธสง พระอธิการธวัชชัย จนฺทโชโต พระอาจารย์สี เตชพโล เฉิน ผันผาย และคำรณ วังศรี. 2556. แบบเรียนภาษาชอง.พิมพ์ครั้งที่ 3 จันทบุรี : ต้นฉบับ.
  • พระครูธรรมสรคุณ (เขียน ขนฺธสโร). ธรรม พันธุศิริสด. อารยธรรมชอง จันทบุรี ใน อารยธรรมชองจันทบุรี และอาณาจักรจันทบูร เมืองเพนียต. กทม. โรงพิมพ์ไทยรายวัน. 2541.
  • Gordon, Raymond G., Jr. (ed.), 2005. Ethnologue: Languages of the World, Fifteenth edition. Dallas, Tex.: SIL International. Online version: http://www.ethnologue.com/.