มหาวิทยาลัยศิลปากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"ศิลปากร" เปลี่ยนทางมาที่นี่ บทความนี้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย สำหรับความหมายอื่น ดูที่ กรมศิลปากร
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Silpakorn University
Silpakorn University Logo.png
ชื่อย่อ มศก. / SU
คติพจน์ Ars longa vita brevis
ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น
สถาปนา 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 (74 ปี)[1]
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันชัย สุทธะนันท์[2]
นายกสภาฯ ดร.ภราเดช พยัฆวิเชียร[3]
จำนวนผู้ศึกษา 25,210 คน[4] (ปีการศึกษา 2559)
ที่ตั้ง

สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน เลขที่ 22 ถนนบรมราชชนนี แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170

มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เลขที่ 6 ถนนราชมรรคาใน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 73000

มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เลขที่ 1 หมู่ 3 ถนนชะอำ–ปราณบุรี ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76120
วิทยาเขต 3 วิทยาเขต
สีประจำสถาบัน ██ สีเขียวตั้งแช (สีเขียวเวอร์ริเดียน)
เว็บไซต์ www.su.ac.th
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/SilpakornU

มหาวิทยาลัยศิลปากร (อังกฤษ: Silpakorn University; ชื่อย่อ: มศก. – SU) เป็นมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกในประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะและการออกแบบ ปัจจุบันเปิดสอนครอบคลุมทุกสาขาวิชา ทั้งกลุ่มสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัยสากลอย่างสมบูรณ์

ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากร" ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับจนเป็น "โรงเรียนศิลปากร" และเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 พระยาอนุมานราชธน ร่วมกับศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี พัฒนาหลักสูตรจนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร[1] เพื่อเป็นสถาบันอุดมศึกษาขั้นสูงทางศิลปะของชาติ โดยมีปณิธานที่จะสร้างสรรค์ศิลปะ วิทยาการ และภูมิปัญญาเพื่อสังคม มีผลให้งานศิลปะของชาติพัฒนาและก้าวหน้า มีกิจกรรมและวิชาการต่าง ๆ ที่ดำเนินการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนเสมอมา นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยศิลปากรมีผู้อำนวยการและอธิการบดีมาแล้ว 19 คน อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันชัย สุทธะนันท์[5][6][7][8]

เนื้อหา

ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เดิมคือ "โรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากร" เปิดสอนวิชาจิตรกรรมและประติมากรรมให้แก่ข้าราชการและนักเรียนในสมัยนั้นโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (เดิมชื่อ Corrado Feroci) ชาวอิตาลีซึ่งเดินทางมารับราชการในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ขึ้น และได้เจริญเติบโตเป็นลำดับเรื่อยมา จนกระทั่งได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486[1] คณะจิตรกรรมและประติมากรรม ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นคณะวิชาแรก (ปัจจุบันคือคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์) ในปี พ.ศ. 2498 จัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมไทย (ซึ่งต่อมาได้ปรับหลักสูตรและเปลี่ยนชื่อเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์) และคณะโบราณคดี หลังจากนั้นได้จัดตั้งคณะมัณฑนศิลป์ ขึ้นในปีต่อมา

ปี พ.ศ. 2509 มหาวิทยาลัยศิลปากร มีนโยบายที่จะเปิดคณะวิชาและสาขาวิชาที่หลากหลายขึ้น แต่เนื่องจากบริเวณพื้นที่ในวังท่าพระคับแคบมาก ไม่สามารถจะขยายพื้นที่ออกไปได้ จึงได้ขยายเขตการศึกษาไปยังพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โดยจัดตั้งคณะอักษรศาสตร์ พ.ศ. 2511 คณะศึกษาศาสตร์ พ.ศ. 2513 และคณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2515 ตามลำดับ หลังจากนั้น จัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ พ.ศ. 2529 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ปัจจุบันคือคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทศโนโลยีอุตสาหกรรม) พ.ศ. 2535 และจัดตั้งคณะดุริยางคศาสตร์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2542 เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความสมบูรณ์ทางด้านศิลปะมากยิ่งขึ้น

ปี พ.ศ. 2540 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายเขตการศึกษาไปจัดตั้งวิทยาเขตแห่งใหม่ที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อกระจายการศึกษาไปสู่ภูมิภาค ใช้ชื่อว่า "วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี" จัดตั้งคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ในปี พ.ศ. 2544 คณะวิทยาการจัดการ ในปี พ.ศ. 2545 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในปี พ.ศ. 2546 และวิทยาลัยนานาชาติ ในปีเดียวกัน

มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายงานในระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2515 โดยการจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยขึ้น เพื่อรับผิดชอบในการดำเนินการ [9][10]

วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศใช้ "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559" โดยได้ยกเลิก "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2530[11] และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปีพ.ศ. 2541[12]" และกำหนดให้มหาวิทยาลัยมีสถานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559[13]

ลำดับเหตุการณ์ของมหาวิทยาลัย[แก้]

  • พ.ศ. 2476 – ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกภายใต้ชื่อ "โรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากร" จัดการศึกษาในสาขาจิตรกรรมและประติมากรรมให้เแก่ข้าราชการและเยาวชนไทยโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน
  • พ.ศ. 2478 – โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้รวมกับโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า "โรงเรียนศิลปากร" แบ่งการศึกษาเป็น 3 แผนก คือ แผนกประณีตศิลปกรรม แผนกศิลปอุตสาหกรรม และแผนกนาฏดุริยางค์
  • พ.ศ. 2486 – ในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 โรงเรียนศิลปากรได้ยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา[1] โดยเปิดการเรียนการสอนในคณะจิตรกรรมและประติมากรรมเป็นคณะแรก (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์)
  • พ.ศ. 2498 – จัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมไทย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์) และคณะโบราณคดี
  • พ.ศ. 2499 – จัดตั้งคณะมัณฑนศิลป์
  • พ.ศ. 2509 – จัดตั้ง "วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์" ที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
  • พ.ศ. 2511 – เปิดสอนในคณะอักษรศาสตร์
  • พ.ศ. 2513 – เปิดสอนในคณะศึกษาศาสตร์
  • พ.ศ. 2515 – เปิดสอนในคณะวิทยาศาสตร์ และจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2529 – เปิดสอนในคณะเภสัชศาสตร์
  • พ.ศ. 2532 – มีการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานอธิการบดีออกเป็น 5 กอง 1 สำนัก คือ กองกลาง (หน่วยงานเดิม) กองกิจการนักศึกษา กองงานวิทยาเขต กองบริการการศึกษา กองแผนงาน[14] และสำนักหอสมุดกลาง[15] รวมทั้งจัดตั้งสถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก ตั้งอยู่ที่เรือนทับเจริญ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เป็นการภายใน
  • พ.ศ. 2533 – จัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์[16]
  • พ.ศ. 2534 – จัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนา[17] อย่างเป็นทางการ และจัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม[18] รวมทั้งเสนอโครงการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ 2 โครงการ คือ โครงการจัดตั้งศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และโครงการจัดตั้งสถาบันศิลปะ (หอศิลป์เดิม)
  • พ.ศ. 2535 – เปิดสอนในคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ปัจจุบัน คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม[19]) และจัดตั้งศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร[20] (ปัจจุบัน เป็นองค์การมหาชน มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ และเป็นนิติบุคคล โดยแยกออกไปจากการเป็นส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร[21]) ตลอดจนจัดตั้งศูนย์เครื่องมือวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ปัจจุบันสังกัดคณะวิทยาศาสตร์)
  • พ.ศ. 2536 – เปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง จังหวัดราชบุรี (ศูนย์มอญศึกษาวัดม่วง)
  • พ.ศ. 2537 – จัดตั้งหอศิลป์[22]
  • พ.ศ. 2538 – จัดตั้งสำนักงานบริการวิชาการ (เป็นการภายใน)
  • พ.ศ. 2539 – จัดตั้งศูนย์สันสกฤตศึกษา (เป็นการภายใน ปัจจุบันเป็นหน่วยงานในสังกัดคณะโบราณคดี)
  • พ.ศ. 2540 – จัดตั้ง "วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี" จังหวัดเพชรบุรี
  • พ.ศ. 2542 – จัดตั้งคณะดุริยางคศาสตร์ จัดการเรียนการสอนที่สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน และเริ่มก่อสร้าง "ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา" (แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2544)
  • พ.ศ. 2544 – เปิดสอนคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร (จัดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี)
  • พ.ศ. 2545 – เปิดสอนคณะวิทยาการจัดการ (จัดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี)
  • พ.ศ. 2546 – เปิดสอนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และวิทยาลัยนานาชาติ (จัดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี และสำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร)
  • พ.ศ. 2548 – จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • พ.ศ. 2550 – ดำเนินงานจัดแบ่งโครงสร้างการบริหารงานภายในสำนักงานอธิการบดีออกเป็น กองกลาง กองการเจ้าหน้าที่ กองคลัง กองงานวิทยาเขต กองแผนงาน กองกิจการนักศึกษา กองบริการการศึกษา กองบริการอาคารสถานที่และยานพาหนะพระราชวังสนามจันทร์ สำนักงานตรวจสอบภายใน สำนักงานวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี สำนักงานประกันคุณภาพการศึกษา และเห็นชอบการปรับโครงสร้างสำนักงานสภามหาวิทยาลัยขึ้นตรงกับสภามหาวิทยาลัย และดำเนินการโดยสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2551
  • พ.ศ. 2556 – จัดตั้งกองนิติการเป็นหน่วยงานภายในสำนักงานอธิการบดี
  • พ.ศ. 2559 – วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559[13]

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

ชื่อและความหมาย[แก้]

มหาวิทยาลัยศิลปากร ใช้คำว่า "ศิลปากร" (อ่านว่า สิน–ละ–ปา–กอน) เป็นชื่อภาษาไทยของมหาวิทยาลัย และใช้อักษรโรมันว่า "Silpakorn"

"ศิลปากร" เป็นคำสนธิระหว่าง "ศิลปะ" หมายถึง ฝีมือ, ฝีมือทางการช่าง, การทำให้วิจิตรพิสดาร[23] และ "อากร" หมายถึง บ่อเกิด, ที่เกิด[23] ดังนั้น "ศิลปากร" จึงมีความหมายว่า "บ่อเกิดแห่งศิลปะ"

อีกทั้งชื่อของมหาวิทยาลัยศิลปากร ยังพ้องกับชื่อของกรมศิลปากร เนื่องจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากร" และต่อมาได้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับจนเป็น "โรงเรียนศิลปากร" จนกระทั่งได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปัจจุบัน ซึ่งชื่อ "ศิลปากร" นั้นมาจาก

...แยกการช่างที่เป็นประณีตศิลปไว้ส่วนหนึ่ง แลให้ยกกรมพิพิธภัณฑ์จากกระทรวงธรรมการ มารวมกันตั้งขึ้นเป็น "กรมศิลปากร" มีผู้บัญชาการกรมขึ้นตรงต่อพระเจ้าแผ่นดิน...

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบรมราชโองการ ณ วันที่ 27 มีนาคม ร.ศ. 130 (พ.ศ. 2454)[24]

ดังนั้น การใช้ชื่อ "ศิลปากร" จึงดูเหมาะสมและถูกต้อง เพราะมหาวิทยาลัยศิลปากรมีความเกี่ยวข้องกับกรมศิลปากรในอดีต แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว

ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

พระพิฆเนศ หรือพระคเณศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ทั้งยังเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาการและการประพันธ์ พระหัตถ์ขวาบนถือตรีศูล พระหัตถ์ขวาล่างถืองาช้าง พระหัตถ์ซ้ายบนถือปาศะ (เชือก) พระหัตถ์ซ้ายล่างถือครอบน้ำ ประทับบนบัลลังก์เมฆที่เขียนด้วยลายกนก ภายใต้มีอักษรว่า "มหาวิทยาลัยศิลปากร" โดยประกาศใช้เมื่อ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2494[25] ซึ่งคล้ายคลึงกับกรมศิลปากร

และเมื่อมหาวิทยาลัยศิลปากรปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยได้มีประกาศใช้ตราสัญลักษณ์ใหม่แทนตราสัญลักษณ์ครุฑ เพื่อใช้ในหนังสือราชการ หนังสือประทับตรา บันทึกข้อความ คำสั่ง และประกาศต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย โดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559[26]

สีประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

██ สีเขียวเวอร์ริเดียน หรือที่เรียกตามสีไทยโทนว่า "สีเขียวตั้งแช"[27] เป็นสีของน้ำทะเลระดับลึกที่สุด แต่ในระยะแรกก่อตั้งมหาวิทยาลัยได้กำหนดใช้สีเขียว ซึ่งเป็นสีพื้นป้ายมหาวิทยาลัยป้ายแรก แต่ช่วงนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหิดลก็ใช้สีเขียวเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยเช่นกัน จึงมีแนวคิดที่จะสร้างความแตกต่าง และเนื่องจากนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ นิยมพารุ่นน้องปี 1 ไปทำกิจกรรมรับน้องที่เกาะเสม็ด จึงได้มีโอกาสชื่นชมสีของน้ำทะเลใส และได้นำมาเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสีที่บ่งบอกถึงความสร้างสรรค์ของชาวศิลปากร

ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ต้นจัน เป็นต้นไม้ใหญ่ ผลมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ยืนต้นเก่าแก่อยู่คู่กับวังท่าพระมาช้านาน และยังมีต้นเก่าแก่อีกต้นที่พระตำหนักทับขวัญ พระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้ต้นจันเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย เป็นที่มาของเพลงกลิ่นจัน ปัจจุบันมีการปลูกต้นจันที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีเพิ่มขึ้นด้วย[28]
  • ดอกแก้ว ด้านข้างท้องพระโรง วังท่าพระ มีสวนแก้วอยู่ด้านใน ยามเมื่อดอกแก้วออกดอก จะส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งวัง

เพลงประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • Santa Lucia เป็นเพลงพื้นเมืองของประเทศอิตาลี แต่งขึ้นในราวศตวรรษที่ 19 เป็นบทเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อชมความงามของชายหาดที่มีชื่อเสียงของเมืองเนเปิลส์ นอกจากนี้ เพลง Santa Lucia ยังเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย สืบเนื่องจากศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นชาวอิตาลี ซึ่งมีชื่อเดิมว่า "คอร์ราโด เฟโรชี" (Corrado Feroci) และชอบร้องเพลงนี้บ่อย ๆ เวลาทำงาน[29]
  • ศิลปากรนิยม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ได้นำทำนองเพลง Santa Lucia มาใส่เนื้อร้องภาษาไทย
  • กลิ่นจัน เป็นเพลงที่มาจากคณะอักษรศาสตร์ เวลาผ่านไป เพลงกลิ่นจันก็แพร่หลายไปทั่วมหาวิทยาลัย และนับเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยด้วย
  • สวัสดีศิลปากร เป็นเพลงที่แต่งโดยนักศึกษาคณะโบราณคดี เพื่อใช้ในการหาเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2538 ภายหลังก็ได้มีการใช้เพลงนี้ในทุกกิจกรรมและใช้ร้องกันในทุกคณะของมหาวิทยาลัยศิลปากร

การบูมคณะ[แก้]

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่แต่ละคณะวิชาจะมีการบูมสำหรับคณะตนเองซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคณะ ขณะที่จะไม่มีการบูมมหาวิทยาลัย โดยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวของประเทศไทยที่ไม่มีการบูมมหาวิทยาลัย[30]

ทำเนียบนายกคณะกรรมการและนายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

การเรียกชื่อตำแหน่ง "นายกคณะกรรมการมหาวิทยาลัยศิลปากร" เป็นไปตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2486[1] ซึ่งในมาตรา 7 ได้บัญญัติไว้ดังนี้ "มาตรา 7 ให้นายกรัฐมนตรี เป็นนายกคณะกรรมการ และให้อธิบดีกรมศิลปากรเป็นอุปนายก" ฉะนั้น นายกรัฐมนตรีจึงดำรงตำแหน่ง "นายกคณะกรรมการมหาวิทยาลัยศิลปากร" โดยตำแหน่ง ดังนั้น ตำแหน่งนายกคณะกรรมการจึงมิได้มีการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งไว้ อนึ่ง กรรมการประเภทอื่น อาทิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีการกำหนดวาระไว้ในมาตรา 9 ให้อยู่ในตำแหน่ง 2 ปีแต่กรรมการผู้นั้นอาจรับแต่งตั้งใหม่ได้ ดังนั้น คณะกรรมการมหาวิทยาลัยจึงมีการแต่งตั้งทุก 2 ปี เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่ได้กำหนดไว้

ในปี พ.ศ. 2511 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ตราพระราชบัญญัติขึ้นมาใหม่ โดยยกเลิก "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2486[1] รวมทั้งฉบับเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2506[31] และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2508[32] (แก้คำผิด พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๘[33])" เรียกว่า "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2511[34]" และได้เปลี่ยนการเรียกชื่อตำแหน่งนายกคณะกรรมการ โดยบัญญัติไว้ใน มาตรา 13 ดังนี้ "มาตรา 13 ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย ฯลฯ" ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ฉะนั้น ทุก 2 ปี จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย

ต่อมามีการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2515 คณะปฏิวัติจึงได้มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 181[35] เพื่อยกเลิกมาตรา 13 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2511[34] ฉะนั้น เพื่อเป็นการแบ่งเบาภารกิจของนายกรัฐมนตรี มีความดังนี้ "มาตรา 13 ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วยนายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ฯลฯ" มาตรา 14 นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่ง 2 ปีแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกก็ได้

ปี พ.ศ. 2530 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ยกเลิกพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2511[34] รวมทั้งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 181 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2515[35] และได้ตราพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นมาใช้บังคับ ได้แก่ "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2530[11] (แก้คำผิด พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๐[36])" และพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดเกี่ยวกับนายกสภามหาวิทยาลัยไว้ใน มาตรา 13 (6) วรรคสอง ความว่า "คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย" ส่วนวาระการดำรงตำแหน่งได้กำหนดไว้ในมาตรา 15 ความว่า "มาตรา 15 นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 15 (4) (5) และ (6) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้"

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยศิลปากรมีนายกคณะกรรมการและนายกสภาฯ มาแล้ว 12 คน ดังรายนามต่อไปนี้[37]

รายนามผู้ดำรงตำแหน่งนายกคณะกรรมการและนายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร
ลำดับ นายกคณะกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง
1
จอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2486 – พ.ศ. 2500
2
พลโทถนอม กิตติขจร
(จอมพลถนอม กิตติขจร)
พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503
พ.ศ. 2507 – พ.ศ. 2512
3
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2507
ลำดับ นายกสภาฯ วาระการดำรงตำแหน่ง
4
จอมพลถนอม กิตติขจร พ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2514
5
พลเอกบุญเรือน บัวจรูญ 18 กันยายน พ.ศ. 2515 – 17 กันยายน พ.ศ. 2517[38]
18 กันยายน พ.ศ. 2517 – 17 กันยายน พ.ศ. 2519[39]
18 กันยายน พ.ศ. 2519 – 17 กันยายน พ.ศ. 2521[40]
18 กันยายน พ.ศ. 2521 – 17 กันยายน พ.ศ. 2523[41]
18 กันยายน พ.ศ. 2523 – 17 กันยายน พ.ศ. 2525[42]
18 กันยายน พ.ศ. 2525 – 17 กันยายน พ.ศ. 2527[43]
18 กันยายน พ.ศ. 2527 – 17 กันยายน พ.ศ. 2529[44]
6
อดุล วิเชียรเจริญ 18 กันยายน พ.ศ. 2529 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2531
29 มิถุนายน พ.ศ. 2531 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2533[45]
7
ชุมพล พรประภา 29 มิถุนายน พ.ศ. 2533 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2535[46]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2535 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2537[47]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2537 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2539[48]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2539 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2541[49]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2541 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2543[50]
8
เกษม วัฒนชัย 29 มิถุนายน พ.ศ. 2543 – 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 (ขอลาออก)[51]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2545 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2547[52]
9
เกษม สุวรรณกุล 29 มกราคม พ.ศ. 2544 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2545[53]
10
คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ
(ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ)
29 มิถุนายน พ.ศ. 2547 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2549[54]
3 เมษายน พ.ศ. 2552 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553[55]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2553 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555[56]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557[57]
11
ชุมพล ศิลปอาชา 29 มิถุนายน พ.ศ. 2549 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2551[58]
29 มิถุนายน พ.ศ. 2551 – 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551 (ขอลาออก)[59]
12
ภราเดช พยัฆวิเชียร 13 มกราคม พ.ศ. 2558 – 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560[60]
21 สิงหาคม พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน[3]
  • หมายเหตุ ตำแหน่งทางวิชาการในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

ทำเนียบผู้อำนวยการและอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยศิลปากรมีผู้อำนวยการและอธิการบดีมาแล้ว 19 คน ดังรายพระนามและรายนามต่อไปนี้

รายพระนามและรายนามผู้อำนวยการและอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร
ลำดับ ผู้อำนวยการ วาระการดำรงตำแหน่ง
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2486
1
ศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) พ.ศ. 2486 – พ.ศ. 2492
2
ศาสตราจารย์ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล พ.ศ. 2492 – พ.ศ. 2494
3
ศาสตราจารย์ พลเอก หลวงรณสิทธิพิชัย พ.ศ. 2494 – พ.ศ. 2501
4
ศาสตราจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2508
ลำดับ อธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
5
ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล พ.ศ. 2508 – พ.ศ. 2514[61][62][63]
6
ศาสตราจารย์ พันเอก หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ พ.ศ. 2514 – พ.ศ. 2517[64][65]
7
ศาสตราจารย์แสวง สดประเสริฐ พ.ศ. 2517 – พ.ศ. 2518
8
ศาสตราจารย์ ดร.อดุล วิเชียรเจริญ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2522[66][67]
9
ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ทองใหญ่ ทองใหญ่ พ.ศ. 2522 – พ.ศ. 2525[68][69]
10
ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2527[70]
1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2529[71]
11
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอนก วีรเวชชพิสัย พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2531[72]
12
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2535[73]
1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2539[74]
13
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ตรึงใจ บูรณสมภพ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2543[75]
14
อาจารย์พุฒ วีระประเสริฐ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2547[76]
15
รองศาสตราจารย์ ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 – 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2550[77]
16
นายภราเดช พยัฆวิเชียร รักษาราชการแทนอธิการบดี 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 – 30 เมษายน พ.ศ. 2551
รักษาราชการแทนอธิการบดี 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555 – 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
17
ดร.อุทัย ดุลยเกษม รักษาราชการแทนอธิการบดี 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 – 5 มิถุนายน พ.ศ. 2551
6 มิถุนายน พ.ศ. 2551 – 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555[78]
18
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญ ถาวรเวช รักษาราชการแทนอธิการบดี 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555 – 12 มีนาคม พ.ศ. 2556
13 มีนาคม พ.ศ. 2556 – 12 มีนาคม พ.ศ. 2560[79]
19
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันชัย สุทธะนันท์ รักษาการแทนอธิการบดี 13 มีนาคม พ.ศ. 2560 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2560
23 มีนาคม พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน[2]
  • หมายเหตุ ตำแหน่งทางวิชาการในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

วิทยาเขต[แก้]

วังท่าพระ[แก้]

ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน ตรงข้ามพระบรมมหาราชวังและท่าช้างวังหลวง มีพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ เดิมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นวิทยาเขตแรกและเป็นจุดกำเนิดของมหาวิทยาลัย

เป็นที่ตั้งของคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะโบราณคดี คณะมัณฑนศิลป์ และหอศิลป์ต่าง ๆ

มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ยังรวมไปถึงพื้นที่ สำนักงานอธิการบดี ตลิ่งชัน เป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิการบดี คณะดุริยางคศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ และบัณฑิตวิทยาลัย

วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์[แก้]

สำหรับความหมายอื่น ดูที่ สนามจันทร์ (แก้ความกำกวม)

เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ม.ทับแก้ว" ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งเคยเป็นพระราชวังของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพื้นที่ประมาณ 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา แต่ใช้เป็นที่ก่อสร้างอาคารของมหาวิทยาลัยเพียง 428 ไร่

เป็นที่ตั้งของคณะอักษรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทศโนโลยีอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเปิดให้มีการเรียนการสอนแบบสหศึกษาแก่นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถมศึกษาปีที่ 1–6 และชั้นมัธยมปีที่ 1–6 ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันวิจัยและพัฒนา ศูนย์วิทยาศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการต่าง ๆ

สาเหตุที่เลือกจังหวัดนครปฐมเป็นที่ตั้งวิทยาเขตแห่งใหม่ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เหมาะสมที่จะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากรด้วยเหตุผลดังนี้[80][81]

วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี[แก้]

สืบเนื่องจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคของประเทศไทยในรูปแบบของวิทยาเขตสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากรจึงมีปณิธานและปรัชญาการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่พื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ให้ใช้ที่ราชพัสดุ ณ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 621 ไร่ และได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี โดยกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้ใช้พื้นที่เพิ่มเติม จำนวน 200 ไร่ เพื่อรองรับการเรียนการสอนของคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร

เป็นที่ตั้งของคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และคลังโบราณวัตถุของคณะโบราณคดี

คณะวิชา[แก้]

มหาวิทยาลัยศิลปากรเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ครอบคลุมทั้งกลุ่มสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยมีหน่วยงานจัดการเรียนการสอนทั้งหมด ดังต่อไปนี้[82]

ศูนย์/สำนัก/สถาบัน[แก้]

สถานที่สำคัญ[แก้]

วังท่าพระ[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: วังท่าพระ
  • ประตูและกำแพงวังท่าพระ

กำแพงก่ออิฐถือปูนมีใบเสมาประกอบ กำแพงนี้คาดว่าก่อสร้างพร้อมกับวังท่าพระตั้งแต่สมัยรัชกาลที่1 ปัจจุบันคงเหลือเฉพาะด้านริมถนนหน้าพระลาน ถือเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

  • ท้องพระโรงและกำแพงแก้ว

ปัจจุบันเป็นหอศิลป์ของมหาวิทยาลัย ลักษณะท้องพระโรงเป็นแบบเรือน 5 ห้อง เฉลียงรอบหันหน้ายาวออกหน้าวัง รูปทรงท้องพระโรงที่ปฏิสังขรณ์ใหม่นั้นภายนอกคงยึดตามแบบที่ปรากฏเมื่อครั้งรัชกาลที่3 แต่ภายในคงไว้แต่เสาเดิม มีบันไดใหญ่เข้าทางด้านหน้าได้ทางเดียว กำแพงนั้นเป็นสถาปัตยกรรมในรัชกาลที่5 มีลูกกรงที่ทำด้วยเหล็กหล่อเป็นลายสวยงาม และได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

  • ตำหนักกลางและตำหนักพรรณราย

สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกรุ่นแรก ๆ ในรัชกาลที่5 กล่าวคือเป็นตึกสองชั้น มีเฉลียงหลังหนึ่งหันเข้าหาอีกหลังหนึ่ง ส่วนหลังนอกนั้นอยู่ข้างสวนแก้ว ตึกหลังในที่มีเฉลียงทำเรียบกว่าหลังนอก และมีเสาทึบ หัวเสาเป็นแบบศิลปะโรมัน ช่องคูหาด้านล่างเป็นช่องโค้ง มีการตกแต่งที่ส่วนต่าง ๆ ภายนอกอาคารเล็กน้อย ส่วนตึกหลังนอกมีรูปทรงทึบกว่า มีการตกแต่งผิวหนังโดยการเซาะเป็นร่องในชั้นล่าง ส่วนชั้นบนผนังเรียบ มีเสาติดผนังระหว่างช่องหน้าต่างและประตูต่าง ๆ ด้วยลายปูนปั้นหรือตีตารางไม้ไว้ในช่องแสงเหนือประตูบางส่วน ตึกหลังนอกมีกันสาด มีเท้าแขนรับกันสาดทำอย่างเรียบ ๆ และประดับชายคาด้วยลายฉลุไม้ ตึกหลังในนี้เป็นที่ประทับของพระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย พระมารดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยตำหนักกลางนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ปัจจุบันใช้เป็นที่ตั้งของหอศิลป์และหน่วยงานของมหาวิทยาลัย

  • ศาลาในสวนแก้ว

เรียกว่า ศาลาดนตรี เมื่อครั้งรัชกาลที่5 องค์เจ้าของวังเคยประทับที่ศาลานี้เพื่อชมการแสดงหรือประชันดนตรีซึ่งจะตั้งวงกันในสวนแก้ว เพราะในวังท่าพระขณะนั้นมีวงดนตรีประจำวังที่มีชื่อเสียง ศาลาในสวนนี้ทำเป็นศาลาโปร่งมีผนังด้านเดียว หันหน้าเข้าหาสวนแก้ว หลังคาเป็นแบบปั้นหยา มีลายประดับอาคารอย่างละเอียดซับซ้อนกว่าตัวตำหนัก จึงเข้าใจว่าสร้างทีหลัง ลายฉลุไม้ทั้งที่ชายคาท้าวแขนระเบียบทำอย่างประณีตงดงาม

  • รูปเคารพศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

เป็นหนึ่งในศูนย์รวมใจของชาวศิลปากร สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ตั้งอยู่บริเวณลานอาจารย์ศิลป์ หลังตึกกรมศิลปากร

วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: พระราชวังสนามจันทร์

พระตำหนักที่โดดเด่นที่สุดในหมู่พระตำหนักและพระที่นั่ง และเป็นสัญลักษณ์ของพระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามใหญ่ สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2451 โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ จุดเด่นของพระตำหนักองค์นี้คือสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะคล้ายกับปราสาท ซึ่งเป็นการผสมระหว่างศิลปะเรอเนซองส์ของฝรั่งเศส กับอาคารแบบฮาล์ฟ ทิมเบอร์ของอังกฤษ แต่ดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระตำหนักว่า พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์[83] และโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนัก เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2460

พระตำหนัก 2 ชั้น สร้างด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกของประเทศทางตะวันตก แต่ได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบบางส่วนให้เหมาะกับภูมิอากาศแบบเมืองร้อน พระตำหนักองค์นี้สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ โดยมีฉนวนทางเดินทำเป็นสะพาน จากชั้นบนด้านหลังของพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ข้ามคูน้ำเชื่อมกับชั้นบนด้านหน้าของพระตำหนัก สะพานดังกล่าวหลังคามุงกระเบื้อง และติดหน้าต่างกระจกทั้งสองด้าน ตลอดความยาวของสะพานที่เชื่อมติดต่อถึงกัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักนี้ ในราวปี พ.ศ. 2459 โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ

  • พระตำหนักทับแก้ว

อาคารตึกสองชั้นในพระราชวังสนามจันทร์ เคยเป็นที่ประทับในฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในอาคารมีเตาผิงและหลังคา มีปล่องไฟตามแบบตะวันตก ในระหว่างที่มีการซ้อมรบเสือป่า พระตำหนักเป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่ากองเสนาน้อยราบเบารักษาพระองค์ โดยพื้นที่ด้านหลังของพระตำหนักเป็นที่ตั้งของวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อันเป็นที่มาของคำว่า "ม.ทับแก้ว"

เป็นเรือนไทยภาคกลางที่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อรักษาศิลปะบ้านไทยแบบโบราณ และใช้พระตำหนักองค์นี้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์ โดยบริเวณกลางชานเรือนปลูกต้นจันใหญ่แผ่กิ่งก้านไว้ให้ร่มเงาอยู่ เหตุนี้ต้นจันจึงถูกกำหนดให้เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

  • รูปเคารพศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล บุคคลสำคัญของโลกและศิลปินแห่งชาติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้ก่อตั้งวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่บริเวณหน้าคณะศึกษาศาสตร์

  • สระแก้ว สะพานสระแก้ว และศาลาสระแก้ว

สระน้ำขนาดใหญ่กลางมหาวิทยาลัย อยู่คู่กับพระราชวังสนามจันทร์ มีบรรยากาศร่มรื่น มีการสร้างสะพานข้ามสระหลายแห่ง แต่ที่โดดเด่นคือสะพานไม้หน้าตึกยูเนี่ยน ใกล้กันมีศาลาไม้แปดเหลี่ยมแบบโปร่ง ฉลุตามแบบตะวันตก สระน้ำนี้เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและใช้จัดงานลอยกระทงที่มีชื่อเสียง

  • ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร

วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี[แก้]

  • เทวาลัยพระคเณศ

พระพิฆเนศหล่อโลหะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หน้าตักกว้าง 96 นิ้ว ประดิษฐานเมื่อปี พ.ศ. 2550 ปัจจุบันอยู่บริเวณลานเทวาลัยคเณศ เนื่องในปีมหามงคลในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเททองหล่อองค์พระพิฆเนศ ออกแบบปั้นและหล่อโดยอาจารย์เสวต เทศน์ธรรม ประติมากรอาวุโส ศิษย์คนสำคัญของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสิริมงคลแก่วิทยาเขตสารเทศเพชรบุรี

  • ลานประติมากรรม

ลานเนินสูงต่ำหลายเนิน ปูคลุมทั้งหมดด้วยสนามหญ้า มีต้นไม้และสระน้ำขนาดใหญ่ กว้างขวาง จัดแสดงผลงานประติมากรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ของศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั้งในและต่างประเทศหลายชิ้น ตั้งอยู่บริเวณหน้าวิทยาเขตมีชื่อเล่นว่าลานเทเลทับบี้ เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับสถานที่ในละครทีวีเรื่องเทเลทับบีส์ เป็นสถานที่พักผ่อนและใช้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีบรวงสวงพระพิฆเนศ เทศกาลตลาดศิลป์ และพิธีลอยกระทง เป็นต้น

  • อาคารบริหาร

อาคารสูง 7 ชั้น มีลักษณะโดดเด่น ก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้วัสดุและแนวคิดประหยัดพลังงาน เป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิการบดีและหน่วยงานต่าง ๆ ในวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี และเป็นสัญลักษณ์ของวิทยาเขตสารสนเทศ ด้านข้างอาคารมีทางเดินเชื่อมกับอาคารเรียนรวม 1 เรียกว่าระเบียงชงโค

  • สถาบันศิลปสถาปัตยกรรมไทยเฉลิมพระเกียรติ

วันสำคัญของมหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

  • วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยศิลปากร

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 เป็นวันที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากร ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • วันศิลป์ พีระศรี

ด้วยคุณูปการที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีมีให้ต่อประเทศไทย ทำให้มีการรำลึกถึงท่านทุกวันที่ 15 กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายเกิดของท่าน เรียกกันว่า "วันศิลป์ พีระศรี" โดยถือเป็นวันสำคัญของวงการศิลปะไทยและนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ในวันศิลป์ พีระศรีนั้น มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระจะจัดกิจกรรมขึ้นในมหาวิทยาลัยเพื่อให้ศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่าหรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน มีการวางดอกไม้เป็นการรำลึกถึงท่านที่ลานอนุสาวรีย์ที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ โดยนักศึกษาจะเปิดร้านขายของที่ระลึกและมีการแสดงดนตรีสดตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นยังมีการเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมแสดงความเคารพต่ออัฐิของท่านในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และพิธีสำคัญจะเริ่มขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งทุ่ม ซึ่งจะเป็นการจุดเทียนที่ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์พร้อมไปกับการร้องเพลง Santa Lucia และเพลงศิลปากรนิยมเพื่อเป็นการรำลึกถึงท่านในวันสำคัญนี้

  • วันศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

เป็นบุคคลที่มหาวิทยาลัยศิลปากรมีความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติและเกียรติคุณของท่าน ท่านมีคุณปการด้านการศึกษาที่โดดเด่น จนได้รับการยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา ในวาระครบ 100 ปีเกิดของท่าน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2446

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านเคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยดำรงตำแหน่ง 3 วาระเป็นท่านแรก และเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ณ พระราชวังสนามจันทร์ โดยตั้งคณะอักษรศาสตร์ขึ้นเป็นคณะวิชาแรก แล้วจึงมีคณะอื่น ๆ ขึ้นมาตามลำดับดังที่ปรากฏในปัจจุบัน ท่านจึงเป็นเป็นผู้มีส่วนพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้า ทำให้เกิดการขยายตัวทางการศึกษาหลายสาขาวิชา มหาวิทยาลัยมีความรำลึกถึงพระคุณของศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลเป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้ วันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปีเป็น "วันศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล" และได้จัดกิจกรรมในวันดังกล่าวเพื่อรำลึกถึงพระคุณท่านที่มีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 อันเป็นปีที่เปิดอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: พิธีสำเร็จการศึกษา

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากรจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี อดีตผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเสด็จฯ ครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2507 ซึ่งเป็นวันที่ตรงกับวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยศิลปากร ณ ท้องพระโรง วังท่าพระ[84]

ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความพอใจที่ได้ทราบความเป็นมา และผลงานของมหาวิทยาลัยศิลปากรอย่างละเอียด และมีความยินดีที่ได้มามอบปริญญาบัตร และอนุปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นครั้งแรกในวันนี้ ศิลปเป็นเครื่องแสดงเรื่องราว ของมนุษยชาติอย่างสำคัญอย่างหนึ่ง ประเทศที่เจริญแล้วย่อมยกย่องและอุดหนุนเกื้อกูลการศึกษาค้นคว้าวิชาด้านนี้ เสมอด้วยวิชาด้านอื่น ๆ และย่อมมีสถานศึกษาชั้นสูงเพื่อการนั้นอยู่ทั่วกัน การที่มหาวิทยาลัยศิลปากรพยายามปรับปรุงขยายกิจการของมหาวิทยาลัยให้เจริญขึ้นเป็นลำดับ จนเป็นปึกแผ่นมั่นคงได้เช่นนี้จึงเป็นที่น่าอนุโมทนา และน่าจะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

ข้าพเจ้าขอชมเชยบัณฑิตทุกรุ่น ทุกคน ที่มีความเพียรพยายามในการศึกษาเล่าเรียน จนได้รับความยกย่องอย่างสูงจากมหาวิทยาลัย ในบัดนี้ ท่านทั้งหลายก็ได้รับปริญญาทางศิลปแล้ว จึงควรจะคำนึงถึงความเป็นศิลปินซึ่งหมายถึงความสามารถตามธรรมชาติ ที่จะเห็นความงาม และคิดถึงความงาม เมื่อเกิดความคิดแล้วก็ต้องอาศัยวิชาความรู้ หรือเทคนิคเช่นวิชาช่างเป็นต้น จึงจะแสดงออกมาเป็นจิตรกรรม ปฏิมากรรม หรือศิลปกรรมในลักษณะอื่น ๆ ได้ ท่านทั้งหลาย จะออกไปมีหน้าที่การงานเกี่ยวข้องกับศิลปโดยตรง ควรจะได้ตระหนักว่าต้องฝึกฝนทั้งความเป็นศิลปิน ทั้งวิชาช่างของท่านพร้อมกันไป ท่านจึงจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถรักษามาตรฐานศิลปชาติไว้สืบไปได้

ในที่สุดนี้ ข้าพเจ้าขออวยพรให้ทุกท่านที่ประชุมพร้อมกันอยู่ ณ ที่นี้ มีความสุข ความเจริญทั่วกัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระปฐมบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร ศิลปบัณฑิต ของมหาวิทยาลัยศิลปากร วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2507[85][86][87]

ปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร

...บัณฑิตทั้งหลายต่างก็ได้รับปริญญาเป็นเครื่องรับรองความรู้ และได้กล่าวคำปฏิญาณว่าจะใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ นับเป็นการให้คำมั่นสัญญาที่มีคุณค่ามาก แต่การที่จะปฏิบัติตามคำปฏิญาณให้ได้จริงนั้น บัณฑิตต้องยึดมั่นในสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องมีประกอบส่งเสริมกับความรู้เสมอไป ไม่อาจแยกขาดจากกันได้ สิ่งสำคัญที่ว่านี้ ก็คือคุณธรรม อันเป็นเครื่องกำกับควบคุม ให้แต่ละคนใช้ความรู้ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และชี้ชัดตัดสินว่าควรนำความรู้ไปใช้อย่างไรให้สำเร็จผลเป็นประโยชน์แท้ หากขาดคุณธรรมคอยประคับประคองป้องกัน ก็มีโอกาสที่คนเราจะใช้ความรู้ไปในทางชั่วทางเสื่อม ซึ่งนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดแล้ว ยังกลับเป็นโทษเป็นภัยแก่ตนเองและผู้อื่นด้วย จึงขอให้บัณฑิตทุกคนสร้างสมอบรมคุณธรรมให้เจริญงอกงามควบคู่กับความรู้ จะได้สามารถรักษาคำสัตย์ปฏิญาณอันได้กล่าวไว้ตลอดจนสร้างสรรค์ประโยชน์ตน ประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างสมบูรณ์...

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พระราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยศิลปากร วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559[88]

บุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้]

ปูชนียบุคคล[แก้]

บุคคลในวงการบันเทิง[แก้]

อันดับและมาตรฐานของมหาวิทยาลัย[แก้]

อันดับมหาวิทยาลัย
อันดับในประเทศ (อันดับนานาชาติ)
สถาบันที่จัด อันดับ
QS (2018) 10 (301–350)
URAP (2016–2017) 17 (1,968)
SIR (2017) 13 (2,743)
Webometrics (July 2017) 15 (2,083)
Nature Index (2016) 9 (–)
UI GreenMetric (2016) 10 (173)

การประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัย[แก้]

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เริ่มจัดการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 เป็นการจัดระดับ (Rating) แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ 5 ดีมาก, ระดับ 4 ดี, ระดับ 3 ปานกลาง, ระดับ 2 ควรปรับปรุง, และระดับ 1 ต้องปรับปรุงโดยด่วน การจัดระดับแบ่งออกเป็นสาขาวิชาต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ กลุ่มสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ กลุ่มสาขาวิชาเทคโนโลยี กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาขาวิชาแพทยศาสตร์ และกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยโดย สกว. เป็นความสมัครใจของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งที่จะส่งข้อมูลเพื่อเข้าร่วมการประเมิน

นอกจากการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว สกว. ยังมีแนวคิดที่จะประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยอีกด้วย โดยยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลก่อนการประเมินคุณภาพผลงานวิจัย

อันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

อันดับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยในที่นี้ เป็นการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทยโดยหน่วยงานของไทยเอง และนิตยสารของต่างประเทศ

สำหรับหน่วยงานของไทย ในปี พ.ศ. 2549 นี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้จัดให้มีการจัดลำดับมหาวิทยาลัยรัฐในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดย 2 หน่วยงาน คือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

สำหรับในต่างประเทศ ได้มีการจัดทำอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกจากทั้งไทมส์ไฮเออร์เอดยูเคชันซัปพลีเมนต์, เอเชียวีก, คอกโครัลลีไซมอนส์ (QS) , CWTS, CWUR ฯลฯ รวมทั้งการจัดอันดับความเป็นอิเล็กทรอนิกส์และการเข้าถึงเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยจากเว็บไซต์เว็บโอเมตริกซ์ โดยมหาวิทยาลัยในประเทศไทยบางส่วนได้ถูกเสนอชื่อเข้าไปในนั้น ในขณะที่บางลำดับ เช่นจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง ไม่มีรายชื่อมหาวิทยาลัยในประเทศไทยแต่อย่างใด

การจัดอันดับโดย Quacquarelli Symonds (QS)[แก้]

Quacquarelli Symonds (QS) ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยในระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก แบ่งเป็นโดยภาพรวมและจัดแยกสาขาออกเป็น 5 สาขา (สาขาละ 100 อันดับ) ได้แก่ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีวการแพทย์ สาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และสาขาสังคมศาสตร์ โดยระดับภูมิภาคเอเชีย ดัชนีชี้วัดสำหรับการจัดอันดับของ QS Asia University Ranking[94] ได้แก่

  • ชื่อเสียงทางวิชาการ (30%)
  • ทัศนคติของผู้จ้างงานบัณฑิต (10%)
  • สัดส่วนจำนวนอาจารย์ต่อนักศึกษา (20%)
  • สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อจำนวนอาจารย์ (15%)
  • สัดส่วนจำนวนงานวิจัยต่อจำนวนอาจารย์ (15%)
  • สัดส่วนนักศึกษาต่างชาติ (2.5%)
  • สัดส่วนอาจารย์ต่างชาติ (2.5%)
  • จำนวนนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มาจากต่างประเทศ (2.5%)
  • จำนวนนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ไปต่างประเทศ (2.5%)

พ.ศ. 2561 "มหาวิทยาลัยศิลปากร" (Silpakorn University) อยู่ในอันดับที่ 301–350 ของทวีปเอเชีย[95] และอยู่ในอันดับ 10 ของประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ[96]

การจัดอันดับโดย University Ranking by Academic Performance (URAP)[แก้]

University Ranking by Academic Performance (URAP) เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกที่ก่อตั้งขึ้นโดยสถาบันสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเทคนิคตะวันออกกลาง (Informatics Institute of Middle East Technical University) ประเทศตุรกี ในปี พ.ศ. 2552 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ต้องการที่จะพัฒนาระบบการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก โดยมีพื้นฐานทางด้านวิชาการตรงตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คุณภาพและปริมาณของบทความตีพิมพ์ทางวิชาการ บทความวิจัย การเผยแพร่ และการอ้างอิง เป็นต้น โดยเริ่มทำการเผยแพร่งานวิจัยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา

พ.ศ. 2559–2560 "มหาวิทยาลัยศิลปากร" (Silpakorn University) อยู่ในอันดับที่ 1,968 ของโลก[97] อันดับที่ 17 ของประเทศไทย[98] อันดับที่ 681 ของทวีปเอเชีย[99]

การจัดอันดับโดย SCImago Institutions Ranking (SIR)[แก้]

SCImago Institutions Ranking (SIR) เป็นการจัดอันดับสถาบันที่มีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งจะไม่ใด้นับเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่จะนับสถาบันเฉพาะทางด้วย เช่น สถาบันเทคโนโลยี วิทยาลัย โรงพยาบาล เป็นต้น

พ.ศ. 2560 "มหาวิทยาลัยศิลปากร" (Silpakorn University) อยู่ในอันดับที่ 2,743 ของโลก[100] อันดับที่ 13 ของประเทศไทย[101]

การจัดอันดับโดย Webometrics[แก้]

การจัดอันดับของ "เว็บโอเมตริกซ์" (Webometrics) จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก อันดับเว็บโอเมตริกซ์จะบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ในเว็บไซต์ของสถาบัน โดยพิจารณาจากจำนวนลิงก์ที่เชื่อมโยงเข้าสู่เว็บไซต์นั้น ๆ จากเว็บไซต์ภายนอกโดยวัดจากการสืบค้นด้วยโปรแกรมค้นหา และนับจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ในกลุ่มของไฟล์ .pdf .ps .ppt และ .doc และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง (Citation) แบบออนไลน์ผ่านกูเกิลสกอลาร์ (Google Scholar) โดยจะจัดอันดับปีละ 2 ครั้ง ได้แก่เดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคม

เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 "มหาวิทยาลัยศิลปากร" (Silpakorn University) อยู่ในอันดับที่ 2,083 ของโลก[102] อันดับที่ 672 ของทวีปเอเชีย[103] อันดับที่ 47 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[104] อันดับที่ 15 ของประเทศไทย[105]

Nature Index[แก้]

Nature Index จัดโดยวารสารในเครือ Nature Publishing Group ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก โดยการนับจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ต่อปีในวารสารที่ในเครือ Nature Publishing Group

พ.ศ. 2559 "มหาวิทยาลัยศิลปากร" (Silpakorn University) อยู่ในอันดับที่ 9 ของประเทศไทย

UI GreenMetric World University Ranking[แก้]

เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยใช้ดัชนีชี้วัดดังนี้

  • Setting And Infrastructure (ที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐาน) 15%
  • Energy and Climate Change (การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) 21%
  • Waste management (การจัดการของเสีย) 18%
  • Water usage (การจัดการน้ำ) 10%
  • Transportation (การขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) 18%
  • Education (ความสามารถในการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน) 18%

พ.ศ. 2559 "มหาวิทยาลัยศิลปากร" (Silpakorn University) อยู่ในอันดับที่ 173 ของโลก[106] สำหรับการจัดอันดับในรูปแบบวิทยาเขตในเมือง อยู่ในอันดับที่ 78[107] อันดับที่ 10 ของประเทศไทย[108]

อันดับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยโดย สกอ.[แก้]

การจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ในการจัดทำอันดับมหาวิทยาลัยรัฐ โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 50 มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่เข้าร่วมแต่เสนอว่าไม่ต้องการอยู่ในอันดับ และมหาวิทยาลัยเอกชนไม่ได้ร่วมด้วยเนื่องจากสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยแจ้งว่ายังไม่ให้ข้อมูลในปีนั้น

การจัดอันดับนี้ใช้ชื่อว่า "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย" ได้แบ่งหัวข้อการจัดอันดับออกเป็น 2 ส่วนหลักคือด้านการวิจัยและด้านการเรียนการสอน ได้จัดทำออกเป็น 2 ส่วนย่อยคือ อันดับในภาพรวมแบ่งแยกตามมหาวิทยาลัยแบ่งออกเป็นกลุ่ม และอันดับแบ่งแยกย่อยในแต่ละสาขาวิชา โดยแบ่งออกเป็น 7 สาขาวิชาย่อย ได้แก่

  1. สาขาวิทยาศาสตร์
  2. สาขาเทคโนโลยี
  3. สาขาชีวการแพทย์
  4. สาขามานุษยวิทยาและศิลปกรรมศาสตร์
  5. สาขาสังคมศาสตร์
  6. สาขาเกษตร
  7. สาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์

ผลการจัดอันดับ

  • แบบตามอันดับ เมื่อ พ.ศ. 2549 สกอ. ได้ประกาศ 50 อันดับมหาวิทยาลัยด้านวิจัย และด้านการเรียนการสอน โดยด้านการเรียนการสอน (คะแนนเต็ม 80%) มหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ในอันดับที่ 10 ที่ 43.46%
  • แบบแบ่งกลุ่ม ทั้งด้านการเรียนการสอนและด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ในกลุ่ม 3 หมายถึงดี (ร้อยละ 65–69)
  • แบ่งตามสาขา การจัดอันดับนี้จัดเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ 50 อันดับแรก แยกตามสาขา ในด้านการวิจัยและด้านการเรียนการสอน โดยคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อยู่ในอันดับที่ 1 สาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ ด้านการสอน

มหาวิทยาลัยศิลปากรสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ[แก้]

"มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ" (national university) หรือที่เรียกว่า "มหาวิทยาลัยนอกระบบ" คือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีการบริหารการจัดการอิสระแยกจากระบบราชการ (autonomous university) แต่ยังได้รับเงินอุดหนุนทั่วไป (block grant) ที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปีโดยตรง เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย และเพื่อประกันคุณภาพการศึกษา

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศใช้ "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559" โดยได้ยกเลิก "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2530[11] และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปีพ.ศ. 2541[12]" และกำหนดให้มหาวิทยาลัยมีสถานภาพเป็นนิติบุคคล และมีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศิลปากร พุทธศักราช 2486, ราชกิจจานุเบกษา 12 ตุลาคม 2486 หน้า 1496 เล่ม 60 ตอนที่ 54
  2. 2.0 2.1 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๔ ง หน้า ๒ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐
  3. 3.0 3.1 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๒๑๔ ง หน้า ๓ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐
  4. จำนวนนักศึกษารวมของมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2559 และแนวโน้มของนักศึกษารวมมหาวิทยาลัยศิลปากร, กองแผนงาน สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
  5. สภา มศก.มีมติเสนอชื่อ ‘วันชัย สุทธะนันท์’ นั่งอธิการบดี ม.ศิลปากรคนใหม่, Matichon Online - มติชนออนไลน์ วันที่ 16 ธันวาคม 2559 - 15:30 น.
  6. วันชัย สุทธะนันท์ อธิการบดีศิลปากร, ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 26 ฉบับที่ 9526 ข่าวสดรายวัน
  7. โปรดเกล้าฯ'วันชัย สุทธะนันท์'เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, กรุงเทพธุรกิจ อังคาร 24 ตุลาคม 2560
  8. โปรดเกล้าฯวันชัยนั่งอธิการบดีม.ศิลปากร, Sanook News 31 มี.ค. 60 (17:28 น.)
  9. ทับแก้ว วันวานจวบจนวันนี้, หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  10. มีอะไร ... ในมหาวิทยาลัยศิลปากร, หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  11. 11.0 11.1 11.2 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๐, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔ ตอนที่ ๒๗๗ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๐
  12. 12.0 12.1 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕ ตอนที่ ๖ ก หน้า ๖ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑
  13. 13.0 13.1 13.2 พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๕๙, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๑ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๙
  14. ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๒, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๑๓๕ ฉบับพิเศษ หน้า ๖ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๒
  15. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๒, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๑๑๔ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๒
  16. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๓, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗ ตอนที่ ๒๕๓ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๓๓
  17. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๔, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘ ตอนที่ ๗๓ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒ ๒๖ เมษายน ๒๕๓๔
  18. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๔, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘ ตอนที่ ๑๙๓ ฉบับพิเศษ หน้า ๒๔ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๔
  19. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๔, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๗๖ ก หน้า ๓ ๖ กันยายน ๒๕๔๔
  20. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งศูนย์มานุษยวิทยาในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๕, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๙๖ หน้า ๓ ๑๔ กันยายน ๒๕๓๕
  21. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๓, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๑๐๕ ก หน้า ๓๘ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
  22. พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งหอศิลป์ในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๗, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑ ตอนที่ ๑๒ ก หน้า ๗ ๑ เมษายน ๒๕๓๗
  23. 23.0 23.1 พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
  24. ประกาศจัดราชการ และเปลี่ยนนามกระทรวงโยธาธิการใหม่ กับตั้งกรมศิลปากรขึ้นใหม่ กรมหนึ่ง, ราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๗ มีนาคม ๑๓๐ เล่ม ๒๔ หน้า ๕๖๗
  25. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒๔) เรื่องกำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒, ราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ ๕๓ เล่ม ๖๘ หน้า ๑๒๙๖ ๒๑ สิงหาคม ๒๔๙๔
  26. ประกาศมหาวิทยาลัยศิลปากร เรื่อง ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๘๒ ง หน้า ๒๕ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๙
  27. อัตลักษณ์มหาวิทยาลัยศิลปากร Silpakorn University Identity, กองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  28. ในการประชุมคณบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ครั้งที่ 18/2541 เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2541 วาระที่ 3.2 เรื่อง การกำหนดชื่อต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร
  29. Santa Lucia : ศิลปากรนิยม OKnation
  30. หนังสือสำหรับน้องใหม่ปีการศึกษา 2551 หน้า 41
  31. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๖, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๙๖ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ๓๐ กันยายน ๒๕๐๖
  32. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๘, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๒ ตอนที่ ๓๔ หน้า ๒๕๖ ๒๗ เมษายน ๒๕๐๘
  33. แก้คำผิด พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๘, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๖ ตอนที่ ๔ หน้า ๑๐๑ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๒
  34. 34.0 34.1 34.2 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๑๑, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕ ตอนที่ ๑๒๓ ฉบับพิเศษ หน้า ๓๐ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๑
  35. 35.0 35.1 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๘๑, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙ ตอนที่ ๑๑๐ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๖ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๕
  36. แก้คำผิด พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๐, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๑๕ หน้า ๕๘๕ ๒๖ มกราคม ๒๕๓๑
  37. ทำเนียบนาม "นายกคณะกรรมการมหาวิทยาลัยศิลปากร" หรือ "นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร", หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  38. คำสั่งกองบัญชาการคณะปฏิวัติ ที่ ๓๘๔/๒๕๑๕ เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙ ตอนที่ ๑๕๖ ฉบับพิเศษ หน้า ๗ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๑๕
  39. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑ ตอนที่ ๑๗๑ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๗ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๗
  40. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๓ ตอนที่ ๑๕๗ หน้า ๔๐๑๓ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๑๙
  41. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๕ ตอนที่ ๑๒๒ ฉบับพิเศษ หน้า ๗ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๑
  42. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๑๔๘ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ๒๔ กันยายน ๒๕๒๓
  43. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙ ตอนที่ ๑๑๕ ฉบับพิเศษ หน้า ๖ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๒๕
  44. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑ ตอนที่ ๑๓๙ ฉบับพิเศษ หน้า ๖ ๕ ตุลาคม ๒๕๒๗
  45. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๑๑๒ ฉบับพิเศษ หน้า ๖ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๑
  46. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗ ตอนที่ ๑๔๐ หน้า ๖๒๕๐ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๓
  47. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๖ ฉบับพิเศษ หน้า ๗ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๕
  48. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๑ ตอนที่ ๕๕ ง หน้า ๕ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๗
  49. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓ ตอนที่ ๔๕ ง หน้า ๕ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๙
  50. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕ ตอนที่ ๓๖ ง หน้า ๗ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๑
  51. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๕๕ ง หน้า ๔ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒
  52. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๖๕ ง หน้า ๖ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๕
  53. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๒๒ ง หน้า ๘ ๑๕ มีนาคม ๒๕๔๔
  54. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๖๐ ง หน้า ๒ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๗
  55. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๗๒ ง หน้า ๒๗ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒
  56. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๐๙ ง หน้า ๑๙ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๓
  57. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๘๑ ง หน้า ๒ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕
  58. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๖๘ ง หน้า ๖ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๙
  59. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๓๔ ง หน้า ๙ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๑
  60. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๑๑ ง หน้า ๔ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๘
  61. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๒ ตอนพิเศษ ๗๐ หน้า ๒๑๙๘ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๐๘
  62. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕ ตอนที่ ๕ หน้า ๑๐๑ ๑๖ มกราคม ๒๕๑๑
  63. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๗ ตอนที่ ๑๑๘ หน้า ๓๕๕๐ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๑๓
  64. คำสั่งกองบัญชาการคณะปฏิวัติ ที่ ๑๑๘/๒๕๑๕ เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙ ตอนที่ ๕๓ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ๑ เมษายน ๒๕๑๕
  65. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๐ ตอนที่ ๑๑๖ หน้า ๒๙๗๕ ๑๘ กันยายน ๒๕๑๖
  66. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒ ตอนพิเศษ ๓๕ ฉบับพิเศษ หน้า ๗ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘
  67. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๔ ตอนที่ ๒๖ หน้า ๑๒๙๙ ๒๙ มีนาคม ๒๕๒๐
  68. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖ ตอนที่ ๔๔ หน้า ๑๒๘๙ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒
  69. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๘ ตอนที่ ๖๖ ฉบับพิเศษ หน้า ๒ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔
  70. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙ ตอนที่ ๑๗๘ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๕
  71. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑ ตอนที่ ๑๙๕ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๗
  72. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓ ตอนที่ ๑๙๑ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๑ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๙
  73. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๒๐๕ หน้า ๙๑๑๙ ๘ ธันวาคม ๒๕๓๑
  74. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๒๙ ฉบับพิเศษ หน้า ๓๕ ๗ ตุลาคม ๒๕๓๕
  75. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓ ตอนที่ ๘๘ ง หน้า ๒๑ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๓๙
  76. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๙๔ ง หน้า ๒๐ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
  77. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๑๐๐ ง หน้า ๑๕ ๒ ธันวาคม ๒๕๔๗
  78. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๑๒๐ ง หน้า ๑๐ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑
  79. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๓๕ ง หน้า ๗ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๖
  80. บันทึกเรื่องการสร้างมหาวิทยาลัยศิลปากร, หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  81. ประวัติการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากร ณ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม “เหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าได้จดไว้”, หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  82. ประกาศมหาวิทยาลัยศิลปากร เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๘๒ ง หน้า ๒๖ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๙
  83. ประกาศพระราชทานนามพระตำหนัก ที่พระราชวังสนามจันทร์ เมืองนครปฐม, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๒ หน้า ๔๑๕ วันที่ ๙ มกราคม ๒๔๕๘
  84. พิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยศิลปากร หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  85. ในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๗๐ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙, หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  86. พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร, หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  87. นิทรรศการ "งานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร", หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  88. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2558, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม
  89. พระราชประวัติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการศึกษา, กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
  90. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร, หอสมุดสาขา วังท่าพระ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร
  91. ทรงพระเจริญ...การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงเข้าศึกษาปริญญาเอก สาขาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ที่ ม.ศิลปากร, TNEWS TV ONLINE
  92. ศิลปนิพนธ์ ขององค์หริภา ถ่ายทอดความคิดตายแล้วไปไหน, พันทิป.คอม
  93. ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ทรงเจริญพระชันษา๓๔ปี ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ, TNEWS TV ONLINE
  94. QS University Rankings: Asia 2016/17 – Badges, ดัชนีชี้วัดสำหรับการจัดอันดับของ QS Asia University Ranking
  95. อันดับที่ 301–350 ของทวีปเอเชีย, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย QS ระดับทวีปเอเชีย พ.ศ. 2561
  96. QS World University Rankings 10 อันดับ มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย ปี 2018, UniGang ข่าวมหาวิทยาลัย 17/10/2017
  97. อันดับที่ 1,968 ของโลก, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย URAP ระดับโลก พ.ศ. 2559-2560
  98. อันดับที่ 17 ของประเทศไทย, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย URAP ระดับประเทศ พ.ศ. 2559-2560
  99. อันดับที่ 681 ของทวีปเอเชีย, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย URAP ระดับภูมิภาค พ.ศ. 2559–2560
  100. อันดับที่ 2,743 ของโลก, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย SIR ระดับโลก พ.ศ. 2560
  101. อันดับที่ 13 ของประเทศไทย, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย SIR ระดับประเทศ พ.ศ. 2560
  102. อันดับที่ 2,083 ของโลก, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดยเว็บโอเมตริกซ์ ระดับโลก เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560
  103. อันดับที่ 672 ของทวีปเอเชีย, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดยเว็บโอเมตริกซ์ ระดับทวีป เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560
  104. อันดับที่ 47 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดยเว็บโอเมตริกซ์ ระดับอนุภูมิภาค เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560
  105. อันดับที่ 15 ของประเทศไทย, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดยเว็บโอเมตริกซ์ ระดับประเทศ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560
  106. อันดับที่ 173 ของโลก, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย UI GreenMetric World University Ranking ระดับโลก พ.ศ. 2559
  107. อันดับที่ 78 การจัดอันดับในรูปแบบวิทยาเขตในเมือง, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย UI GreenMetric World University Ranking การจัดอันดับในรูปแบบวิทยาเขตในเมือง พ.ศ. 2559
  108. อันดับที่ 10 ของประเทศไทย, อันดับมหาวิทยาลัยศิลปากรโดย UI GreenMetric World University Ranking ระดับประเทศ พ.ศ. 2559

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

13°45′10.93″N 100°29′27.98″E / 13.7530361°N 100.4911056°E / 13.7530361; 100.4911056พิกัดภูมิศาสตร์: 13°45′10.93″N 100°29′27.98″E / 13.7530361°N 100.4911056°E / 13.7530361; 100.4911056