มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
Pibulsongkram Rajabhat University
พิบูลสงคราม.png
ชื่อย่อ มรภ.พส./PSRU
สถาปนา 25 มกราคม พ.ศ. 2538
ประเภท มหาวิทยาลัยรัฐบาล
อธิการบดี ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์
นายกสภามหาวิทยาลัย ดร.สมบูรณ์ เสงี่ยมบุตร
ที่ตั้ง ส่วนวังจันทน์
66 ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง
อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ส่วนทะเลแก้ว
165 หมู่ 5 ถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลกด้านเหนือ ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ส่วนสนามบิน
1 ถนนสนามบิน ตำบลอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
สีประจำสถาบัน ███ สีเขียว - ███ สีขาว
เว็บไซต์ www.psru.ac.th
PSRU bar.jpg
ดูบทความหลักที่: มหาวิทยาลัยราชภัฏ

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (อังกฤษ: Pibulsongkram Rajabhat University; อักษรย่อ: มรพส. / PSRU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มก่อนตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2464 ในนามโรงเรียนพิษณุโลกวิทยายน มีประวัติการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้ง และเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในการผลิตบุคคลากรทางการศึกษาของประเทศ

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

ป้ายมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนทะเลแก้ว)

ยุคที่ 1 โรงเรียนพิษณุวิทยายน[แก้]

ในปี พุทธศักราช 2464 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้เรียนหนังสือ จึงความต้องการครูเพิ่มมากขึ้น มณฑลพิษณุโลก จึงได้ทำการเพิ่มหลักสูตรวิชาชีพครูขึ้นในโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพิษณุโลก ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้รับวุฒิประกาศนียบัตรประโยคครูมูลและบรรจุให้เข้ารับราชการครูทันที[1]

ต่อมาในปี พุทธศักราช 2469 มณฑลพิษณุโลก ได้รับงบประมาณจากกระทรวงธรรมการ และเงินสมทบของพ่อค้าประชาชนสร้างอาคารเรียนโรงเรียนฝึกกหัดประจำมณฑลขึ้นในบริเวณพระราชวังจันทน์ และได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานนามโรงเรียนและเชิญเสด็จมาทรงเปิดอาคารเรียน โดยทรงพระราชทานามว่า โรงเรียนพิษณุวิทยายน และทรงเสด็จพระราชดำเนินพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี มาทรงเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2469 เวลาประมาณ 15.30 น. ต่อมาโรงเรียนนี้ได้ย้ายสถานที่และไฟไหม้อาคารที่ย้ายไปใหม่ ทางราชการจึงสั่งยุบโรงเรียน[1]

ยุคที่ 2 โรงเรียนสตรีฝึกหัดครู พิษณุโลก[แก้]

ในปี พุทธศักราช 2476 กระทรวงธรรมการได้เปิดแผนกฝึกหัดครูขึ้นในโรงเรียนสตรีประจำมณฑล พิษณุโลก จัดการศึกษาในหลักสูตรประโยคครูมูล (ครู ป.) หลักสูตรประโยคครูประกาศนียบัตรจังหวัด (ครู.ว) และหลัดสูตรเป็นประกาศนียบัตรครูประชาบาล (ป.ป.) ต่อมาในปี พ.ศ. 2486 แผนกฝึกหัดครูได้ถูกแยกออกมาเป็นอีกโรงเรียนหนึ่ง ใช้ชื่อว่าโรงเรียนสตรีฝึกหัดครู พิษณุโลก ขึ้นกับกรมวิสามัญศึกษา[1]

ในปี พ.ศ. 2497 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้น จึงโอนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครู พิษณุโลก ไปสังกัดกรรมการฝึกหัดครู และปรับปรุงหลักสูตรเป็นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และใน พ.ศ. 2498 รัฐบาลได้สร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่ บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ตรงข้ามกับบริเวณเดิมและยกให้กับโรงเรียนสตรีฝึกหัดครู พิษณุโลก และได้ย้ายไปตั้ง ณ ที่ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499[1]

ยุคที่ 3 โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม[แก้]

หลังจากโรงเรียนสตรีฝึกหัดครู พิษณุโลก ได้ย้ายมาตั้งในสถานที่แห่งใหม่แล้วในวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2499 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม และเปิดรับนักศึกษาแบบสหศึกษา โดยนักเรียนหญิงอยู่ประจำ นักเรียนชายเดินเรียน นับแต่นั้นมาโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามก็เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ได้ขยายเนื้อที่โดยขอใช้ที่ดินโรงเรียนการช่างชายซึ่งอยู่ติดกันทำให้มีเนื้อที่เท่าขนาดเนื้อที่ปัจจุบัน คือ 40 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ต่อเนื่องประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) ต่อมาได้ผลิตครูยามฉุกเฉินหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) เปิดสอนในภาคนอกเวลา เรียนระหว่าง 17.00 น. – 20.00 น. ในวันราชการและเปิดหลักสูตรปริญญาตรีวิชาชีพครูภาษาไทย ใน พ.ศ. 2517[1]

ป้ายมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนวังจันทน์)

ยุคที่ 4 วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม[แก้]

ต่อมาใน พ.ศ. 2504 โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม ได้ยกฐานะเป็น วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.กศ.สูง) ต่อเนื่องประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา(ป.กศ.) ต่อมาได้ผลิตครูยามฉุกเฉินหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป.) เปิดสอนในภาคนอกเวลา เรียนระหว่าง 17.00 น. – 20.00 น. ในวันราชการและเปิดหลักสูตรปริญญาตรีวิชาชีพครูภาษาไทย ใน พ.ศ. 2517 และในปี พ.ศ. 2524 ได้รับอนุมัติจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ทุ่งทะเลแก้ว จำนวน 1,000 ไร่ เพื่อเตรียมขยายวิทยาลัยออกไป โดยมีโครงการใช้ที่ดินระยะแรกจำนวน 40 ไร่ และวิทยาลัยได้จัดตั้งวิทยาลัยชุมชนในบริเวณทุ่งทะเลแก้วในปี พ.ศ. 2527[1]

ยุคที่ 5 สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม[แก้]

ต่อมาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม สถาบันราชภัฏ แก่วิทยาลัยครู วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม จึงเปลี่ยนเป็น สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม จัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538[1][2]

ยุคที่ 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ปัจจุบัน[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธย ใน "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547" เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 และได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 แล้วนั้น อันมีผลให้ "สถาบันราชภัฏ" เปลี่ยนชื่อเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" และมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ ยังผลให้สถาบันราชภัฏพิบูลสงครามได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พุทธศักราช 2547[3]

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

นามมหาวิทยาลัย[แก้]

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนาม " ราชภัฏ " และตราประจำมหาวิทยาลัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเกียรติยศสูงสุดแก่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วพระราชอาณาจักร โดยนาม " ราชภัฏ หมายความว่า เป็นคนของพระราชา"

ตราประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ตรามหาวิทยาลัยเป็นรูปวงรี ล้อมรอบตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้แก่สถาบันราชภัฏ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ภายในวงรีเป็นชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่ง ด้านบนเป็นอักษรภาษาไทย ด้านล่างเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นตัวเขียนที่เป็นลักษณะเฉพาะ รูปแบบและสีในตราสถาบันมีความหมายและคุณค่าดังนี้[4]

  • เป็นรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ให้กำเนิดสถาบัน
  • เป็นรูปแบบที่เป็นกลาง เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นที่ตั้ง ธรรมชาติ และความสอดคล้องกับชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ได้รับพระราชทาน
  • สีของตราประจำมหาวิทยาลัย มี 5 สี โดยมีความหมาย ดังนี้
  • ██ สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ”
  • ██ สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม ทั้ง 41 แห่ง
  • ██ สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา
  • ██ สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ก้าวไกลใน 41 สถาบัน
  • ██ สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทำเนียบผู้บริหารมหาวิทยาลัย[แก้]

ทำเนียบอธิการวิทยาลัยครู อธิการบดีสถาบันราชภัฏพิบูลสงครามและมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม[แก้]

ทำเนียบอธิการวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม
ลำดับที่ รายนามอธิการ วาระการดำรงตำแหน่ง
ไม่มีข้อมูล พ.ศ. 2504 - พ.ศ. 2529
1
นายวิเชียร เมนะเศวต พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2535
2
รองศาสตราจารย์ ดร.มังกร ทองสุขดี พ.ศ. 2535 - 6 มีนาคม พ.ศ. 2538
ทำเนียบอธิการบดีสถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
ลำดับที่ รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1
ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ 6 มีนาคม พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2541
2
รองศาสตราจารย์ ประวิตร ชูศิลป์ พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2545
3
ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ พ.ศ. 2546 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 (ครั้งที่ 2)
ทำเนียบอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
ลำดับที่ รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1
ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551[5]
9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557 (วาระที่ 2)[6]
2
ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน[7]

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม[แก้]

ทำเนียบนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
ลำดับที่ รายนามนายกสภามหาวิทยาลัย วาระการดำรงตำแหน่ง
1
ร้อยตรี ประพาส ลิมปะพันธุ์ 1 มีนาคม พ.ศ. 2548 - 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551[8]
19 สิงหาคม พ.ศ. 2551 - 12 มีนาคม พ.ศ. 2555 (วาระที่ 2)[9]
2
พลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555 - 24 มกราคม พ.ศ. 2559[10]
3
ดร.สมบูรณ์ เสงี่ยมบุตร 25 มกราคม พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน[11]

พื้นที่มหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม แบ่งพื้นที่การศึกษาออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

ส่วนวังจันทน์[แก้]

ส่วนนี้เป็นสถานที่ตั้งแรกเดิมของมหาวิทยาลัย มีพื้นที่ 40 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ตั้งอยู่เลขที่ 66 ถนนวังจันทน์ ใจกลางเมืองพิษณุโลก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรม ภาคเหนือตอนล่าง วังจันทน์ริเวอร์วิว และเป็นพื้นที่การศึกษาของคณะครุศาสตร์

ส่วนทะเลแก้ว[แก้]

ส่วนนี้เป็นที่ตั้งหลักในปัจจุบันของมหาวิทยาลัย มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณทุ่งทะเลแก้ว ถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลกด้านเหนือ ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนวังจันทน์ ประมาณ 7 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตก แต่เดิมนั้นเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ รกร้าง ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ใช้ประโยชน์ได้ในปี พ.ศ. 2524

หน่วยงานในมหาวิทยาลัย[แก้]

คณะ[แก้]

สำนักงานอธิการบดี[แก้]

สถาบัน/ศูนย์/สำนัก/หน่วยง่านอื่น[แก้]

บุคคลจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, ประวัติมหาวิทยาลัย, สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538, เล่ม 112 ตอน 4 ก, หน้า 1, วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547, เล่ม 121 ตอนพิเศษ 23 ก, หน้า 1, วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547
  4. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, ตรามหาวิทยาลัย, สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (นายสว่าง ภูพัฒนวิบูลย์), เล่ม 126 ตอนพิเศษ 2 ง, หน้า 77, วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (นายสว่าง ภูพัฒนวิบูลย์), เล่ม 126 ตอนพิเศษ 2 ง, หน้า 77, วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม [นายสาคร สร้อยสังวาลย์], เล่ม 131 ตอนพิเศษ 227 ง, หน้า 23, วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, เล่ม 122 ตอน 29 ง, หน้า 22, วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2548
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, เล่ม 126 ตอนพิเศษ 14 ง, หน้า 14, วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, เล่ม 129 ตอนพิเศษ 51 ง, หน้า 18, วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555
  11. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, เล่ม 133 ตอนพิเศษ 26 ง, หน้า 3, วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]