สโมสรฟุตบอลราชนาวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชนาวี
Navy-FC-logo2013.png
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลราชนาวี
ก่อตั้ง พ.ศ. 2499 (ในชื่อ สโมสรฟุตบอลทหารเรือ)
พ.ศ. 2552 (ในชื่อ สโมสรฟุตบอลราชนาวี ระยอง)
พ.ศ. 2554 (ในชื่อ สโมสรฟุตบอลราชนาวี)
สนาม สนามกีฬากองทัพเรือ กม. 5
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
(ความจุ: 12,500)
ประธานสโมสร พลเรือเอกประพฤติพร อักษรมัต
หัวหน้าผู้ฝึกสอน สเตฟาโน คูกูรา
ลีก ไทยลีก
2558 ไทยพรีเมียร์ลีก, อันดับที่ 15
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลราชนาวี (สโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสร) เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทยสนับสนุนโดยกองทัพเรือไทย ปัจจุบันแข่งขันอยู่ใน ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก สโมสรราชนาวีเป็นสโมสรที่มีการเลื่อนชั้นและตกชั้นระหว่างไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกและไทยลีกดิวิชัน 1 หลายรอบ

ประวัติสโมสร[แก้]

ก่อนมีการจัดตั้งสโมสรฟุตบอลของกองทัพเรือนั้น กองทัพไทยได้จัดให้มีการแข่งฟุตบอลเป็นการภายในอยู่ก่อนแล้ว โดยกองทัพเรือมีเสนาบดีกระทรวงทหารเรือและผู้บัญชาการทหารเรือท่านต่างๆ เป็นผู้ให้การสนับสนุนโดยตลอด ดังปรากฏว่า พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร ได้ให้การสนับสนุนฟุตบอลภายในกองทัพเป็นอย่างดีโดยเฉพาะนักเตะจากโรงเรียนนายเรือจนได้แชมป์ถ้วยทองหลวงในปี พ.ศ. 2458 ก่อนจะมาได้แชมป์ถ้วย ก. 2 สมัยในปี พ.ศ. 2466 และ 2467 ในสมัยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อมากองทัพเรือไทยจึงได้จัดตั้งสโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสรขึ้น เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2499 [1]

เนื่องจากสโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสรขาดแคลนงบประมาณในการดึงตัวนักฟุตบอลฝีมือดีมาร่วมทีมเช่นเดียวกับทีมฟุตบอลของเหล่าทัพอื่น จึงต้องใช้นักฟุตบอลที่เป็นทหารอาชีพล้วนลงแข่งขัน ผลงานของทีมนี้จึงไม่คงที่ มีการเลื่อนชั้นสลับกับตกชั้นระหว่างฟุตบอลดิวิชั่น 1 และไทยลีกมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ยังเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพครั้งที่ 32 ในปี พ.ศ. 2549 มาครองได้สำเร็จ

ในการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2552 สโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสรได้สิทธิกลับมาแข่งขันในฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง จากการทำผลงานได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในไทยลีกดิวิชัน 1 โดยปีนี้สโมสรได้มีการไปร่วมทุนกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในชื่อ "ราชนาวี-ระยอง" เพื่อให้สามารถส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันได้ตามข้อกำหนดของเอเอฟซี โดยใช้สนามกีฬากลางจังหวัดระยองเป็นสนามเหย้า ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท ระยองไทยพรีเมียร์ จำกัด ในฉายา "ม้านิลมังกร" สามารถขึ้นไปถึงลำดับที่ 12 ของตารางไทยพรีเมียร์ลีก และในฤดูกาล 2553 ราชนาวี-ระยอง ยังคงรั้งอยู่อับดับ 11 ในไทยพรีเมียร์ลีก แต่เมื่อจบฤดูกาล หมดสัญญากับจังหวัดระยอง กองทัพเรือดึงสิทธิ์ไปทำทีมเอง ในฤดูกาล 2554 ภายใต้การบริหารของบริษัท สยามนาวี ลีค คลับ กลับไปใช้ชื่อทีม "ราชนาวี" เหมือนเดิม และปรับปรุงสนามกีฬากองทัพเรือ กม.5 สัตหีบ เป็นสนามเหย้า จบฤดูกาล "ตะหานน้ำ" ก็ร่วงไปเล่นในไทยลีกดิวิชัน 1 อีกครั้ง เพราะทำได้เพียงอันดับที่ 16 เท่านั้น

พ.ศ. 2558 สโมสรฟุตบอลราชนาวีได้กลับขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากได้อันดับ 3 ในไทยลีกดิวิชัน 1 2557 ซึ่งในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2558 พลเรือโทประพฤติพร อักษรมัต (ยศขณะนั้น) ประธานสโมสรราชนาวี เปิดตัวทีมสู้ศึกด้วยแคมเปญ "NAVY SMART TEAM" และเป็นที่ฮือฮาเมื่อปรากฏข่าวสโมสรแห่งนี้ได้รับการฝึกจากหน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม (ประเทศไทย) โดยเป็นการฝึกให้นักกีฬาได้มีจิตใจเข้มแข็งและมีสมาธิก่อนเข้าร่วมการแข่งขันไทยลีกคัพ[2][3] ในไทยพรีเมียร์ลีก สโมสรฟุตบอลราชนาวีภายใต้การฝึกสอนของสุรศักดิ์ ตังค์สุรัตน์ จบเลคแรกไม่ค่อยสวยนัก เลคหลังสโมสรตัดสินใจดึงโค้ชอาจหาญ ทรงงามทรัพย์ให้คัมแบ็คมาคุมทีมเต็มตัว ประเดิมเปิดบ้านเสมอกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปอย่างสนุกด้วยสกอร์ 2 - 2 แต่เมื่อบุกไปแพ้ให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึง 7 - 0 อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ก็แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกหลังจากเกมดังกล่าว ต่อมาสโมสรก็ได้เปิดตัว สเตฟาโน คูกูรา อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ โอสถสภา เอ็ม-150 เข้าเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรฟุตบอลราชนาวี สร้างผลงานฮือฮาเมื่อสโมสรฟุตบอลราชนาวีชนะติดต่อกัน 4 นัดซ้อน ทำให้อันดับในตารางดีขึ้น แต่ก็อยู่ในโซนหนีตกชั้นจนจบฤดูกาล 2558 โดยนัดสุดท้ายเปิดบ้านเอาชนะทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ด (ทีมอันดับ 10) ด้วยจำนวนประตู 2 - 1 รั้งอันดับ 15 (จาก 18 ทีม) ยังคงยืนหยัดอยู่ใน ไทยพรีเมียร์ลีก ต่อไปอีกฤดูกาล

การบริหารจัดการ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2552 แม้ว่าทีมราชนาวี-ระยอง จะไม่มีนักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์ และผลงานอยู่ในโซนท้ายตารางต้องลุ้นไม่ให้ทีมตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย แต่ด้วยความสำเร็จการเข้ามาทำทีมของกมล สุวรรณเจริญ (เสี่ยเหมา) ที่มีระบบเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และการประชาสัมพันธ์ ทำให้ราชนาวี-ระยอง เก็บยอดบัตรผ่านประตูสะสมมากที่สุดในบรรดา 16 สโมสร[4] และรวมรายได้ค่าของที่ระลึกแล้วเป็นรองแค่สโมสรเมืองทองหนองจอกทีมแชมป์ในปีนั้นแค่ทีมเดียวเท่านั้น

ในปี พ.ศ. 2558 ทีมราชนาวีได้ผู้สนับสนุนหลัก คือ บริษัท เอช อาร์ โปรเฟสชั่นแนล คอนซัลติ้ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งนายสมฤทธิ์ ศรีทองดี ประธานกรรมการบริษัทฯ ได้กล่าวว่า "การสนับสนุนทีมราชนาวีสู้ศึกไทยลีกในครั้งนี้ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ส่วนตัวแล้วผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมราชนาวีที่มีดีพอในการยืนหยัดอยู่ในศึกไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้ต่อไป เบื้องต้น เอส อาร์ โปรฯ ได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนให้ทีมราชนาวีอยู่ที่ปีละ 30 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี รวมเป็น 90 ล้านบาท หากว่าในฤดูกาล 2015 สามารถอยู่รอดปลอดภัยอยู่ในศึกไทยพรีเมียร์ลีกได้ รวมถึงในปี 2016 จบอันดับอยู่ในกลุ่มบนของตารางได้ และในปี 2017 สามารถลุ้นความสำเร็จได้ ทางเราก็พร้อมที่จะเพิ่มเงินอัดฉีดพิเศษตามสมควรให้กับทีมอย่างแน่นอน เราจะเป็นอีกหนึ่งกำลังในการพาทีมราชนาวีขับเคลื่อนต่อไปในศึกไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้ตามเป้าที่วางไว้ครับ"

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558 พลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต ประธานสโมสรฟุตบอลราชนาวี ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศสูงขึ้น ได้เป็นประธานเปิดสนามฟุตบอลราชนาวี (สนาม 2 ) เพื่อเป็นสถานที่ฝึกสอนเยาวชน ACADEMY NAVY FC ซึ่งเป็นบุตรหลานกำลังพลทหารเรือและเยาวชนในท้องถิ่น เพื่อเสริมทีมราชนาวีในอนาคต และเป็นสนามสำรองเพื่อฝึกซ้อมนักเตะสโมสรราชนาวี โดย นายสุเมธ กองพัฒนากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีเค ชูส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1.3 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการปั้นเยาวชนเสริมทีมในอนาคต

ตราสโมสร[แก้]


ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK ณรงค์ วงษ์ทองคำ
2 ไทย DF วิชา นันทะศรี
3 ไทย MF ภัทรพล ลาภมาก
4 ไทย DF ปฏิภาณ อุ่นอบ (ยืมตัวจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
5 ไทย MF อาลีฟ เปาะจิ
6 ไทย DF ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ (กัปตันทีม)
7 ไทย MF สุรศักดิ์ คุ้มกัน
8 ปารากวัย MF อังเจโญ มาชูกา
9 ไทย FW พิศาลสิน ซ่าอินทร์
10 บราซิล FW เฟลิเป เฟร์ไรรา
11 บราซิล FW อังเดร ลุยส์ ไลเต
13 ไทย GK พงศกร สมรรถนเรศวร์
14 ไทย GK กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ
15 ไทย DF เสกสันต์ ชาวทองหลาง
16 ไทย MF มารุต ดอกมะลิป่า
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
18 ไทย MF รัฐพล อัฐวงศ์
19 ไทย FW ชุษณะ นัมคณิสร
20 ไทย MF ติณภพ ศรีสถิตย์
22 ไทย FW สุทธิพงษ์ เหลาพร
24 ไทย MF ศิริชัย ภูมิพัฒน์
25 ไทย DF สามารถ ปัญญา
26 ไทย DF สุวิทยา นำสินหลาก
27 ไทย MF สิทธิศักดิ์ ตาระพัน
28 ไทย MF พงษ์พีระ ประจงไสย
30 บราซิล FW อัดดิซง อัลวีส
31 ไทย DF ชณธวัฒน์ ศรีสุข
32 อินโดนีเซีย DF วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ
36 ไทย DF ศักดิ์สุริยา กุลโพนเมือง
37 ไทย MF ศิวะ พรหมมาศ
39 ไทย MF ภาณุวัฒน์ มีนาภา

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว[แก้]

วันสำคัญ[แก้]

  • 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 - สโมสรนักเรียนนายเรือ (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรฟุตบอลราชนาวี) ได้ครองถ้วยทองของหลวงเป็นสโมสรแรกของประเทศ
  • 10 มกราคม พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) - วันจัดตั้ง สโมสรฟุตบอลราชนาวี

ผลงาน[แก้]

ผลงานสูงสุด[แก้]

ผลงานตามฤดูกาล[แก้]

รายชื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอน[แก้]

  • สุขสันต์ คุณสุทธิ์ ฤดูกาล 2552
  • อนันต์ อมรเกียรติ ฤดูกาล 2553
  • นาวาเอก เรืองฤทธิ์ แสงแก้ว ฤดูกาล 2553
  • วรกร วิจารณรงค์ ฤดูกาล 2554
  • นาวาโท สมศักดิ์ อักษร ฤดูกาล 2554
  • สมชาย ชวยบุญชุม ฤดูกาล 2554
  • สุขสันต์ คุณสุทธิ์ ฤดูกาล 2555 - 2556
  • วิสูตร วิชายา ฤดูกาล 2556
  • MARINHO RODRIGUES TAIMAR ฤดูกาล 2556
  • นาวาเอก สุรศักดิ์ ตังค์สุรัตน์ ฤดูกาล 2557 - 2558
  • อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ฤดูกาล 2558 เลคหลัง
  • สเตฟาโน คูกูรา ฤดูกาล 2558 เลคหลัง - 2559

รายนามนักฟุตบอลทีมนายเรือชุดถ้วยทองของหลวง พ.ศ. 2458[แก้]

นายสวัสดิ์ เดชะไกสะยะ (นาวาตรี หลวงสวัสดิ์ เดชไพศาลย์), นายแหวน (เรือตรี แหวน กัณหวยัคฆ์), นายแดง (นาวาเอก หลวงสำแดง พิชชาโชติ), นายดำ ทังสุบุตร (นาวาโท หลวงขยันสงคราม), นายสวัสดิ์ ศิริเวทย์, นายสุภี จันทนมาศ (นาวาเอก หลวงสุภีอุทกธาร), นายเจียม เจียรกุล (พลเรือโท หลวงเจียรกลการ), นายภูหิน สถาวรวณิช, นายลอย ปสุตนาวิน (เรือเอก ลอย ปสุตนาวิน), หม่อมราชวงศ์พงษ์ นวรัตน์ (นาวาตรี หลวงพงษ์ นวรัตน์) และนายเจริญ (พลเรือโท หลวงเจริญราชนาวา) เป็นหัวหน้าทีม.

รายชื่อผู้เล่นสำคัญในอดีต[แก้]

สุขสันต์ คุณสุทธิ์, สุรศักดิ์ ตังค์สุรัตน์, ชายชาญ เขียวเสน, ขวัญชัย เฟื่องประกอบ, ประเสริฐ อินนุ้ย[5], สมเจตร สัตบุษ, เอกรัตน์ ทรัพย์สิน, บรรลือศักดิ์ ยอดยิ่งยง, สมสักดิ์ อักษร

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]