สโมสรฟุตบอลราชนาวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สโมสรฟุตบอลราชนาวี
(Rajnavy Football Club)
สัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสร
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลราชนาวี
ฉายา “ตะหานน้ำ”
ก่อตั้ง พ.ศ. 2499
สนาม สนามกีฬากองทัพเรือ กม. 5 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ความจุ ประมาณ 12,500 ที่นั่ง
เจ้าของ
ประธาน ไทย พลเรือเอกประพฤติพร อักษรมัต
ผู้จัดการ ไทย พลเรือโทรังสฤษดิ์ สัตยานุกูล
ผู้ฝึกสอน ไทย สเตฟาโน คูกูรา
ลีก ไทยพรีเมียร์ลีก, ไทยลีกดิวิชัน 1
ฤดูกาล 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558
อันดับล่าสุด อันดับที่ 15 ไทยพรีเมียร์ลีก
เว็บไซต์ http://www.navyfc.co.th
ฤดูกาลปัจจุบัน 2558
ทีมเหย้า
ทีมเยือน1


สโมสรฟุตบอลราชนาวี (สโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสร) เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทยสนับสนุนโดยกองทัพเรือไทย ปัจจุบันแข่งขันอยู่ใน ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก สโมสรราชนาวีเป็นสโมสรที่มีการเลื่อนชั้นและตกชั้นระหว่างไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกและไทยลีกดิวิชัน 1 หลายรอบ

ประวัติสโมสร[แก้]

ก่อนมีการจัดตั้งสโมสรฟุตบอลของกองทัพเรือนั้น กองทัพไทยได้จัดให้มีการแข่งฟุตบอลเป็นการภายในอยู่ก่อนแล้ว โดยกองทัพเรือมีเสนาบดีกระทรวงทหารเรือและผู้บัญชาการทหารเรือท่านต่างๆ เป็นผู้ให้การสนับสนุนโดยตลอด ดังปรากฏว่า พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร ได้ให้การสนับสนุนฟุตบอลภายในกองทัพเป็นอย่างดีโดยเฉพาะนักเตะจากโรงเรียนนายเรือจนได้แชมป์ถ้วยทองหลวงในปี พ.ศ. 2458 ก่อนจะมาได้แชมป์ถ้วย ก. 2 สมัยในปี พ.ศ. 2466 และ 2467 ในสมัยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อมากองทัพเรือไทยจึงได้จัดตั้งสโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสรขึ้น เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2499 [1]

เนื่องจากสโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสรขาดแคลนงบประมาณในการดึงตัวนักฟุตบอลฝีมือดีมาร่วมทีมเช่นเดียวกับทีมฟุตบอลของเหล่าทัพอื่น จึงต้องใช้นักฟุตบอลที่เป็นทหารอาชีพล้วนลงแข่งขัน ผลงานของทีมนี้จึงไม่คงที่ มีการเลื่อนชั้นสลับกับตกชั้นระหว่างฟุตบอลดิวิชั่น 1 และไทยลีกมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ยังเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพครั้งที่ 32 ในปี พ.ศ. 2549 มาครองได้สำเร็จ

ในการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2552 สโมสรฟุตบอลราชนาวีสโมสรได้สิทธิกลับมาแข่งขันในฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง จากการทำผลงานได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในไทยลีกดิวิชัน 1 โดยปีนี้สโมสรได้มีการไปร่วมทุนกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในชื่อ "ราชนาวี-ระยอง" เพื่อให้สามารถส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันได้ตามข้อกำหนดของเอเอฟซี ในปีนั้นขึ้นสามารถขึ้นไปถึงลำดับที่ 12 ของตารางไทยพรีเมียร์ลีก แต่ต่อมาอีก 3 ปี ทีม "ตะหานน้ำ" ก็ต้องร่วงไปเล่นในไทยลีกดิวิชัน 1 อีกครั้ง เพราะในไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2554 ทำได้เพียงอันดับที่ 16 เท่านั้น

พ.ศ. 2558 สโมสรฟุตบอลราชนาวีได้กลับขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากได้อันดับ 3 ในไทยลีกดิวิชัน 1 2557 ซึ่งในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2558 พลเรือโทประพฤติพร อักษรมัต (ยศขณะนั้น) ประธานสโมสรราชนาวี เปิดตัวทีมสู้ศึกด้วยแคมเปญ "NAVY SMART TEAM" และเป็นที่ฮือฮาเมื่อปรากฏข่าวสโมสรแห่งนี้ได้รับการฝึกจากหน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม (ประเทศไทย) โดยเป็นการฝึกให้นักกีฬาได้มีจิตใจเข้มแข็งและมีสมาธิก่อนเข้าร่วมการแข่งขันไทยลีกคัพ[2][3] ในไทยพรีเมียร์ลีก สโมสรฟุตบอลราชนาวีภายใต้การฝึกสอนของสุรศักดิ์ ตังค์สุรัตน์ จบเลคแรกไม่ค่อยสวยนัก เลคหลังสโมสรตัดสินใจดึงโค้ชอาจหาญ ทรงงามทรัพย์ให้คัมแบ็คมาคุมทีมเต็มตัว ประเดิมเปิดบ้านเสมอกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปอย่างสนุกด้วยสกอร์ 2 - 2 แต่เมื่อบุกไปแพ้ให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึง 7 - 0 อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ก็แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกหลังจากเกมดังกล่าว ต่อมาสโมสรก็ได้เปิดตัว สเตฟาโน คูกูรา อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ โอสถสภา เอ็ม-150 เข้าเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรฟุตบอลราชนาวี สร้างผลงานฮือฮาเมื่อสโมสรฟุตบอลราชนาวีชนะติดต่อกัน 4 นัดซ้อน ทำให้อันดับในตารางดีขึ้น แต่ก็อยู่ในโซนหนีตกชั้นจนจบฤดูกาล 2558 โดยนัดสุดท้ายเปิดบ้านเอาชนะทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ด (ทีมอันดับ 10) ด้วยจำนวนประตู 2 - 1 รั้งอันดับ 15 (จาก 18 ทีม) ยังคงยืนหยัดอยู่ใน ไทยพรีเมียร์ลีก ต่อไปอีกฤดูกาล

การบริหารจัดการ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2552 แม้ว่าทีมราชนาวี-ระยอง จะไม่มีนักฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์ และผลงานอยู่ในโซนท้ายตารางต้องลุ้นไม่ให้ทีมตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย แต่ด้วยความสำเร็จการเข้ามาทำทีมของกมล สุวรรณเจริญ (เสี่ยเหมา) ที่มีระบบเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และการประชาสัมพันธ์ ทำให้ราชนาวี-ระยอง เก็บยอดบัตรผ่านประตูสะสมมากที่สุดในบรรดา 16 สโมสร[4] และรวมรายได้ค่าของที่ระลึกแล้วเป็นรองแค่สโมสรเมืองทองหนองจอกทีมแชมป์ในปีนั้นแค่ทีมเดียวเท่านั้น

ในปี พ.ศ. 2558 ทีมราชนาวีได้ผู้สนับสนุนหลัก คือ บริษัท เอช อาร์ โปรเฟสชั่นแนล คอนซัลติ้ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งนายสมฤทธิ์ ศรีทองดี ประธานกรรมการบริษัทฯ ได้กล่าวว่า "การสนับสนุนทีมราชนาวีสู้ศึกไทยลีกในครั้งนี้ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ส่วนตัวแล้วผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมราชนาวีที่มีดีพอในการยืนหยัดอยู่ในศึกไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้ต่อไป เบื้องต้น เอส อาร์ โปรฯ ได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนให้ทีมราชนาวีอยู่ที่ปีละ 30 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี รวมเป็น 90 ล้านบาท หากว่าในฤดูกาล 2015 สามารถอยู่รอดปลอดภัยอยู่ในศึกไทยพรีเมียร์ลีกได้ รวมถึงในปี 2016 จบอันดับอยู่ในกลุ่มบนของตารางได้ และในปี 2017 สามารถลุ้นความสำเร็จได้ ทางเราก็พร้อมที่จะเพิ่มเงินอัดฉีดพิเศษตามสมควรให้กับทีมอย่างแน่นอน เราจะเป็นอีกหนึ่งกำลังในการพาทีมราชนาวีขับเคลื่อนต่อไปในศึกไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้ตามเป้าที่วางไว้ครับ"

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558 พลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต ประธานสโมสรฟุตบอลราชนาวี ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศสูงขึ้น ได้เป็นประธานเปิดสนามฟุตบอลราชนาวี (สนาม 2 ) เพื่อเป็นสถานที่ฝึกสอนเยาวชน ACADEMY NAVY FC ซึ่งเป็นบุตรหลานกำลังพลทหารเรือและเยาวชนในท้องถิ่น เพื่อเสริมทีมราชนาวีในอนาคต และเป็นสนามสำรองเพื่อฝึกซ้อมนักเตะสโมสรราชนาวี โดย นายสุเมธ กองพัฒนากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีเค ชูส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1.3 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการปั้นเยาวชนเสริมทีมในอนาคต

ตราสโมสร[แก้]

วันสำคัญ[แก้]

  • 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 - สโมสรนักเรียนนายเรือ (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรฟุตบอลราชนาวี) ได้ครองถ้วยทองของหลวงเป็นสโมสรแรกของประเทศ
  • 10 มกราคม พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) - วันจัดตั้ง สโมสรฟุตบอลราชนาวี

ผลงาน[แก้]

ผลงานตามฤดูกาล[แก้]

รายชื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอน[แก้]

  • สุขสันต์ คุณสุทธิ์ ฤดูกาล 2009
  • อนันต์ อมรเกียรติ ฤดูกาล 2010
  • นาวาเอก เรืองฤทธิ์ แสงแก้ว ฤดูกาล 2010
  • วรกร วิจารณรงค์ ฤดูกาล 2011
  • นาวาโท สมศักดิ์ อักษร ฤดูกาล 2011
  • สมชาย ชวยบุญชุม ฤดูกาล 2011
  • สุขสันต์ คุณสุทธิ์ ฤดูกาล 2012 - 2013
  • วิสูตร วิชายา ฤดูกาล 2013
  • MARINHO RODRIGUES TAIMAR ฤดูกาล 2013
  • นาวาเอก สุรศักดิ์ ตังค์สุรัตน์ ฤดูกาล 2014 - 2015
  • อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ฤดูกาล 2015 เลคหลัง
  • สเตฟาโน คูกูรา ฤดูกาล 2015 เลคหลัง - 2016

รายนามนักฟุตบอลทีมนายเรือชุดถ้วยทองของหลวง พ.ศ. 2458[แก้]

นายสวัสดิ์ เดชะไกสะยะ (นาวาตรี หลวงสวัสดิ์ เดชไพศาลย์), นายแหวน (เรือตรี แหวน กัณหวยัคฆ์), นายแดง (นาวาเอก หลวงสำแดง พิชชาโชติ), นายดำ ทังสุบุตร (นาวาโท หลวงขยันสงคราม), นายสวัสดิ์ ศิริเวทย์, นายสุภี จันทนมาศ (นาวาเอก หลวงสุภีอุทกธาร), นายเจียม เจียรกุล (พลเรือโท หลวงเจียรกลการ), นายภูหิน สถาวรวณิช, นายลอย ปสุตนาวิน (เรือเอก ลอย ปสุตนาวิน), หม่อมราชวงศ์พงษ์ นวรัตน์ (นาวาตรี หลวงพงษ์ นวรัตน์) และนายเจริญ (พลเรือโท หลวงเจริญราชนาวา) เป็นหัวหน้าทีม.

รายชื่อผู้เล่นสำคัญในอดีต[แก้]

สุขสันต์ คุณสุทธิ์, สุรศักดิ์ ตังค์สุรัตน์, ชายชาญ เขียวเสน, ขวัญชัย เฟื่องประกอบ, ประเสริฐ อินนุ้ย[5], สมเจตร สัตบุษ, เอกรัตน์ ทรัพย์สิน, บรรลือศักดิ์ ยอดยิ่งยง, สมสักดิ์ อักษร

รายชื่อผู้เล่นในฤดูกาล 2014[แก้]

ชินกร ดีสาย, ศักดิ์สุริยา กุลโพนเมือง, ศรายุทธ เขียวแพร, ดำรงค์ ภูสมนึก, ยุนอิ โอโนะ, อนุวัฒน์ ศรชัย, พิศาลสิน ซ่าอินทร์, ติณภพ ศรีสถิต, ดาวิด บายีฮา, ภานุวัฒน์ กองจันทร์, พงษ์พีระ ประจงไสย, เสกสันต์ ชาวทองหลาง, ซามูเอล ไบเล่, ศุภชัย ขำทรัพย์, สิทธิ์พงษ์ มะนาวหวาน, มารุต ดอกมะลิป่า, ลูโดวิค ทาคาม, สุรัตน์ นาคชุมแสง, ภัทรพล ลาภมาก, ชุษณะ นัมคณิสร, คมสันต์ เมินดี, สุวิทยา นำสินหลาก, ชวลิต แหวนทอง, ชณธวัฒน์ ศรีสุข, สุรศักดิ์ คุ้มกัน, ภานุวัฒน์ มีนาภา, เจษฎา งามเมือง, รุ่งศักดิ์ คชรักษ์

รายชื่อผู้เล่นในฤดูกาล 2015[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK พงศกร สมรรถนเรศวร์ (ย้ายมาจาก บีซีซี เทโร เอฟซี ในเลค 1)
2 ไทย DF อาทิตย์ วิเศษศิลป์ (ย้ายมาจาก โอสถสภา เอ็ม-150 ในเลค 1, ย้ายไป วานา นาวา หัวหิน ซิตี้ ในเลค 2)
2 ไทย MF วันชนะ รัตนะ (ยืมตัวมาจาก สระบุรี เอฟซี ในเลค 2)
3 ญี่ปุ่น MF จุน มาร์เกวซ เดวิดสัน (ย้ายมาจาก Cololina RailHawks ใน North American Soccer League, สหรัฐอเมริกา ในเลค 1)
4 ไทย DF ดำรงค์ ภูสมนึก
5 ไทย DF วุฒิศักดิ์ มณีสุข (ย้ายมาจาก เพื่อนตำรวจ ในเลค 1, ย้ายไป ทีโอที เอสซี ในเลค 2)
6 ออสเตรเลีย DF ไมเคิล สเวตคอฟสกี (ย้ายมาจาก FK Pelister, มาซิโดเนีย ในเลค 1 และย้ายกลับสโมสรเดิม ในเลค 2)
6 ไทย DF ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ (ย้ายมาจาก พัทยา ยูไนเต็ด ในเลค 2)
7 ไทย MF สุรศักดิ์ คุ้มกัน
8 ไทย MF อนุวัฒน์ ศรชัย
9 ไทย FW พิศาลสิน ซ่าอินทร์
10 ฮอนดูรัส FW จอร์จี เวลคัม (ย้ายมาจาก บีอีซี เทโรศาสน ในเลค 1, ย้ายไป Mohun Bagan A.C. I-League, อินเดีย) ในเลค 2)
10 บราซิล MF วิเตอร์ จูเนียร์ (ย้ายมาจาก Corinthians Paulista ในแซรีอีอา, บราซิล ในเลค 2)
11 แคเมอรูน MF ดาวิด บายีฮา
13 ไทย MF ภาณุวัฒน์ มีนาภา
14 ไทย MF พงษ์พีระ ประจงไสย
15 ไทย DF ทรงพล แก่นท้าว (ย้ายมาจาก ตราด เอฟซี ในเลค 1, ย้ายกลับสโมสรเดิม ในเลค 2)
15 ไทย MF ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (ยืมตัวมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลค 2)
16 ไทย DF อมร ธรรมนาม (ย้ายมาจาก พีทีที ระยอง ในเลค 1)
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
17 ปารากวัย MF แองเจลโล มาชูกา (ย้ายมาจาก เชียงใหม่ เอฟซี ในเลค 1)
18 ไทย GK ฐิติวัฒน์ มาสุข
19 ไทย FW ลิขิต สระแก้ว (ย้ายมากจาก สโมสรฟุตบอลกองเรือยุทธการ ในเลค 1, ย้ายกลับสโมสรเดิม ในเลค 2)
19 ไทย FW เดนนิส บูเชนิ่ง (ย้ายมาจาก อาร์มี่ ยูไนเต็ด ในเลค 2)
20 ไทย DF วิชา นันทะศรี (ย้ายมาจาก พีทีที ระยอง ในเลค 2)
21 ไทย GK สุรัตน์ นาคชุมแสง
22 ไทย FW สุทธิพงษ์ เหลาพร
23 ไทย GK สราวุธ กองลาภ (ยืมตัวมาจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี ในเลค 2)
25 ไทย MF คมสันต์ เมินดี (กัปตัน)
26 ไทย DF สุวิทยา นำสินหลาก
27 ไทย MF สิทธิศักดิ์ ตาระพัน (ย้ายมาจาก บีบีซียู เอฟซี ในเลค 1)
28 ไทย FW ชุษณะ นัมคณิสร
29 ไทย MF ปุณณภพ นามอนุ (ย้ายมา ในเลค 2)
30 บราซิล FW โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ (ย้ายมาจาก Al-Fujairah SC Division 1, ยูเออี ในเลค 2)
31 ไทย DF ชณธวัฒน์ ศรีสุข
32 ไทย DF วรวุฒิ โคตรชาดา (ย้ายมาจาก สมุทรสาคร เอฟซี ในเลค 1)
33 ไทย MF ชวลิต แหวนทอง
34 ไทย MF อัครวัฒน์ โชคปิยเศรษฐ์ (ย้ายมา ในเลค 2)
35 ไทย GK นันทพล ศุภไทย (ย้ายมาจาก สงขลา ยูไนเต็ด ในเลค 1)

นักฟุตบอลที่มีหลายเชื้อชาติ

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ไทย GK พงศกร สมรรถนเรศวร์
4 ไทย DF ดำรงค์ ภูสมนึก
6 ไทย DF ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์
7 ไทย MF สุรศักดิ์ คุ้มกัน
8 ไทย MF อนุวัฒน์ ศรชัย
9 ไทย FW พิศาลสิน ซ่าอินทร์
13 ไทย MF ภาณุวัฒน์ มีนาภา
14 ไทย MF พงษ์พีระ ประจงไสย
17 ปารากวัย MF แองเจลโล มาชูกา (Anggello Machuca)
18 ไทย GK ฐิติวัฒน์ มาสุข
19 ไทย FW เดนนิส บูเชนิ่ง
20 ไทย DF วิชา นันทะศรี
21 ไทย GK สุรัตน์ นาคชุมแสง
22 ไทย FW สุทธิพงษ์ เหลาพร
26 ไทย DF สุวิทยา นำสินหลาก
27 ไทย MF สิทธิศักดิ์ ตาระพัน
28 ไทย FW ชุษณะ นัมคณิสร
29 ไทย MF ปุณณภพ นามอนุ
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
31 ไทย DF ชณธวัฒน์ ศรีสุข
32 ไทย DF วรวุฒิ โคตรชาดา
33 ไทย MF ชวลิต แหวนทอง
34 ไทย MF อัครวัฒน์ โชคปิยเศรษฐ์
35 ไทย GK นันทพล ศุภไทย
 ? ไทย DF ศักดิ์สุริยา กุลโพนเมือง
 ? ไทย MF ติณภพ ศรีสถิตย์
 ? ไทย MF มารุต ดอกมะลิป่า
 ? ไทย MF ศิริชัย ภูมิพัฒน์
 ? บราซิล FW ฟิลิปเป้ เฟอร์ไรร่า (Felipe Ferreira de Moraes Honório) (ย้ายมาจาก สุโขทัย เอฟซี ในเลค 1)[6]
 ? ไทย GK ณรงค์ วงษ์ทองคำ (ย้ายมาจาก ศรีสะเกษ เอฟซี ในเลค 1)[7]
 ? ไทย DF ปฏิภาณ อุ่นอบ (ยืมตัวมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลค 1)[8]
 ? ไทย MF อาลีฟ เปาะจิ (ย้ายมาจาก ภูเก็ต เอฟซี ในเลค 1)[9]
 ? ไทย GK กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ (ย้ายมาจาก บีบีซียู เอฟซี ในเลค 1)[10]
 ? ไทย MF รัฐพล อัฐวงศ์ (ย้ายมาจาก โอสถสภา เอ็ม-150 ในเลค 1)[11]
 ? อินโดนีเซีย DF วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ (Victor Chukwuekezie Igbonefo) (ย้ายมาจาก โอสถสภา เอ็ม-150 ในเลค 1)[12]
 ? บราซิล FW บรูโน กอร์เรอา (Bruno Cesar Correa) (ย้ายมาจาก Colorado Atletico Clube, บราซิล ในเลค 1)[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. สโมสรฟุตบอลราชนาวี
  2. แข้งราชนาวีฟิตหนัก ร่วมฝึกหน่วยซีลก่อนลุยไทยลีก - ข่าวไทยรัฐ
  3. นักเตะราชนาวีร่วมฝึกซ้อม“หน่วยซีล”-เรียกความฟิตเร่งคืนฟอร์มสู้ไทยลีก
  4. ยอดทีมของแฟน...ราชนาวี-ระยอง - สยามสปอร์ต
  5. จากโค้ช "ฟุตซอล สู่แชมป์ "ฟุตบอล" - ไทยลีก ออนไลน์ - SMMOnline
  6. สุโขทัยจ่อปล่อย"ฟิลิปเป้"ซบราชนาวี
  7. คดีพลิก!ณรงค์ วงษ์ทองคำชิ่งกูปรีย้ายซบนาวี
  8. วัตถุดิบชั้นเลิศ !! ราชนาวีคว้าตัว ‘ปฏิภาณ’ ดาวรุ่งบุรีรัมย์
  9. ราชนาวีเปิดตัว3แข้งใหม่-จัดเลี้ยงแฟนคลับ
  10. ราชนาวีคว้า"กิตติคุณ-รัฐพล"เข้ารังแล้ว
  11. ราชนาวีคว้า"กิตติคุณ-รัฐพล"เข้ารังแล้ว
  12. ราชนาวีสอย"วิคเตอร์"เซนเตอร์พลังเอ็ม
  13. ตะหานน้ำได้แข้งแซมบ้าเสริมทัพ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]