ประภัสร์ จงสงวน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประภัสร์ จงสงวน
ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย
ดำรงตำแหน่ง
12 พฤศจิกายน 2555 – 10 กรกฎาคม 2557
ก่อนหน้า ยุทธนา ทัพเจริญ
ถัดไป ประเสริฐ อัตตะนันทน์ (รักษาการ)
ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
แห่งประเทศไทย
ดำรงตำแหน่ง
17 ตุลาคม 2540 – 1 กันยายน 2551
ผู้ว่าการแทน เยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว (รักษาการ)
ก่อนหน้า ธีระพงษ์ อรรถจารุสิทธิ์
ถัดไป ชูเกียรติ โพธยานุวัตร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 (67 ปี)
กรุงเทพมหานคร
พรรค พลังประชาชน (2550-2551)
เพื่อไทย(2551-2561, 2565-ปัจจุบัน)
ไทยรักษาชาติ (2561-2562)
ไทยสร้างไทย (2564-2565)
ศาสนา พุทธ

ประภัสร์ จงสงวน เป็นอดีตกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

ประวัติ[แก้]

ประภัสร์ จงสงวน จบการศึกษาจากระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่อ พ.ศ. 2521 จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาอาชญวิทยา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสเตท[1] สหรัฐ เมื่อ พ.ศ. 2524

การทำงาน[แก้]

เดิมทีเขาต้องการเป็นตำรวจสหรัฐอเมริกา[1] แต่เนื่องจากมารดาเรียกตัวกลับไทย ประภัสร์ตระหนักดีถึงชีวิตราชการตำรวจไทย เขาจึงหันไปทำงานด้านกฎหมาย โดยการทำงานที่สำนักงานกฎหมาย ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน[1] ซึ่งส่วนใหญ่ได้ทำคดีเกี่ยวกับภาครัฐ โดยเฉพาะกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จนได้รู้จักกับ เจ้าพนักงานอัยการ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2528 ประภัสร์ได้เข้ามาทำงานที่การทางพิเศษตามคำชวนของอัยการจุลสิงห์ ในตำแหน่งนิติกร[1] โดยทำงานภายใต้นายสุขวิช รังสิตพล ผู้อำนวยการการทางพิเศษในขณะนั้น ประภัสร์ในตำแหน่งนักกฎหมายช่วยให้ไทยบอกเลิกสัญญารถไฟฟ้าลาวาลิน โดยที่เอกชนคู่สัญญาไม่สามารถฟ้องร้องการทางพิเศษ

ต่อมาในปี 2537 นายสุขวิชได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เขาจึงยืมตัวประภัสร์ชั่วคราว มาเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาของตนเอง ในสมัยรัฐบาลชวน 1 [1] แล้วจึงย้ายกลับไปทำงานที่การทางพิเศษ จนได้ขึ้นเป็นรองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นตำแหน่งสุดท้ายจนถึง พ.ศ. 2540 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการองค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) รับผิดชอบงานโครงการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน และดำรงตำแหน่งนี้ยาวนานถึงปี 2551

ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร[แก้]

พ.ศ. 2551 ประภัสร์ที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการฯ รฟม.อยู่ ได้รับการทาบทามจากพรรคพลังประชาชน ให้ลงสมัครในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2551 ในนามของตัวแทนจากพรรคพลังประชาชน ซึ่งทำให้เขาต้องลาออกจากการเป็นผู้ว่าการฯรฟม. ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ประภัสร์ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียง 543,488 คะแนน มากเป็นลำดับสองรองจากอภิรักษ์ โกษะโยธิน จากพรรคประชาธิปัตย์

ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย[แก้]

หลังจากการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ประภัสร์เข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 เขาได้ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี และลงสมัครตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งประภัสร์ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555[2]

ในตำแหน่งนี้ เขาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของรัฐบาลในการผลักดันโครงการปฏิรูประบบราง เช่นโครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย, รถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟทางคู่ โดยเป็นกรรมาธิการพิจารณา พรบ. โครงสร้างพื้นฐานสองล้านล้านบาท ในช่วงการดำรงตำแหน่งผู้ว่ารฟท.ของเขา มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อาทิ การรื้อและทำทางรถไฟใหม่ทั้งหมดในเขตภาคเหนือตอนบน, แก้แบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต จาก 3 เป็น 4 ทาง, แก้แบบให้สถานีกลางบางซื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง, จัดซื้อขบวนรถด่วนพิเศษจำนวน 8 ขบวน (115 ตู้) เพื่อให้บริการในสี่เส้นทาง (อุตราวิถี, อีสานวัฒนา, อีสานมรรคา, ทักษิณารัถย์)

ในเดือนกรกฎาคม 2557 มีกระแสกดดันจากประชาชนบางส่วนอย่างรุนแรงให้ประภัสร์ลาออก หลังเกิดเหตุพนักงานการรถไฟก่อเหตุฆ่าข่มขืนผู้โดยสารในรถไฟ นายประภัสร์ปฏิเสธไม่ยอมลาออก [3] คณะรัฐประหารเห็นโอกาสปลดนายประภัสร์ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม พลเอกประยุทธ์จึงปลดประภัสร์ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ต่อมา ศาลปกครองกลางพิพากษาว่านายประภัสร์ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยชดใช้นายประภัสร์เป็นจำนวนเงิน 3.1 ล้านบาท[4]

ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ลำดับที่ 26 แต่พรรคไทยรักษาชาติ ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้ง[5]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 ประภัสร์ จงสงวน แห่ง รฟม.ผอ.รัฐวิสาหกิจปลอดการเมือง? เก็บถาวร 2019-11-23 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ ธันวาคม 2540.
  2. ครม. มีมติเห็นชอบ 'ประภัสร์ จงสงวน' นั่งผู้ว่าการ รฟท. 12 พฤศจิกายน 2555. ไทยรัฐ.
  3. ประยุทธ์ปลดประภัสร์พ้นผู้ว่าฯรฟท. เก็บถาวร 2014-07-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, โพสต์ทูเดย์, 10 กรกฎาคม 2557
  4. ศาลปกครองสั่ง รฟท. จ่าย 3.1 ล้าน ชดเชยเลิกจ้าง “ประภัสร์ จงสงวน” ประชาชาติธุรกิจ. 5 กันยายน 2561
  5. เปิด 108 รายชื่อผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไทยรักษาชาติ ติดบ่วงยุบพรรค
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๓๕ ข หน้า ๒๑๗, ๓ ธันวาคม ๒๕๕๕
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๔ ข หน้า ๕๗, ๑๐ มีนาคม ๒๕๔๗

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า ประภัสร์ จงสงวน ถัดไป
ยุทธนา ทัพเจริญ 2leftarrow.png State Railway of Thailand Logo 2019.svg
ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย
(12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557)
2rightarrow.png ประเสริฐ อัตตะนันทน์
(รักษาการ)
ธีระพงษ์ อรรถจารุสิทธิ์
ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการรถไฟฟ้ามหานคร
2leftarrow.png Emblem of the Mass Rapid Transit Authority of Thailand-TH.svg
ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
(17 ตุลาคม พ.ศ 2540 - 1 กันยายน พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png เยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว
(รักษาการ)