สภาผู้แทนราษฎรไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สภาผู้แทนราษฎรไทย
House of Representatives of Thailand
Coat of arms or logo
ประเภท
ประเภท สภาล่าง ของรัฐสภาไทย
ผู้นำ
ประธาน ว่าง
รองประธานคนที่ 1 ว่าง
รองประธานคนที่ 2 ว่าง
โครงสร้าง
250px
กลุ่มการเมือง      ว่าง (500)
ระยะวาระ 4 ปี
ที่ประชุม
Senator cover.png อาคารรัฐสภาไทย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เว็บไซต์
www.parliament.go.th
Emblem of Thailand.svg
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
การเมืองไทย
Thailand flag bar.svg
สถานีย่อย:การเมือง

สภาผู้แทนราษฎรไทย ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด 500 คน และแบ่งการได้มาออกเป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จำนวน 350 คน และแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง โดยให้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวน 150 คน ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรูปแบบนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทั้งนี้อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่โดยตรงในทางนิติบัญญัติ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ ก็ด้วยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และยังมีอำนาจควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินด้วย เช่น การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี การตั้งกระทู้ถาม และการเสนอญัตติขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ทั้งนี้ เป็นไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

ปัจจุบันสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร จนถึงวันก่อนวันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

อำนาจหน้าที่[แก้]

การตรากฎหมาย[แก้]

  1. การตราพระราชบัญญัติ[1] คือ กระบวนการหรือขั้นตอนในการเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย

1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

  • ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
  • คณะรัฐมนตรี โดยข้อเสนอแนะของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
  • การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อรัฐสภา และให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลา 180 วัน โดยการออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของรัฐสภา ถ้าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบตามร่างที่เสนอ หลังจากนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภาส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นไปยังศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเห็น ในกรณีที่ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ไม่มีข้อทักท้วงภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างดังกล่าว ให้รัฐสภาดำเนินการต่อไป แต่ในกรณีที่ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบมีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้ ให้เสนอความเห็นไปยังรัฐสภาและให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าวในการนี้ ให้รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อเสนอของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระตามที่เห็นสมควรได้ และเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ให้รัฐสภาดำเนินการมอบให้นายกรัฐมนตรีเพื่อทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธยต่อไป
2) พระราชบัญญัติ
  • ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ
  • คณะรัฐมนตรี
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน
  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คน
  • ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งมิใช่คณะรัฐมนตรีมีผู้เสนอ เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี
  • การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและให้ความเห็นชอบก่อน จากนั้นจึงให้วุฒิสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป

คุณสมบัติ[แก้]

[2]

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
  3. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
  4. ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
    1. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
    2. เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
    3. เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา
  5. เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี
  6. ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบสัดส่วนต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตาม (4) ด้วย แต่ลักษณะดังกล่าวในกรณีใดที่กำหนดถึงจังหวัด ให้หมายถึงกลุ่มจังหวัด
  7. คุณสมบัติอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา[3]

ลักษณะต้องห้าม[แก้]

[2]

  1. ติดยาเสพติดให้โทษ
  2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  3. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 100 (1) (2) หรือ (4)
  4. ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
  5. เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  6. เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
  7. เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
  8. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
  9. เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  10. เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี
  11. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือ เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
  12. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
  13. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 263
  14. เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง[4]

ลำดับชุดสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

ชุดที่ จำนวนสมาชิก ระยะการดำรงตำแหน่ง การสิ้นสุดสมาชิกสภาพ รัฐธรรมนูญ หมายเหตุ
(เลือกตั้ง/ครม.)
ชั่วคราว 70 28 มิถุนายน พ.ศ. 2475 - 6 ธันวาคม พ.ศ. 2476 มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 มาจากการแต่งตั้งทั้งหมดโดยคณะทหารผู้รักษาพระนคร
ครม. 1 ครม. 2 ครม. 3
1 156 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 - พ.ศ. 2480 ครบวาระ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 1 เป็นการเลือกตั้งโดยอ้อมและมี ส.ส. จากการแต่งตั้งด้วย
ครม. 4 ครม. 5 ครม. 6 ครม. 7
2 156 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2480 - 11 กันยายน พ.ศ. 2481 ยุบสภา [5] " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 2
ครม. 8
3 182 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 - 15 ตุลาคม พ.ศ. 2488 ยุบสภา " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 3/สภาต่อวาระออกไปเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สอง
ครม. 9 ครม. 10 ครม. 11 ครม. 12 ครม. 13
4 274 6 มกราคม พ.ศ. 2489 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 รัฐประหาร รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม/รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 4 และเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 5 เป็นการเลือกตั้งเพิ่มเติม เมื่อ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2489
ครม. 14 ครม. 15 ครม. 16 ครม. 17 ครม. 18
5 219 29 มกราคม พ.ศ. 2491 - 25 มีนาคม พ.ศ. 2492 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบ้บใหม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2490 (5 ธันวาคม 2490) เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 6
ครม. 21 ครม. 22
6 219 5 มิถุนายน พ.ศ. 2492 - พ.ศ. 2494 รัฐประหาร รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 7
ครม. 23 ครม. 24
7 246 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2500 ครบวาระ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 8
ครม. 25
8 283 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 - 16 กันยายน พ.ศ. 2500 รัฐประหาร " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 9
ครม. 26
9 281 15 ธันวาคม พ.ศ. 2500 - 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 รัฐประหาร " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 10
ครม. 28
10 219 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 รัฐประหาร รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 11
ครม. 31
11 269 26 มกราคม พ.ศ. 2518 - 12 มกราคม พ.ศ. 2519 ยุบสภา [6] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 12
ครม. 35 ครม. 36
12 279 4 เมษายน พ.ศ. 2519 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2519 รัฐประหาร " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 13
ครม. 37 ครม. 38
13 301 22 เมษายน พ.ศ. 2522 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2526 ยุบสภา [7] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 14
ครม. 41 ครม. 42
14 324 18 เมษายน พ.ศ. 2526 - 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2529 ยุบสภา [8] " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 15
ครม. 43
15 347 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 - 29 เมษายน พ.ศ. 2531 ยุบสภา [9] " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 16
ครม. 44
16 357 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 รัฐประหาร " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 17
ครม. 45 ครม. 46
17 360 23 มีนาคม พ.ศ. 2535 - 30 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ยุบสภา [10] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 18
ครม. 48 ครม. 49
18 360 13 กันยายน พ.ศ. 2535 - 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ยุบสภา [11] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2535 (10 กันยายน พ.ศ. 2535) เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 19
ครม. 50
19 391 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 - 28 กันยายน พ.ศ. 2539 ยุบสภา [12] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2535 (10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538) เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 20
ครม. 51
20 393 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ยุบสภา [13] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2535 (27 กันยายน พ.ศ. 2539) เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 21
ครม. 52 ครม. 53
21 500 6 มกราคม พ.ศ. 2544 - 5 มกราคม พ.ศ. 2548 ครบวาระ [14] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 22 เริ่มมี 2 แบบ คือ แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
ครม. 54
22 500 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ยุบสภา[15] " เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 23
ครม. 55
23 480 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ยุบสภา [16] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 25
ครม. 57 ครม. 58 ครม. 59
24 500 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ยุบสภา [17] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2554 (3 มีนาคม พ.ศ. 2554) เลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ 26
ครม. 60

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.parliament.go.th/mp2550/asset/mp_job_function.pdf อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  2. 2.0 2.1 http://www.parliament.go.th/mp2550/asset/member_mp_property.pdf คุณสมบัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และลักษณะต้องห้าม เว็บไซต์รัฐสภา
  3. ตามมาตรา 101 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
  4. ตามมาตรา 102 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
  5. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2481
  6. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2519
  7. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2526
  8. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2529
  9. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2531
  10. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2535
  11. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2538
  12. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2539
  13. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2543
  14. พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548
  15. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2549
  16. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554
  17. พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]