ข้ามไปเนื้อหา

เอกภาพ พลซื่อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอกภาพ พลซื่อ
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด คนที่ 3
ดำรงตำแหน่ง
11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564  20 กันยายน พ.ศ. 2565
(1 ปี 7 เดือน 9 วัน)
ก่อนหน้ามังกร ยนต์ตระกูล
ถัดไปเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด5 กันยายน พ.ศ. 2502 (66 ปี)
อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย
พรรคการเมืองพลังประชารัฐ (2561–2563)
ภูมิใจไทย (2563–2564)
คู่สมรสรัชนี พลซื่อ (สมรส 2531)
บุตร
  • ณัฐสุดา
  • ณัฐธิดา
  • เอกรัฐ
  • นีโอ

เอกภาพ พลซื่อ (เกิด 5 กันยายน พ.ศ. 2502) เป็นนักการเมืองชาวไทย อดีตโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝ่ายการเมือง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด[1] คนที่ 3 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (เป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111)

ประวัติ

[แก้]

เอกภาพ พลซื่อ เกิดเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2502 ที่ตำบลชุมพร อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของอุ่น กับทองดา พลซื่อ[2] จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับ รัชนี พลซื่อ ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี[3] ใน รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด มีบุตรชื่อ เอกรัฐ พลซื่อ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้ง ที่ 2

การทำงาน

[แก้]

เอกภาพ พลซื่อ ประกอบอาชีพทนายความ กระทั่งเข้ามาสู่วงการการเมือง โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดพรรคเอกภาพ ในการเลือกตั้ง เดือนกันยายน พ.ศ. 2535 และได้รับเลือกตั้งเรื่อยมา เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการพรรคเสรีธรรม ในระหว่างปี พ.ศ. 2539 จนกระทั่งยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2544 ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[4] ต่อมาในปลายปี พ.ศ. 2556 เขาได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา[5]

ต่อมาปี 2562 เขาได้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดร้อยเอ็ดในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

และในปี 2563 เขาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในประเทศไทย พ.ศ. 2563 ต่อมาเขาถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมือง พร้อมชดใช้ค่าเสียหายการเลือกตั้งให้ กกต. จากกรณีการปราศัยหาเสียงโดยมิชอบ[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. เช็กผลเลือกตั้ง นายก อบจ. 76 จังหวัด กกต.ประกาศแล้ว
  2. "ประวัติผู้สมัคร ส.ส." ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-02-11. สืบค้นเมื่อ 2011-06-06.
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/236/T_0014.PDF
  4. "เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-11-08. สืบค้นเมื่อ 2011-06-06.
  5. 'พินิจ' ปัดย้ายพรรค ซบ 'ชาติไทยพัฒนา'
  6. ‘เอกภาพ พลซื่อ’ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด โดนศาลสั่งตัดสิทธิ์เลือกตั้ง แห้วลงส.ส.พปชร.
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย เก็บถาวร 2015-09-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๙ ข หน้า ๒, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๒๕ ข หน้า ๑๑, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๓