เอกภาพ พลซื่อ
เอกภาพ พลซื่อ | |
|---|---|
| นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด คนที่ 3 | |
| ดำรงตำแหน่ง 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 – 20 กันยายน พ.ศ. 2565 (1 ปี 7 เดือน 9 วัน) | |
| ก่อนหน้า | มังกร ยนต์ตระกูล |
| ถัดไป | เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 5 กันยายน พ.ศ. 2502 อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย |
| พรรคการเมือง | พลังประชารัฐ (2561–2563) ภูมิใจไทย (2563–2564) |
| คู่สมรส | รัชนี พลซื่อ (สมรส 2531) |
| บุตร |
|
เอกภาพ พลซื่อ (เกิด 5 กันยายน พ.ศ. 2502) เป็นนักการเมืองชาวไทย อดีตโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝ่ายการเมือง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด[1] คนที่ 3 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (เป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111)
ประวัติ
[แก้]เอกภาพ พลซื่อ เกิดเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2502 ที่ตำบลชุมพร อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของอุ่น กับทองดา พลซื่อ[2] จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับ รัชนี พลซื่อ ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี[3] ใน รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด มีบุตรชื่อ เอกรัฐ พลซื่อ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้ง ที่ 2
การทำงาน
[แก้]เอกภาพ พลซื่อ ประกอบอาชีพทนายความ กระทั่งเข้ามาสู่วงการการเมือง โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดพรรคเอกภาพ ในการเลือกตั้ง เดือนกันยายน พ.ศ. 2535 และได้รับเลือกตั้งเรื่อยมา เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการพรรคเสรีธรรม ในระหว่างปี พ.ศ. 2539 จนกระทั่งยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2544 ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[4] ต่อมาในปลายปี พ.ศ. 2556 เขาได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา[5]
ต่อมาปี 2562 เขาได้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดร้อยเอ็ดในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
และในปี 2563 เขาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในประเทศไทย พ.ศ. 2563 ต่อมาเขาถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมือง พร้อมชดใช้ค่าเสียหายการเลือกตั้งให้ กกต. จากกรณีการปราศัยหาเสียงโดยมิชอบ[6]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2546 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[7] - พ.ศ. 2543 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[8]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ เช็กผลเลือกตั้ง นายก อบจ. 76 จังหวัด กกต.ประกาศแล้ว
- ↑ "ประวัติผู้สมัคร ส.ส." ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-02-11. สืบค้นเมื่อ 2011-06-06.
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/236/T_0014.PDF
- ↑ "เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-11-08. สืบค้นเมื่อ 2011-06-06.
- ↑ 'พินิจ' ปัดย้ายพรรค ซบ 'ชาติไทยพัฒนา'
- ↑ ‘เอกภาพ พลซื่อ’ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด โดนศาลสั่งตัดสิทธิ์เลือกตั้ง แห้วลงส.ส.พปชร.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย เก็บถาวร 2015-09-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๙ ข หน้า ๒, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๒๕ ข หน้า ๑๑, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๓
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2502
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- บุคคลจากจังหวัดร้อยเอ็ด
- ทนายความชาวไทย
- นักการเมืองไทย
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด
- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดของประเทศไทย
- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด
- พรรคกิจประชาคม
- นักการเมืองพรรคเอกภาพ
- นักการเมืองพรรคเสรีธรรม (พ.ศ. 2535)
- นักการเมืองพรรคไทยรักไทย
- พรรคชาติไทยพัฒนา
- พรรคพลังประชารัฐ
- บุคคลจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- บุคคลจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ป.ช.
- ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ม.ว.ม.