ข้ามไปเนื้อหา

เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่
นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
ดำรงตำแหน่ง
3 สิงหาคม พ.ศ. 2550 – 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ก่อนหน้าบุญเลิศ บูรณุปกรณ์
ถัดไปทัศนัย บูรณุปกรณ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด17 ธันวาคม พ.ศ. 2514 (54 ปี)
อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
พรรคการเมืองความหวังใหม่ (2542–2545)
ไทยรักไทย (2545–2547)
ประชาธิปัตย์ (2547–2550, 2551–2561)
พลังประชารัฐ (2561–2563)
กล้า (2565–2566)
รวมไทยสร้างชาติ (2566–ปัจจุบัน)
คู่สมรสปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ (หย่า)
จิตนาถ ปุณโณทก
บุพการี
ญาติแสงตะวัน ณ เชียงใหม่ (น้องสาว)
ชื่อเล่นแป้ง

ร้อยเอกหญิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ (เกิด 17 ธันวาคม พ.ศ. 2514) ผู้ช่วยศาสตราจารย์[1]ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และอดีตคณะทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นบุตรธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ และเป็นหลานเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่

ประวัติ

[แก้]

เดือนเต็มดวง เกิดเมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2514 ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ และกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เป็นหลานเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ คหบดีเจ้าของธุรกิจโรงภาพยนตร์แห่งแรกในเชียงใหม่ และมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ ทักษิณ ชินวัตรและยิ่งลักษณ์ ชินวัตร[2]

เดือนเต็มดวงมีชื่อเล่นว่า "แป้ง" จึงถูกเรียกจนติดปากว่า "ดร.แป้ง" มีประสบการณ์การเมืองกับพรรคความหวังใหม่ ตามบิดาและมารดามาก่อน ต่อมาจึงได้ย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์และได้ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐตามมารดา

เดือนเต็มดวงเคยสมรสครั้งแรกกับ ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์[3] อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ต่อมาจึงได้ทำการสมรสอีกครั้งกับพลตรี จิตนาถ ปุณโณทก เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม[4]

สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์ สาขาการค้าระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ สหรัฐอเมริกา

การทำงาน

[แก้]

เดือนเต็มดวง เริ่มทำงานเป็นอาจารย์กองวิชาการกฎหมายและสังคมศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และเป็นอาจารย์พิเศษและอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยหลักสูตรปริญญาโททางทหารส่วนบัณฑิตศึกษา โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก[5]

งานการเมือง

[แก้]

เดือนเต็มดวง เริ่มเข้าสู่งานการเมือง โดยสมัครรับเลือกตั้งใน พ.ศ. 2544 เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดพรรคความหวังใหม่ ตามบิดาและมารดา แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ได้เพียงอันดับที่ 3 ด้วยคะแนน 14,920 คะแนน แพ้ให้กับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ (พรรคไทยรักไทย) และนางบุศรา โพธิสุข (พรรคประชาธิปัตย์)[6] ต่อมาใน พ.ศ. 2545 จึงได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย พร้อมกับบิดา-มารดา แต่เมื่อ พ.ศ. 2547 จึงได้แยกเส้นทางการเมืองกับบิดา-มารดา ไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ด้านนางกิ่งกาญจน์ (มารดา) ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน

ในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2548 เดือนเต็มดวง ได้ลงสมัคร สส. ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยต้องพบกับคู่แข่งขันจากพรรคไทยรักไทยคือ ปกรณ์ บูรณุปกรณ์ แม้จะไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นเดือนเต็มดวง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์

การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

[แก้]

ใน พ.ศ. 2550 เดือนเต็มดวง ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ซึ่งก่อนการเลือกตั้ง เดือนเต็มดวง ถูกคู่แข่งคือบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ซึ่งเป็นอดีตนายกเทศมนตรี ร้องคัดค้านว่าขาดคุณสมบัติ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีมติตัดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งตามคำร้องคัดค้าน และคู่แข่งขันซึ่งยังมีอำนาจอยู่ในเทศบาลนครเชียงใหม่ถึงกับจะส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจออกรื้อถอนป้ายรณรงค์หาเสียงของเดือนเต็มดวง ที่ติดตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ทั้งหมด

เดือนเต็มดวง ร้องคัดค้านความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมายัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กรุงเทพมหานคร จนก่อนวันเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เพียงไม่กี่วัน กกต.เชื่อตามพยานหลักฐานและยืนตามความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่

เดือนเต็มดวง ฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองไต่สวนคำร้องโดยเหตุฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองชั่วคราวให้คงชื่อและหมายเลขผู้สมัครของตัวเองเพื่อรับการเลือกตั้ง

ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องฉุกเฉิน แล้วมีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ โดยคงสิทธิ เดือนเต็มดวง เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อให้ชาวเทศบาลนครเชียงใหม่พิจารณาลงบัตรเลือกตั้ง ผลการนับคะแนน เดือนเต็มดวง สามารถชนะคู่แข่งขันสำคัญคือ อดีตนายกเทศมนตรีในตระกูลบูรณุปกรณ์ไปในที่สุดด้วยคะแนนที่ค่อนข้างทิ้งห่าง

การพ้นจากตำแหน่ง

[แก้]

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552 ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษายกคำฟ้องเรื่องขาดคุณสมบัติ ทำให้ เดือนเต็มดวง ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ทันที[7][8] แต่ เดือนเต็มดวง ได้ยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด ให้วินิจฉัยขาดคุณสมบัติ โดยยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรักษาการ

เดือนเต็มดวง ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552 หลังศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำวินิจฉัยเรื่องการขาดคุณสมบัติ และคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่า พ้นจากตำแหน่งนับตั้งแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง แต่ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552[9]

การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ สมัยที่ 2

[แก้]

ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เดือนเต็มดวง สมัครรับเลือกตั้งได้รับหมายเลข 1 และจัดทำเว็บไซต์ส่วนตัวเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารไว้ที่ www.drpang.org[10] แต่ได้รับคะแนนเป็นลำดับที่ 3[11] ต่อมาจึงเข้ารับตำแหน่งโฆษกและที่ปรึกษาของกรุงเทพมหานคร[12]

การเลือกตั้ง ส.ส. 2554

[แก้]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 เดือนเต็มดวง ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แข่งขันกับบุญทรง เตริยาภิรมย์ จากพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

หลังจากนั้นเธอได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ดาวเทียม ช่องบลูสกายแชนแนล

ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

[แก้]

เดือนเต็มดวง ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร) เป็นวาระที่ 2 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556[13] จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่ง ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 จากนั้นเมื่อนางกิ่งกาญจน์ได้ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เดือนเต็มดวง จึงย้ายมาสังกัดพลังประชารัฐตามผู้เป็นมารดา

การเลือกตั้ง พ.ศ. 2562

[แก้]

เดือนเต็มดวง ลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง[14] ภายหลังการเลือกตั้งจึงได้หันไปทำงานเป็นอาจารย์ประจำ

ต่อมาใน พ.ศ. 2565 เธอได้เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคกล้า นำโดยกรณ์ จาติกวณิช[15] โดยได้รับหน้าที่เป็นคณะกรรมการเศรษฐกิจของพรรค ดูแลด้านเศรษฐกิจท่องเที่ยว[16]

การเลือกตั้ง พ.ศ. 2566

[แก้]

เดือนเต็มดวง ได้ย้ายไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมกับกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่[17]และได้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตของจังหวัดเชียงใหม่ เขต 5 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

งานวิชาการ

[แก้]

เดือนเต็มดวง เข้าทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นผู้ช่วยศาตราจารย์ประจำ คณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง[18] หลังการเลือกตั้งปี 2562

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

ลำดับสาแหรก

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ ผศ.ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่
  2. ↑ "รายพระนาม นาม เหล่าพระประยูรญาติ และ เชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-05-14. สืบค้นเมื่อ 2007-11-14.
  3. ↑ ไทยรัฐ - เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่
  4. ↑ "กลาโหม" ตั้ง กก.สอบ "อดีตนายพล" พาชาวจีนใช้ห้องรับรองกระทรวง
  5. ↑ ‘อาจารย์ – ผู้ช่วยโฆษก’ 2 บทบาทในหนึ่งเดียว กับ ‘อาจารย์แป้ง’ ร.ท.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่
  6. ↑ "ผลการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-11-07. สืบค้นเมื่อ 2011-03-18.
  7. ↑ ‘ผู้กองแป้ง’ พ้นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หลังศาลปกครองยกฟ้อง
  8. ↑ "ผู้กองแป้ง" พ้นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หลังศาลปกครองยกฟ้อง
  9. ↑ เดือนเต็มดวง หลั่งน้ำตา ลาออกนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
  10. ↑ www.drpang.org เก็บถาวร 2009-09-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  11. ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". สืบค้นเมื่อ 2009-10-05.{{cite web}}: CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  12. ↑ "สุขุมพันธุ์"ยก"ธราดล"ให้"ไตรรงค์"เล็งทาบ"เดือนเต็มดวง"ร่วมงาน
  13. ↑ ปชป.เล็งหมุนเก้าอี้รองผู้ว่าฯกทม. หลังคิวพรรคต่อแน่น ด้าน"สุขุมพันธุ์" ตั้ง"วสันต์" นั่งโฆษกส่วนตัว โต้เกมการเมือง
  14. ↑ พลวุฒิ สงสกุล (19 กันยายน 2561). "แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เตรียมหย่อนบัตรปี 62 ส.ส. ลด 23 จังหวัด อีสานหด 10 ที่นั่ง". THE STANDARD. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2562.
  15. ↑ "ดร.เดือนเต็มดวงเข้าร่วม "กรณ์" เปิดตัวแทนเขตเมืองเชียงใหม่
  16. ↑ "พรรคกล้าเปิดตัว "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ"นั่งประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค ด้านกรณ์ประกาศ 4 แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2022-05-03. สืบค้นเมื่อ 2022-05-03.
  17. ↑ "รทสช."ประกาศแล้ว! แคนดิเดตนายกฯ "บิ๊กตู่"เบอร์ 1 "พีระพันธุ์"เบอร์ 2
  18. ↑ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  19. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๘, เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๑ ข หน้า ๑๖๕, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๘
  20. ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๓๐ ข หน้า ๒๒๒, ๖ ธันวาคม ๒๕๕๖

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]