ข้ามไปเนื้อหา

สมาคมโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมาคมโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ประเทศไทย)
ประเภทเครือข่ายโทรทัศน์รวม
พื้นที่แพร่ภาพประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ
ก่อตั้ง20 ธันวาคม พ.ศ. 2511; 57 ปีก่อน (2511-12-20)
สถานีโทรทัศน์ปัจจุบัน

ในอดีต

ประเทศประเทศไทย
บุคคลการหลัก
พลโท อาวุธ พุทธอํานวย
ประธานกรรมการ

สมาคมโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ประเทศไทย) (ชื่อย่อ: ทรท.) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2511 ในนาม โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยทุกช่อง โดยเริ่มแรกมี 3 ช่อง คือ ช่อง 4 บางขุนพรหม (ปัจจุบันคือ ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี), ททบ.7 (ปัจจุบันคือ ททบ.5 เอชดี) และช่อง 7 สี (ปัจจุบันคือ ช่อง 7HD) ก่อนที่ต่อมาจะมีไทยทีวีสีช่อง 3 (ปัจจุบันคือ ช่อง 3 เอชดี), สทท.11 (ปัจจุบันคือ เอ็นบีที 2 เอชดี) และ ไอทีวี (ต่อมาเป็นทีไอทีวี และปัจจุบันคือไทยพีบีเอส) มาร่วมสมทบ และภายหลังยังมีช่องทีวีดิจิทัลทั้งหมดอีกด้วย เพื่อทำงานร่วมกันในการจัดรายการสดที่ไม่ใช่รายการข่าว และการจัดรายงานข่าวสดเกี่ยวกับกิจกรรมพิเศษ เช่น พระราชพิธี กิจกรรมภาครัฐบาล คำประกาศ แถลงการณ์ คำปราศรัยในโอกาสต่าง ๆ และการแข่งขันกีฬา เช่น โอลิมปิกฤดูร้อน เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ และฟุตบอลโลก[1][2][3]

ประวัติ

[แก้]

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

[แก้]

เมื่อปี พ.ศ. 2511 ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยทั้ง 3 ช่องในขณะนั้น ได้แก่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 ของบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด (ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (บมจ.อสมท) ในปัจจุบัน), สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5 เอชดี ในปัจจุบัน) และสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 (ช่อง 7HD ในปัจจุบัน) ของแผนกวิทยุโทรทัศน์ กองการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก ได้ประชุมร่วมกันและมีมติว่าควรจะได้รวมตัวกันขึ้น เพื่อปรึกษาหารือ และดำเนินการในเรื่องที่จะเกิดประโยชน์ร่วมกันกับทุกสถานีฯ จึงก่อตั้งองค์กรชื่อว่า โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปีดังกล่าว โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง ประกอบด้วยผู้อำนวยการของช่องโทรทัศน์ทุกช่องเป็นกรรมการ และมอบให้ผู้อำนวยการของ ททบ.5 เป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาแต่ก่อตั้ง

ต่อมา สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท (ช่อง 3 เอชดี ในปัจจุบัน) ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกถาวร นับแต่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2513 ต่อมามีช่องโทรทัศน์เข้าเป็นสมาชิกสมทบคือ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 (สทท.) (สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ เอ็นบีที 2 เอชดี ในปัจจุบัน) ของกรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ต่อมาเป็นสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในปัจจุบัน) ต่อมามีสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. เข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มเติมอีก 21 ช่อง รวมทั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาที่เข้ามาในภายหลัง รวมเป็น 28 ช่อง ก่อนจะลดลงเหลือ 25 ช่องในเวลาต่อมาจากการคืนใบอนุญาตและปิดสถานีลง

สมาคมโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ประเทศไทย)

[แก้]

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 คณะกรรมการบริหารโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนสถานะของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยจากคณะบุคคลเป็นนิติบุคคลรูปแบบสมาคม โดยจดทะเบียนชื่อสมาคมว่า สมาคมโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ประเทศไทย) (อังกฤษ: Television Pool Association (Thailand)) โดยคณะกรรมการสมาคมมีองค์ประกอบหลักมาจากผู้บริหารและผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ทั้งหมด 4 ช่อง คือ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 เอชดี เป็นนายกสมาคม, ผู้บริหารช่อง 7HD ผู้บริหารช่อง 3 เอชดี และผู้บริหารช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี เป็น อุปนายกสมาคม คนที่ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ, ผู้แทน ททบ.5 เอชดี เป็นนายทะเบียนและฝ่ายกฎหมาย, ผู้แทนช่อง 3 เอชดี เป็นปฏิคม, ผู้แทนช่อง 7HD เป็นประชาสัมพันธ์, ผู้แทนช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี เป็น เหรัญญิก และผู้แทน ททบ.5 เอชดี อีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการ[4]

โลโก้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ปี 2520–2530.webp

และเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปีเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนสมาคมประจำกรุงเทพมหานคร เรื่อง จดทะเบียนจัดตั้ง สมาคมอย่างเป็นทางการ โดยนายทะเบียนสมาคมประจำกรุงเทพมหานคร ได้มีคำสั่งให้รับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมรายนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป[5]

การทำงาน

[แก้]

สมาคมโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ประเทศไทย) มีบทบาทในการถ่ายทอดสดและรับการถ่ายทอดสดดังนี้

  1. พระราชพิธีของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
  2. พิธีสำคัญทางศาสนา
  3. รัฐพิธี
  4. การแข่งขันกีฬานานาชาติ
  5. ภารกิจอื่น ๆ ตามที่สำนักพระราชวังหรือรัฐบาลมอบหมาย

รวมถึงการจัดทำข่าวพระราชสำนักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อเผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์ของสมาชิกและสถานีโทรทัศน์ที่รับสัญญาณ รวมถึงดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์สาธารณะและความมั่นคงของประเทศ กาารส่งเสริมและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ รวมทั้งการพัฒนาทางเทคโนโลยีระหว่างสมาชิกของสมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง[5]

สถานีโทรทัศน์ที่เป็นสมาชิก

[แก้]

ในปัจจุบัน

[แก้]
  1. เอ็นบีที 2 เอชดี
  2. ไทยพีบีเอส
  3. ททบ.5 เอชดี
  4. ทีสปอร์ต 7
  5. สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
  6. สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ส่วนภูมิภาค
  7. ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16
  8. เนชั่นทีวี
  9. ช่องเวิร์คพอยท์
  10. ทรูโฟร์ยู
  11. จีเอ็มเอ็ม 25
  12. ช่อง 8
  13. โมโนแมกซ์ สปอร์ตส์
  14. ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี
  15. ช่องวัน 31
  16. ไทยรัฐทีวี
  17. ช่อง 3 เอชดี
  18. อมรินทร์ทีวี
  19. ช่อง 7HD
  20. พีพีทีวี
  21. นิวส์วัน
  22. ท็อปนิวส์
  23. สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา
  24. ดีแอลทีวี 1-15
  25. โปลิศทีวี
  26. ทรูวิชั่นส์
  27. เอ็มวีทีวี

ในอดีต

[แก้]

รายชื่อผู้บรรยาย

[แก้]
  1. พันเอก สุธี สุขสากล

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ https://www.thairath.co.th/content/447750
  2. ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-02-16. สืบค้นเมื่อ 2020-11-17.
  3. ↑ https://www.researchgate.net/publication/27809196_phathnakarlaeasakyphaphkhxngthorthasnrwmkarchephaakichaengprathesthiynikarthaythxdkila
  4. ↑ "ระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ 1-68 (Official).pdf". Google Docs. สืบค้นเมื่อ 2025-03-31.
  5. 1 2 "ราชกิจจาฯ ประกาศจัดตั้งสมาคมโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ประเทศไทย)". ประชาชาติธุรกิจ. 24 ธันวาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2025.