ข้ามไปเนื้อหา

รัฐบาลไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รัฐบาลไทย
ภาพรวม
ก่อตั้ง24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 (94 ปีก่อน) (2475-06-24)
รัฐประเทศไทย
ผู้นำนายกรัฐมนตรี
(อนุทิน ชาญวีรกูล)
แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ (พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว)
หน่วยงานหลักคณะรัฐมนตรีไทย
กระทรวง19 กระทรวง และ สำนักนายกรัฐมนตรี
รับผิดชอบต่อรัฐสภาแห่งราชอาณาจักรไทย
งบประมาณประจำปี3.78 ล้านล้านบาท (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569[1])
สำนักงานใหญ่เลขที่ 1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เว็บไซต์thaigov.go.th

รัฐบาลไทย คือองค์กรที่ใช้อำนาจบริหารในการปกครองราชอาณาจักรไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โครงสร้างและกลไกการทำงานของรัฐบาลไทยในทางกฎหมายและการบริหารรัฐกิจนั้น ไม่ได้หมายความถึงเพียงฝ่ายบริหารระดับนโยบายเท่านั้น แต่เป็นการประกอบเข้าด้วยกันของสองส่วนหลัก ได้แก่ คณะรัฐมนตรี และฝ่ายปกครองที่สังกัดกระทรวงต่าง ซึ่งต้องทำงานเชื่อมโยงและประสานกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศ[2]

ในส่วนของฝ่ายบริหารระดับสูงหรือคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหนึ่งคนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน บุคคลเหล่านี้เข้าสู่อำนาจผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบของรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดนโยบายสาธารณะ ยุทธศาสตร์ชาติ และทิศทางการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีจะทำงานภายใต้หลักความรับผิดชอบร่วมกัน โดยจะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและพร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ[3]

องค์ประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของรัฐบาลไทยคือฝ่ายปกครอง ซึ่งครอบคลุมถึงข้าราชการประจำและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สังกัดกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานราชการทั่วประเทศ ฝ่ายปกครองทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการนำนโยบายจากคณะรัฐมนตรีไปบังคับใช้และปฏิบัติจริงในพื้นที่ โครงสร้างการใช้อำนาจของรัฐบาลไทยจึงมีความสมบูรณ์เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใช้อำนาจตามกฎหมายในการบังคับบัญชา สั่งการ และกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในกระทรวงที่ตนรับผิดชอบ[4]

นิยาม

[แก้]

รัฐบาล ตามนิยามในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายถึง องค์กรปกครองประเทศ หรือคณะบุคคลที่ใช้อำนาจบริหารในการปกครองประเทศ ในทางปฏิบัติ บุคคลทั่วไปมักมีความเข้าใจว่ารัฐบาลหมายถึง “ฝ่ายบริหาร” ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินแต่เพียงอย่างเดียว ทว่าในทางกฎหมายมหาชนและการบริหารรัฐกิจ ความเข้าใจดังกล่าวยังถือว่าไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นัก เนื่องจากขอบเขตความหมายของรัฐบาลนั้นมีความกว้างและครอบคลุมไปถึง “ฝ่ายปกครอง” ด้วยเช่นกัน[2]

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ได้ให้นิยาม “หน่วยงานทางปกครอง” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้ความหมายรวมถึงหน่วยงาน ที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง[5]

นายกรัฐมนตรี

[แก้]
ธงประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522
ธงประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522

นายกรัฐมนตรี คือผู้นำของรัฐบาล ประธานของคณะรัฐมนตรี และประธานแห่งอำนาจฝ่ายบริหาร ในระบบเดิมเคยมาจากการลงมติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นจึงมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ไทย โดยผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดิน และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ซึ่งถูกล้มล้างไป เคยมีอำนาจเสนอต่อพระมหากษัตริย์ให้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร การกราบบังคมทูลเสนอชื่อหรือปลดรัฐมนตรี และเป็นตัวแทนของประเทศในการเดินทางไปยังต่างประเทศ และเป็นผู้แถลงการณ์หลักของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีสามารถพ้นจากตำแหน่งได้จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยการเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ปัจจุบัน อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

คณะรัฐมนตรี

[แก้]

คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน ว่าการกระทรวงในประเทศไทยทั้ง 19 กระทรวงและสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ตลอดจนร่างและดำเนินการตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา มีสถานที่ทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐมนตรีเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้กำหนดห้าม

รัฐมนตรีอย่างน้อยหนึ่งคนต้องลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในบทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ คณะรัฐมนตรีสามารถนำกฎหมายขึ้นกราบทูลให้ตราเป็นพระราชกำหนดเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติได้ เช่นเดียวกับกรณีกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรหรือเงินตราซึ่งต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนหรือโดยลับ

ฝ่ายปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน

[แก้]

ฝ่ายปกครองคือองค์ประกอบที่ทำให้กลไกของรัฐบาลมีความสมบูรณ์ในทางปฏิบัติ ประกอบด้วยข้าราชการประจำและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำหน้าที่เป็นผู้รับนโยบายจากฝ่ายบริหารระดับสูงไปดำเนินการและบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่ โครงสร้างอำนาจนี้จะเชื่อมโยงกันโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใช้อำนาจตามกฎหมายในการบังคับบัญชา สั่งการ และกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในสังกัดกระทรวงที่ตนรับผิดชอบ[6]

หน่วยงานทางปกครองสามารถจำแนกเป็น 4 ประเภท ดังต่อไปนี้[7][5]

  • หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
  • รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา
    • รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติเป็นการเฉพาะ
    • รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ. 2496
  • หน่วยงานอื่นของรัฐ
    • องค์การมหาชน
    • หน่วยงานอิสระของรัฐ (ไม่อยู่ภายใต้กำกับของคณะรัฐมนตรี)
    • กองทุนที่เป็นนิติบุคคล
  • หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง
    • องค์กรวิชาชีพ
    • องค์การเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง

ที่ตั้ง

[แก้]

สถานที่ทำการของรัฐบาลไทย ตั้งที่ ณ ทำเนียบรัฐบาล ที่เลขที่ 1 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาคของไทยแบ่งออกเป็น 76 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) 896 อำเภอ

ในการปกครองส่วนท้องถิ่น มีสองประเภท คือ ท้องที่เทศบาลและท้องที่ตำบล

  • ท้องที่เทศบาล มักมีความเป็นเมือง คือ มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อยู่ภายใต้การบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกว่า "เทศบาล" โดยมีองค์กรบริหารอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แบ่งออกเป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล
  • ท้องที่ตำบล มักเป็นท้องที่ชนบท ประชากรอาศัยอยู่ไม่มากเมื่อเทียบกับท้องที่เทศบาล แต่อาจจะมีประชากรหนาแน่นกว่าจุดอื่นในพื้นที่เดียวกัน

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ครม.เคาะกรอบงบ 69 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน นายกฯ กำชับใช้คุ้มค่า". thaipbs. 7 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 11 เมษายน 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 ฉัตรชัย ศรีเมืองกาญจนา. "รัฐบาลรักษาการ". หอสมุดรัฐสภา. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สืบค้นเมื่อ 2026-05-16.
  3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก หน้า 1 ลงวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560
  4. อติวิชญ์ แสงสุวรรณ (2566). บทความวิชาการ เรื่อง อำนาจการปกครอง องค์กรฝ่ายปกครองและการกระทำทางปกครอง และข้อพิจารณาเกี่ยวกับการใช้อำนาจของฝ่ายปกครอง. กลุ่มงานกฎหมาย 3 สำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
  5. 1 2 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 94 ก หน้า 1 ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2542
  6. สมศักดิ์ ไกรเดช. "กฎหมายมหาชน: การดำเนินงานของฝ่ายปกครอง" (PDF). วารสารวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธาน. 10 (2).
  7. ณัฐกฤช มุสิกะโสภณ; จเร พันธุ์เปรื่อง (2017-05-23). "หน่วยงานทางปกครอง". ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า. สืบค้นเมื่อ 2026-05-16.

ข้อมูล

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

เชิงอรรถ

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]