มุข สุไลมาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มุข สุไลมาน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 กันยายน พ.ศ. 2492 (72 ปี)
จังหวัดปัตตานี
พรรคการเมือง ประชาชาติ
คู่สมรส ดร.ฟารีดา สุไลมาน
ศาสนา อิสลาม

มุข สุไลมาน (1 กันยายน พ.ศ. 2492 – ) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี 5 สมัย[1] อดีตเลขานุการ รมว.มท.

ประวัติ[แก้]

มุข สุไลมาน เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2492 ที่จังหวัดปัตตานี เป็นบุตรของนายบิเซะ สุไลมาน กับนางนีเมาะห์ สุไลมาน[2] สมรสกับ ดร.ฟารีดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์หลายสมัย

มุข สุไลมาน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บริหารและการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2517 และนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี พ.ศ. 2528 และปริญญาโทบริหารรัฐกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2538

การทำงาน[แก้]

มุข สุไลมาน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี สมัยแรกในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2535/1 และต่อจากนั้นก็ได้รับเลือกตั้งอีก 2 สมัย คือ การเลือกตั้ง พ.ศ. 2535/2 และการเลือกตั้ง พ.ศ. 2538 ในสังกัดพรรคความหวังใหม่ (กลุ่มวาดะห์) ซึ่งต่อมาได้ย้ายเข้าไปรวมกับพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนตามลำดับ ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 จึงได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคมาตุภูมิ

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัคร ส.ส.ในจังหวัดปัตตานี เขต 4 สังกัดพรรคมาตุภูมิ[3] ซึ่งเป็นการลงสมัครคนละพรรคการเมืองกับภรรยาที่สมัคร ส.ส.จังหวัดสุรินทร์ในนามพรรคภูมิใจไทย

มุข สุไลมาน ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ในปี พ.ศ. 2561 เขาและกลุ่มวาดะห์ นำโดยนาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ย้ายมาสังกัดพรรคประชาชาติ[4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "วันนอร์"ดึงมาตุภูมิเสริมทัพเพื่อไทย จ่อสมัครสมาชิก 20 ธ.ค.นี้ หลอมกลุ่มวาดะห์ตั้งเป้าเจาะเสียง 3 จังหวัดชายแดนใต้
  2. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.[ลิงก์เสีย]
  3. กกต.มั่นใจไร้รุนแรง 6 พรรคส่งเลือก ส.ส.ปัตตานี
  4. น้องชาย'วันนอร์'คอนเฟิร์ม!'วาดะห์'รีเทิร์นย้ายสังกัดพรรคประชาชาติ
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๙, ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๖ ตอนที่ ๒๐ ข หน้า ๓๓, ๒ ธันวาคม ๒๕๔๒