กฎหมายไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กฎหมายไทยเป็นแบบซีวิลลอว์ แต่ก็ได้รับอิทธิพลจากคอมมอนลอว์ (ดูระบบกฎหมายโลก)

บ่อเกิดแห่งกฎหมาย[แก้]

ราชอาณาจักรรัตนโกสินทร์และสี่ราชอาณาจักรก่อนหน้าซึ่งนับตามแบบ ที่เรียกรวม ๆ ว่าสยามนั้น มีรัฐธรรมนูญซึ่งมิได้จัดทำประมวลกฎหมายเป็นส่วนใหญ่จนปี 2475 ในคำปรารถถึงประมวลกฎหมายอาญาซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2451 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 21 กันยายน พระมหากษัตริย์ตรัสว่า "ในสมัยโบราณ พระมหากษัตริย์แห่งชาติสยามปกครองราษฎรของพระองค์ด้วยกฎหมายซึ่งเดิมมาจากมนูธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นกฎหมายที่ใช้ทั่วไปในหมู่ชาวอินเดียและประเทศเพื่อนบ้าน"

บ่อเกิดหลักของกฎหมายไทยมีดังนี้

  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นจะขัดหรือแย้งมิได้
  • พระราชบัญญัติและบทกฎหมาย ซึ่งหลายฉบับสร้างและแก้ไขเพิ่มเติม 4 ประมวลกฎหมายพื้นฐาน ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) ประมวลกฎหมายอาญา (ปอ.) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลกฎหมายซึ่งใหม่กว่ามีประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลรัษฎากร
  • พระราชกำหนดหรือพระบรมราชโองการ พระมหากษัตริย์เป็นผู้ตราตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี เมื่อจำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่เพื่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศหรือเพื่อปัดป้องภัยพิบัติสาธารณะ
  • สนธิสัญญา
  • กฎหมายรอง หมายถึง ข้อบังคับ (ของกระทรวง) คำสั่ง ประกาศ พระราชกฤษฎีกาและกฎ
  • ความเห็นของศาลฎีกาและคำวินิจฉัยของศาลอื่น บรรทัดฐานเกี่ยวกับการศาลในประเทศไทยไม่ผูกพัน ศาลไม่ถูกผูกพันให้ยึดคำวินิจฉัยของศาลเอง ศาลระดับล่างไม่ถูกผูกพันให้ยึดบรรทัดฐานที่ศาลระดับสูงกว่ากำหนด ทว่า กฎหมายไทยได้รับอิทธิพลจากบรรทัดฐานคอมมอนลอว์ ฉะนั้น ศาลจึงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากคำวินิจฉัยก่อน ๆ หรือคำวินิจฉัยของศาลระดับสูงกว่า ศาลฎีกาจัดพิมพ์คำวินิจฉัยของศาลเอง เรียก "คำพิพากษาศาลฎีกา" ซึ่งมักใช้เป็นอำนาจชั้นรองและกำหนดเลขตามปีที่ออก ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญยังจัดพิมพ์คำวินิจฉัยหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดของตนด้วย

กฎหมายมหาชน[แก้]

รัฐธรรมนูญ[แก้]

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทยซึ่งอยู่เหนือกว่ากฎหมายที่รัฐสภาออก รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ศาลรัฐธรรมนูญมีเขตอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดความชอบต่อรัฐธรรมนูญ (constitutionality) ของพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ร่างกฎหมาย การแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการของรัฐ และประเด็นเกี่ยวกับพรรคการเมือง

กฎหมายอาญา[แก้]

ความผิดอาญาระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ตลอดจนบทกฎหมายอื่นอีกมาก มีการวางเค้าโครงวิธีพิจารณาความอาญาในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

  • มีบทกฎหมายหลายฉบับว่าด้วยความผิดอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 นิยามยาเสพติด จำแนกเป็นประเภท ให้รายละเอียดความผิดและวางกรอบการลงโทษ การลงโทษสำหรับการผลิต นำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดอยู่ในมาตรา 65–102 ซึ่งรวมโทษปรับ จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต กฎหมายยาเสพติดอื่นมีพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519
  • พบความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี ถ้าได้กระทำโดยการโฆษณา ต้องระวางโทษเช่นกัน" (ดู ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย)

กฎหมายปกครอง[แก้]

คดีปกครองอย่างการพิจารณาทบทวนในศาลอยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลปกครอง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เขตอำนาจของศาลมีการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ (เช่น เกินอำนาจ แย้งกันกับกฎหมาย ไม่สุจริต เป็นต้น) ละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าอย่างไม่มีเหตุผลอันสมควร การละเมิดหรือความรับผิดอื่นของหน่วยงานของรัฐ สัญญาทางปกครอง สั่งให้บุคคลกระทำบางสิ่งหรือคำสั่งห้าม

กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง[แก้]

การตรวจลงตรา (visa) และกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองมีในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และการแก้ไขเพิ่มเติม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติกฎหมาย ขณะที่คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองมีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยสั่งการอย่างให้หรือเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่