นันทนา สงฆ์ประชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นันทนา สงฆ์ประชา
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 (64 ปี)
พรรค พรรคชาติไทย (พ.ศ. 2550)
พรรคภูมิใจไทย (พ.ศ. 2552-2556,2565-ปัจจุบัน)
พรรคเพื่อไทย (2556-2561)
พรรคประชาภิวัฒน์ (2561-2565)

นางนันทนา สงฆ์ประชา (เกิด 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชัยนาท เขต 2 ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคภูมิใจไทย เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความศรัทธาในวัดพระธรรมกาย[1]

ประวัติ[แก้]

นันทนา สงฆ์ประชา เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 เป็นบุตรของนายบุญธง สงฆ์ประชา อดีต ส.ส. ชัยนาท และนางจันทร์เพ็ญ สงฆ์ประชา มีพี่น้อง 5 คน อาทิ นายมนตรี สงฆ์ประชา อดีตกำนันตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท นางจิรดา สงฆ์ประชา อดีต นายก อบจ.ชัยนาท นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีต ส.ส. ชัยนาท และ นายศักดิ์สิทธิ์ สงฆ์ประชา อดีตสมาชิกสภาจังหวัดชัยนาท สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาการเงินการธนาคาร UNIVERSITY OF THE EAST ประเทศฟิลิปปินส์ สมรสและหย่า มีบุตร 2 คน

งานการเมือง[แก้]

อดีตเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (พ.ศ. 2538) ประธานสภาจังหวัดชัยนาท (พ.ศ. 2539-2547) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท (พ.ศ. 2541-2542) จากนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ชุดปี พ.ศ. 2543[2] ปี พ.ศ. 2549 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชัยนาทอีกครั้ง และได้รับการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพราะเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เสียก่อน หลังจากนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 นางนันทนา และนายมณเฑียร (พี่ชาย) จึงลงสมัครรับเลือกตั้งสังกัดพรรคชาติไทย และได้รับการเลือกตั้งทั้งสองคน แต่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งตัดสินให้ใบแดงในเวลาต่อมา

กลางปี พ.ศ. 2552 นางนันทนาย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย[3] ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางพรทิวา นาคาศัย) ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปปี พ.ศ. 2554 นางนันทนาได้รับการเลือกตั้ง โดยเอาชนะนายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง อดีต ส.ส. จากพรรคเพื่อไทย

ในปี พ.ศ. 2556 นางนันทนา ได้แสดงจุดยืนทางการเมืองว่าให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แม้ว่าตนจะสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้านก็ตาม โดยเฉพาะในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2557 ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 เธอได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย แม้ว่าจะถูกคัดค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และขัดต่อเจตนารมของรัฐธรรมนูญในมาตรา 135[4] ต่อมาหลังการยุบสภาในเดือนพฤศจิกายน นางนันทนาได้ย้ายเข้าพรรคเพื่อไทยในที่สุด และลงสมัครรับเลือกตั้งในปีถัดมา แต่กกต.ประกาศการเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ใน พ.ศ. 2561 นางนันทนาได้ย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสังกัด พรรคประชาภิวัฒน์ ที่จัดตั้งขึ้นใหม่โดยรับตำแหน่งเลขาธิการพรรค และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (เลื่อนแทน) ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562[5]

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

นันทนา สงฆ์ประชา ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดชัยนาท สังกัดพรรคภูมิใจไทย
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาภิวัฒน์ (เลื่อนแทน)

สมาชิกวุฒิสภา[แก้]

นันทนา สงฆ์ประชา ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภามาแล้ว 1 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2543 จังหวัดชัยนาท

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. เอาแล้วไง? พรรคประชาภิวัฒน์ สิบล้อพ่วง "ธรรมกาย"!
  2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เขตเลือกตั้งจังหวัดชัยนาท (นางนันทนา สงฆ์ประชา)
  3. 'นันทนา สงฆ์ประชา' อดีตส.ส.ชาติไทย เปิดตัว ภท.
  4. ปชป.ไม่เห็นด้วยตั้ง "นันทนา" เป็นกมธ.ในสัดส่วนเพื่อไทย
  5. ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง (นางนันทนา สงฆ์ประชา พรรคประชาภิวัฒน์)
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๖, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๒๔ ข หน้า ๓๐, ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]