สมมุติ เบ็ญจลักษณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมมุติ เบ็ญจลักษณ์
ป.ช., ป.ม.
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 30 ธันวาคม พ.ศ. 2509 (55 ปี)
พรรค ประชาชาติ
คู่สมรส รสนา เบ็ญจลักษณ์
ศาสนา อิสลาม

สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ (เกิด 30 ธันวาคม พ.ศ. 2509) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี[1][2] เขาเคยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนเดียวของพรรคภูมิใจไทยที่ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ในปี พ.ศ. 2554 ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชาติ

ประวัติ[แก้]

สมมุติ เกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2509 เป็นบุตรของ แวซาเฮาะ กับ เจ๊ะลีเม๊าะ เบ็ญจลักษณ์ และเป็นหลานชายของวิไล เบญจลักษณ์ อดีต ส.ส. ปัตตานี 3 สมัย จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สมรสกับรสนา เบ็ญจลักษณ์ (สกุลเดิม กาซอ) พยาบาลวิชาชีพ ประจำโรงพยาบาลหนองจิก จังหวัดปัตตานี มีบุตร 3 คน[3]

การทำงาน[แก้]

สมมุติ ประกอบอาชีพทนายความ ต่อมาลงรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2544 สังกัดพรรคราษฎร (เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคมหาชน)[4] พ.ศ. 2548 สังกัดพรรคมหาชน และ พ.ศ. 2550 ได้ลงสมัคร สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

จนกระทั่งในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต 4 เป็นครั้งแรก และเป็น ส.ส.เพียงคนเดียวของพรรคภูมิใจไทย ที่ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ โดยเป็น ส.ส.ที่ได้รับคะแนนเสียงน้อยที่สุดในประเทศ เพียง 21,510 คะแนน[5]

สมมุติ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จังหวัดปัตตานีในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 สังกัดพรรรคประชาชาติ เป็น ส.ส.สมัยที่ 2

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. พรรคประชาชาติพบปะผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น อ.แว้ง ‘ทวี’ ตั้งเป้าเป็นรัฐบาล แก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้
  2. “สมมุติ” ส.ส.ปัตตานี หารือเรื่องการจัดการศพมุสลิมผู้เสียชีวิตจากโควิด ให้รัฐปฏิบัติตามแนวทางอิสลามอย่างถูกต้อง
  3. บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์[ลิงก์เสีย]
  4. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[ลิงก์เสีย]
  5. เปิดตัว"แชมป์"ส.ส.คะแนนสูงสุด"ทะลุแสน" ปะทะ "2หมื่นกว่า" ก็เป็นผู้แทนฯได้
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๘, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๓๕ ข หน้า ๗๔, ๓ ธันวาคม ๒๕๕๕