คณะรักษาความสงบแห่งชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
คสช.jpg
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ่านประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติในเย็นวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ประเภท คณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง
สำนักงานใหญ่ กองบัญชาการกองทัพบก
เดิม กองบังคับการ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
หัวหน้า
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บุคคลหลัก
เว็บไซต์ คสช. ที่เฟซบุ๊ก
Garuda Emblem of Thailand.svg
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
การเมืองไทย
Thailand flag bar.svg
สถานีย่อย:การเมือง

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. (อังกฤษ: National Council for Peace and Order (NCPO) เดิมใช้ชื่อ National Peace and Order Maintaining Council (NPOMC) ) เป็นคณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง โดยรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ตั้งแต่เวลา 16:30 น. หลังเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร พร้อมทั้งจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ได้สองวัน และมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ อย่างไรก็ตามโครงสร้างของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึง ปัจจุบัน

สาเหตุ[แก้]

วันที่ 21-22 พฤษภาคม 2557 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.) เรียกประชุมผู้แทนรัฐบาล, วุฒิสภา, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, นปช. และ กปปส. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อหาข้อสรุปในการก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางการเมือง แต่ไม่อาจหาข้อสรุปได้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงประกาศกระทำรัฐประหารในที่ประชุม และควบคุมตัวผู้เข้าร่วมประชุม ยกเว้นตัวแทนวุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยนำตัวไปยังกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ซึ่งใช้เป็นกองบัญชาการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

วันที่ 2 มิถุนายน 2557 ทหารแจกใบปลิวให้ประชาชนที่สัญจรย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื้อหาระบุเหตุผลที่ คสช. ยึดอำนาจว่า[1]

  1. มีความขัดแย้งทางความคิดการเมืองอย่างรุนแรง หยั่งลึกจากระดับประเทศไปถึงระดับครอบครัวคนไทย
  2. การใช้อำนาจการปกครองที่กระทำอยู่เดิม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยก และการกระทำผิดของกลุ่มต่าง ๆ ได้อีกต่อไป
  3. แนวทางการเลือกตั้งในรูปแบบเดิมมีการต่อต้านอย่างกว้างขวาง ถ้าเลือกตั้งต่อไปในสถานการณ์เช่นนี้ อาจเกิดปัญหาความวุ่นวายไม่จบสิ้น
  4. การชุมนุมทางการเมืองที่มีต่อเนื่องมาถึง 6 เดือน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางความคิด และการแก่งแย่งผลประโยชน์ทางการเมือง ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา (วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548–2553 และ พ.ศ. 2556–2557) ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทำให้ประชาชนแตกความสามัคคี จนไม่อาจปรองดองกันได้
  5. ปัญหาทุจริต มีคดีความจำนวนมากอยู่ในชั้นศาล และยังรอกระบวนการยุติธรรมตัดสิน
  6. การบังคับใช้กฎหมายปกติต่อปัญหาข้างต้น บังคับใช้ไม่ได้ทุกกลุ่ม ทำให้เกิดความหวาดระแวง เกลียดชังกันในหมู่ประชาชนเป็นวงกว้าง ความเคลื่อนไหวของทุกฝ่าย โดยเฉพาะแกนนำที่มีความผิด ตามกระบวนการยุติธรรม นำไปสู่การยุยงปลุกปั่นแนวร่วมของฝ่ายตน ให้พร้อมที่จะกระทำการใด ๆ ต่อฝ่ายตรงข้ามด้วยความรุนแรง
  7. การบริหารราชการแผ่นดินในห้วงที่ผ่านมาไม่สามารถกระทำได้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติ และก่อปัญหาความเดือดร้อนต่อประชาชนทุกระดับจนถึงรากหญ้า
  8. มีการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ตามมาตรา 112 ทั้งทางลับและเปิดเผย สร้างความไม่พอใจและเกลียดชังของประชาชนโดยรวม ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ
  9. การปลุกระดมมวลชนที่มุ่งเอาชนะฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ทวีความรุนแรงและเป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
  10. ปรากฏชัดว่ามีการจัดตั้งและใช้กองกำลังติดอาวุธรวมถึงการตระเวนอาวุธสงครามจำนวนมาก เพื่อปฏิบัติการอย่างรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้ามของตน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกองทัพจะยอมให้เกิดขึ้นในประเทศชาติไม่ได้โดยเด็ดขาด

โครงสร้าง[แก้]

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ผู้บัญชาการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
หน้าที่ เป็นหน่วยงานในระดับนโยบาย มีหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินทั้งนโยบายเฉพาะหน้า และนโยบายระยะยาว เพื่อให้ส่วนงานระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และระดับปฏิบัตินำไปดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้
สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ /ศูนย์ติดตามสถานการณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ผู้บัญชาการ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
หน้าที่ รับผิดชอบหน่วยงาน / ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงาน / ส่วนราชการที่มิได้กำหนดไว้ในโครงสร้างดังกล่าวนี้รวมทั้งกำกับดูแลการปฏิบัติงานทั้งปวงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)
ผู้บัญชาการ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย
พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 (กกล.รส.ทภ.1)
พลโท วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 (กกล.รส.ทภ.2)
พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (กกล.รส.ทภ.3)
พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 (กกล.รส.ทภ.4)
หน้าที่ ควบคุมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยทั้ง 4 กองทัพภาค กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1–4 (กำลังของกองทัพไทย เหล่าทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นควบคุมทางยุทธการ)
ฝ่ายความมั่นคง
ผู้บัญชาการ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง
พลเอก อักษรา เกิดผล รองหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง
หน้าที่ ควบคุม 3 กระทรวง ได้แก่
ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ผู้บัญชาการ ว่าง รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
หน้าที่ ควบคุม 1 กระทรวง 3 หน่วย ได้แก่
ฝ่ายเศรษฐกิจ
ผู้บัญชาการ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ
พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ[2]
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ
หน้าที่ ควบคุม 8 กระทรวง ได้แก่
ฝ่ายสังคมจิตวิทยา
ผู้บัญชาการ พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา
พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา
หน้าที่ ควบคุม 7 กระทรวง ได้แก่
ฝ่ายกิจการพิเศษ
ผู้บัญชาการ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ
พลเอก สุชาติ หนองบัว รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ
หน้าที่ ควบคุม 20 หน่วยงาน ได้แก่
หน่วยงานขึ้นตรงกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ผู้บัญชาการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หน้าที่ ควบคุม 6 หน่วยงาน ได้แก่
กลุ่มงานขับเคลื่อนการบริหารแผ่นดิน
ผู้อำนวยการ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้อำนวยการ
[3]
กลุ่มงานขับเคลื่อนภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย
ผู้บัญชาการ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้อำนวยการ
[4]

ค่าตอบแทน[แก้]

วันที่ 2 สิงหาคม 2557 มีการออกกฎหมายกำหนดเงินเดือนและประโยชน์ทางการเงินอื่นแก่สมาชิก คสช. พลเอกประยุทธ์ได้รวม 125,590 บาทต่อเดือน ขณะที่สมาชิก คสช. คนอื่นได้รับรวม 119,920 บาทต่อเดือน ประโยชน์เหล่านี้เพิ่มเติมจากประโยชน์ที่ได้รับจากตำแหน่งในกองทัพ[5]

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เงินประจำตำแหน่งเพิ่มเป็น 175,590 บาท (เพิ่มขึ้น 50,000 บาท) ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 174,420 บาท (เพิ่มขึ้น 45,500 บาท) [6]

มีบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ พลเอกพิสิทธิ์ สิทธิสาร พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แต่บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 22/2557 ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้แก่ พลเอกชาตอุดม ติตถะสิริ เพียงบุคคลเดียวในส่วนของพลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 เนื่องจากเกษียณอายุราชการ

คณะกรรมการที่ยังปฏิบัติงานอยู่[แก้]

คณะกรรมการตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 6 คณะ คณะกรรมการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 30 คณะ คณะกรรมการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ) 2 คณะ คณะกรรมการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 4 คณะ มีจำนวนทั้งหมด 45 คณะ

คณะอนุกรรมการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติจำนวน 8 คณะ ได้แก่

  1. คณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการด้านการผลิตและการตลาดสินค้าข้าว ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 173/2557[7]
  2. คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 175/2557[8]
  3. คณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 176/2557[9]
  4. คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 177/2557[10]
  5. คณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 74/2557[11]
  6. คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 106/2557[12]
  7. คณะอนุกรรมการร่วมจัดทำยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรเป็นรายพืชเศรษฐกิจ 4 สินค้า (Roadmap) คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และอ้อยตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 116/2557[13]
  8. คณะอนุกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2560[14]

สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[แก้]

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 1/2559 แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[15]

คณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[แก้]

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 1 /2559 แต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งสิ้น 8 ราย[17] ดังรายนามต่อไปนี้ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ โดยได้ให้พลเอกนพดล อินทปัญญารับตำแหน่งเลขานุการของคณะที่ปรึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง จึงเหลือคณะที่ปรึกษา 7 ราย ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป[18]

ผู้ปฏิบัติงานดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[แก้]

ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2559 เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[19]

ที่ปรึกษาประจำผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[แก้]

ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2559 เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ [20]

อ้างอิง[แก้]

  1. คสช.แจกใบปลิว 10 เหตุผลทำรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  2. คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ)ที่ 84/58 เรื่องให้เจ้าหน้าที่พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  3. http://www.thairath.co.th/content/530331
  4. http://www.thairath.co.th/content/530331
  5. "เปิดบัญชีอัตราเงินตอบแทน "หัวหน้า คสช. - สนช. - สปช."". Isra News. 2014-08-02. สืบค้นเมื่อ 2014-08-02. 
  6. "คลอดแล้ว!ค่าตอบแทน หน.คสช. สนช. สปช. รับ 113,560 -125,590 บาท/ด.". Isra News. 2014-11-10. สืบค้นเมื่อ 2014-11-14. 
  7. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/11.PDF
  8. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/13.PDF
  9. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/15.PDF
  10. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/17.PDF
  11. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/125/4.PDF
  12. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/144/12.PDF
  13. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/3.PDF
  14. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/086/7.PDF
  15. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/221/32.PDF
  16. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/310/42.PDF
  17. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/009/18.PDF
  18. คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอน ๓ ง พิเศษ หน้า ๒๐
  19. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/244/53.PDF
  20. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/244/53.PDF
  21. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/B/012/1.PDF

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]