ข้ามไปเนื้อหา

ชายแดนไทย–กัมพูชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชายแดนไทย–กัมพูชา
พรมแดนตามธรรมชาติระหว่างกัมพูชา (ซ้าย) และไทย (ขวา) ในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
ข้อมูลจำเพาะ
พรมแดนระหว่าง ไทย  กัมพูชา
ความยาว817 กิโลเมตร
ประวัติ
มีผลตั้งแต่13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2477
การเข้าปกครองกัมพูชาของฝรั่งเศส
พรมแดนปัจจุบันพ.ศ. 2450
สนธิสัญญา  อนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส พ.ศ. 2447
  สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส พ.ศ. 2450
  อนุสัญญาโตเกียว พ.ศ. 2484
  ความตกลงระงับกรณีระหว่างไทยกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2489 มีผลยกเลิกอนุสัญญาโตเกียว
แผนที่พรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา

ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นพรมแดนระหว่างประเทศ ซึ่งมีทั้งทั้งบนบก เริ่มต้นจากสามเหลี่ยมมรกตผ่านสันปันน้ำของทิวเขาพนมดงรัก ร่องน้ำลึกต่าง ๆ[1] ทิวเขาบรรทัดและบรรจบทางน้ำบริเวณอ่าวไทย ต่อเนื่องไปจนถึงบนผืนน้ำ มีความยาวประมาณ 798[a] - 817[b] กิโลเมตร[2][3] โดยประเทศไทยอยู่บริเวณทิศตะวันตกและทิศเหนือของเส้นเขตแดน ส่วนประเทศกัมพูชาอยู่บริเวณทิศตะวันออกและทิศใต้ของเส้นเขตแดน จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับพรมแดนกัมพูชาประกอบไปด้วย จังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี[1]

ความเป็นมา

[แก้]

ในยุคก่อนหน้าที่รัฐชาติจะใช้เส้นเขตแดนเป็นการกำหนดเขตแดน ประเทศไทยและประเทศกัมพูชาไม่ได้มีอาณาเขตระหว่างกันที่ชัดเจนมากนัก ซึ่งแนวคิดของเส้นเขตแดนได้เข้ามาพร้อมกับประเทศอาณานิคมจากตะวันตก[4] โดยมีการเสียดินแดนเขมรส่วนนอกซึ่งขณะนั้นเป็นประเทศราชของไทยในปี พ.ศ. 2410 ให้ขึ้นเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส ต่อมาในปี พ.ศ. 2449 ได้ทำสัญญายกพื้นที่มณฑลบูรพา ประกอบด้วยเมืองพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณให้กับฝรั่งเศส เพื่อแลกกับจังหวัดตราด และพื้นที่ทางทะเลที่อยู่ใต้แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูดที่ฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครอง[5][4]

สำหรับพรมแดนไทย–กัมพูชานั้น เป็นผลมาจากการปักปันเขตแดนร่วมกันระหว่างประเทศสยาม (ประเทศไทยในขณะนั้น) และประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมของกัมพูชาในขณะนั้น ออกมาเป็นอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ฉบับลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447 สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2450 และพิธีสารแนบท้าย โดยได้จัดทำแผนที่เพื่อแสดงเส้นเขตแดนไว้จำนวน 2 ชุด[1] ประกอบไปด้วย

  • แผนที่ 11 ระวาง จัดทำขึ้นมาตามอนุสัญญาที่ทำขึ้นในปี พ.ศ. 2447
  • แผนที่ 5 ระวาง จัดทำขึ้นมาตามอนุสัญญาที่ทำขึ้นในปี พ.ศ. 2450

นอกจากนี้ได้มีการดำเนินการปักหลักเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาไว้จำนวน 73 หลัก ระหว่างปี พ.ศ. 2452 - 2453 และปี พ.ศ. 2462 - 2463 ในแต่ละหลักมีการบันทึกวาจาปักหลักหมายเขตประกอบ (Procès-verbal d'abornement)[1]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2483 ประเทศไทยในการนำของจอมพล ป. พิบูลสงคราม[4] ที่ดำเนินนโยบายชาตินิยมเป็นหลักซึ่งขณะนั้นประเทศฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าอาณานิคมขณะนั้นเริ่มอ่อนแอลง จึงได้ขอปรับปรุงเขตแดนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในอดีต หลังจากลงสัตยาบันในสนธิสัญญาไม่รุกรานกันและกันเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ที่ทำร่วมกันกับฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ทำให้เกิดกรณีพิพาทอินโดจีนที่มีการรบกันระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศส กระทั่งปลายปี พ.ศ. 2483 ญี่ปุ่นได้เข้ามาไกล่เกลี่ยและทำอนุสัญญากรุงโตเกียว พ.ศ. 2484 ทำให้ประเทศไทยได้ดินแดน ไชยบุรี จำปาศักดิ์ เสียมราฐ และพระตะบอง กลับมาในการดูแล[4] กระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยต้องมอบดินแดนดังกล่าวให้กับฝรั่งเศสอีกครั้ง ตามความตกลงระงับกรณีระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (Accord de rėglement Franco-Siamois) พ.ศ. 2489[6] หรือรู้จักในชื่ออนุสัญญากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เนื่องจาประเทศญี่ปุ่นตกเป็นผู้แพ้สงคราม และไทยที่มีสถานะเป็นกลางจากการปฏิบัติงานของเสรีไทย หากจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติจะต้องทำตามข้อตกลงดังกล่าว[7] ทำให้พรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชากลับสู่สภาพเดิมตามที่เคยทำอนุสัญญาไว้กับประเทศฝรั่งเศสอีกครั้ง[4]

การปักปันเขตแดน

[แก้]

จากสนธิสัญญาดังกล่าว ปัจจุบันรัฐบาลไทยและกัมพูชาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย - กัมพูชา (Joint Boundary Commission) เพื่อเป็นกลไกในการหารือการปักปันเขตแดนซึ่งขณะนี้ยังคงดำเนินการอยู่เนื่องจากแนวเขตแดนยังไม่ได้รับการปักปันอย่างชัดเจนในหลายพื้นที่[8]

ความขัดแย้ง

[แก้]

หลังจากกัมพูชาได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2496 ได้มีกรณีพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาหลายครั้ง อาทิ

ปราสาทพระวิหาร

[แก้]
เขตปลอดทหารชั่วคราว ตามคำสั่งศาลฯ

คดีปราสาทพระวิหาร ที่กัมพูชากล่าวหาว่าประเทศไทยครอบครองสิทธิเหนือบริเวณปราสาทพระวิหารโดยมิชอบ จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก และมีผลการตัดสินในปี พ.ศ. 2505 ว่า

"...ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตกัมพูชา ไทยมีพันธกรณีต้องถอนทหารหรือตำรวจที่ประจำอยู่ที่นั่น และให้คืนวัตถุที่นำออกจากปราสาทตั้งแต่ปี 2497 แก่กัมพูชา..."

ฝ่ายไทยได้ประท้วงและสงวนสิทธิที่จะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคต ทำให้เกิดการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ด้วยกำลังทหารในช่วงปี พ.ศ. 2551 ส่งผลมาถึงการตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารอีกครั้งในปี พ.ศ. 2554 โดยศาลโลกได้ตัดสินยืนตามคำสั่งเดิมเฉพาะตัวปราสาท ไม่รับการตีความพื้นที่พรมแดนโดยรอบปราสาท รวมถึงได้สั่งให้ถอนทหารออกจากเขตปลอดทหารชั่วคราวโดยรอบปราสาท

เกาะกูด

[แก้]

พื้นที่เกาะกูด เป็นพื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างถึงการทับซ้อนระหว่างพรมแดนทางทะเลระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนกันทางทะเลมากกว่า 2.6 หมื่นตารางกิโลเมตร[9] โดยส่งผลถึงการจัดการสัมปทานแหล่งพลังงานในพื้นที่ทางทะเลดังกล่าว

ฝั่งไทยยืนยันว่าเกาะกูดไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทับซ้อน แต่เป็นพื้นที่ของประเทศไทย ตามสนธิสัญญาในปี พ.ศ. 2450[10] ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมที่ปกครองประเทศกัมพูชาในขณะนั้นมีการระบุถึงการยกเกาะกูดให้กับประเทศไทย เพื่อป้องกันปัญหาการอ้างสิทธิในอนาคต[9] มีข้อความว่า

"...รัฐบาลฝรั่งเศสยอมยกดินแดนเมืองด่านซ้ายแลเมืองตราดกับเกาะทั้งหลายซึ่ง อยู่ภายใต้แหลมสิงห์ลงไปจนถึงเกาะกูดนั้นให้แก่กรุงสยาม..."[10]

ซึ่งผลที่ปฏิบัติ เกิดบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งกลไกและกรอบการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ในปี พ.ศ. 2544

การสู้รบที่ชายแดน พ.ศ. 2568

[แก้]

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ทหารบกกัมพูชาหนึ่งนายเสียชีวิตหลังจากหน่วยลาดตระเวนของไทยพบทหารกัมพูชากำลังขุดสนามเพลาะ ทั้งกัมพูชาและไทยกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าบุกรุกดินแดนของตนและยิงก่อน ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย อ้างว่าการยิงไม่ได้มีเจตนาโจมตีทั้งสองฝ่าย[11][12][13][14] กัมพูชาระบุว่าจะดำเนินคดีในกรณีพิพาทดังกล่าวต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ[15]

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อกองทัพของทั้งสองฝ่ายโจมตีกัน ประเทศไทยยังปิดพรมแดนทางบกทั้งหมดกับกัมพูชา มีรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตหลายราย[16]

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ฮุน มาแณต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ยื่นคำร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อเรียกประชุมด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานของไทย[17] คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568[18]

มีความพยายามไกล่เกลี่ยจากคนกลาง นำโดยประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประธานอาเซียนในปี พ.ศ. 2568 รวมถึงการเรียกร้องหยุดยิงจากดอนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ต่อทั้งสองประเทศ ฮุน มาแณต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และภูมิธรรม เวชยชัย ผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีไทย ได้พบกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เพื่อเจรจาสันติภาพเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ทั้งสองประเทศได้ตกลงหยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งมีผลในเวลา 23:59 น. ก่อนเข้าสู่เช้าวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568[19]

แนวพรมแดน

[แก้]
ป้ายบอกอาณาเขตประเทศกัมพูชาบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์

แนวพรมแดนไทย–กัมพูชาตามที่ได้มีการทำอนุสัญญากับฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2447 และปี 2450[1] ประกอบไปด้วย

  • แนวเขตเริ่มต้นจากสามเหลี่ยมมรกต ที่บรรจบระหว่างประเทศไทย กัมพูชา และลาว มาตามแนวเส้นสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรัก ความยาว 364 กิโลเมตร ตามแนวจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์[3]
  • แนวเขตแดนตามลำน้ำต่าง ๆ ที่แบ่งกั้นระหว่างประเทศ ความยาว 216 กิโลเมตร ตามแนวจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดจันทบุรี[3]
  • แนวเขตแดนตามแนวเส้นตรง ความยาว 57 กิโลเมตร ตามแนวจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดจันทบุรี[3]
  • แนวเขตแดนตามแนวเส้นสันปันน้ำของเทือกเขาบรรทัด ความยาว 160 กิโลเมตร ตามแนวจังหวัดตราด[3]
  • แนวเขตแดนตามแนวเส้นตรง ความยาว 1 กิโลเมตร ตามแนวจังหวัดตราด[3] และต่อเนื่องกับทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่อง และเขตเศรษฐกิจจำเพาะในอ่าวไทย[20]

ปัจจุบันแนวพรมแดนไทย–กัมพูชายังคงอยู่ในระหว่างกระบวนการปักปันเขตแดนในหลายพื้นที่ ผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย - กัมพูชา (Joint Boundary Commission)[21]

เขตการปกครองที่ติดพรมแดน

[แก้]
 ไทย  กัมพูชา
ประเทศลาว
 อุบลราชธานี จังหวัดพระวิหาร
 ศรีสะเกษ
จังหวัดอุดรมีชัย
 สุรินทร์
 บุรีรัมย์
จังหวัดบันทายมีชัย
 สระแก้ว
จังหวัดพระตะบอง
 จันทบุรี
จังหวัดไพลิน
 ตราด
จังหวัดพระตะบอง
จังหวัดโพธิสัตว์
จังหวัดเกาะกง
อ่าวไทย

จุดผ่านแดน

[แก้]

จุดผ่านแดนถาวร

[แก้]

ประเทศไทยและประเทศกัมพูชามีจุดผ่านแดนถาวรจำนวน 7 แห่ง[22] ในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบไปด้วย

ลำดับ ประเทศไทย ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศกัมพูชา หมายเหตุ
ถนน จุดผ่านแดน ถนน จุดผ่านแดน เวลาทำการ[22]
1 ทล.2201 จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ, จังหวัดศรีสะเกษ 66 ช่องจวม อำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย 07.00 - 20.00
2 ทล.214 จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม, จังหวัดสุรินทร์ 68 บ้านโอร์เสม็ด อำเภอสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย 06.00 - 22.00
3 ถนนสุวรรณศร จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จังหวัดสระแก้ว 5 เมืองปอยเปต อำเภอโอโจรว จังหวัดบันทายมีชัย 06.00 - 22.00
4 ทางหลวงชนบท จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน, จังหวัดสระแก้ว 57B บ้านพนมได อำเภอสำเภาลูน จังหวัดพระตะบอง 06.00 - 22.00
5 ทางหลวงชนบท จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม, จังหวัดจันทบุรี 4033 บ้านตวง อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง 06.00 - 22.00
6 จบ. ถนนคลองใหญ่ - เมืองปรม จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด, จังหวัดจันทบุรี 57 บ้านปรม อำเภอศารากราว จังหวัดไพลิน 06.00 - 22.00
7 ถนนสุขุมวิท (ทล.3) จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก, จังหวัดตราด 48 บ้านจามเยี่ยม อำเภอมณฑลสีมา จังหวัดเกาะกง 06.00 - 22.00

จุดผ่านแดนชั่วคราว

[แก้]

ประเทศไทยและประเทศกัมพูชามีจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทางต่าง ๆ อาทิ การนำเข้าและส่งออกสัมปทานไม้ในอดีต[23] โดยปัจจุบันมีไว้สำหรับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่จะใช้เป็นจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต[22]

จุดผ่านแดนชั่วคราวล่าสุดที่เปิดทำการคือ จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการก่อสร้างสะพานหนองเอี่ยน - สตึงบท[24]

จุดผ่อนปรนการค้า

[แก้]

จุดผ่อนปรนการค้า เป็นจุดผ่อนปรนที่ได้มีการประกาศโดยกระทรวงมหาดไทยเพื่ออนุญาตให้ทำการค้าขายระหว่างประเทศได้ ปัจจุบันมีอยู่ 9 แห่ง[22] ในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบไปด้วย

ลำดับ ประเทศไทย ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศกัมพูชา หมายเหตุ
จังหวัด จุดผ่านแดน จังหวัด จุดผ่านแดน เวลาทำการ[22]
1  อุบลราชธานี จุดผ่อนปรนช่องอานม้า พระวิหาร บ้านสะเตียลกวาง อำเภอจอมกระสาน 09.00 - 15.00
2  บุรีรัมย์ จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู อุดรมีชัย บ้านจุ๊บโกกี, อำเภอบันเตียอำปึล 08.00 - 15.00
3  สระแก้ว จุดผ่อนปรนบ้านตาพระยา บันเตียเมียนเจย บ้านบึงตะกวน 09.00 - 17.00
4 จุดผ่อนปรนบ้านหนองปรือ มาลัย
5  จันทบุรี จุดผ่อนปรนบ้านซับตารี พระตะบอง บ้านโอลำดวน อำเภอพนมปรึก 06.00 - 18.00
6 จุดผ่อนปรนบ้านสวนสม บ้านโอลั๊วะ อำเภอพนมปรึก
7 จุดผ่อนปรนบ้านบึงชนังล่าง บ้านสวายเลง อำเภอกร็อมเรียง
8  ตราด จุดผ่อนปรนบ้านหมื่นด่าน บ้านศาลเจ้า อำเภอสัมลูด 08.30 - 17.00
9 จุดผ่อนปรนบ้านมะม่วง บ้านฉอระกา, อำเภอสำรูด 06.00 - 18.00

จุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว

[แก้]

จุดผ่อนปรนพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว มีอยู่เพียงแห่งเดียวสำหรับพรมแดนระหว่างไทยและกัมพูชา[22]

ลำดับ ประเทศไทย ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศกัมพูชา หมายเหตุ
พื้นที่จุดผ่านแดน พื้นที่จุดผ่านแดน เวลาทำการ
1 ช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร, อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปราสาทเขาพระวิหาร, อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร - ปิดตั้งแต่ มิ.ย. 2551 จากความไม่สงบของเขตแดน กำลังดำเนินการขอเปิดทำการอีกครั้ง[22]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ตัวเลขจากกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ
  2. ข้อมูลจาก The World Factbook ของสำนักข่าวกรองกลาง รัฐบาลกลางสหรัฐ

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 "ข้อมูลเขตแดน | กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย". treaties.mfa.go.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-05-19. สืบค้นเมื่อ 2022-06-18.
  2. "Thailand", The World Factbook (ภาษาอังกฤษ), Central Intelligence Agency, 2022-06-06, สืบค้นเมื่อ 2022-06-18
  3. 1 2 3 4 5 6 "เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ". www.saranukromthai.or.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-12-08. สืบค้นเมื่อ 2022-06-18.
  4. 1 2 3 4 5 "พระตะบอง เสียมเรียบ ศรีโสภณ "รอยสยาม" และ "สามจังหวัด"กัมพูชา". สารคดี (ภาษาอังกฤษ). 2010-10-22.
  5. "การเสียดินแดน ในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5". www.baanjomyut.com.
  6. "Franco-Thai settlement treaty of 1946", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2022-01-14, สืบค้นเมื่อ 2022-06-18
  7. United Nations Treaty Series, vol. 344, pp. 59-89.
  8. "ราชอาณาจักรกัมพูชา". กระทรวงการต่างประเทศ. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-08-13. สืบค้นเมื่อ 2022-06-18.
  9. 1 2 ""ค้นความจริงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา"". คมชัดลึกออนไลน์. 2009-09-25.
  10. 1 2 "เขตทับซ้อนทางทะเลไทยและกัมพูชา". www.tcijthai.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
  11. One killed after Thai and Cambodian soldiers briefly clash in a disputed border area. AP News. 28 May 2025.
  12. Cambodian soldier killed in clash with Thai army. AP News, Agence France-Presse. 28 May 2025. Kieran Burke
  13. Cambodian border troops in brief firefight with Thai military. The Phnom Penh Post. Hong Raksmey. 28 May 2025.
  14. Cambodian soldier killed in Thai border gunfight. Bangkok Post. 28 May 2025.
  15. Cambodia Says It Will Take Thai Border Dispute to International Court. The Diplomat. Sebastian Strangio. 3 June 2025.
  16. Saksornchai, Jintamas (24 July 2025). "Thailand and Cambodia exchange fire in clashes that kill at least 9 civilians". Associated Press. สืบค้นเมื่อ 24 July 2025.
  17. Amarthalingam, Sangeetha (24 July 2025). "Cambodia Pleads UN Security Council to Immediately Stop Thai Aggression". Kiripost. สืบค้นเมื่อ 29 July 2025.
  18. "UN urges restraint as Thailand-Cambodia clashes displace thousands; Security Council meets | UN News".
  19. "Thailand and Cambodia Agree to 'Immediate and Unconditional' Ceasefire, Malaysian PM says". Kiripost. 28 July 2025. สืบค้นเมื่อ 29 July 2025.
  20. "อาณาเขตทางทะเล". www.mkh.in.th.
  21. ""พล.อ.ประวิตร" ประชุม JBC ไทย-กัมพูชา ยกระดับความสัมพันธ์". สำนักข่าวไทย อสมท. 2020-05-28.
  22. 1 2 3 4 5 6 7 "ข้อมูลช่องทางผ่านแดนและความตกลงเรื่องการสัญจรข้ามแดน - ตารางจุดผ่านแดนทั่วประเทศ 19 มี.ค. 2561 (ด้านกัมพูชา)". www.fad.moi.go.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-06-06. สืบค้นเมื่อ 2022-06-18.
  23. ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การผ่อนผันเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อให้บริษัทปลูกสร้างสวนป่าและอุตสาหกรรมไม้ไทย - ญี่ปุ่น จำกัด นำสินค้าไม้เข้ามาในราชอาณาจักรและออกไปปลูกสร้างสวนป่ายูคาลิปตัสในกัมพูชา. เล่ม 108 ตอนที่ 151, วันที่ 29 สิงหาคม 2534, หน้า 8389-8390
  24. "การขอเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำพรมโหด". ryt9.com.