อาชญากรรมในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อาชญากรรมในประเทศไทย เป็นปัญหาซับซ้อนที่มีมานาน มีจำนวนเพิ่มขึ้นและกำลังขยายไปในระดับนานาชาติ แต่มักถูกมองข้าม หลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 อาชญากรรมในประเทศไทยถูกรายงานโดยตำรวจไทย โดยปราศจากหน่วยงานที่เฝ้าดูและเผยแพร่สถิติ[ต้องการอ้างอิง]

คอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง] ตั้งแต่การให้สินบนไปจนถึงการร่วมมือกับตำรวจ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้าประเวณี การอัมพาตทางการเมือง คอร์รัปชันและการร่วมมือกันในวัฒนธรรมซึ่งไม่มีการลงโทษ[1] การท่องเที่ยวและค้าขายระหว่างประเทศ การยอมรับศาสนาพุทธแบบดั้งเดิม[2] และแนวโน้มที่จะเมินเฉยต่อปัญหาได้นำสู่การระบาดของอาชญากรรมในประเทศ นอกจากนี้การกระทำผิดของเด็กและเยาวชนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมาอีกด้วย[3][4]

รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ได้ให้สัญญาว่าจะลดปัญหาอาชญากรรมในประเทศไทย ทว่าในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เดอะนิวยอร์กไทมส์ รายงานว่าตำรวจได้พบว่ามีขโมย การลักทรัพย์ และการปล้นทรัพย์ เพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 พบว่ามีการขโมยและอาชญากรรมอื่น ๆ เกิดขึ้นกว่า 75,557 ครั้งในปีนั้น ซึ่งมากกว่าปีก่อนถึง 10.5% อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงยังเพิ่มขึ้นถึง 8.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน[5] ตัวเลขเหล่านี้ถูกคัดค้านโดยตำรวจและ ดร. อมร วาณิชวิวัฒน์ ซึ่งเป็นนักอาชญาวิทยาอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขายังกล่าวอีกว่าเขาไม่ได้รู้สึกถึงจำนวนอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่มีรัฐประหาร และกล่าวถึงการเพิ่มขึ้น 60% ซึ่งรายงานโดยไทมส์ว่า  "ผมไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้น มันเป็นไปไม่ได้" สถิติของอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างไร้นัยสำคัญจำนวน 1.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีการรายงานอาชญากรรมเพิ่มขึ้น 920 ครั้ง หลังจากที่ได้มีการลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2552[6]

สถานที่[แก้]

อาชญากรรมจำนวนมากในประเทศไทยเกิดขึ้นในเมืองซึ่งเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวรวมตัวกันเป็นเป้า อีกทั้งยังเป็นที่ซึ่งการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์เกิดขึ้น แหล่งมั่วสุมยาเสพติดหลัก ๆ นั้นอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต และเมืองพัทยา และไม่ได้จำกัดอยู่ในเขตเหล่านี้เท่านั้น การลักลอบนำเข้ายาส่วนใหญ่มาจากทางเหนือของประเทศไทยผ่านทางสามเหลี่ยมทองคำ รวมไปถึงจากพื้นที่ซึ่งควบคุมโดยกบฏซึ่งถูกแบ่งในเขตของประเทศพม่า โดยเฉพาะรัฐฉาน ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศของประเทศไทย เช่น เทศบาลนครแหลมฉบัง ใกล้เมืองพัทยา และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้พบชาวแอฟริกา[7] และกลุ่มอดีตเครือรัฐเอกราช และกลุ่มนานาชาติ คนขนยามีส่วนร่วมในการซื้อขายเหล่านี้

อาชญากรรมแบ่งตามประเภท[แก้]

ยาเสพติดและการซื้อขายยาเสพติด[แก้]

ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและความรุนแรงที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยมีปริมาณมากขึ้น[8] ยาเสพติดมีตั้งแต่แบบพื้นบ้านอย่างกระท่อม[9] ไปจนถึงยาบ้า ฝิ่นจากประเทศพม่า และยาสมุนไพรท้องถิ่น ตั้งแต่ประมาณพ.ศ. 2548 มีการเพิ่มขึ้นของงานเลี้ยงสังสรรค์ยาเสพติดในเวลากลางคืนและความรุนแรกจากผู้ใช้[9]

ก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะควบคุมการขายยาเสพติดโดยการประกาศสงครามยาเสพติดพ.ศ. 2546 ซึ่งทักษิณ ชินวัตรทำการตั้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ขายยา[ต้องการอ้างอิง]

ในพ.ศ. 2555 มีการคาดการณ์ว่ามีผู้ติดยาเมตแอมฟีตามีนประมาณ 1.2 ล้านคน[9] โดยตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้[9] นอกจากนี้เมตแอมฟีตามีนยังถูกใช้เป็นวงกว้างกับสัตว์ เช่น ชะนี ลอริส[10][11] และช้าง[12] โดยการบังคับให้กินเข้าไปเพื่อให้ทำงานนานได้ขึ้น อยู่นิ่งๆ ให้คนจับ และสร้างความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555 พบว่าซูโดอีเฟดรีนตามกฎหมายเกือบ 50 ล้านเม็ดถูกขโมยจากโรงพยาบาลในประเทศไทย และอีกสองพันล้านเม็ดถูกลักลอบนำเข้ามาจาก ไต้หวัน และเกาหลีใต้ โดยมีการปลอมแปลงเอกสารซึ่งชี้ว่าสองบริษัทไทยได้นำเข้ามากว่าแปดพันล้านมากเม็ด[12] พวกเขารายงานการขนส่งของยาว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือชิ้นส่วนรถยนต์ ประเทศไทยโต้ตอบโดยการเฝ้าดูการขายและการกระจายของซูโดอีเฟดรีนอย่างใกล้ชิด

แม้การมอมยานักท่องเที่ยวและคนถ้องถิ่นโดยผู้ค้าบริการทางเพศจะพบได้ยาก แต่ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ส่วนใหญ่แล้วสิ่งเหล่านี้เกิดในสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ เช่น พัทยาหรือภูเก็ต องค์การสหประชาชาติรายงานสถานการณ์ในประเทศไทยว่า "ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ในคุกของประเทศไทยเป็นนักค้ายาและผู้ใช้ยาระดับล่าง ด้วยความที่มีโอกาสถูกจับได้มากกว่า แทนที่จะเป็นผู้ค้าขายขนาดใหญ่และอาชญากรที่มีการจัดการอย่างดี"[13]

การทารุณกรรมสัตว์[แก้]

การทารุณกรรมสัตว์พบได้ทั่วไปในประเทศไทย รวมไปถึงการทรมานช้างเพื่อการท่องเที่ยว[14] การสังหารช้างเพื่องา[15] หรือการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศพม่า[16] การหาประโยชน์จากช้างในเมือง[17] และการค้าขายชิ้นส่วนของสัตว์[18]

การข่มขืน[แก้]

ในพ.ศ. 2556 ทุกๆ วัน มีผู้หญิงประมาณ 87 รายเข้าแจ้งความว่าถูกข่มขืนหรือขอคำแนะนำหลังถูกข่มขืน ตำรวจปฏิเสธที่จะรับคำแจ้งความโดยให้เหตุผล เช่น "ความไม่สงบทางการเมือง" เหยื่อที่เด็กที่สุดมีอายุเพียง 1 ปี 9 เดือน และแก่ที่สุดมีอายุถึง 85 ปี ส่วนผู้กระทำความผิดมีอายุตั้งแต่ 10 ขวบซึ่งมีส่วนร่วมในการรุมข่มขืน และชายอายุ 85 ปีที่ลวนลามเด็กสาว[19]

การหลอกลวง[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยล้วนมีชื่อเสียงด้านกลลวงและการหลอกซื้อของ โดยที่ได้รับความนิยมมากได้แก่ กลลวงอัญมณี กลลวงช่างตัดเสื้อ ตัวแทนการท่องเที่ยวปลอม[20][21] และ กลลวงวกเวียน

กลลวงห้องต้มตุ๋น (กลซื้อขายหุ้นปลอม) เป็นอาชญากรรมเสื้อคอปกขาวที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย[22][23][24][25]

ผู้คนไร้สัญชาติตกเป็นเป้าหมายของสิทธิในการทำงานปลอมจากสหประชาชาติ[26]

หลังการหายไปของมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 370 การปลอมแปลงหนังสือเดินทางและการปลอมแปลงตัวตนได้รับความสนใจจากสหรัฐอเมริกา ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 วีซ่าที่ถูกขโมยมาถึง 259 อันหายไปจากสถานกงสุลไทยในประเทศมาเลเซีย[27] โดยถูกนำไปใช้เพื่อข้ามชายแดนไทยอย่างผิดกฎหมาย ชาวอิหร่าน 35 คน ชาวคาเมรูน 1 คน ชาวไนจีเรีย 20 คน ชาวปากีสถาน 4 คน ชาวอินเดีย 4 คน และชาวเอเชียอื่นๆ ทำการข้ามชายแดนแล้ว[28]

การค้ามนุษย์และการค้าประเวณี[แก้]

ในพ.ศ. 2556 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาบัญญัติว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับต่ำที่สุดของการค้ามนุษย์ในรายงานบุคคล[29] รายงานพ.ศ. 2556 กล่าวว่าตำรวจไทยและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง "รีดไถเงินหรือกขอมีเพศสัมพันธ์" กับนักโทษ หรือ "ขายผู้อพยพชาวพม่าที่ไม่สามารถจ่ายเงินให้นายหน้าค้ามนุษย์หรือนายหน้าค้าประเวณีได้"[29] เจ้าหน้าที่จากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กล่าวว่า รัฐบาลไทยเป็นรัฐบาลเดียวที่โหวดเพื่อต่อต้านข้อตกลงแรงงานบังคับของสหประชาชาติในการประชุมประจำปีซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557[30][31]

เพื่อเป็นการตอบโต้ ร้านค้าปลีกอย่างวอลมาร์ตและคอสท์โก้ ในสหรัฐอเมริกาเลิกรับอาหารทะเลจากเครือเจริญโภคภัณฑ์เพราะ "เป็นเจ้าของ จัดการ หรือซื้อผลิตผลจากเรือประมงที่มีการใช้ทาส"[32] ต่อมาในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557 รัฐบาลไทยตกอยู่ภายใต้สภาวะกดดัน และกล่าวถึงความต้องการเพิกถอนโหวด ILO ที่เคยออกความเห็นไป[33]

ความรุณแรงในครอบครัว[แก้]

ความรุนแรงต่อสตรีมีจำนวนมากขึ้นในประเทศไทย ระหว่างพ.ศ. 2550 ถึง 2555 ผู้เคราะห์ร้ายประมาณ 27,000 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล[34] ในพ.ศ. 2549 กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีคดีเกี่ยวกับความรุณแรงในครอบครัวต่อเด็กและสตรีถึง 13,550 คดี[35]

พลวัตของอาชญากรรม[แก้]

ความรุนแรงในโรงเรียนและการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน[แก้]

เป็นเวลาหลายปีที่กลุ่มนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคปะทะและยิงกันตามแยกต่างๆ ในกรุงเทพมหานครและที่อื่นๆ[36] คดีที่โด่งดังได้แก่ การยิงกันที่เริ่มจากการแข่งเต้นเพลงคังนัมสไตล์[37] นักเรียนคนหนึ่งจากโรงเรียนเทคนิคกล่าวว่า "ปืนเป็นเหมือนสิ่งที่ต้องนำติดตัวไปโรงเรียน พวกเราอาจใช้ปืนในการป้องกันตัวเองจากรุ่นพี่ที่ชอบใช้ความรุนแรง ส่วนข้างนอกโรงเรียน พวกเรามีโรงเรียนคู่แข่ง..."[38]

การกระทำความผิดอาญาโดยเยาวชนจากพ.ศ. 2546 ถึง 2550 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 70% ทั้งหญิงและชายต่างมีการเพิ่มข้นที่สูง แม้ประเทศจะมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ[39]

โครงสร้างพื้นฐานของเรือนจำและคอร์รัปชัน[แก้]

ประเทศไทยมีจำนวนเรือนจำที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และยังขาดแรงผลักดันทางการเมืองที่จะต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรม[ต้องการอ้างอิง] ในเรือนจำกลางระยองที่ถูกออกแบบให้คุมนักโทษ 3,000 คน กลับมีนักโทษอาศัยอยู่ถึง 6,000 คน[1] มีการใช้กล่องเพื่อขนวัตถุจากนอกเรือนจำข้ามกำแพงเข้าสู้เรือนจำ พัสดุถึงนักโทษมีวัตถุ เช่น โทรศัพท์มือถือซึ่งมักใช้ติดต่อและวางแผนก่ออาชญากรรมนอกเรือนจำ[40] สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเรือนจำกลางระยองเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั่วไปในประเทศไทย[41]

คอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นปัญหาในการจัดการกับอาชญากรรม[41] ในคดีหนึ่ง พยาบาลในเรือนจำถูกจับเนื่องจากค้ายาเสพติด[42] หลังการล่อซื้อพบว่าพัศดีเรือนจำกว่า 28 คนลักลอบขนยาเสพติด[43][44] รัฐบาลไทยตอบโต้ด้วยการติดตั้งตัวตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทว่าเครื่องมือเหล่านี้ถูกพิสูจว่าไม่ได้ผล ด้วยความที่รอยแตกในกำแพงถูกใช้เป็นที่เก็บโทรศัพท์ซึ่งเครื่องตัดสัญญาณไม่สามารถเข้าถึง[45] ความพยายามอื่นได้แก่ เครื่องสแกนเอกซเรย์[1] และการติดตั้งกล้องวงจรปิด และมีการวางแผนจัดทำเรือนจำแบบใหม่ที่มีความเข้มงวด[46]

พระสงฆ์[แก้]

อาชญากรรมซึมซับเข้าสู่ทุกองค์ประกอบในประเทศไทย รวมไปถึงสถาบันพุทธศาสนา การเป็นพระภิกษุสงฆ์สามารถปกปิดองค์กรอาชญากรรมได้เป็นอย่างดี ในปีที่ผ่านมี มีหลายคดีที่พระสงฆ์รวมไปถึงพระภิกษุสงฆ์อาวุโสถูกจับเพราะเกี่ยวข้องกับการครอบครองเมตแอมฟีตามีน การขายยาเสพติด[47] การค้าประเวณี สื่อลามก และ อาวุธปืน[48]

ในคดีหนึ่ง พระภิกษุสงฆ์สองรูปพยายามทิ้งยาบ้าที่ด่านตำรวจ[49][50] อีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์อาวุโสที่กล่าวว่าต้องการเงินเพื่อ "บำรุงรักษาวัด" ทว่ากลับนำเงินไปซื้อยาเสพติดและบริการทางเพศ[8] รายงานการฆาตกรรมโดยนักบวชมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ[51] โดยมีคดีหนึ่งที่พระภิกษุสงฆ์ชาวไทยฆ่ากันเองในสหรัฐอเมริกา[52] นอกจากนี้ การคุกคามทางเพศโดยพระไทยเกิดขึ้นทั่วไป และพึ่งเริ่มได้รับความสนใจจากสื่อ นอกจากนี้ยังมีการข่มขืนสามเณรในวัด และแม่ชีรวมไปถึงฆราวาสหญิง

การตายของชาวต่างชาติ[แก้]

ชาวตะวันตกที่มีชื่อเสียงหลายคนเสียชีวิตในโรงแรมที่กรุงเทพมหานคร รวมไปถึงนักแสดงฮอลลีวูดอย่างเดวิด คาร์ราดีน กรรมการบริษัททาทา มอเตอร์สที่ชื่อว่าคาร์ล สลิม (ชาวอังกฤษ) และนักธุริกิจชาวอเมริกันอย่างเวนดี้ อัลบาโน

เดวิด มิลเลอร์ และ ฮานนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ นักท่องเที่ยวคู่รักชาวอังกฤษถูกฆาตกรรมบนเกาะเต่าในพ.ศ. 2557 ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 ผู้ต้องสงสัยถูกตัดสินว่าผิดจริง และถูกประหารชีวิตโดยการฉีดยา นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เคยถูกฆาตกรรมได้แก่ เจน นิกสัน (ถูกพบว่าเสียชีวิตในโรงแรมที่กรุงเทพมหานคร) และอีกคดีหนึ่ง คริสตี้ โจนส์ (นักท่องเที่ยว) ถูกข่มขืนและฆาตกรรมในจังหวัดเชียงใหม่[53] ในพ.ศ. 2556 ผู้อยู่อาศัยชาวอเมริกันถูกฟันจนเสียชีวิตด้วยดาบโดยคนขับแท็กซี่[54] การฆาตกรรมเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนมีนักเขียนคนหนึ่งเขียนหนังสือที่ชื่อว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ถูกฆาตกรรมในประเทศไทย ผู้เขียนกล่าวถึงคดีการฆาตกรรมชาวอเมริกันที่ชื่อว่า ทรอย พิลคิงตัน รวมถึงบันทึกเกี่ยวกับอันตรายของคนขับแท็กซี่และรถสาธารณะ หลายครั้งที่การตายมีสาเหตุที่ไม่ชัดเจน ทว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยว ศพของสาวชาวอังกฤษ คริสติน่า แอนเนสลีถูกพบบนเกาะเต่า นักดนตรีในร้านอาหารที่ประเทศไทยแทงนักธุรกิจชาวอเมริกันจนเสียชีวิตต่อหน้าลูกชาย ขณะกำลังฉลองวันเกิดกับครอบครัว ตำรวจไทยจับตัวนักดนตรี 3 คนที่ก่ออาชญากรรมนี้

นอกจากนี้ชาวต่างชาติยังก่ออาชญากรรมกับชาวต่างชาติด้วยกันเองในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น คดีของเวนดี้ อัลบาโน ผู้ต้องสงสัยหลักคือชายชาวอินเดียซึ่งหนีไปจากประเทศไทย

รัฐบาลไทยทำงานร่วมกับประเทศอื่นเพื่อจัดการกับอาชญากรรมในทางต่างๆ เช่น มีข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนนักโทษกับประเทศออสเตรเลีย

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Overwhelming odds get better of efforts to stamp out prison drug trade". Bangkok Post (Thai Prison Life). 2012-09-09. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  2. "Death penalty abolished for young offenders | Thai Prison Life – ชีวิตในเรือนจำ". Thaiprisonlife.com. 2012-08-30. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  3. "Intergenerational transmission of religious belief... [J Adolesc. 2013] - PubMed - NCBI". Ncbi.nlm.nih.gov. 2014-01-24. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  4. Takaaki Nishiyama. "For Thailand, learning the Japanese way of reforming delinquents pays dividends - AJW by The Asahi Shimbun". Ajw.asahi.com. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  5. Fuller, Thomas (2015-11-29). "Thai Economy and Spirits Are Sagging". New York Times. สืบค้นเมื่อ 30 November 2015. 
  6. Charuvastra, Teeranai; Ruiz, Todd (2015-12-09). "Data Contradicts New York Times on Crime Increase Under Junta". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 9 December 2015. 
  7. Ngamkham, Wassayos (2011-02-14). "Love, marriage and drug mules: Thai women are being tricked into drug trafficking". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2015-01-24. 
  8. 8.0 8.1 Winn, Patrick (2012-10-18). "Thailand: monks on meth". globalpost. สืบค้นเมื่อ 7 Mar 2015. 
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 http://www.nytimes.com/2012/07/23/world/asia/kratom-leaf-for-drug-cocktail-adds-to-thailands-woes.html?pagewanted=all
  10. "Phuket wildlife officers warn of Bangla slow loris raids to come". Phuketgazette.net. 2014-03-20. Archived from the original on October 19, 2012. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  11. "Police arrest Slow Loris owners in South Pattaya | Pattaya One – Pattaya News, Thailand News, World News, updated 24 hours a day". Pattayaone.net. 2012-03-15. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  12. 12.0 12.1 "Massive Drug Smuggling in Thailand". Asia Sentinel. 2012-05-04. Archived from the original on August 21, 2013. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  13. Amidst deep concern for Thailand's drug policies, some space for open debate Transnational Institute, 2012
  14. Campbell, Charlie (2014-07-08). "Elephants Are Tortured and Trafficked to Entertain Tourists in Thailand". Time. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  15. "Thailand accused of fueling ivory trade". Bangkok Post. 2014-07-02. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  16. "Thailand asked to combat 'rise' in elephant smuggling - Health & Environment - Worldbulletin News". World Bulletin. 
  17. Fuller, Thomas (2008-01-13). "In Bangkok, it's a tough life for elephants". New York Times. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  18. Pakkawan, Assawin (2014-07-08). "Tiger parts found on highway". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  19. "About 80 sex-abuse cases reported daily in Thailand". The Nation (Asia News Network). 2014-03-21. Archived from the original on November 13, 2014. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  20. http://web.archive.org/web/20121030083414/http://www.pattayadailynews.com:80/en/2012/10/26/cheap-japan-korea-tours-too-good-to-be-true/. Archived from the original on October 30, 2012. สืบค้นเมื่อ November 18, 2012.  Missing or empty |title= (help)
  21. "Crook part of £4.5 million scam ordered to pay back £66,000". Derby Telegraph. 
  22. Farrell, James Austin (Mar 2011). "The Boiler Room Boys". Citylife Chiang Mai (Vol. 20 No. 3). Archived from the original on March 22, 2014. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  23. "Thailand". Couchsurfing. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  24. Lowe, Greg (2011-04-12). "Greg Lowe: How to deal with Bangkok's illegal financial advisors | CNN Travel". Travel.cnn.com. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  25. http://www.nytimes.com/2011/06/11/world/asia/11taiwan.html
  26. "Cards stacked against migrants sucked into scam &#124". Bangkok Post. 2012-11-18. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  27. [ลิงก์เสีย] http://www.khaosod.co.th/en/view_newsonline.php?newsid=TVRNM056RTRNREV6TlE9PQ==[]
  28. [ลิงก์เสีย] http://www.khaosod.co.th/en/view_newsonline.php?newsid=TVRNM056RTRNREV6TlE9PQ==[]
  29. 29.0 29.1 "Thailand's anti-trafficking effort loses steam". Reuters. 
  30. Thomson Reuters Foundation. "Pact to halt forced labour snubbed by Thailand, Gulf - ILO". trust.org. 
  31. "Africa: UN Agency Adopts Treaty Advancing Global Efforts to Tackle Forced Labour". allAfrica.com. 
  32. "Shrimp slaves: Walmart, Costco act against forced labor". USA TODAY. 10 June 2014. 
  33. "Thailand reverses earlier decision, backs ILO protocol on forced labour". The Nation. 15 June 2014. 
  34. http://web.archive.org/web/20140502033338/http://www.bernama.com/bernama/v6/bm/newsworld.php?id=714661. Archived from the original on May 2, 2014. สืบค้นเมื่อ December 7, 2012.  Missing or empty |title= (help)
  35. "IRIN Asia - Thailand: Fighting domestic violence - Thailand - Gender Issues". IRINnews. 
  36. "2 students held in fatal bus shooting."
  37. Boehler, Patrick."'
  38. Sukpanich, Tunya (2012-11-18). "Easy guns bring Wild West mentality". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 7 Mar 2015. 
  39. http://www.unafei.or.jp/english/pdf/RS_No78/No78_16PA_Narkvichetr.pdf United Nations Asia and Far East Institute for the Prevention of Crime and the Treatment of Offenders JUVENILE CRIME AND TREATMENT OF SERIOUS AND VIOLENT JUVENILE DELINQUENTS IN THAILAND Korakod Narkvichetr
  40. http://web.archive.org/web/20140413131832/http://www.pattayaone.net/tag/rayong-central-prison/. Archived from the original on April 13, 2014. สืบค้นเมื่อ November 18, 2012.  Missing or empty |title= (help)
  41. 41.0 41.1 http://web.archive.org/web/20121108024936/http://www.pattayadailynews.com:80/en/2012/04/30/inmates-at-rayong-central-prison-have-assistance-with-smuggling-contraband-and-drugs/. Archived from the original on November 8, 2012. สืบค้นเมื่อ November 18, 2012.  Missing or empty |title= (help)
  42. "Prison nurse caught selling drugs to inmates". Thai Prison Life. Bangkok Post. 2012-09-24. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  43. Laohong, King-Oua; Rakrun, Nucharee (2012-04-28). "Prison officials sacked after contraband blitz". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  44. "Inmates at Rayong Central Prison have Assistance with Smuggling Contraband and Drugs". pattayadailynews.com. 
  45. "Search of Khao Bin Prison turns up more illegal objects". The Nation. Thai Prison Life. 2012-02-11. สืบค้นเมื่อ 6 Mar 2015. 
  46. http://www.bangkokpost.com/learning/learning-from-news/277972/super-maximum-security-prison-planned
  47. "Three Monks accused of drug dealing, caught in Sattahip". Pattayaone.net. 2012-09-24. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  48. "Sex in the monastery". Bangkok Post. 2009-01-30. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  49. "Monks arrested with meth pills". Bangkok Post. 2012-10-17. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  50. "Two monks caught using drugs at Temple in Sattahip District". Pattayaone.net. 2012-03-21. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  51. Thompson, Geoff (2011-11-05). "Scandals follow Thailand's monks". Down the Crooked Path. สืบค้นเมื่อ 7 Mar 2015. 
  52. Katherine Sayre (2012-05-12). "Buddhist monk accused of beating fellow monk to death at Grand Bay temple". The Times-Picayune. สืบค้นเมื่อ 2014-04-12. 
  53. "Taxi Driver Hacks to Death a Foreigner in Bangkok". Richard Barrow in Thailand. 
  54. "Thailand Murder Suspects Innocent Claims How Not To Get Murdered In Thailand Author Andrew Gardner". newswire.com. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]