มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
รองนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
9 กุมภาพันธ์ – 9 กันยายน พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดำรงตำแหน่ง
6 กุมภาพันธ์ – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
ก่อนหน้า เกริกไกร จีระแพทย์
ถัดไป ไชยา สะสมทรัพย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ดำรงตำแหน่ง
2 สิงหาคม – 9 กันยายน พ.ศ. 2551
นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
ก่อนหน้า สุวิทย์ คุณกิตติ
ถัดไป ประชา พรหมนอก
ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย
กรรมการผู้อำนวยการบมจ.อสมท
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2545 – 27 กันยายน พ.ศ. 2549
ก่อนหน้า สรจักร เกษมสุวรรณ
ถัดไป ชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ (รักษาการ)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 (67 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคเศรษฐกิจใหม่ (2561-)
พรรคเพื่อไทย (2551-2556)
พรรคพลังประชาชน (2550-2551)
ศาสนา พุทธ
ลายมือชื่อ

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชาชน อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) คนแรก และผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

ประวัติ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 3 คน จบการศึกษาระดับมัธยม จากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ[1] ได้รับปริญญา นิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ประกาศนียบัตร หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง จากโรงเรียนวอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา (The Wharton School of The University of Pennsylvania)

โตโยต้า

นายมิ่งขวัญ เริ่มเข้าทำงาน เป็นพนักงานฝ่ายขาย กับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด ต่อมาเลื่อนขึ้นไปอยู่แผนกการตลาด, แผนกประชาสัมพันธ์ โฆษณา, สื่อสารองค์กร จนกระทั่งได้รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และยังเป็น เลขานุการมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย โดยกล่าวกันว่า นายมิ่งขวัญเป็นพนักงานคนเดียว ในบรรดาพนักงาน 70,000 คนของเครือโตโยต้าทั้งหมด ที่สามารถข้ามขั้น จากผู้จัดการฝ่าย ขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการทันที โดยมิได้เป็นไปตามจารีตการบริหารแบบญี่ปุ่น คือการเรียงตามลำดับอาวุโส และชั้นงาน[2]

รัฐบาลไทย

ต่อมา ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายมิ่งขวัญ มีโอกาสเข้าช่วยงาน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีทางเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น โดยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และเป็นผู้ริเริ่มการประชาสัมพันธ์งาน เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์, เทศกาลตรุษจีนไชนาทาวน์เยาวราช และ เทศกาลดนตรีพัทยา เป็นต้น[3]

อสมท

จากนั้น นายมิ่งขวัญได้รับเลือก ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) โดยเริ่มงานจากการเข้าปฏิรูป สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. จากยุคเดิม ที่เป็นแดนสนธยา ให้กลายเป็น "สถานีโทรทัศน์แห่งความทันสมัย โมเดิร์นไนน์ทีวี" จนนำไปสู่การแปรรูป อ.ส.ม.ท.จากองค์การภาครัฐ ไปเป็นบริษัทของรัฐ ภายใต้ชื่อ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)[4]

ทั้งนี้ ระหว่างการบริหาร บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นายมิ่งขวัญ เคยปรับรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่โจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ในทำนองกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ออกจากผังรายการ และเมื่อเกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ทางไกลจากต่างประเทศ ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี เพื่อดำเนินการกับคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ในที่สุด การรัฐประหารก็เป็นผลสำเร็จ นายมิ่งขวัญ จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พร้อมกับคณะกรรมการทั้งชุด ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2549

การเมือง

ในปี พ.ศ. 2550 พรรคพลังประชาชน ทาบทามนายมิ่งขวัญให้เป็น หัวหน้าคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 นายมิ่งขวัญ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ระบบสัดส่วน เขต 6 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 นายมิ่งขวัญ เข้ารับตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีคณะที่ 57 ของไทย ต่อมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ปรับคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ให้นายมิ่งขวัญดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแทน จนกระทั่งต้องพ้นจากตำแหน่ง ด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้นายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551 เป็นผลให้คณะรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงด้วย และจากคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชนของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นายมิ่งขวัญจึงย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2554 อีกทั้งยังเสนอตัวที่จะเป็นายกรัฐมนตรีคนต่อไปอีกด้วย

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 พรรคเพื่อไทย ได้จัดกิจกรรมประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส. แต่ไม่ปรากฏชื่อนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ในการเปิดตัวดังกล่าว[5] แต่ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 นายมิ่งขวัญ ถูกจัดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งลำดับที่ 6 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในครั้งนี้ แต่เขาไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่อย่างใด

กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และขอเว้นวรรคทางการเมือง แต่ยืนยันว่ายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรค แม้ว่าความเห็นทางการเมืองของเขากับพรรคจะไม่ตรงกันบ้างแต่ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน[6]

จากนั้นนายมิ่งขวัญได้เข้าร่วมและดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพื่อลงสมัครรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 และประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมกับพรรคประชารัฐเพราะอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกัน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น

ก่อนหน้า มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ถัดไป
โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
2leftarrow.png Seal Prime Minister of Thailand.png
รองนายกรัฐมนตรี
(6 กุมภาพันธ์ - 9 กันยายน พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
โอฬาร ไชยประวัติ
พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์
สุวิทย์ คุณกิตติ 2leftarrow.png นารายณ์เกษียรสมุทร.gif
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
(2 สิงหาคม - 9 กันยายน พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก
เกริกไกร จีระแพทย์ 2leftarrow.png กท.พาณิชย์.jpg
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
(6 กุมภาพันธ์ – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png ไชยา สะสมทรัพย์