คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ย่อ: คณะกรรมการ ป.ป.ช.) (อังกฤษ: National Anti-Corruption Commission) เป็นคณะบุคคลซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีก 8 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา ผู้ได้รับการเสนอชื่อและได้รับเลือกเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต้องเป็นผู้ซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2561 มาตรา 232 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 9-11

การสรรหา[แก้]

การสรรหาและการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 5/1[1]เมื่อมีกรณีที่ต้องสรรหาและคัดเลือกกรรมการ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ในการสรรหากรรมการ ให้คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินสรรหาและเสนอรายชื่อบุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ และมาตรา ๗ (๔) องค์กรละห้าคน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุทำให้ต้องมีการสรรหาและคัดเลือก กรรมการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือก สำหรับกรณีที่เป็นการสรรหาเพื่อแต่งตั้งกรรมการ แทนตำแหน่งที่ว่าง ให้องค์กรดังกล่าวแต่ละองค์กรเสนอรายชื่อเท่าจำนวนกรรมการที่ว่างลง
2. ให้มีคณะกรรมการคัดเลือก ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นกรรมการคัดเลือก โดยให้เลือกกันเอง เป็นประธานกรรมการคัดเลือกคนหนึ่ง ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งใดหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้ทำการแทน ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้น ทำหน้าที่กรรมการคัดเลือกแทน
3. ให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการจากรายชื่อบุคคลตาม (๑) ให้ได้จำนวนตามที่จะต้องแต่งตั้ง
4. ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกคัดเลือกบุคคลได้ไม่ครบจำนวนตาม (๓) ให้แจ้งให้องค์กร ตาม (๑) แต่ละองค์กรเสนอรายชื่อบุคคลใหม่เป็นจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการที่ยังขาดอยู่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีการคัดเลือกบุคคลได้ไม่ครบจำนวนดังกล่าว และให้คณะกรรมการคัดเลือกดำเนินการคัดเลือก เพิ่มเติมตาม (๓) เป็นกรรมการเพิ่มเติมจากที่มีการคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการไว้แล้ว
5. เมื่อได้มีการคัดเลือกบุคคลเป็นกรรมการครบจำนวนแล้ว ให้ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ประชุมเลือกกันเองเพื่อเป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และให้คณะกรรมการคัดเลือกแจ้งรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือก เป็นประธานกรรมการและกรรมการ พร้อมเอกสารหลักฐานตามมาตรา ๗ วรรคสอง รวมทั้งความยินยอม ของบุคคลดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกกรรมการตาม (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคัดเลือก กำหนด

อำนาจหน้าที่คณะกรรมการ[แก้]

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

  1. ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นเสนอต่อวุฒิสภา เกี่ยวกับการถอดถอนจากตำแหน่ง
  2. ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 308 ของรัฐธรรมนูญ
  3. ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปรกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
  4. การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
  5. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งและชั้นหรือระดับของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
  6. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
  7. รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่พร้อมข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ทุกปี และนำรายงานออกเผยแพร่# เสนอมาตรการ ความเห็น หรือข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล หรือคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
  8. ดำเนินการส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ยกเลิกหรือเพิกถอนสิทธิหรือเอกสารสิทธิที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้อนุมัติหรืออนุญาตให้สิทธิประโยชน์หรือออกเอกสารสิทธิแก่บุคคลใดไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการ
  9. ดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตและเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต
  10. ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งเลขาธิการ
  11. แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
  12. ดำเนินการอื่นตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมายอื่นกำหนด

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

สำนักงาน ป.ป.ช.[แก้]

รายนามคณะกรรมการ และ เลขาธิการคณะกรรมการ[แก้]

ปี 2542-2546[แก้]

  1. โอภาส อรุณินท์ ประธานกรรมการ
  2. พันโท กมล ประจวบเหมาะ กรรมการ
  3. เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม กรรมการ
  4. ณัฏฐ์ ศรีวิหค กรรมการ
  5. ประสิทธิ์ ดำรงชัย กรรมการ
  6. เภสัชกรหญิง คุณหญิงปรียา เกษมสันต์ ณ อยุธยา กรรมการ
  7. นางฤดี จิวาลักษณ์ กรรมการ
  8. วิรัตน์ วัฒนศิริธรรม กรรมการ
  9. พลโท สวัสดิ์ ออรุ่งโรจน์ กรรมการ

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. - กล้านรงค์ จันทิก

ปี 2547-2548[แก้]

สิ้นสุดวาระก่อนกำหนด จากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุกจำเลยคนละ 2 ปี แต่เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยทั้ง 9 แล้ว โทษจำคุกศาลให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ฐานกระทำผิดทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีขึ้นค่าตอบแทนให้ตนเอง[2]

  1. พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ประธานกรรมการ
  2. ชิดชัย พานิชพัฒน์ กรรมการ
  3. เชาว์ อรรถมานะ กรรมการ
  4. ประดิษฐ์ ทรงฤกษ์ กรรมการ
  5. พินิต อารยะศิริ กรรมการ
  6. ยงยุทธ กปิลกาญจน์ กรรมการ
  7. วิเชียร วิริยะประสิทธิ์ กรรมการ
  8. พล.ต.ท.ดร.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ กรรมการ
  9. วิสุทธิ์ โพธิแท่น กรรมการ

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. - ศราวุธ เมนะเศวต

ปี 2549-2553[แก้]

แต่งตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 22 กันยายน 2549

  1. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ
  2. กล้านรงค์ จันทิก กรรมการ
  3. ใจเด็ด พรไชยา กรรมการ
  4. ประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ
  5. เภสัชกร ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.ภักดี โพธิศิริ กรรมการ
  6. ศาสตราจารย์เมธี ครองแก้ว กรรมการ
  7. ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมการ
  8. วิชัย วิวิตเสวี กรรมการ
  9. นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. - ศราวุธ เมนะเศวต ปรีชา เลิศกมลมาศและ อภินันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

ปี 2553-2557[แก้]

ปี 2553 - 30 ธันวาคม 2558[แก้]

  1. ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ
  2. ประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ
  3. เภสัชกร ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.ภักดี โพธิศิริ กรรมการ
  4. ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมการ
  5. วิชัย วิวิตเสวี กรรมการ
  6. ปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ
  7. พลตำรวจเอกสถาพร หลาวทอง กรรมการ
  8. ณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ
  9. นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. - สรรเสริญ พลเจียก รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. - วรวิทย์ สุขบุญ ชูศักดิ์ ปริปุญโญ นายชัยรัตน์ ขนิษฐบุตร นายประหยัด พวงจำปา นายยงยุทธ มะลิทอง[4]**นายธรรมนูญ เรืองดิษฐ์ นางณัชชา เกิดศรี[5]

คณะกรรมการปัจจุบัน (30 ธันวาคม พ.ศ. 2558) [6][แก้]

  1. พลตำรวจเอก ดร.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ (30 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน) [7]
  2. นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ (29 กันยายน พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน) [8]
  3. พลตำรวจเอกสถาพร หลาวทอง กรรมการ (7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน) [9]
  4. นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ (29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน) [10]
  5. นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ (9 กันยายน พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน) [11]
  6. นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ (30 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน) [12]
  7. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ (30 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน) [13]
  8. นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ (30 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน) [14]
  9. พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ (30 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน) [15]

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. - วรวิทย์ สุขบุญ (24 ธันวาคม พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน)[16]

รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แก่ นายประหยัด พวงจำปา[17] นายธรรมนูญ เรืองดิษฐ์ นางณัชชา เกิดศรี[18] นายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุล[19] นาย ชูศักดิ์ ปริปุญโญ พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557[20] นาย วิทยา อาคมพิทักษ์ พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557[21] นาย ชัยรัตน์ ขนิษฐบุตรพ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559[22]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]