ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน
ดำรงตำแหน่ง
29 มิถุนายน พ.ศ. 2551 – 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ก่อนหน้า สมาน ชมภูเทพ
ถัดไป นิรันดร์ ด่านไพบูลย์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 31 สิงหาคม พ.ศ. 2497 (64 ปี)
จังหวัดลำปาง ประเทศไทย
พรรคการเมือง พลังประชารัฐ
ศาสนา พุทธ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เคยได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เพียงคนเดียวของภาคเหนือที่ไม่ได้สังกัดพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2544

ประวัติ[แก้]

ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2497 เป็นบุตรของนายทงซี - นางพลอย วงศ์สวัสดิ์ เกิดที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง[1] เป็นพี่ชายของนายจินดา วงศ์สวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง สังกัดพรรคไทยรักไทย และนายจรัญ วงศ์สวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลห้างฉัตร

การศึกษา[แก้]

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี พ.ศ. 2520 และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2538

การเมือง[แก้]

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ เคยได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดลำพูน (สจ.) และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำพูน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 นายทรงชัย เป็น 1 ใน 4 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับการเลือกตั้งในเขตภาคเหนือ สามารถเอาชนะกระแสพรรคไทยรักไทยได้ แต่ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2548 กลับไม่ได้รับเลือกตั้งโดยแพ้ให้กับนายสถาพร มณีรัตน์ จากพรรคไทยรักไทย

ในการเลือกตั้งวุฒิสภา พ.ศ. 2549 นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดลำพูน ได้รับคะแนนสูงที่สุด คือ 63,595 คะแนน แต่ภายหลังการเลือกตั้งครั้งดังกล่าวถูกยกเลิกเนื่องจากเกิดการรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549[2]

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนเป็นสมัยแรก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว ต่อมาได้สมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง แต่แพ้ให้กับ ดร.นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย[3]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]