ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี" ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ คนไทยหรือคนต่างด้าวไม่ว่ากระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ต้องรับโทษ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเรื่อยมามีข้อที่กล่าวว่า "องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้"

ในประมวลกฎหมายไม่มีนิยามว่าพฤติการณ์แบบใดเข้าข่าย "หมิ่นประมาท" หรือ "ดูหมิ่น"[1] ลักษณะการกระทำความผิดมีหลากหลาย แล้วแต่ศาลจะพิเคราะห์เจตนา เช่น ปราศรัยในที่สาธารณะ ส่งสารสั้น โพสต์รูปภาพ เผยแพร่เอกสารหรือวีดิทัศน์ ละเมิดพระบรมฉายาลักษณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีข้อโต้แย้งว่า ความผิดต่อองคมนตรีเข้าข่ายความผิดนี้หรือไม่ อนึ่ง ในปี 2556 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "พระมหากษัตริย์" ยังหมายความรวมถึง พระมหากษัตริย์ในอดีตด้วย[2] ธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังตีความว่า กฎหมายห้ามครอบคลุมถึงการวิจารณ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถาบันพระมหากษัตริย์ ราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์[3]

พระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ไม่เคยฟ้องร้องเป็นการส่วนพระองค์ ผู้ถูกตั้งข้อหามักไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว และถูกคุมขังในเรือนจำหลายเดือนก่อนมีการไต่สวนในชั้นศาล องค์การนิรโทษกรรมสากลถือว่านักโทษตามความผิดนี้เป็นนักโทษการเมือง มีบุคคลส่วนหนึ่งเลือกเดินทางออกนอกประเทศเพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี และยังมีผู้ต้องหาและผู้ต้องขังตามความผิดดังกล่าวฆ่าตัวตายหรือเสียชีวิตระหว่างถูกคุมขัง สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม มีความเห็นเกี่ยวกับผู้ต้องขังในคดีทำนองนี้ว่า "...บุคคลที่เจนโลกโชกโชน สันดานเป็นโจรผู้ร้าย มีเจตนาทำร้ายสังคม สถาบันหลักของประเทศชาติ และองค์พระประมุขอันเป็นที่เคารพสักการะ...ไม่มีใครอยากให้คนเช่นนี้ลอยนวลอยู่ในสังคมเพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องหรือแก่ผู้อื่นอีก..." และแสดงความเห็นว่า "…ถ้าคดีใดอัยการโจทก์สามารถนำสืบพิสูจน์จนให้ศาลเห็นและเชื่อได้ว่า จำเลยมีเจตนาชั่วร้าย...จำเลยในคดีนั้นก็สมควรที่จะได้รับโทษานุโทษตามความเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี..." โดยที่ศาลมิต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

หลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 มีการพิจารณาความผิดดังกล่าวมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ปัจจุบัน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นกฎหมายว่าด้วยการหมิ่นประมาทราชวงศ์ซึ่งระวางโทษรุนแรงที่สุดในโลก[4] และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า "โหดร้ายป่าเถื่อน"[4] บ่อนทำลายกฎหมายไทย ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์[5] บางฝ่ายออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายนี้ ส่วนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสว่า สามารถวิจารณ์พระองค์ได้และไม่เคยตรัสให้เอาผู้วิจารณ์เข้าคุก[6]

เนื้อหา

สถานะปัจจุบัน

ตั้งแต่ปี 2533 ถึง 2548 ระบบศาลไทยมีคดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเพียงสี่หรือห้าคดีต่อปี ทว่า ระหว่างเดือนมกราคม 2549 ถึงพฤษภาคม 2554 มีการพิจารณากว่า 400 คดี หรือประเมินว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1,500[7] ผู้สังเกตการณ์ให้เหตุผลถึงการเพิ่มขึ้นดังกล่าวว่า เกิดจากการแยกเป็นสองขั้วเพิ่มขึ้นหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และความละเอียดอ่อนต่อพระพลานามัยที่เสื่อมลงของพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระชราภาพ[7]

พระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ไม่เคยฟ้องร้องข้อกล่าวหาเป็นการส่วนพระองค์ภายใต้กฎหมายนี้ อันที่จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 พาดพิงถึงผู้ที่พระองค์ทรงขอมิให้มองข้ามธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์[8] หลังจากนั้นได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุดตามมา และการดำเนินคดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์เพิ่มขึ้นมาก

ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์มักใช้ปิดปากการอภิปรายบทบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 มีการอ้างว่าพระองค์หรือที่ปรึกษาของพระองค์รู้เห็นรัฐประหารปี 2549 ก่อนเกิดจริงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีการใช้กฎหมายความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ปราบปรามแนวความคิดดังกล่าว โดยมีจำนวนผู้ถูกจำคุกด้วยเหตุนี้เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

นักวิชาการถูกสอบสวน จำคุกจากความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ในปี 2550 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ จากภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ต้องหาหลังถามนักศึกษาในข้อสอบว่า สถาบันพระมหากษัตริย์จำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่ และสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถปฏิรูปให้เข้ากับระบบประชาธิปไตยได้หรือไม่ ทางมหาวิทยาลัยส่งกระดาษคำตอบของนักศึกษาและคะแนนของอาจารย์[9] สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักประวัติศาสตร์ ถูกจับหลังเสนอแผนแปดข้อว่าด้วยการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ สมศักดิ์อ้างว่าเขาไม่เคยเสนอให้ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์และไม่เคยหมิ่นองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช[10][11] รองศาสตราจารย์ ใจ อึ๊งภากรณ์ลี้ภัยหลังหนังสือ A Coup for the Rich ของเขาตั้งคำถามถึงบทบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในรัฐประหารเมื่อปี 2549[12]

รายงานประจำปี 2557 ของฮิวแมนไรท์วอตช์ ว่า แม้การจับกุมและพิพากษาลงโทษฐานความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยจะลดลงมากในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่หน่วยงานราชการต่าง ๆ ยังมีการใช้กฎหมายดังกล่าวร่วมกับพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ผู้ถูกตั้งข้อหานี้มักไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว และถูกคุมขังในเรือนจำหลายเดือนก่อนมีการไต่สวนในชั้นศาล และคำพิพากษาส่วนใหญ่เป็นการลงโทษอย่างรุนแรง โดยสมยศ พฤกษาเกษมสุขถูกปฏิเสธการขอประกันตัว 8 ครั้ง นาน 20 เดือนก่อนมีการพิจารณาคดี คณะทำงานเรื่องการคุมขังโดยพลการแห่งสหประชาชาติระบุเมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ว่า การคุมขังก่อนมีการพิจารณาคดีเป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ[13]

วันที่ 13 กันยายน มีคดีพี่ชายแจ้งความน้องชายฐานความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเขาถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัวตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 เนื่องจากศาลเห็นว่าความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ กรณีนี้ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ถูกใช้เป็นเครื่องมือของความขัดแย้งในครอบครัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากฎหมายนี้ถูกใช้ไปในทางที่ผิดได้ง่าย ตำรวจ อัยการและศาลมักเกรงกลัวว่า ตนจะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี หากพวกเขาไม่ดำเนินคดีในข้อหานี้[13]

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐประหาร ออกประกาศฯ ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร โดยให้ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร

ขอบเขตและพัฒนาการ

ข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” เป็นบทบัญญัติหนึ่งของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเริ่มมีขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2451[14] ทั้งนี้ข้อหาดังกล่าวใช้กับการ “หมิ่น” ผู้ดำรงฐานะ 4 อย่าง ได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2519 ธานินทร์ กรัยวิเชียรแก้ไขกฎหมายให้มีโทษสูงขึ้น โดยเพิ่มจากจำคุกสูงสุด 7 ปี เป็นจำคุกต่ำสุด 3 ปี และสูงสุด 15 ปี และขยายขอบเขตของความผิด "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"[15] เขายังตีความว่า กฎหมายห้ามครอบคลุมถึงการวิจารณ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถาบันพระมหากษัตริย์ ราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์[3]

ความผิดตามกรณีนี้ไม่ว่าจะกระทำภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรไทยก็ต้องรับโทษในราชอาณาจักร เพราะเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7) เช่น ประเสริฐ จิระวาณิชสกุล และเอนก ชัยชนะ ซึ่งพำนักที่สหรัฐอเมริกา[16]

นอกจากนี้ยังมีการจับกุมผู้ที่ส่งบริการสารสั้น (SMS) วิพากษ์วิจารณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งที่พระองค์มิใช่ผู้รับสาร[17] ระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีหลายคนถูกแจ้งข้อหาหมิ่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยใช้ภาษากาย[18]

มีข้อโต้แย้งกรณีการวิพากษ์วิจารณ์องคมนตรีในพระองค์ ว่าถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหรือไม่[19] พลตำรวจโท ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ปฏิเสธแจ้งข้อกล่าวหาความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยแก่นักเคลื่อนไหวที่เข้าชื่อเพื่อถอนประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ โดยอ้างว่า กฎหมายดังกล่าวใช้กับพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น[20] สองวันให้หลัง เขาถูกพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลดขั้น[21] ระหว่างเหตุความไม่สงบเมื่อเดือนเมษายน 2552 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรกล่าวหาประธานองคมนตรีว่าอยู่เบื้องหลังรัฐประหารปี 2549 ซึ่งผู้นิยมเจ้าตีความว่าเป็นการโจมตีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ การเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเองก็ส่งผลให้ถูกแจ้งข้อหาความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยด้วย[22] นักรัฐศาสตร์ ใจ อึ๊งภากรณ์ หมายเหตุว่า "กฎหมายความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์มิได้ออกแบบมาเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง ในอดีต กฎหมายนี้ถูกใช้เพื่อปกป้องรัฐบาล ปกป้องรัฐประหาร ภาพลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนอภิชนอนุรักษนิยมนอกกำแพงพระราชวัง"[23]

การดำเนินคดี

มีผู้มีชื่อเสียงในสังคมไทยหลายคนถูกสอบสวนหรือดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว เช่น วีระ มุสิกพงศ์ สนธิ ลิ้มทองกุล ก่อแก้ว พิกุลทอง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีชาวต่างชาติที่กระทำผิดและเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเช่น กรณีแฮร์รี นิโคเลดส์

โดยปกติเวลาฟ้องคดีจะต้องนำตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลด้วย แต่หากผู้ต้องหาถูกขังอยู่ในเรือนจำ อาจไม่ต้องนำตัวมาก็ได้ (เช่น ใช้เทเลคอนเฟอเรนซ์) และศาลมาสามารถเบิกตัวมาสอบถามคำให้การได้ในภายหลัง[24]

สุวิชา ท่าค้อถูกจับกุมและตัดสินจำคุก 20 ปี ต่อมาลดโทษเหลือ 10 ปี จากการโพสต์รูปภาพในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งซึ่งถูกพิจารณาว่าดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ การพิจารณาคดีสุวิชาเป็นครั้งแรกที่การพิจารณาคดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นผลสำเร็จ[25][26]

ในหลายคดีนั้นปรากฏว่าแม้ไม่ได้กล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยตรง แต่ศาลพิจารณาเจตนาแล้วตัดสินว่ามีความผิด เช่น กรณีของวีระ ศาลฎีกาพิจารณาว่าคำกล่าวปราศรัยหาเสียงของวีระดังต่อไปนี้เป็นความผิด[27]

...ถ้าผมเลือกเกิดเองได้ ผมจะไปเลือกเกิดทำไมเป็นลูกชาวนาจังหวัดสงขลา จะไปเลือกเกิดอย่างนั้นทำไม ถ้าเลือกเกิดได้ก็เลือกเกิดมันใจกลางพระบรมมหาราชวังนั่น ออกมาเป็นพระองค์เจ้าวีระซะก็หมดเรื่อง ไม่จำเป็นต้องออกมายืนตากแดดพูดให้พี่น้องฟัง เวลาอย่างนี้เที่ยงๆ ก็เข้าห้องเย็น เสวยเสร็จก็บรรทมไปแล้ว ตื่นอีกที่ก็บ่ายสามโมง ที่มายืนกลางแดดอยู่ทุกวันนี้ ก็มันเลือกเกิดไม่ได้ [...] ถ้าคนเราเลือกที่เกิดได้ ผมทำไมจะไปเกิดเป็นลูกชาวนาที่สงขลาให้มันโง่จนอยู่ทุกวันนี้ ผมเลือกเกิดมันในใจกลางพระบรมมหาราชวังไม่ดีเหรอ เป็นพระองค์เจ้าวีระไปแล้ว ถ้าเป็นพระองค์เจ้าป่านนี้ก็ไม่มายืนพูดให้คอแหบคอแห้ง นี่เวลาก็ตั้งหกโมงครึ่ง ผมเสวยน้ำจัณฑ์ เพื่อให้มันสบายอกสบายใจไม่ดีกว่าเหรอ ที่มายืนพูดนี่ก็เมื่อยพระชงฆ์เต็มทีแล้วนะ

ผู้ถูกตั้งข้อหานี้มักไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว และถูกคุมขังในเรือนจำหลายเดือนก่อนมีการไต่สวนในชั้นศาล[13] มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนว่า กระบวนการขอให้ปล่อยชั่วคราวตลอดจนการพิจารณาเฉพาะในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะพบอุปสรรคมากมาย[28] บางกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เช่น กรณีนิรันดร์ เยาวภาว์ อดีตผู้ดูแลเว็บไซต์แมเนเจอร์ออนไลน์ กรณีเผยแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอมลงในเว็บไซต์แมเนเจอร์[29] และกฤษณ์ บุดดีจีน นปช. เพชรบูรณ์ กรณีโพสต์แถลงการณ์ปลอมเช่นเดียวกัน[30] ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 ทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จำนวน 4 นายควบคุมตัวเขาจากบ้านพัก[31]

ผู้กระทำความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว มักขอพระราชทานอภัยโทษ[ต้องการอ้างอิง] และมีตัวอย่างที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามที่ขอ[32]

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงว่า สุริยัน สุจริตพลวงศ์ (หมอหยอง) หมอดูผู้ต้องขังฐานความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย เสียชีวิตเมื่อเวลา 22.20 น. ที่โรงพยาบาลกลางกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ แพทย์ และอัยการ ร่วมชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตและตรวจสอบแล้วว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากการติดเชื้อ[33]

ในบทความ อากงปลงไม่ตก สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม ว่า "...ตามฟ้อง จำเลยอายุหกสิบเอ็ดปี มิได้แก่ชราจนต้องอยู่ในความอนุบาลดูแลของผู้ใด...มิได้แก่เฒ่าคราวปู่ทวด สำหรับบุคคลที่เจนโลกโชกโชน สันดานเป็นโจรผู้ร้าย มีเจตนาทำร้ายสังคม สถาบันหลักของประเทศชาติ และองค์พระประมุขอันเป็นที่เคารพสักการะ...ไม่มีใครอยากให้คนเช่นนี้ลอยนวลอยู่ในสังคมเพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องหรือแก่ผู้อื่นอีก..."[34] เขาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ศาลอาญามิได้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่อำพลว่า "…ถ้าคดีใดอัยการโจทก์สามารถนำสืบพิสูจน์จนให้ศาลเห็นและเชื่อได้ว่า จำเลยมีเจตนาชั่วร้าย...จำเลยในคดีนั้นก็สมควรที่จะได้รับโทษานุโทษตามความเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี..."[35] และเห็นว่า พฤติกรรมที่เชื่อว่าเป็นของอำพลตามคำฟ้องนั้นร้ายแรงเสมือนน้ำผึ้งหยดเดียวที่อาจนำไปสู่ความเสียหายใหญ่หลวงได้[34]

ตัวอย่างการกระทำที่ถูกดำเนินคดี

วันที่เกิดเหตุ ผู้ถูกกล่าวหา การกระทำที่ถูกกล่าวหา
13 กรกฎาคม 2529 วีระ มุสิกพงศ์ กรณีปราศรัยหาเสียงหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ (ดูรายละเอียดข้างต้น)

ศาลฎีกาตัดสินจำคุกสองกระทง กระทงละ 2 ปี รวม 4 ปี (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2531)

ตุลาคม 2549 รศ. ใจ อึ๊งภากรณ์ วันที่ 3 ตุลาคม ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากคำให้สัมภาษณ์ที่ลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 3 ตุลาคม 2549 ที่ระบุว่า "นายกฯ ที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีทหาร ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีเถื่อน" ซึ่งผู้แจ้งความกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 และมีลักษณะต่อต้านพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย[36]
7 มิถุนายน 2551 ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล
(ดา ตอร์ปิโด)
ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยทำผิดหลายครั้ง 6 วาระ พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี รวม 6 วาระ เป็น 18 ปี ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บทบัญญัติตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ อาญา) มาตรา 177 ที่ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาคดีลับขัดหรือแย้งสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 29 และ 40 หรือไม่ ซึ่งจำเลยเคยยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์อนุญาตตามตำร้อง และได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า บทบัญญัติตาม ป.วิ อาญา มาตรา 177 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 29 และ 40 (2) ศาลอาญาจึงนัดพิพากษาคดีใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2554 ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว พิพากษาจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 15 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาในวันที่ 12 มิถุนายน 2556 ตามศาลชั้นต้น[37]
31 สิงหาคม 2551 แฮร์รี นิโคเลดส์ ถูกตั้งข้อหาความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์จากข้อความละเมิดในหนังสือ Verisimilitude ที่พิมพ์เอง หนังสือดังกล่าวขายได้ 7 เล่ม และกล่าวถึง "ความพัวพันและการคบชู้โรแมนติก" ของพระบรมวงศานุวงศ์[38] หลังยอมรับสารภาพ เขาถูกพิพากษาจำคุกสามปี[39] แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังรับโทษไปแล้วหนึ่งเดือน ถูกปล่อยตัวและเนรเทศ[40][41]
22 มีนาคม 2552 ก่อแก้ว พิกุลทอง กรณีกล่าวปราศัยทำนอง ประชาชนส่วนหนึ่ง ปลดรูปที่มีอยู่ทุกบ้าน[42]
24 พฤษภาคม 2553 อำพล ตั้งนพกุล ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือถึงเลขานุการนายกรัฐมนตรี 4 ข้อความ ศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นว่า "ข้อความดังกล่าวมีลักษณะที่เป็นการดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย และเป็นการใส่ความหมิ่นประมาท โดยประการที่จะน่าทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง" พิพากษาว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กับทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) และ (3) เป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายสี่กรรม ลงโทษจำคุกกระทงละห้าปี รวมเป็นจำคุกยี่สิบปี[43][44]
20 กรกฎาคม 2553 สนธิ ลิ้มทองกุล นำคำพูดของดารณี เชิงชาญศิลปกุลมาเผยแพร่ซ้ำ ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง โดยมองเจตนาว่ามิได้เจตนากระทำความผิด แต่เป็นการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินคดีกับดารณีในความผิดดังกล่าว[45]
6, 13 สิงหาคม 2556 จรัล ดิษฐาอภิชัย
และพวก
ผู้ต้องหาร่วมแสดงละครเวทีและร่วมจัดละครเวที เรื่อง เจ้าสาวหมาป่า ในงานรำลึก 40 ปี 14 ตุลาฯ ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งตำรวจอ้างว่ามีเนื้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์ ตำรวจจับกุมตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 988/2557 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2557 ได้ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ต้องหายอมรับว่าร่วมแสดงละครดังกล่าว แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้หมิ่นพระมหากษัตริย์ เจ้าหน้าที่นำตัวมาควบคุมไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม[46]ต่อมา อัยการยื่นฟ้องในวันที่ 24 ตุลาคม 2557[24]
4 กันยายน 2556 พงษ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ง โพสต์รูปภาพและข้อความประกอบลงบนเฟซบุ๊กจำนวน 6 ข้อความ สื่อทั้งหมดยังอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557 อันเป็นช่วงที่คดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยต้องพิจารณาที่ศาลทหาร วันที่ 8 สิงหาคม 2558 ศาลทหารพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จำนวน 6 กรรม ลงโทษจำคุกกรรมละ 10 ปี รวม 60 ปี แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 30 ปี[47] เป็นโทษหนักที่สุดที่เคยมีมา
พฤศจิกายน 2557 ณัฐพล สุวะดี
สุดาทิพย์ ม่วงนวล
และพวก
ตำรวจฟ้องศาล โดยศาลอาญาออกหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อยู่ระหว่างฝากขัง ผู้ต้องหาหลบหนี 3 ราย ได้แก่ ชากานต์ ภาคภูมิ ณรงค์ สุวะดี นพพร ศุภพิพัฒน์ ศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 โดยมีการเพิ่มข้อหาอื่นด้วย[48][49]
6 ธันวาคม 2558 ฐนกร ศิริไพบูลย์ ถูกอัยการตั้งข้อหาว่าโพสต์ผังราชภักดิ์ โพสต์ภาพ 3 ภาพบนเฟซบุ๊กซึ่งมีเนื้อหา "เสียดสี" คุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง[50]
พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ ไม่ห้ามปรามหรือว่ากล่าวข้อความสนทนาผ่านโปรแกรมแชตเฟซบุ๊กที่ผู้อื่นส่งมา เข้าข่ายรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิด[51] ในข้อความ 3 ประโยค

รายละเอียดบางคดี

คดีการปราศรัยในที่สาธารณะ

กรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นพ้องให้ออกหมายเรียก ตามพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยออกหมายเรียกบุคคลที่ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย จำนวน 18 คน คือ จตุพร พรหมพันธุ์, นายแพทย์เหวง โตจิราการ, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, ธิดา ถาวรเศรษฐ์, การุณ โหสกุล, ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก), วิภูแถลง พัฒนภูมิไท, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ชินวัฒน์ หาบุญพาด, วิเชียร ขาวขำ, สุภรณ์ อัตถาวงศ์ (แรมโบ้อีสาน), ขวัญชัย สาราคำ (ไพรพนา), นิสิต สินธุไพร, จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ, วรวุฒิ วิชัยดิษฐ, ลัดดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, สมชาย ไพบูลย์ และพายัพ ปั้นเกตุ[52]

เนื่องจากการกระทำบุคคลดังกล่าวฝ่าฝืนพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เช่นการปราศรัยในที่สาธารณะ ในวันที่ 10 เมษายน 2554 บริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย และก่อนหน้านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นว่าการกระทำของบุคลดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงต่อรัฐ ทั้งนี้เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ข้อ (2) ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนดในห้วงเวลาที่ ปฏิบัติการ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น เจ้าหน้าที่ของรัฐจึงดำเนินการออกหมายเรียกโดยอาศัยอำนาจตามความพระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 18 ข้อ (1) ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด (ออกหมายเรียก) และฟ้องร้องต่อศาลโดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติ ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 24 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 18 (2) (3) (4) (5) หรือ (6) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกพายัพ ปั้นเกตุ เพิ่มอีก 1 ราย จึงรวมเป็น ทั้งหมด 19 ราย[53]

ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ[54] เช่น พันทิวา ภูมิประเทศ หรือทอม ดันดี ถูกเครือข่ายปกป้องสถาบันในเฟซบุ๊กร้องเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ให้มีการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาตรา 116 และมาตรา 135/2 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา 9 กับผู้เผยแพร่วิดิทัศน์ดังกล่าวในเว็บไซด์ยูทูบ[55] ต่อมา มีการปราศรัยของแกนนำ อาทิ จตุพร พรหมพันธุ์ ในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553 ผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการฟ้องร้อง ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เช่นกัน[ต้องการอ้างอิง] อย่างไรก็ตามคดีนี้นาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ สั่งไม่ฟ้อง[56]คดีจึงจบ รวมถึงคดีของบุคคลทั้ง 19 ราย ที่ก่อนหน้านี้มีการออกหมายเรียกด้วยซึ่งเป็นที่วิจารณ์กันมากเพราะรัฐบาลในขณะนั้นสนับสนุนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติในทางตรงและทางอ้อม

คดีที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์

ธีรนันท์ วิภูชนินท์ อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ยูบีเอส และ คธา ปาจริยพงศ์ เจ้าหน้าที่บริษัทเคที-ซิมิโก้ จำกัด ถูกตำรวจจับอันเนื่องมากจากการกระทำผิดตามมาตรา 14 พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยพฤติกรรมการปล่อยข่าวลือดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย 2 วันดัชนีร่วง 53.95 จุด ลดลง 7.34%[57] โดยในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ตลาดหุ้นลดลง 2.04%[58] และในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ตลาดหุ้นลดลง 5.30%[59] เวลา 14.40 ลดลง ถึง 8.03% ลดลงถึง 58.72 จุด[60] ต่อมาวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ตำรวจจับกุมเพิ่มอีกได้แก่ พ.ญ.ทัศพร รัตนวงศา แพทย์ประจำโรงพยาบาลธนบุรี และวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ตำรวจได้จับกุม สมเจตน์ อิทธิวรกุล ที่จังหวัดชลบุรี[61] ต่อมา ศาลพิพากษาให้จำคุกคธา ปาจริยพงศ์ เป็นเวลา 4ปี โดยไม่รอลงอาญาคดีถือว่าเด็ดขาดแล้ว[62]

ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาลเปิดเผยว่า[63]นายจอม เพชรประดับผู้ต้องหาตามหมายศาลทหาร เผยแพร่บทสัมภาษณ์อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในราชสำนัก ทำให้เกิดข่าวลือไม่เหมาะสม ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงอย่างหนักถึง 44.75 จุด ปิดตลาดที่ระดับ 1,470.21 จุด[64]

ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์

จากกรณีโชติศักดิ์ อ่อนสูง กับพวกรวม 2 คน ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2550 วันที่ 19 กรกฎาคม 2555 วิศิษฐ์ สุขยุคล อัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 กล่าวถึงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ว่า ผู้ต้องหาไม่แสดงอาการอาฆาตมาดร้าย จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นพ้องกับอัยการ คดีจึงเป็นอันยุติ วิศิษฐ์ สุขยุคลกล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าว หากจะเป็นความผิด ก็ผิดกฎหมายเก่าปี 2485 และคดีมีอายุความ 1 ปี ซึ่งในคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนไม่ได้ตั้งข้อหามาด้วย คดีจึงหมดอายุความไปแล้ว[65]

ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต

พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2548 ณัชกฤช จึงรุ่งฤทธิ์ โฆษณาโดยการกระจายเสียงข้อความซึ่ง "มีความหมายเป็นการใส่ความ หมิ่นประมาท ดูหมิ่นรัชกาลที่ ๔ ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ในอดีต เปรียบเทียบว่า ยุคของพระองค์เหมือนต้องไปเป็นทาส ไม่มีความเป็นอิสระ มีการปกครองที่ไม่ดี ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้รัชกาลที่ ๔ เสื่อมเสียพระเกียรติยศ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง โดยเจตนาทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะ"[66]

ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๓๗๘/๒๕๕๖ ผู้พิพากษาวินิจฉัยตอนหนึ่งว่า "การที่กฎหมายมิได้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์จะต้องครองราชย์อยู่เท่านั้น ผู้กระทำจึงจะเป็นความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ แม้จะกระทำต่ออดีตพระมหากษัตริย์ซึ่งสวรรคตไปแล้ว ก็ยังเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว"[66]

พยายามกระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย

การกวาดล้างเครือข่ายศรีรัศมิ์

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีประกาศเรื่อง มติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ โดยรับกรณีกลุ่มบุคคลอ้างว่าตนเป็นผู้ดำเนินการโครงการธนาคารหมู่บ้านไบโอดีเซลและสหกรณ์พลังงานเพื่อไทยตามแนวพระราชดำริ หลอกลวงประชาชนเป็นคดีพิเศษ[67]นอกจากนั้นยังมีคดีฟ้องร้องเลขาธิการสำนักงานใต้ร่มพระบารมี[68] ดำเนินการจับกุมพ.ต.อ.อัครวุฒิ หลิมรัตน์ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ นวลรัตน์ เพ็งกิจเจริญเลิศ นพพร ศุภพิพัฒน์ ณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา ณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา ชากานต์ ภาคภูมิ สิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา สุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ น.ท.ปริญญา รักวาทิน วิทยา แก้วขุนทศ ในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย โดยในคำฟ้องกล่าวหาว่าผู้ต้องหาดำเนินการหลอกลวงประชาชนโดยแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ในส่วนของทหารไทย ได้มีการออกคำสั่งให้รายงานตัว เช่น สิรภพ กรณ์อรุษ และศาลทหารได้ดำเนินการออกหมายจับจำนวนมาก ในความผิดดังกล่าว รวมถึงพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457[69]

การกวาดล้างเครือข่ายบรรพต

ทหารเข้าจับกุม หัสดิน อุไรไพรวัน ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 เขาให้รับการสารภาพว่าเป็นเจ้าของคลิปเสียงบรรพตที่เผยแพร่ในยูทูบ[70]ต่อมามีการจับกุมบุคคลเพิ่มอีก 6 ราย [71]

การรู้เห็นจากการแชตบนเฟซบุ๊ก

วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ถูกออกหมายจับในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย เจ้าหน้าที่ว่ามีหลักฐานเป็นข้อความสนทนาผ่านโปรแกรมแชตเฟซบุ๊กกับแนวร่วมพลเมืองโต้กลับอีกคนหนึ่ง ซึ่งแม้หนึ่งนุชมิได้ตอบโต้ใด ๆ แต่ตำรวจชี้แจงว่า การไม่ห้ามปรามหรือว่ากล่าวเข้าข่ายรู้เห็นเป็นใจ ซึ่งถือเป็นความผิดด้วย[51]

ข้อวิจารณ์

พระราชดำรัส

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ว่า[6]

แต่ว่าความจริง ก็จะต้องวิจารณ์บ้างเหมือนกัน แล้วก็ไม่กลัว ถ้าใครจะวิจารณ์ว่าทำไม่ดีตรงนั้นๆ จะได้รู้ เพราะว่าถ้าบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวไปวิจารณ์ท่านไม่ได้ ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เป็นคน

และ

แต่อย่างไรก็ตาม เข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อน เดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่ง ต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยนี่ พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ว่าวิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์ ต้องบอกว่าเข้าคุกแล้วต้องให้อภัย ที่เขาด่าเราอย่างหนัก ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริย์ถูกด่า ต้องเข้าคุก

ที่จริงควรเข้าคุก แต่เพราะฝรั่งบอกอย่างนั้น ก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นคนที่จั๊กจี้ ใครว่าไรซักนิด ก็บอกให้เข้าคุก ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏ ก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนถึงต่อมา รัชกาลที่ 9 ใครเป็นกบฏ ก็ไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบเดียวกันไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าก็ไม่ฟ้อง เพราะเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่า เป็นคนเดือดร้อน

การบังคับใช้

วันที่ 1 กันยายน 2557 สุลักษณ์ ศิวรักษ์ให้สัมภาษณ์รายการ "คืนความจริง" ว่า มาตราดังกล่าวเป็นเครื่องมือของทุกรัฐบาลเพื่อกดขี่ราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า การจับคนเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทุกครั้งเป็นการรังแกพระองค์ และทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทุกรัฐบาลที่อ้างว่าจงรักภักดี ลึก ๆ แล้วไม่จงรัก และยกตัวอย่างจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนีซึ่งจับคนข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากที่สุด แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์ของเยอรมนีก็สิ้นไปก่อนพระองค์สวรรคตเสียอีก สุลักษณ์ว่าเขาเสียใจที่ไม่มีปัญญาชนเห็นโทษของกฎหมายนี้ ไม่เห็นหัวใจของเสรีภาพ ไม่เห็นหัวใจของประชาธิปไตย ไม่เห็นหัวใจของความเป็นมนุษย์เป็นลำดับ เป็นปศุสัตว์เชื่อง ๆ ให้ใครเขาสั่งได้[5]

การเรียกร้องให้ปฏิรูปข้อหา

โดยที่ปรากฏเป็นทั่วไปว่าการฟ้องร้องบุคคลตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ใครก็ได้สามารถฟ้องร้องบุคคลใดก็ตามที่ตนเองคิดว่าน่าจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรานี้และพนักงานสืบสวนมีอำนาจในการวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนสั่งฟ้อง จึงได้มีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายเสียใหม่

  • ศาสตราจารย์ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอให้คงกฎหมายไว้เช่นเดิม แต่ให้แก้ไขให้อัยการสูงสุดมีสิทธิ์ขาดในสืบสวนและสั่งฟ้องแต่ผู้เดียวเท่านั้น โดยให้คำสั่งของอัยการสูงสุดเป็นสิทธิ์ขาด จะอุทธรณ์คำสั่งหรือจะเอาผิดอัยการสูงสุดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิได้[72]
  • จดหมายเปิดผนึกถึงอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามโดยนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงทั่วโลก[73] มีข้อเรียกร้องสามข้อ คือ
    1. ให้หยุดการใช้มาตรการที่กดขี่ข่มเหงการแสดงความคิดเห็นของบุคคลโดยสงบเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
    2. ปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อป้องกันการใช้ในทางที่ผิด และปกป้องพระเกียรติของสถาบันกษัตริย์ในเวทีสากล
    3. ให้พิจารณาถอนการดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในปัจจุบัน ปลดปล่อยนักโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากการแสดงความคิดเห็นไม่ควรเป็นอาชญากรรม

การเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมาย

ดร. เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว[74] การเรียกร้องมีขึ้นเนื่องจากผู้เข้าร่วมเสาวนาอ้างว่ามีผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวนมาก ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554 ได้มีการเปิดตัวกลุ่มกิจกรรม “มาตรา 112: รณรงค์เพื่อความตื่นรู้” โดยมีการตะโกนคำว่ายกเลิก 112 ไปตลอดเส้นทาง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถึงอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ประกาศจุดยืนให้ยกเลิกกฎหมายประมวลอาญามาตรา 112 โดยมีกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ จิตรา คชเดช ผู้ถูกเลิกจ้างอันทำให้บริษัทเสื่อมเสียฐานความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย เป็นแกนนำ[75]

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าวตามเว็บไซต์ต่าง ๆ

ต่างประเทศ

องค์การนิรโทษกรรมสากลมองว่า ทุกคนที่ถูกจำคุกด้วยความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์เป็นนักโทษการเมือง[76]

ในเว็บไซต์เอเชียนคอร์เรสปอนเดนท์ ให้ความเห็นว่า การใช้กฎหมายความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และกฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์กำลังบ่อนทำลายระบบตุลาการและกฎหมายไทยอย่างร้ายแรง[77]

บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะนิวซีแลนด์เฮรัลด์ วันที่ 12 มกราคม 2558 ว่า "การวิจารณ์พระบรมวงศานุวงศ์เป็นองค์ประกอบสำคัญของเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทยแน่นอน การห้ามนั้นดูเหมือนมาจากยุคกลาง อันที่จริง การแนะว่า พระบรมวงศานุวงศ์ควรได้รับความคุ้มกันจากการวิจารณ์จะเป็นการเหยียบย่ำหลักการซึ่งเป็นมูลฐานของประชาธิปไตยสมบูรณ์ใด ๆ แต่คณะทหารผู้ยึดอำนาจการปกครองของประเทศไทยเพิ่มการฟ้องคดีอาญาความผิดต่อพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องสงสัยว่า คณะทหารฯ จะอ้างว่าเป็นการสนองต่อชาวไทยส่วนใหญ่ซึ่งยังเคารพราชวงศ์ ทว่า ส่วนใหญ่มันชี้ไปยังพันธะซึ่งมาจากการสนับสนุนของพระมหากษัตริย์"[78]

มาตรการ

การตรวจพิจารณาเว็บไซต์ยูทูบ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจพิจารณาปิดเว็บไซต์ยูทูบบางสถานี อาทิ สถานีของ เสน่ห์ ถิ่นแสนเพราะมีการเผยแพร่คลิปหมิ่นพระบรมราชานุภาพ[79]

การจับกุมวิทยุชุมชน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติความมั่นคง พ.ศ. 2551 จับกุมและปิดสถานีวิทยุชุมชนกว่า 14 แห่ง เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554 ที่เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่า กระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย[80]

การป้องปรามโดยทหาร

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2553 พ.อ.จีรพล หลงประดิษฐ์ นายทหารพระธรรมนูญ สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก ได้รับมอบอำนาจจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นำเอกสารเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธุ์ ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ให้คดีกับ จตุพร พรหมพันธุ์, วิเชียร ขาวขำ, สุพร อัตถาวงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการปราศรัยบนเวที นปช.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา[81]แต่ไม่ปรากฏว่าถูกดำเนินคดีเพราะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ธาริต เพ็งดิษฐ์ สั่งไม่ฟ้อง[82]

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2553 พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ได้เดินทางตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ได้กล่าวว่า "ขอให้พวกท่านรักษาเกียรติ และศักดิ์ศรีของทหาร ที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน ตามที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้พวกเรา ยึดถือมาโดยตลอดว่า ทหารคือผู้ที่ได้รับเกียรติสูงสุดจากประชาชนให้เป็นสุภาพบุรุษเพื่อปกป้อง ประเทศ ทหารคือผู้ที่สละประโยชน์ส่วนตน เพื่อความผาสุกของประชาชนและความอยู่รอดของบ้านเมือง ทหารคือผู้ที่บูชารักษาเกียรติยศมากกว่าเงินตรา ที่สำคัญต้องการให้ทุกคนได้ยึดมั่นในสัจจะวาจา ที่พวกเราไปถวายต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ที่เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพในพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี และถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทกว่าชีวิตจะหาไม่"[83]

วันที่ 3 ตุลาคม 2559 พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ประกาศเป็นศัตรูกับกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่อยู่ต่างประเทศและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผ่าน เฟซบุ๊ก และยูทูบ[84]

การตีสนิททางสื่อสังคม

พงษ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็งที่ถูกพิพากษาจำคุก 30 ปีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2558 เล่าว่า บุคคลที่เขาติดต่อด้วยทางเฟซบุ๊กน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ปลอมตัวมาทำความรู้จักเขา เขาและบุคคลดังกล่าวพูดคุยกันทางเฟซบุ๊กราว 4-5 เดือนจนมีการนัดหมายเพื่อไปเที่ยวบ้านบุคคลดังกล่าวที่จังหวัดตาก มีการติดต่อกันตลอดทางว่าเขาเดินทางถึงไหน รวมถึงการเปลี่ยนรถที่ท่ารถ จ.พิษณุโลกด้วย เขายังระบุว่าด้วยว่าภายหลังถูกจับกุมแล้วนำมาสอบสวนในค่ายทหาร หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทักเขาว่า จำข้อความสุดท้ายที่ส่งให้กันไม่ได้หรือ[85]

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. Writer held for 'insulting' Thai royals
  2. "คำพิพากษาคดีหมิ่นฯ อดีตกษัตริย์ ผิด ม. 112". Prachatai. 2013-11-14. สืบค้นเมื่อ 2013-11-15. 
  3. 3.0 3.1 David Streckfuss. "Kings in the Age of Nations: The Paradox of Lèse-Majesté as Political Crime in Thailand". Comparative Studies in Society and History 33 (3): 445–475. 
  4. 4.0 4.1 Amy Sawaitta Lefevre (2013-03-21). "Thai TV Show Draws Army Wrath for Lese-Majeste Debate". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2013-03-27. 
  5. 5.0 5.1 ส.ศิวรักษ์ ชี้ รปห.-112 ล้วนกระทบสถาบันกษัตริย์ ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
  6. 6.0 6.1 พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ วันอาทิตย์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
  7. 7.0 7.1 Todd Pitman and Sinfah Tunsarawuth (27 March 2011). "Thailand arrests American for alleged king insult". Associated Press. Archived from the original on 31 May 2011. สืบค้นเมื่อ 27 May 2011. 
  8. "Royal Birthday Address: 'King Can Do Wrong'". National Media. 5 December 2005. สืบค้นเมื่อ 26 September 2007. 
  9. กรณีบุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์, 30 มีนาคม พ.ศ. 2554
  10. SEAPA Alert: Thai history professor faces lèse majesté complaint, 10 May 2011
  11. Bangkok Post, Intellectuals join Somsak to defend stance, 24 April 2011
  12. British professor flees Thailand after charge of insulting king, 9 February 2009
  13. 13.0 13.1 13.2 World Report 2014: ประเทศไทย. Human Rights Watch.
  14. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ first
  15. Colum Murphy (September 2006). "A Tug of War for Thailand’s Soul". Far Eastern Economic Review. 
  16. ชี้‘ประเสริฐ’ไม่พ้นคดีหมิ่น กลับไทยเมื่อไหร่โดน‘ซิว’
  17. Bangkok Post, Man arrested for lese majesty SMSs, 3 August 2010
  18. Matichon, ดีเอสไอรวมหลักฐานเล่นงาน18แดงล้อม"จตุพร"ภาษกายชัดร่วมปราศรัยหมิ่นเบื้องสูง, 16 April 2011
  19. "Authorities close in on Prem's foes". Bangkok Post. 5 April 2007. สืบค้นเมื่อ 26 September 2007. 
  20. "Row festers over website seeking to oust Prem". The Nation. 3 April 2007. สืบค้นเมื่อ 26 September 2007. 
  21. "Special Branch chief demoted in reshuffle". The Nation. 5 April 2007. สืบค้นเมื่อ 26 September 2007. 
  22. "Swiss man 'insulted' Thai king". Al Jazeera. 12 March 2007. สืบค้นเมื่อ 26 September 2007. 
  23. "Swiss man faces jail for lèse majesté". The Daily Telegraph (London). 13 March 2007. สืบค้นเมื่อ 24 November 2007. 
  24. 24.0 24.1 http://www.prachatai.com/journal/2014/10/56178
  25. Thai Netizen, First Verdict On CCA-LM Is Scheduled For The Accused Internet User On 3 April 2009, 27 March 2009
  26. The Nation, Man gets 10-year jail term for lese majesty
  27. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๕๔/๒๕๓๑
  28. "รอบอาทิตย์แรก ธ.ค. 54 : อากงSMS effect". iLaw. 2 ธันวาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 9 พฤษภาคม 2555. 
  29. อดีตผู้ดูแลเว็บไซต์แมเนเจอร์ได้ประกันตัววงเงิน 4 แสน - เสื้อแดงเพชรบูรณ์หลักทรัพย์ไม่พร้อม ฝากขัง 12 วัน
  30. ศาลทหารให้ประกัน กฤษณ์ มือโพสต์แถลงการณ์ปลอมแล้ว
  31. รวบหนุ่ม นปช. เพชรบูรณ์ ต้นตอแพร่แถลงการณ์ปลอมสำนักพระราชวัง
  32. ตัวอย่างกรณีที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ
  33. รมว.ยธ. แถลง'หมอหยอง'เสียชีวิตแล้ว ติดเชื้อในกระแสเลือด
  34. 34.0 34.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ .E0.B8.9B.E0.B8.A5.E0.B8.87.E0.B9.84.E0.B8.A1.E0.B9.88.E0.B8.95.E0.B8.81
  35. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ .E0.B8.AD.E0.B8.B2.E0.B8.81.E0.B8.87.E0.B8.9B.E0.B8.A5.E0.B8.87
  36. แจ้งจับ “ใจ อึ๊งภากรณ์” หมิ่นเบื้องสูง - กล่าวหา “สุรยุทธ์” นายกฯเถื่อน. ASTVผู้จัดการออนไลน์. สืบค้น 19 มกราคม 2556.
  37. http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000070700
  38. Schwartzkoff, Louise (23 February 2009). "Author denies it was a stunt". The Sydney Morning Herald. 
  39. NEWS.BBC.co.uk, Writer jailed for Thai 'insult'
  40. NEWS.BBC.co.uk, Thailand frees Australian writer
  41. Anonymous (25 August 2011). "US Embassy ‘Disappointed’ That Joe Gordon Not Blonde, Young, Female". Not The Nation. สืบค้นเมื่อ 29 September 2011. 
  42. http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000056809
  43. s:คำพิพากษาศาลอาญา ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. ๔๗๒๖/๒๕๕๔
  44. "คำพิพากษาคดีอากง sms". iLaw. 17 ตุลาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 9 พฤษภาคม 2555. 
  45. ศาลยกฟ้อง'สนธิ'คดีหมิ่นฯ นำคำพูด'ดา ตอปิโด'เผยแพร่
  46. จับ นศ.ม.ขอนแก่น เล่นละครเวทีหมิ่นเบื้องสูง
  47. http://www.dailynews.co.th/politics/340161
  48. http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE56RTFPVGd5TXc9PQ==
  49. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1417479225
  50. Pravit Rojanaphruk. "Facebooker Charged For Defaming Royal Dog 'Tong Daeng'". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 14-12-2015. 
  51. 51.0 51.1 ‘แม่จ่านิว’ น้ำตานอง นอนห้องขัง ‘จนท.ระดับบิ๊ก’ ค้านประกัน ยกเหตุ’คดีสำคัญ-โทษสูง-หวั่นหนี-กันยุ่งพยาน’
  52. “ธาริต” ออกหมายเรียก 17 แกนนำ นปช. ข้อหา หมิ่นเบื้องสูง
  53. http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?ng=T&newsid=510833
  54. ตัวอย่างเช่น
  55. ชาวออนไลน์ร้องจับ ทอม ดันดี ปราศรัยหมิ่นเบื้องสูง
  56. http://www.chaoprayanews.com/2012/05/10/%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%AD-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD/
  57. 2 ผู้ต้องหาป่วนหุ้น สารภาพ โพสต์ข่าวลือจริง
  58. ภาวะตลาดหุ้น​ไทย: ปิดร่วง 2.04% สวนทางภูมิภาค ตลาด​เกิด Panic หลัง​เจอหลายกระ​แสข่าว​เชิงลบ
  59. ภาวะตลาดหุ้น​ไทย: ปิดร่วง 5.3% ผันผวนสวนทางภูมิภาค, ต่างชาติขายหลัง​ไม่มั่น​ใจปัจจัย​ในปท.
  60. ดัชนี SET ​เปิดตลาดภาคบ่ายยังร่วง​ไม่หยุด ทรุดตัว​ไป​แล้วกว่า 8%
  61. ตร.จับเพิ่มอีก"แพทย์หญิง" รพ.ดัง ร่วมแพร่ข่าวลือ"ทุบหุ้น"
  62. http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9550000156322
  63. http://politic.tnews.co.th/content/120588/
  64. http://www.posttoday.com/เศรษฐกิจ-หุ้น/หุ้นวันนี้/335639/หุ้นเช้า15ธ-ค-ร่วงแรง44-74จุด
  65. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ mcot
  66. 66.0 66.1 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๓๗๘/๒๕๕๖
  67. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/246/21.PDF
  68. http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000139807
  69. http://www.prachatai.com/journal/2014/08/55137
  70. http://www.nationtv.tv/main/program/khaokhon-nation/378444054/
  71. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1423547089
  72. Lese majeste: abuse and benevolence
  73. เช่น
    • "James C. Scott is one of the world’s leading scholars on agrarian studies, peasantry, subaltern people, and the upland ethnic minorities."
    • "Charles F Keyes is one of the leading and most respected scholars of Southeast Asia and Thailand, and highly regarded among anthropologists in the US."
    • Craig J Reynolds is a leading historian of Thailand who is very well known and highly respected among Thai scholars."
    • อ้างอิง: Thailand’s precarious politics
  74. นักวิชาการกล้าร้อง "ยกเลิก ม. 112, ยุบองคมนตรี"
  75. เปิดตัวกลุ่ม ‘อาร์ติเคิล112’ รณรงค์เพื่อตื่นรู้
  76. Bangkok Post, All eyes on Article 112, 18 September 2011
  77. Analysis: Thailand’s lese majeste law erodes the judiciary
  78. Editorial: Thai refugee right to push for democracy
  79. ปิดเว็บหมิ่น 900 ยูอาร์แอล-ยูทูบเยอะสุด
  80. ผบ.ตร.แจงบุกจับวิทยุชุมชนเหตุมีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบัน
  81. นายทหารพระธรรมนูญ เข้าแจ้งความกับ ตร.เอาผิด แกนนำ นปช.ข้อหาหมิ่นสถาบัน
  82. http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9550000061648
  83. ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รอ. ปลุก"ทหารรักษาพระองค์"แสดงพลังปกป้องสถาบัน
  84. http://www.komchadluek.net/news/scoop/244939
  85. รู้จัก ‘แซม พงษ์ศักดิ์’ : จุดเริ่มต้นคือการตั้งคำถาม จุดจบ? คือโทษจำคุก 60 ปี

แหล่งข้อมูลอื่น