พรรครวมไทยสร้างชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พรรครวมไทยสร้างชาติ
หัวหน้าพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
เลขาธิการเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
ผู้ก่อตั้งเสกสกล อัตถาวงศ์
ก่อตั้ง31 มีนาคม พ.ศ. 2564 (1 ปี)
ที่ทำการ35/3 ซอยอารีย์ 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
จำนวนสมาชิก  (ปี 2565)11,533 คน[1]
การเมืองไทย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง

พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคการเมืองไทยที่จดทะเบียนก่อตั้งเป็นลำดับที่ 5/2564 เมื่อวันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 โดยมีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นผู้ก่อตั้งพรรค[2] มีว่าที่ร้อยโท ไกรภพ นครชัยกุล และ นางวาสนา คำประเทือง เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนแรก และมีที่ทำการพรรคแห่งแรกอยู่ที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร[3] ในวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565 ว่าที่ร้อยโทไกรภพได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคทำให้กรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ[a]

ต่อมา พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคชุดใหม่ และเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค[4] โดยที่ประชุมได้มีมติเลือก นายธัญย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย และ นายธนดี หงษ์รัตนอุทัย เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนใหม่ โดยมี นายปรพล อดิเรกสาร นายสิทธิศักดิ์ พัฒนชัย และ ว่าที่ร้อยโทไกรภพ นครชัยกุล เป็นกรรมการบริหารพรรค[5] ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 นายธัญย์ธรณ์เทพได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคซึ่งทางพรรคได้รับทราบในวันเดียวกันทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ โดยนายธนดีซึ่งรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการพรรคได้รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกตำแหน่งหนึ่ง[b]

จากนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2565 ในวันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ที่สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค เปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์พรรค เปลี่ยนแปลงสำนักงานใหญ่ของพรรค และเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยที่ประชุมพรรคมีมติเลือก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เลือกนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ และเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งได้แก่ นายวิทยา แก้วภราดัย, นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง, นายชื่นชอบ คงอุดม, นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร และ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ โดยมี นายเกรียงยศ สุดลาภา เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นเหรัญญิกพรรค[6]

รวมไทยสร้างชาติยุค'พีระพันธุ์'[7][แก้]

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เปิดเผยภายหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคที่ได้รวบรวมกลุ่มคนทำงานที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งคนที่มีประสบการณ์ในการเป็น ส.ส.ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนมาแล้ว ผู้ที่เคยเป็น ส.ส. และคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจจะเข้ามาทำงานในฐานะนักการเมือง เพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติตามวิสัยทัศน์หลักของพรรค คือการสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสในการดำรงชีวิตในทุกมิติอย่างเท่าเทียมกัน โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคการเมืองที่มุ่งเรื่องของการทำงานมากกว่าการเล่นการเมือง ซึ่งตนได้บอกกับทุกคนว่า อยากให้มองเห็นเรื่องของการทำงานเพื่อประเทศชาติประชาชนเป็นสำคัญ เพราะผลงานที่ทุกคนทำจะทำให้ได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างแท้จริง

“นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ เน้นที่เรื่องของการทำงานแบบสู้ทุกปัญหา ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ทุกเรื่อง เพื่อที่จะทำให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามุ่งมั่นที่จะเข้ามาแก้ไขในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ หรือเศรษฐกิจ ด้วยพื้นฐานจากการที่ผมเคยทำงานด้านกฎหมาย ทั้งในฐานะอดีตผู้พิพากษา ที่ต้องอยู่กับกฎหมายมาตลอดทำให้ผมเห็นว่ามีกฎหมายของไทยจำนวนมากที่ยังไม่เอื้อต่อการทำงานพัฒนาประเทศ บางข้อก็เป็นอุปสรรค หรือยังทำให้เกิดการปิดกั้นโอกาสและเป็นปัญหาขัดแย้งมากมาย ดังนั้นในฐานะของ ส.ส.ที่มีหน้าที่ด้านการออกกฎหมายอยู่แล้ว จึงควรที่จะเข้าไปดูแลเรื่องนี้ และนั่นคือนโยบายแรกที่พรรคเราจะทำ” นายพีระพันธุ์กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาตนได้เคยทำงานมาแล้วทั้งการเป็นผู้พิพากษา รัฐมนตรี และ ส.ส. ซึ่งถือว่าครบทั้งในส่วนของตุลาการ บริหาร และนิติบัญญัติ ทำให้เข้าใจปัญหาและอุปสรรคต่างๆ และตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา ขจัดเงื่อนไขในข้อกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานพัฒนาประเทศ ซึ่งยังเห็นว่ามีอยู่มาก โดยเฉพาะความไม่ละเอียดในเนื้อหาของกฎหมาย หรือความไม่ชัดเจน รวมไปถึงเงื่อนไขที่อาจจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมในสังคมได้ กฎหมายเหมือนกติกาสังคม แต่สังคมไม่ได้เป็นคนเขียน กลายเป็นว่าที่เขียนกฎหมายมาเพื่อให้ทำงานง่าย ไม่ได้เขียนมาในมุมมองว่าประชาชนได้ประโยชน์แค่ไหน ทำให้หลายครั้งกฎหมายมาสร้างความทุกข์ให้กับประชาชน ถ้ากฎหมายล้าสมัย ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน บ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้นเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมุ่งเรื่องการทำงานด้านนี้เป็นอันดับแรก เพราะเชื่อว่ากฎหมายจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานเพื่อบ้านเมืองได้ หากกฎหมายชัดเจน และไม่เป็นอุปสรรค ประเทศชาติก็จะเดินหน้าไปได้โดยไม่ติดขัด กฎหมายสามารถทำให้สังคมดีขึ้นได้

“กฎหมายบางประการก็ส่งผลถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียมกันในสังคม ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ หรือกฎหมายทางธุรกิจ ที่ผมเห็นว่ากฎหมายบางตัวกลับเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก แต่กลับไปเอื้อให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ยิ่งใหญ่ยิ่งสะดวกในการทำธุรกิจ ในขณะที่ธุรกิจเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศต้องพบอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องของข้อกำหนดเรื่องเงินกู้ ดอกเบี้ย หรือกฎหมายสัญญาต่างๆ ที่เป็นกรอบให้พวกเขาไม่สามารถเติบโตได้ หากเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจของไทยจะเติบโตได้มากยิ่งขึ้น และยังจะส่งผลไปถึงกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อย ที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศให้มีโอกาสในการทำมาหากินและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคสำรองให้กับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ตนไม่สนใจว่าใครจะพูดอย่างไร เพราะแต่ละคนก็มีชุดความคิดของตัวเองที่แตกต่างกันไปอยู่แล้ว ไม่สามารถห้ามความคิดของใครได้ และไม่จำเป็นที่จะต้องไปปฏิเสธว่าจริงหรือไม่จริง เพราะสุดท้ายความจริงก็จะปรากฏเอง แต่ความตั้งใจของการตั้งพรรคไม่ได้วางไว้ว่าจะมาเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านหรือมาสนับสนุนใคร เพราะสิ่งที่มองไว้คือการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักเท่านั้น คือต้องการทำให้สังคมดีขึ้นกว่านี้ โดยไม่มองว่าจะต้องมีตำแหน่งอะไร เพราะเชื่อว่าหากทุกคนตั้งใจมาทำงานเพื่อประชาชนแล้ว ถึงไม่มีตำแหน่งอะไรก็สามารถทำงานได้เช่นกัน

ความหมายตราสัญลักษณ์พรรค[8][แก้]

ตราสัญลักษณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกอบด้วยแถบสีธงชาติไทย แดง-ขาว-น้ำเงิน ที่แผ่เป็นฐานมาจากทั้งสองด้านแล้วพุ่งขึ้นบรรจบกันเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมปลายแหลมที่ชี้พุ่งขึ้น หมายถึง การหลอมรวมใจของชาวไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกภูมิภาคที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว และมุ่งสู่ความเจริญรุ่งเรืองไม่มีที่สิ้นสุด สื่อสารถึงอุดมการณ์และถ่ายทอดจุดยืนของพรรคที่มุ่งมั่นจะนำพาปวงชนชาวไทยก้าวข้ามอุปสรรคความขัดแย้ง และนำประเทศชาติมุ่งสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สีแดง หมายถึง ประเทศชาติบ้านเมืองของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า สีขาว หมายถึง ศาสนาทุกศาสนาที่ปวงชนชาวไทยนับถือและยึดมั่น สีน้ำเงิน หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นหลักชัยที่ค้ำจุนชาติบ้านเมืองให้มีความสงบสุข

ขณะที่ตัวอักษร “พรรครวมไทยสร้างชาติ” เป็นการใช้ร่วมกันทั้งตัวอักษรแบบมีหัวและแบบไม่มีหัว สะท้อนแนวคิดการผสมผสานคุณค่าแบบไทยที่สอดคล้องกับวิถีโลกสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน

สมาชิกพรรคที่สำคัญ[แก้]

บุคลากร[แก้]

หัวหน้าพรรค[แก้]

ลำดับที่ ชื่อ เริ่มดำรงตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 ว่าที่ร้อยโท ไกรภพ นครชัยกุล 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 7 มีนาคม พ.ศ. 2565
- ประจง ประสานฉ่ำ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 รักษาการหัวหน้าพรรค
3 ธัญย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
- ธนดี หงษ์รัตนอุทัย 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565 รักษาการหัวหน้าพรรค
4 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เลขาธิการพรรค[แก้]

ลำดับที่ ชื่อ เริ่มดำรงตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 วาสนา คำประเทือง 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการพรรค
2 ธนดี หงษ์รัตนอุทัย 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565 รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรค
3 เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565

หมายเหตุ[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอน 47 ง หน้า 119 ลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565
  2. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอน 73 ง หน้า 97 ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565

อ้างอิง[แก้]

  1. ข้อมูลพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการอยู่ ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2565
  2. "เสกสกล"ขอลุยทำพรรครวมไทยสร้างชาติ หนุน"ประยุทธ์"เป็นนายกฯ
  3. ทำความรู้จัก “รวมไทยสร้างชาติ” พรรคใหม่ หนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ
  4. รวมไทยสร้างชาติ เปลี่ยนที่ประชุมใหญ่พรรค 31 มี.ค. จับตาเลือกตั้ง กก.บห.
  5. “เสกสกล”ประชุมใหญ่รวมไทยสร้างชาติ-ไร้บิ๊กเนมร่วมพรรค
  6. พีระพันธ์ นั่งเก้าอี้ หัวหน้า "พรรครวมไทยสร้างชาติ"
  7. "รวมไทยสร้างชาติยุคใหม่ "พีระพันธุ์"นั่งหัวหน้าพรรค ชูนโยบายแก้กฎหมายล้าสมัย สร้างสังคมเท่าเทียม". www.unitedthaination.or.th.
  8. "ความหมายตราสัญลักษณ์พรรครวมไทยสร้างชาติ". www.unitedthaination.or.th.