ข้ามไปเนื้อหา

สภากรุงเทพมหานคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สภากรุงเทพมหานคร
ประเภท
ประเภท
ผู้บริหาร
ประธานสภา
รองประธานสภา
คนที่หนึ่ง
รองประธานสภา
คนที่สอง
เลขานุการสภา
โฆษกสภา
รอประกาศ
โครงสร้าง
สมาชิก50 คน
กลุ่มการเมือง
การเลือกตั้ง
ระบบแบ่งเขตคะแนนสูงสุด
การเลือกตั้งครั้งล่าสุด
28 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ที่ประชุม
ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
เว็บไซต์
bmc.go.th

สภากรุงเทพมหานคร (อังกฤษ: Bangkok Metropolitan Council) เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติของกรุงเทพมหานคร[1] มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการกรุงเทพมหานครผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น ตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เปิดอภิปรายทั่วไป อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และตั้งกระทู้ถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น[2]

ทั้งนี้ อายุของสภากรุงเทพมหานครมีกำหนดคราวละ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร[3]

ประวัติ

[แก้]

ในช่วงปี พ.ศ. 2480–2514 คือช่วงที่ยังมิได้มีการรวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเข้าด้วยกัน การบริหารราชการของจังหวัดทั้งสองจึงแยกกัน โดยมีฝ่ายนิติบัญญัติในระดับท้องถิ่นของตนเองทั้งคู่ ได้แก่ สภาเทศบาลนครกรุงเทพ และสภาเทศบาลนครธนบุรี ทำงานควบคู่ไปกับสภาระดับจังหวัด ได้แก่ สภาจังหวัดพระนคร และสภาจังหวัดธนบุรี

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2514 คณะปฏิวัติได้ออกประกาศ ฉบับที่ 24 ซึ่งได้รวบจังหวัดพระนครและธนบุรีเข้าด้วยกันเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ส่งผลให้มีการยุบรวมสภาเทศบาลทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันเป็น สภาเทศบาลนครหลวง และรวมสภาจังหวัดเป็นสภานครหลวงกรุงเทพธนบุรี[4]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 คณะปฏิวัติออกประกาศ ฉบับที่ 335 ซึ่งเป็นการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยรวบราชการบริหารส่วนภูมิภาค (จังหวัด) และส่วนท้องถิ่น (เทศบาล สุขาภิบาล) ทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วยกฐานะเป็นกรุงเทพมหานคร จึงได้ยุบสภาเทศบาลและสภาจังหวัดเดิมทั้งหมด ให้หลอมรวมเป็นสภากรุงเทพมหานคร เพียงชุดเดียวเพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร[5]

สภากรุงเทพมหานครชุดแรกเริ่มปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกทั้ง 48 คนมาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี พระยามไหสวรรย์ เป็นประธานสภาคนแรก

ต่อมามีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ส่งผลให้ประชาชนได้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาฯ เป็นครั้งแรก จำนวน 41 คน

สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

[แก้]

สภากรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ย่อ: ส.ก.) จำนวนเขตละ 1 คน ซึ่งเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขต แต่ถ้าเขตใดมีราษฎรเกิน 150,000 คน จะมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนจำนวนประชากร[6]

จำนวนสมาชิก

[แก้]

ปัจจุบันมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจำนวน 50 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งใน 50 เขต[7]

กฎหมายกำหนดเกณฑ์การคำนวณจำนวนสมาชิกในแต่ละเขตไว้ว่า ให้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตละ 1 คนเป็นเกณฑ์พื้นฐาน แต่ถ้าเขตใดมีราษฎรเกิน 150,000 คน ให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คนต่อจำนวนราษฎรทุก ๆ 150,000 คน และหากเศษของ 150,000 คนนั้นมีจำนวนเกิน 75,000 คน ก็ให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คน ในกรณีที่เขตใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งไม่ครบจำนวน และเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่แล้วยังคงได้สมาชิกไม่ครบอีก ให้ถือว่าสภากรุงเทพมหานครประกอบด้วยจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะครบอายุของสภา เว้นแต่จะมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามเกณฑ์การคำนวณในข้างต้น[6]

สภากรุงเทพมหานครชุดที่ 11 (พ.ศ. 2553 – 2557) มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 61 คน โดยเริ่มจากการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขต ในวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เนื่องจากมีเขตทั้งหมด 5 เขตมีประชากรมากขึ้น ได้แก่ เขตบางขุนเทียน, เขตลาดกระบัง, เขตประเวศ, เขตคลองสามวา, เขตบางกะปิ โดยเขตที่มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้มากกว่า 1 คน จะต้องเป็นเขตที่มีจำนวนประชากรมากกว่า 150,000 คน ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 11 เขตที่จะมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้มากกว่า 1 คน คือ 2 คน ได้แก่ เขตบางกะปิ, เขตบางเขน, เขตจตุจักร, เขตดอนเมือง, เขตสายไหม, เขตลาดกระบัง, เขตคลองสามวา, เขตประเวศ, เขตจอมทอง, เขตบางแค, และเขตบางขุนเทียน[8]

สภากรุงเทพมหานครชุดที่ 12 (พ.ศ. 2557 – 2565) มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 30 คน มาจากการสรรหาและแต่งตั้งตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[9]

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม

[แก้]

กฎหมายกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไว้ดังต่อไปนี้[10]

  • มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

กฎหมายกำหนดลักษณะของบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้ดังต่อไปนี้[11]

  • ติดยาเสพติดให้โทษ
  • เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  • เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
  • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
  • อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
  • วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  • อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
  • ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
  • เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  • เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
  • เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  • เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    • กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
    • กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
    • กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา
    • กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
    • กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า
    • กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก
    • กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
    • กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
  • เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
  • เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
  • เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
  • เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
  • เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
  • อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า
    • เป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือ
    • กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือ
    • จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือ
    • ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  • ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี
  • เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
  • อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  • เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง (ใช้บังคับมิได้โดยผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2566 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566)[12]
  • เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
  • เคยพ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    • มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่กรุงเทพมหานคร หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
    • ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
    • ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแก่ราชการ และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

นอกจากนี้กฎหมายกำหนดให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือบริษัท ซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้น หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น อีกด้วย[13]

กฎหมายได้บัญญัติให้นำข้อกำหนดดังต่อไปนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครด้วย[14]

  • ต้องไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครหรือบริษัทซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้นนอกเหนือไปจากที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์หรือบริษัทปฏิบัติกับบุคคลในธุรกิจการงานตามปกติ
  • ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่กรุงเทพมหานคร หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพมหานครอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่ในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนจำกัดอยู่ก่อนได้รับการเลือกตั้ง

สมาชิกภาพ

[แก้]

สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งและอยู่ในตำแหน่งตามอายุของสภากรุงเทพมหานคร

ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ว่างลงและมีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เข้ามาแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเข้ามาแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภากรุงเทพมหานครที่เหลืออยู่

สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้[15]

  • ถึงคราวออกตามอายุของสภากรุงเทพมหานครหรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร
  • ตาย
  • ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยมีผลนับแต่วันถัดจากวันยื่นหนังสือลาออก
  • ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
  • กระทำการอันต้องห้ามดังต่อไปนี้
    • ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือบริษัท ซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้น หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
    • รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครหรือบริษัทซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้นนอกเหนือไปจากที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์หรือบริษัทปฏิบัติกับบุคคลในธุรกิจการงานตามปกติ
    • เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่กรุงเทพมหานคร หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพมหานครอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่ในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนจำกัดอยู่ก่อนได้รับการเลือกตั้ง
  • ขาดการประชุมสภากรุงเทพมหานครตลอดสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภากรุงเทพมหานคร
  • สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัยให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เพราะเห็นว่า ได้กระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง ทั้งนี้ สภาจะวินิจฉัยดังกล่าวได้เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร้องขอ หรือเมื่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อเสนอเป็นญัตติให้สภาพิจารณา
  • ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

ค่าตอบแทน

[แก้]

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้รับค่าตอบแทน 48,450 บาทต่อเดือน รองประธานสภาฯ ได้รับค่าตอบแทน 61,140 บาทต่อเดือน และประธานสภาฯ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 73,560 บาทต่อเดือน[16]

การเลือกตั้ง

[แก้]

การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเป็นระบบเขตเสียงข้างมากธรรมดา โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นกำหนด[17]

บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง[18]

  1. มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง
  3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง[19]

  1. เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
  2. อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
  3. ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
  4. วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

ประธานสภา

[แก้]

สภากรุงเทพมหานครจะเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้เป็น ประธานสภากรุงเทพมหานคร คนหนึ่งและรองประธานสภาไม่เกิน 2 คน โดยจะดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก และดำรงตำแหน่งตามวาระคราวละ 2 ปี[20]

ประธานสภากรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของสภากรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภากรุงเทพมหานคร ส่วนรองประธานมีอำนาจหน้าที่กระทำกิจการแทนประธานเมื่อประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่ประธานมอบหมาย[21]

ในกรณีที่ประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครจะทำการเลือกสมาชิกคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานเฉพาะในการประชุมคราวนั้น[21]

การเลือกประธานสภา

[แก้]

ในการเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้ 1 ชื่อ โดยต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 5 คน[22]

ในกรณีที่มีการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว จะถือว่าผู้นั้นได้รับเลือกเป็นประธานสภา แต่ถ้ามีการเสนอหลายชื่อ สมาชิกจะต้องลงมติเลือกจากชื่อเหล่านั้นด้วยวิธีการลงคะแนนลับ โดยการขานชื่อสมาชิกตามลำดับตัวอักษรให้มาลงคะแนนเป็นรายคนในคูหาที่จัดไว้ ด้วยวิธีการเขียนชื่อลงบนแผ่นกระดาษ ใส่ซอง แล้วนำซองไปใส่ในหีบลงคะแนน[22]

ในการตรวจนับคะแนน ประธานชั่วคราวจะเชิญสมาชิกจำนวน 5 คน เป็นกรรมการตรวจนับคะแนน เมื่อตรวจนับคะแนนแล้ว ประธานชั่วคราวจะประกาศคะแนนต่อที่ประชุมทันที[22]

ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดถือเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นประธานสภา ถ้าได้คะแนนสูงสุดเท่ากันหลายชื่อ จะต้องมีการเลือกใหม่เฉพาะชื่อที่ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน แต่ถ้าคะแนนสูงสุดเท่ากันอีก ประธานชั่วคราวจะต้องออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก 1 เสียงเป็นเสียงชี้ขาด ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติให้ใช้วิธีอื่นในการออกเสียงลงคะแนน[22]

รายชื่อประธานสภากรุงเทพมหานคร

[แก้]

ประธานสภากรุงเทพมหานครจะดำรงตำแหน่ง 2 ปี จากนั้นจะมีการเลือกสมาชิกมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง

เลขานุการสภา

[แก้]

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ มีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการกรุงเทพมหานครและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ในสำนักงานเลขานุการกรุงเทพมหานคร ขึ้นต่อปลัดกรุงเทพมหานคร และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครขึ้นต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร[25]

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขานุการสภากรุงเทพมหานครหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้ช่วยเลขานุการสภากรุงเทพมหานครจะเป็นผู้รักษาราชการแทน[26]

หน้าที่และอำนาจของเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ตามข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีดังนี้[27]

  • นัดประชุมสภาและนัดประชุมคณะกรรมการครั้งแรก
  • เชิญประธานชั่วคราวของที่ประชุมสภาและที่ประชุมคณะกรรมการเข้าปฏิบัติหน้าที่
  • ช่วยประธานในการควบคุมการนับคะแนนเสียง
  • แจ้งระเบียบหรือหนังสือต่อที่ประชุมหรือต่อสมาชิก
  • จัดทำรายงานการประชุมตามถ้อยคำที่อภิปรายและควบคุมการทำรายงานการประชุมทั้งปวง
  • ยืนยันมติของสภาไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • รักษาสรรพเอกสารของสภา
  • ควบคุมการเข้าออกในสภา
  • ควบคุมกิจการให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด
  • ปฏิบัติการตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ
  • ปฏิบัติการอื่นตามที่ประธานสภามอบหมาย

คณะกรรมการ

[แก้]

สภากรุงเทพมหานครมีอำนาจเลือกสมาชิกสภาตั้งเป็นคณะกรรมการสามัญ และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกสภาหรือมิได้เป็นสมาชิกสภาตั้งเป็นคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร แล้วรายงานต่อสภากรุงเทพมหานคร[28]

คณะกรรมการสามัญ

[แก้]

คณะกรรมการสามัญของสภากรุงเทพมหานคร เป็นคณะกรรมการที่มีอยู่เป็นถาวร มีวาระการปฏิบัติหน้าที่คราวละ 2 ปี ประกอบไปด้วยกรรมาธิการซึ่งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จำนวน 5-12 คน[29] โดยข้อบังคับสภากรุงเทพมหานครกำหนดให้ตั้งคณะกรรมการสามัญทั้งหมด 13 คณะ ได้แก่[30]

  1. คณะกรรมการกิจการสภา: ติดตามมติ ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตของสภาที่ส่งให้ฝ่ายบริหาร ตรวจสอบการดำเนินการที่ยังคั่งค้าง ประชาสัมพันธ์งานของสภา รับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะ กำหนดหลักเกณฑ์สิทธิ หน้าที่ และจรรยาบรรณของสมาชิก รวมถึงสนับสนุนการเพิ่มพูนความรู้และทักษะของสมาชิก
  2. คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม: ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานการประชุมสภา พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมตามมติของสภา กำหนดบรรทัดฐานในการจดรายงานการประชุม และเสนอความเห็นต่อสภาในการเปิดเผยรายงานการประชุมลับ
  3. คณะกรรมการการศึกษา: ดูแลด้านการจัดการศึกษา การพัฒนาการศึกษา การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของประชาชน รวมถึงการส่งเสริมศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม
  4. คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง: ดูแลด้านการโยธาและงานผังเมือง เช่น การวางแผนการโยธา การก่อสร้างและบูรณะ การควบคุมอาคาร และการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
  5. คณะกรรมการการสาธารณสุข: ดูแลด้านการสาธารณสุข การแพทย์ และอนามัย เช่น การสุขาภิบาลอาหาร การควบคุมโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การป้องกันและบำบัดยาเสพติด และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
  6. คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม: ดูแลด้านการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล การจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน
  7. คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและการงบประมาณ: ดูแลด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการงบประมาณ เช่น การจัดเก็บรายได้ การพัฒนาที่ดิน การดำเนินงานพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร (เช่น บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด) และติดตามผลการปฏิบัติงานตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี
  8. คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย: ดูแลด้านการปกครอง ความมั่นคงภายใน และความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น งานทะเบียน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ พัฒนาการปกครองแบบมีส่วนร่วม และปรับปรุงโครงสร้างระบบบริหารราชการ
  9. คณะกรรมการการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม: ดูแลด้านการพัฒนาชุมชน สวัสดิการสังคม และสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการส่งเสริมอาชีพและสถาบันครอบครัว
  10. คณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง: ดูแลด้านการคมนาคม การจราจร และการขนส่งมวลชน เช่น การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ความปลอดภัย มาตรฐานวิศวกรรมจราจรและการขนส่ง การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการจราจร และการเสริมสร้างวินัยจราจร
  11. คณะกรรมการการระบายน้ำ: ดูแลระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เช่น การแจ้งเตือนและการป้องกันอุทกภัย การวางแผนและระบายน้ำ การบำรุงรักษาแหล่งน้ำและทางระบายน้ำ การควบคุมคุณภาพน้ำ และการป้องกันการบุกรุกทางน้ำสาธารณะ
  12. คณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา: ดูแลด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ฟื้นฟู ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตไทย รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการบริการ กิจกรรม แหล่งเรียนรู้ และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา
  13. คณะกรรมการยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล: ดูแลด้านการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของกรุงเทพมหานครในส่วนที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การบริหารจัดการและการประเมินผลเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาคลังข้อมูลและฐานข้อมูลดิจิทัล รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล[31]
ชื่อคณะกรรมการ ประธานคณะกรรมการ พรรค
คณะกรรมการกิจการสภา
คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม
คณะกรรมการการศึกษา
คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง
คณะกรรมการการสาธารณสุข
คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม
คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและการงบประมาณ
คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย
คณะกรรมการการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม
คณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง
คณะกรรมการการระบายน้ำ
คณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา
คณะกรรมการการยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล

คณะกรรมการวิสามัญ

[แก้]

คณะกรรมการวิสามัญของสภากรุงเทพมหานคร เป็นชุดเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาจัดการเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น

  • คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณ
  • คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานในการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
  • คณะกรรมการวิสามัญศึกษาการก่อสร้างโรงพยาบาลให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กระทู้ถาม

[แก้]

การตั้งกระทู้ถามในสภากรุงเทพมหานครเป็นมาตรการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่หรือนโยบายของกรุงเทพมหานครเท่านั้น สมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้เสนอต้องยื่นเป็นหนังสือล่วงหน้ากระทู้ละหนึ่งเรื่องต่อประธานสภา โดยใช้ข้อความที่สั้นกระชับ ชัดเจน มีข้อเท็จจริงประกอบและคำชี้แจงที่ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย กระทู้ถามแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กระทู้ถามสด และกระทู้ถามทั่วไป[32]

ข้อบังคับกำหนดให้ผู้ตั้งกระทู้ถามเป็นผู้มีสิทธิซักถามได้แต่เพียงผู้เดียว โดยกระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ได้แก่ การใช้ถ้อยคำเชิงประชด เสียดสี กลั่นแกล้งใส่ร้าย มีความเคลือบคลุมเข้าใจยาก เป็นเรื่องที่เคยตอบหรือเคยชี้แจงแล้วว่าไม่ตอบ เป็นการขอความเห็น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย เป็นเรื่องที่ไม่เป็นสาระสำคัญ หรือเป็นเรื่องกิจการส่วนตัวของบุคคลเว้นแต่จะเกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องที่เคยตอบไปแล้วนั้นมีสาระสำคัญที่ต่างไปจากเดิมหรือมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป ก็สามารถตั้งกระทู้ถามขึ้นใหม่ได้[33]

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้ถามหรือข้อซักถาม หากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผยเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประโยชน์สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยต้องแจ้งเหตุผลที่ไม่ควรเปิดเผยให้สภาทราบภายในกำหนดเวลา 30 วัน[34]

การยุบสภา

[แก้]

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร การยุบสภากรุงเทพมหานครเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ สามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณีหลัก ตามเงื่อนไขและขั้นตอนทางกฎหมายดังนี้

​1. การเสนอโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

[แก้]

​หากการดำเนินงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสภากรุงเทพมหานครเกิดความขัดแย้งกัน จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานครหรือราชการส่วนรวม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิ์เสนอเรื่องพร้อมเหตุผลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ยุบสภา โดยมีขั้นตอนดังนี้[35]

  • ​การเสนอครั้งแรก: หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ประกาศยุบสภาภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับข้อเสนอ ผู้ว่าฯ สามารถยื่นข้อเสนอทบทวนได้อีกครั้งภายใน 30 วัน
  • ​การพิจารณาทบทวน: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องพิจารณาข้อเสนอทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน โดยจะเห็นชอบให้ยุบสภาหรือไม่ก็ได้
  • ​ข้อจำกัดในการเสนอซ้ำ: หากผู้ว่าฯ ต้องการเสนอให้ยุบสภาในเหตุการณ์เดิมซ้ำอีก จะกระทำได้ต่อเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับจากวันครบกำหนดพิจารณาข้อเสนอทบทวนข้างต้น

​2. การใช้อำนาจโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[แก้]

​ในกรณีที่การดำเนินงานของผู้ว่าฯ และสภากรุงเทพมหานครมีความขัดแย้งกัน หรือดำเนินงานไปในทางที่ไม่ถูกต้องจนอาจเกิดความเสียหายต่อกรุงเทพมหานครหรือราชการส่วนรวม และไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งยุบสภากรุงเทพมหานครได้โดยตรง[36]

​การประกาศบังคับใช้

[แก้]

​การสั่งยุบสภากรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะมาจากกรณีใด รวมถึงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอทบทวนของผู้ว่าฯ จะต้องทำเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุเหตุผลอย่างชัดเจน และนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา[37]

ลำดับสภากรุงเทพมหานคร

[แก้]
ชุดที่ จำนวนสมาชิก เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ การเลือกตั้ง
1 46[38]16 เมษายน พ.ศ. 251610 สิงหาคม พ.ศ. 2518มาจากการแต่งตั้ง
241[39]10 สิงหาคม พ.ศ. 251829 เมษายน พ.ศ. 2520
345พ.ศ. 2520พ.ศ. 2527มาจากการแต่งตั้ง
440พ.ศ. 2527พ.ศ. 2528มาจากการแต่งตั้ง
5 46[40]พ.ศ. 2528พ.ศ. 2532
657[41] 7 มกราคม พ.ศ. 25336 มกราคม พ.ศ. 2537
7556 มีนาคม พ.ศ. 25375 มีนาคม พ.ศ. 2541
86026 เมษายน พ.ศ. 254125 เมษายน พ.ศ. 2545
96116 มิถุนายน พ.ศ. 254515 มิถุนายน พ.ศ. 2549
1057[42]23 กรกฎาคม พ.ศ. 254922 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
1161[43]29 สิงหาคม พ.ศ. 255328 สิงหาคม พ.ศ. 2557พ.ศ. 2553
1230[9]15 กันยายน พ.ศ. 255711 พฤษภาคม พ.ศ. 2565มาจากการแต่งตั้ง
135022 พฤษภาคม พ.ศ. 256521 พฤษภาคม พ.ศ. 2569พ.ศ. 2565
145028 มิถุนายน พ.ศ. 2569อยู่ในวาระพ.ศ. 2569

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ประวัติความเป็นมาของสภากรุงเทพมหานคร". สภากรุงเทพมหานคร. สภากรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2569.
  2. "อำนาจหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร" (PDF). สภากรุงเทพมหานคร. สภากรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2569.
  3. มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  4. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 24 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 88 ตอนที่ 144 หน้า 816 ลงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2514
  5. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอน 190 ง พิเศษ หน้า 18 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515
  6. 1 2 มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 142 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
  7. https://bmc.go.th/member/
  8. คอลัมน์ เปิดศึกเลือกตั้งส.ก. ส.ข.ทำยังไง ??? ได้ครองใจคนกรุง โดย จิรา จิราสิต หนังสือพิมพ์เดลินิวส์หน้า 24: ฉบับวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
  9. 1 2 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 86/2557 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตเป็นการชั่วคราว ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 134 ง หน้า 15 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
  10. มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
  11. มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
  12. ศาลรัฐธรรมนูญ (2566) คำวินิจฉัยที่ 5/2566 เรื่อง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (21) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566
  13. มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  14. มาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  15. มาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  16. "ทำความรู้จัก ส.ก.เป็นใคร-ทำหน้าที่อย่างไร ก่อนถึงเลือกตั้ง 22 พ.ค.65". กรุงเทพธุรกิจ. 9 เมษายน 2022. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 142 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
  18. มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
  19. มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
  20. มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  21. 1 2 มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  22. 1 2 3 4 ข้อ 7 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
  23. "อดีตประธานสภากรุงเทพมหานคร". สภากรุงเทพมหานคร.
  24. "สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ชุดที่ ๕ (๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ – ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๒)". สภากรุงเทพมหานคร.
  25. มาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  26. มาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  27. ข้อ 13 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
  28. มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  29. ข้อ 83 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 174 ง หน้า 102 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
  30. ข้อ 83 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
  31. ข้อ 83 (13) แห่งข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 96 ง หน้า 65 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568
  32. ข้อ 106 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
  33. ข้อ 107 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
  34. ข้อ 114 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
  35. มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  36. มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  37. มาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
  38. สมาชิกสภากรุงเทพมหานครชุดที่ ๑ (๑๖ เมษายน ๒๕๑๖ – ๑๐ สิงหาคม ๒๕๑๘)
  39. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอนที่ 94 ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2518
  40. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่พึงมีในแต่ละเขตเลือกตั้ง ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 135 ฉบับพิเศษ หน้า 40 ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2528
  41. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเขตเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะทำการเลือกตั้ง in แต่ละเขตเลือกตั้ง ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 106 ตอนที่ 203 ฉบับพิเศษ หน้า 10 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532
  42. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 123 ตอนที่ 66 ก หน้า 36 ลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2549
  43. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนที่ 52 ก หน้า 23 ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข้อมูลเพิ่มเติม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]