สภากรุงเทพมหานคร
สภากรุงเทพมหานคร | |
|---|---|
| ประเภท | |
| ประเภท | เป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร |
| ผู้บริหาร | |
ประธานสภา | |
รองประธานสภา คนที่หนึ่ง | |
รองประธานสภา คนที่สอง | |
เลขานุการสภา | |
โฆษกสภา | รอประกาศ |
| โครงสร้าง | |
| สมาชิก | 50 คน |
กลุ่มการเมือง |
|
| การเลือกตั้ง | |
| ระบบแบ่งเขตคะแนนสูงสุด | |
การเลือกตั้งครั้งล่าสุด | 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 |
| ที่ประชุม | |
| ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร | |
| เว็บไซต์ | |
| bmc.go.th | |
สภากรุงเทพมหานคร (อังกฤษ: Bangkok Metropolitan Council) เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติของกรุงเทพมหานคร[1] มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการกรุงเทพมหานครผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น ตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เปิดอภิปรายทั่วไป อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และตั้งกระทู้ถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น[2]
ทั้งนี้ อายุของสภากรุงเทพมหานครมีกำหนดคราวละ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร[3]
ประวัติ
[แก้]ในช่วงปี พ.ศ. 2480–2514 คือช่วงที่ยังมิได้มีการรวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเข้าด้วยกัน การบริหารราชการของจังหวัดทั้งสองจึงแยกกัน โดยมีฝ่ายนิติบัญญัติในระดับท้องถิ่นของตนเองทั้งคู่ ได้แก่ สภาเทศบาลนครกรุงเทพ และสภาเทศบาลนครธนบุรี ทำงานควบคู่ไปกับสภาระดับจังหวัด ได้แก่ สภาจังหวัดพระนคร และสภาจังหวัดธนบุรี
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2514 คณะปฏิวัติได้ออกประกาศ ฉบับที่ 24 ซึ่งได้รวบจังหวัดพระนครและธนบุรีเข้าด้วยกันเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ส่งผลให้มีการยุบรวมสภาเทศบาลทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันเป็น สภาเทศบาลนครหลวง และรวมสภาจังหวัดเป็นสภานครหลวงกรุงเทพธนบุรี[4]
ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 คณะปฏิวัติออกประกาศ ฉบับที่ 335 ซึ่งเป็นการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยรวบราชการบริหารส่วนภูมิภาค (จังหวัด) และส่วนท้องถิ่น (เทศบาล สุขาภิบาล) ทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วยกฐานะเป็นกรุงเทพมหานคร จึงได้ยุบสภาเทศบาลและสภาจังหวัดเดิมทั้งหมด ให้หลอมรวมเป็นสภากรุงเทพมหานคร เพียงชุดเดียวเพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร[5]
สภากรุงเทพมหานครชุดแรกเริ่มปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกทั้ง 48 คนมาจากการแต่งตั้งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี พระยามไหสวรรย์ เป็นประธานสภาคนแรก
ต่อมามีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ส่งผลให้ประชาชนได้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาฯ เป็นครั้งแรก จำนวน 41 คน
สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
[แก้]สภากรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ย่อ: ส.ก.) จำนวนเขตละ 1 คน ซึ่งเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขต แต่ถ้าเขตใดมีราษฎรเกิน 150,000 คน จะมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนจำนวนประชากร[6]
จำนวนสมาชิก
[แก้]ปัจจุบันมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจำนวน 50 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งใน 50 เขต[7]
กฎหมายกำหนดเกณฑ์การคำนวณจำนวนสมาชิกในแต่ละเขตไว้ว่า ให้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตละ 1 คนเป็นเกณฑ์พื้นฐาน แต่ถ้าเขตใดมีราษฎรเกิน 150,000 คน ให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คนต่อจำนวนราษฎรทุก ๆ 150,000 คน และหากเศษของ 150,000 คนนั้นมีจำนวนเกิน 75,000 คน ก็ให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คน ในกรณีที่เขตใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งไม่ครบจำนวน และเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่แล้วยังคงได้สมาชิกไม่ครบอีก ให้ถือว่าสภากรุงเทพมหานครประกอบด้วยจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะครบอายุของสภา เว้นแต่จะมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามเกณฑ์การคำนวณในข้างต้น[6]
สภากรุงเทพมหานครชุดที่ 11 (พ.ศ. 2553 – 2557) มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 61 คน โดยเริ่มจากการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขต ในวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เนื่องจากมีเขตทั้งหมด 5 เขตมีประชากรมากขึ้น ได้แก่ เขตบางขุนเทียน, เขตลาดกระบัง, เขตประเวศ, เขตคลองสามวา, เขตบางกะปิ โดยเขตที่มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้มากกว่า 1 คน จะต้องเป็นเขตที่มีจำนวนประชากรมากกว่า 150,000 คน ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 11 เขตที่จะมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้มากกว่า 1 คน คือ 2 คน ได้แก่ เขตบางกะปิ, เขตบางเขน, เขตจตุจักร, เขตดอนเมือง, เขตสายไหม, เขตลาดกระบัง, เขตคลองสามวา, เขตประเวศ, เขตจอมทอง, เขตบางแค, และเขตบางขุนเทียน[8]
สภากรุงเทพมหานครชุดที่ 12 (พ.ศ. 2557 – 2565) มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 30 คน มาจากการสรรหาและแต่งตั้งตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[9]
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
[แก้]กฎหมายกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไว้ดังต่อไปนี้[10]
- มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
กฎหมายกำหนดลักษณะของบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้ดังต่อไปนี้[11]
- ติดยาเสพติดให้โทษ
- เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
- เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
- เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
- อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
- วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
- ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
- เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
- เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
- เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
- กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
- กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
- กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา
- กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
- กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า
- กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก
- กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
- กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
- เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
- เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
- เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
- เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
- เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
- อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า
- เป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือ
- กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือ
- จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือ
- ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
- ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี
- เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
- อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง(ใช้บังคับมิได้โดยผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2566 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566)[12]- เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
- เคยพ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
- มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่กรุงเทพมหานคร หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
- ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
- ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแก่ราชการ และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง
นอกจากนี้กฎหมายกำหนดให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือบริษัท ซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้น หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น อีกด้วย[13]
กฎหมายได้บัญญัติให้นำข้อกำหนดดังต่อไปนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครด้วย[14]
- ต้องไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครหรือบริษัทซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้นนอกเหนือไปจากที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์หรือบริษัทปฏิบัติกับบุคคลในธุรกิจการงานตามปกติ
- ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่กรุงเทพมหานคร หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพมหานครอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่ในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนจำกัดอยู่ก่อนได้รับการเลือกตั้ง
สมาชิกภาพ
[แก้]สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งและอยู่ในตำแหน่งตามอายุของสภากรุงเทพมหานคร
ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ว่างลงและมีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เข้ามาแทนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเข้ามาแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภากรุงเทพมหานครที่เหลืออยู่
สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้[15]
- ถึงคราวออกตามอายุของสภากรุงเทพมหานครหรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร
- ตาย
- ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร โดยมีผลนับแต่วันถัดจากวันยื่นหนังสือลาออก
- ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
- กระทำการอันต้องห้ามดังต่อไปนี้
- ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นใดในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือบริษัท ซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้น หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
- รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ เป็นพิเศษจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครหรือบริษัทซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้นนอกเหนือไปจากที่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์หรือบริษัทปฏิบัติกับบุคคลในธุรกิจการงานตามปกติ
- เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่กรุงเทพมหานคร หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพมหานครอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่ในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนจำกัดอยู่ก่อนได้รับการเลือกตั้ง
- ขาดการประชุมสภากรุงเทพมหานครตลอดสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภากรุงเทพมหานคร
- สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัยให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เพราะเห็นว่า ได้กระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง ทั้งนี้ สภาจะวินิจฉัยดังกล่าวได้เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร้องขอ หรือเมื่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อเสนอเป็นญัตติให้สภาพิจารณา
- ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ค่าตอบแทน
[แก้]สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้รับค่าตอบแทน 48,450 บาทต่อเดือน รองประธานสภาฯ ได้รับค่าตอบแทน 61,140 บาทต่อเดือน และประธานสภาฯ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 73,560 บาทต่อเดือน[16]
การเลือกตั้ง
[แก้]การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเป็นระบบเขตเสียงข้างมากธรรมดา โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นกำหนด[17]
บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง[18]
- มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง[19]
ประธานสภา
[แก้]สภากรุงเทพมหานครจะเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้เป็น ประธานสภากรุงเทพมหานคร คนหนึ่งและรองประธานสภาไม่เกิน 2 คน โดยจะดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก และดำรงตำแหน่งตามวาระคราวละ 2 ปี[20]
ประธานสภากรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของสภากรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภากรุงเทพมหานคร ส่วนรองประธานมีอำนาจหน้าที่กระทำกิจการแทนประธานเมื่อประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่ประธานมอบหมาย[21]
ในกรณีที่ประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครจะทำการเลือกสมาชิกคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานเฉพาะในการประชุมคราวนั้น[21]
การเลือกประธานสภา
[แก้]ในการเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้ 1 ชื่อ โดยต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 5 คน[22]
ในกรณีที่มีการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว จะถือว่าผู้นั้นได้รับเลือกเป็นประธานสภา แต่ถ้ามีการเสนอหลายชื่อ สมาชิกจะต้องลงมติเลือกจากชื่อเหล่านั้นด้วยวิธีการลงคะแนนลับ โดยการขานชื่อสมาชิกตามลำดับตัวอักษรให้มาลงคะแนนเป็นรายคนในคูหาที่จัดไว้ ด้วยวิธีการเขียนชื่อลงบนแผ่นกระดาษ ใส่ซอง แล้วนำซองไปใส่ในหีบลงคะแนน[22]
ในการตรวจนับคะแนน ประธานชั่วคราวจะเชิญสมาชิกจำนวน 5 คน เป็นกรรมการตรวจนับคะแนน เมื่อตรวจนับคะแนนแล้ว ประธานชั่วคราวจะประกาศคะแนนต่อที่ประชุมทันที[22]
ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดถือเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นประธานสภา ถ้าได้คะแนนสูงสุดเท่ากันหลายชื่อ จะต้องมีการเลือกใหม่เฉพาะชื่อที่ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน แต่ถ้าคะแนนสูงสุดเท่ากันอีก ประธานชั่วคราวจะต้องออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก 1 เสียงเป็นเสียงชี้ขาด ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติให้ใช้วิธีอื่นในการออกเสียงลงคะแนน[22]
รายชื่อประธานสภากรุงเทพมหานคร
[แก้]ประธานสภากรุงเทพมหานครจะดำรงตำแหน่ง 2 ปี จากนั้นจะมีการเลือกสมาชิกมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง
| ลำดับ (สมัย) |
รูป | รายนาม [23] | ชุดที่ | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | พระยามไหสวรรค์ | 1 | 16 เมษายน พ.ศ. 2516 | 20 มีนาคม พ.ศ. 2518 | |
| 2 | สนอง ปรัชญนันท์ | 21 เมษายน พ.ศ. 2518 | 10 สิงหาคม พ.ศ. 2518 | ||
| 3 | พันตำรวจตรี เชาวลิต สิงห์เจริญ | 2 | 26 ธันวาคม พ.ศ. 2518 | 29 เมษายน พ.ศ. 2520 | |
| 4 | กำจัด ผาติสุวัณณ | 3 | 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 | 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 | |
| 5 | ดำรง สุนทรศารทูล | 4 | 11 ธันวาคม พ.ศ. 2527 | 7 ตุลาคม พ.ศ. 2528 | |
| 6 | ไพโรจน์ ประเสริฐ | 5 | 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 | 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 | |
| 7 | ประวิทย์ รุจิรวงศ์ | 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 [24] | 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 | ||
| 8 (1–3) |
ประเสริฐ นาสมพันธ์ | 6 | 18 มกราคม พ.ศ. 2533 | 6 มกราคม พ.ศ. 2537 | |
| 9 | อรรถ แพทยังกุล | 7 | 9 มีนาคม พ.ศ. 2537 | 8 มีนาคม พ.ศ. 2539 | |
| 10 | ศราวุฒิ ปฤชาบุตร | 3 เมษายน พ.ศ. 2539 | 5 มีนาคม พ.ศ. 2541 | ||
| 11 | วิสูตร สำเร็จวาณิชย์ | 8 | 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 | 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 | |
| 12 | เอนก หุตังคบดี | 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 | 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 | ||
| 13 | ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ | 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 | 25 เมษายน พ.ศ. 2545 | ||
| 14 | สามารถ มะลูลีม | 9 | 24 มิถุนายน พ.ศ. 2545 | 23 มิถุนายน พ.ศ. 2547 | |
| 15 | ธนา ชีรวินิจ | 24 มิถุนายน พ.ศ. 2547 | 15 มิถุนายน พ.ศ. 2549 | ||
| 16 | ธวัชชัย ปิยนนทยา | 10 | 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 | 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 | |
| 17 | กิตพล เชิดชูกิจกุล | 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 | 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 | ||
| 18 | สุทธิชัย วีรกุลสุนทร | 11 | 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553 | 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555 | |
| 19 | พิพัฒน์ ลาภปรารถนา | 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555 | 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557 | ||
| 20 | ร้อยตำรวจตรี เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ | 12 | 24 กันยายน พ.ศ. 2557 | 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 | |
| 21 | นิรันดร์ ประดิษฐกุล | 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 | 25 กันยายน พ.ศ. 2563 | ||
| 22 | คำรณ โกมลศุภกิจ | 25 กันยายน พ.ศ. 2563 | 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 | ||
| 23 | วิรัตน์ มีนชัยนันท์ | 13 | 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565 | 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567 | |
| 24 | สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา | 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567 | 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 | ||
| 25 | วิพุธ ศรีวะอุไร | 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 | 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 | ||
| 26 | ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย | 14 | 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 | อยู่ในวาระ |
เลขานุการสภา
[แก้]เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ มีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการกรุงเทพมหานครและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ในสำนักงานเลขานุการกรุงเทพมหานคร ขึ้นต่อปลัดกรุงเทพมหานคร และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครขึ้นต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร[25]
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขานุการสภากรุงเทพมหานครหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้ช่วยเลขานุการสภากรุงเทพมหานครจะเป็นผู้รักษาราชการแทน[26]
หน้าที่และอำนาจของเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ตามข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีดังนี้[27]
- นัดประชุมสภาและนัดประชุมคณะกรรมการครั้งแรก
- เชิญประธานชั่วคราวของที่ประชุมสภาและที่ประชุมคณะกรรมการเข้าปฏิบัติหน้าที่
- ช่วยประธานในการควบคุมการนับคะแนนเสียง
- แจ้งระเบียบหรือหนังสือต่อที่ประชุมหรือต่อสมาชิก
- จัดทำรายงานการประชุมตามถ้อยคำที่อภิปรายและควบคุมการทำรายงานการประชุมทั้งปวง
- ยืนยันมติของสภาไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
- รักษาสรรพเอกสารของสภา
- ควบคุมการเข้าออกในสภา
- ควบคุมกิจการให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานสภากำหนด
- ปฏิบัติการตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ปฏิบัติการอื่นตามที่ประธานสภามอบหมาย
คณะกรรมการ
[แก้]สภากรุงเทพมหานครมีอำนาจเลือกสมาชิกสภาตั้งเป็นคณะกรรมการสามัญ และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกสภาหรือมิได้เป็นสมาชิกสภาตั้งเป็นคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการหรือพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร แล้วรายงานต่อสภากรุงเทพมหานคร[28]
คณะกรรมการสามัญ
[แก้]คณะกรรมการสามัญของสภากรุงเทพมหานคร เป็นคณะกรรมการที่มีอยู่เป็นถาวร มีวาระการปฏิบัติหน้าที่คราวละ 2 ปี ประกอบไปด้วยกรรมาธิการซึ่งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จำนวน 5-12 คน[29] โดยข้อบังคับสภากรุงเทพมหานครกำหนดให้ตั้งคณะกรรมการสามัญทั้งหมด 13 คณะ ได้แก่[30]
- คณะกรรมการกิจการสภา: ติดตามมติ ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตของสภาที่ส่งให้ฝ่ายบริหาร ตรวจสอบการดำเนินการที่ยังคั่งค้าง ประชาสัมพันธ์งานของสภา รับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะ กำหนดหลักเกณฑ์สิทธิ หน้าที่ และจรรยาบรรณของสมาชิก รวมถึงสนับสนุนการเพิ่มพูนความรู้และทักษะของสมาชิก
- คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม: ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานการประชุมสภา พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมตามมติของสภา กำหนดบรรทัดฐานในการจดรายงานการประชุม และเสนอความเห็นต่อสภาในการเปิดเผยรายงานการประชุมลับ
- คณะกรรมการการศึกษา: ดูแลด้านการจัดการศึกษา การพัฒนาการศึกษา การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของประชาชน รวมถึงการส่งเสริมศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม
- คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง: ดูแลด้านการโยธาและงานผังเมือง เช่น การวางแผนการโยธา การก่อสร้างและบูรณะ การควบคุมอาคาร และการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
- คณะกรรมการการสาธารณสุข: ดูแลด้านการสาธารณสุข การแพทย์ และอนามัย เช่น การสุขาภิบาลอาหาร การควบคุมโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การป้องกันและบำบัดยาเสพติด และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
- คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม: ดูแลด้านการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล การจัดการสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน
- คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและการงบประมาณ: ดูแลด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการงบประมาณ เช่น การจัดเก็บรายได้ การพัฒนาที่ดิน การดำเนินงานพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร (เช่น บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด) และติดตามผลการปฏิบัติงานตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี
- คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย: ดูแลด้านการปกครอง ความมั่นคงภายใน และความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น งานทะเบียน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ พัฒนาการปกครองแบบมีส่วนร่วม และปรับปรุงโครงสร้างระบบบริหารราชการ
- คณะกรรมการการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม: ดูแลด้านการพัฒนาชุมชน สวัสดิการสังคม และสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการส่งเสริมอาชีพและสถาบันครอบครัว
- คณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง: ดูแลด้านการคมนาคม การจราจร และการขนส่งมวลชน เช่น การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ความปลอดภัย มาตรฐานวิศวกรรมจราจรและการขนส่ง การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการจราจร และการเสริมสร้างวินัยจราจร
- คณะกรรมการการระบายน้ำ: ดูแลระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เช่น การแจ้งเตือนและการป้องกันอุทกภัย การวางแผนและระบายน้ำ การบำรุงรักษาแหล่งน้ำและทางระบายน้ำ การควบคุมคุณภาพน้ำ และการป้องกันการบุกรุกทางน้ำสาธารณะ
- คณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา: ดูแลด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ฟื้นฟู ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตไทย รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการบริการ กิจกรรม แหล่งเรียนรู้ และการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา
- คณะกรรมการยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล: ดูแลด้านการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของกรุงเทพมหานครในส่วนที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การบริหารจัดการและการประเมินผลเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาคลังข้อมูลและฐานข้อมูลดิจิทัล รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล[31]
| ชื่อคณะกรรมการ | ประธานคณะกรรมการ | พรรค | |
|---|---|---|---|
| คณะกรรมการกิจการสภา | |||
| คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม | |||
| คณะกรรมการการศึกษา | |||
| คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง | |||
| คณะกรรมการการสาธารณสุข | |||
| คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม | |||
| คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและการงบประมาณ | |||
| คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย | |||
| คณะกรรมการการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม | |||
| คณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง | |||
| คณะกรรมการการระบายน้ำ | |||
| คณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา | |||
| คณะกรรมการการยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล | |||
คณะกรรมการวิสามัญ
[แก้]คณะกรรมการวิสามัญของสภากรุงเทพมหานคร เป็นชุดเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาจัดการเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น
- คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณ
- คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานในการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
- คณะกรรมการวิสามัญศึกษาการก่อสร้างโรงพยาบาลให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร
กระทู้ถาม
[แก้]การตั้งกระทู้ถามในสภากรุงเทพมหานครเป็นมาตรการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่หรือนโยบายของกรุงเทพมหานครเท่านั้น สมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้เสนอต้องยื่นเป็นหนังสือล่วงหน้ากระทู้ละหนึ่งเรื่องต่อประธานสภา โดยใช้ข้อความที่สั้นกระชับ ชัดเจน มีข้อเท็จจริงประกอบและคำชี้แจงที่ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย กระทู้ถามแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กระทู้ถามสด และกระทู้ถามทั่วไป[32]
ข้อบังคับกำหนดให้ผู้ตั้งกระทู้ถามเป็นผู้มีสิทธิซักถามได้แต่เพียงผู้เดียว โดยกระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ได้แก่ การใช้ถ้อยคำเชิงประชด เสียดสี กลั่นแกล้งใส่ร้าย มีความเคลือบคลุมเข้าใจยาก เป็นเรื่องที่เคยตอบหรือเคยชี้แจงแล้วว่าไม่ตอบ เป็นการขอความเห็น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย เป็นเรื่องที่ไม่เป็นสาระสำคัญ หรือเป็นเรื่องกิจการส่วนตัวของบุคคลเว้นแต่จะเกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องที่เคยตอบไปแล้วนั้นมีสาระสำคัญที่ต่างไปจากเดิมหรือมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป ก็สามารถตั้งกระทู้ถามขึ้นใหม่ได้[33]
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้ถามหรือข้อซักถาม หากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผยเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประโยชน์สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยต้องแจ้งเหตุผลที่ไม่ควรเปิดเผยให้สภาทราบภายในกำหนดเวลา 30 วัน[34]
การยุบสภา
[แก้]ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร การยุบสภากรุงเทพมหานครเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ สามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณีหลัก ตามเงื่อนไขและขั้นตอนทางกฎหมายดังนี้
1. การเสนอโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
[แก้]หากการดำเนินงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสภากรุงเทพมหานครเกิดความขัดแย้งกัน จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานครหรือราชการส่วนรวม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิ์เสนอเรื่องพร้อมเหตุผลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ยุบสภา โดยมีขั้นตอนดังนี้[35]
- การเสนอครั้งแรก: หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ประกาศยุบสภาภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับข้อเสนอ ผู้ว่าฯ สามารถยื่นข้อเสนอทบทวนได้อีกครั้งภายใน 30 วัน
- การพิจารณาทบทวน: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องพิจารณาข้อเสนอทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน โดยจะเห็นชอบให้ยุบสภาหรือไม่ก็ได้
- ข้อจำกัดในการเสนอซ้ำ: หากผู้ว่าฯ ต้องการเสนอให้ยุบสภาในเหตุการณ์เดิมซ้ำอีก จะกระทำได้ต่อเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับจากวันครบกำหนดพิจารณาข้อเสนอทบทวนข้างต้น
2. การใช้อำนาจโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[แก้]ในกรณีที่การดำเนินงานของผู้ว่าฯ และสภากรุงเทพมหานครมีความขัดแย้งกัน หรือดำเนินงานไปในทางที่ไม่ถูกต้องจนอาจเกิดความเสียหายต่อกรุงเทพมหานครหรือราชการส่วนรวม และไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งยุบสภากรุงเทพมหานครได้โดยตรง[36]
การประกาศบังคับใช้
[แก้]การสั่งยุบสภากรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะมาจากกรณีใด รวมถึงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอทบทวนของผู้ว่าฯ จะต้องทำเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุเหตุผลอย่างชัดเจน และนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา[37]
ลำดับสภากรุงเทพมหานคร
[แก้]| ชุดที่ | จำนวนสมาชิก | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ | การเลือกตั้ง |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 46[38] | 16 เมษายน พ.ศ. 2516 | 10 สิงหาคม พ.ศ. 2518 | มาจากการแต่งตั้ง |
| 2 | 41[39] | 10 สิงหาคม พ.ศ. 2518 | 29 เมษายน พ.ศ. 2520 | |
| 3 | 45 | พ.ศ. 2520 | พ.ศ. 2527 | มาจากการแต่งตั้ง |
| 4 | 40 | พ.ศ. 2527 | พ.ศ. 2528 | มาจากการแต่งตั้ง |
| 5 | 46[40] | พ.ศ. 2528 | พ.ศ. 2532 | |
| 6 | 57[41] | 7 มกราคม พ.ศ. 2533 | 6 มกราคม พ.ศ. 2537 | |
| 7 | 55 | 6 มีนาคม พ.ศ. 2537 | 5 มีนาคม พ.ศ. 2541 | |
| 8 | 60 | 26 เมษายน พ.ศ. 2541 | 25 เมษายน พ.ศ. 2545 | |
| 9 | 61 | 16 มิถุนายน พ.ศ. 2545 | 15 มิถุนายน พ.ศ. 2549 | |
| 10 | 57[42] | 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 | 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 | |
| 11 | 61[43] | 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553 | 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557 | พ.ศ. 2553 |
| 12 | 30[9] | 15 กันยายน พ.ศ. 2557 | 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 | มาจากการแต่งตั้ง |
| 13 | 50 | 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 | 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 | พ.ศ. 2565 |
| 14 | 50 | 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 | อยู่ในวาระ | พ.ศ. 2569 |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "ประวัติความเป็นมาของสภากรุงเทพมหานคร". สภากรุงเทพมหานคร. สภากรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2569.
- ↑ "อำนาจหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร" (PDF). สภากรุงเทพมหานคร. สภากรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2569.
- ↑ มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 24 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 88 ตอนที่ 144 หน้า 816 ลงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2514
- ↑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอน 190 ง พิเศษ หน้า 18 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515
- 1 2 มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 142 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
- ↑ https://bmc.go.th/member/
- ↑ คอลัมน์ เปิดศึกเลือกตั้งส.ก. ส.ข.ทำยังไง ??? ได้ครองใจคนกรุง โดย จิรา จิราสิต หนังสือพิมพ์เดลินิวส์หน้า 24: ฉบับวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
- 1 2 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 86/2557 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตเป็นการชั่วคราว ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 134 ง หน้า 15 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
- ↑ มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
- ↑ มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
- ↑ ศาลรัฐธรรมนูญ (2566) คำวินิจฉัยที่ 5/2566 เรื่อง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (21) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566
- ↑ มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ มาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ มาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ "ทำความรู้จัก ส.ก.เป็นใคร-ทำหน้าที่อย่างไร ก่อนถึงเลือกตั้ง 22 พ.ค.65". กรุงเทพธุรกิจ. 9 เมษายน 2022. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2022.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 142 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
- ↑ มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
- ↑ มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 258 ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562
- ↑ มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- 1 2 มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- 1 2 3 4 ข้อ 7 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
- ↑ "อดีตประธานสภากรุงเทพมหานคร". สภากรุงเทพมหานคร.
- ↑ "สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ชุดที่ ๕ (๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ – ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๒)". สภากรุงเทพมหานคร.
- ↑ มาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ มาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ ข้อ 13 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
- ↑ มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ ข้อ 83 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 174 ง หน้า 102 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
- ↑ ข้อ 83 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
- ↑ ข้อ 83 (13) แห่งข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 96 ง หน้า 65 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568
- ↑ ข้อ 106 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
- ↑ ข้อ 107 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
- ↑ ข้อ 114 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 205 ง หน้า 1 ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562
- ↑ มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ มาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 115 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2528
- ↑ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครชุดที่ ๑ (๑๖ เมษายน ๒๕๑๖ – ๑๐ สิงหาคม ๒๕๑๘)
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 92 ตอนที่ 94 ฉบับพิเศษ หน้า 1 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2518
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่พึงมีในแต่ละเขตเลือกตั้ง ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 135 ฉบับพิเศษ หน้า 40 ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2528
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเขตเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะทำการเลือกตั้ง in แต่ละเขตเลือกตั้ง ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 106 ตอนที่ 203 ฉบับพิเศษ หน้า 10 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532
- ↑ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 123 ตอนที่ 66 ก หน้า 36 ลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2549
- ↑ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนที่ 52 ก หน้า 23 ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข้อมูลเพิ่มเติม
[แก้]- พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครยาวนานที่สุด นับตั้งแต่สภาชุดที่ 5 เป็นต้นมา (ยกเว้นสภากรุงเทพมหานคร ชุดที่ 12 ซึ่งมาจากการแต่งตั้งจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ)
- พรรคพลังธรรม เป็นพรรคที่เคยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 50 คน จากทั้งหมด 57 คน ในสภากรุงเทพมหานคร ชุดที่ 7
- กำจัด ผาติสุวัณณ เป็นประธานสภากรุงเทพมหานครที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุด รวมเวลาทั้งสิ้น 7 ปี