รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
ข้อมูลทั่วไป
ผู้ตรา สภาร่างรัฐธรรมนูญ
ผู้ลงนาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
ผู้ลงนามรับรอง ทวี บุณยเกตุ
(ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ)
วันประกาศ 20 มิถุนายน 2511
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕/ตอนพิเศษ/หน้า ๑/๒๐ มิถุนายน ๒๕๑๑)
วันเริ่มใช้ 20 มิถุนายน 2511
ท้องที่ใช้ ไทย ราชอาณาจักรไทย
การร่าง
ชื่อร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
ผู้ยกร่าง สภาร่างรัฐธรรมนูญ
การยกเลิก
ประกาศคณะปฏิวัติเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 8 ซี่งได้มีรัฐพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2511 มีนาย ทวี บุณยเกตุ ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้รับสนอง พระบรมราชโองการโดยมีทั้งสิ้น 183 มาตรา

ปัจจุบันรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้สิ้นสุดลงโดยการปฏิวัติตัวเองของ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514

ประวัติ[แก้]

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เริ่มต้นร่างเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2502 โดย สภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสมาชิกทั้งสิ้น 240 คนเพื่อใช้แทน ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 ซึ่งใช้อยู่ขณะนั้น

แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ใช้เวลาร่างยาวนานถึง 9 ปี 16 วัน จึงได้นำขึ้นทูลเกล้าฯให้ทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2511

พระราชบัญญัติพรรคการเมือง พุทธศักราช 2511[แก้]

ภายหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ประมาณ 4 เดือนพระราชบัญญัติพรรคการเมืองก็ได้ประกาศใช้เมื่อวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2511 โดยพรรคการเมืองพรรคแรกที่จดทะเบียนก่อตั้งภายใต้พระราชบัญญัตินี้คือ พรรคสหประชาไทย ซึ่งจดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2511 และมี จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค

การเลือกตั้ง 10 กุมภาพันธ์ 2512[แก้]

การเลือกตั้งได้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2512 ผลปรากฏว่าพรรคสห ประชาไทยได้ ส.ส. เข้าสภามาเป็นอันดับ 1 ถึง 74 คนอันดับ 2 เป็นของ พรรคประชาธิปัตย์

สิ้นสุดลง[แก้]

รัฐธรรมนูญฉบับนี้สิ้นสุดลงแล้วโดยการปฏิวัติตัวเองของ จอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 และได้มีการประกาศใช้คำสั่งและประกาศของคณะ ปฏิวัติเป็นกฎหมายปกครองประเทศแทน